สมัครงานกับทีมงานบ้านไม่บาน คลิกอ่านรายลัเอียดด้านใน

โปรดระวังบุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว   ชอบช่วย หรือ   ผศ.ดร.ภัทรพล   เวทยสุภรณ์  และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง  ฯลฯ  ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ  ทั้งสิ้น  หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์   02-2451399  หรือ  02-6441478  เท่านั้น
บุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว ชอบช่วย หรือ ผศ.ดร.ภัทรพล เวทยสุภรณ์ และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง ฯลฯ ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์ 02-2451399 หรือ 02-6441478 เท่านั้น

ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ "ตักศิลา คเณศ์ธร"

  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
ครบรอบ 120 ปี “ศิลป์ พีระศรี”
ครบรอบ 120 ปี "ศิลป์ พีระศรี"

“โฮสเทลไม่บาน” ที่ “ช้างคลาน”

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว "คนรักบ้าน" สาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้ก็สืบเนื่องจากแฟน ๆ ชาว  "คนรักบ้าน"  ท่านหนึ่งมีอาคารพาณิชย์อยู่ทำเลที่ดีเยี่ยมย่าน "ช้างคลาน" ใจกลางเมือง "เชียงใหม่"    ซึ่งปัจจุบันก็ปิดทิ้งไว้ไม่ได้ทำประโยชน์อันใด  เพราะจะทำกิจการการค้าในช่วงสภาวะเศรษฐกิจตกสะเก็ดดังเช่นในปัจจุบันก็ดูเหมือนจะไม่เข้าท่าเข้าทีเลยมีดำริว่าน่าจะปรับปรุงให้เป็น "โฮสเทลไม่บาน" ก็น่าจะเป็นการใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่ามากกว่า   เพราะโดยปกติแล้วการเปิดกิจการค้าขายในอาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่มักจะใช้พื้นที่เฉพาะชั้นหนึ่งเท่านั้น      แต่สำหรับชั้น  2   ขึ้นไปก็มักจะใช้พื้นที่ไม่ค่อยคุ้มค่าเท่าไรนัก  ส่วนใหญ่ที่ผมเห็นมักใช้เป็นพื้นที่เก็บของ เก็บสินค้า   หรือเป็นที่พักของพนักงานหรือปิดทิ้งไว้เฉย ๆ ให้ฝุ่นจับ เป็นการใช้ทรัพยากรอย่างเปล่าประโยชน์ครับ  และในขณะที่สภาพเศรษฐกิจการค้าการขายโดยรวมตกอยู่ในสภาพเศรษฐกิจตกสะเก็ด 

แต่ในทางกลับกันธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจการท่องเที่ยวดูจะสวนกระแส มีนักท่องเที่ยวนับล้านครับที่เดินทางมาเที่ยว  "เชียงใหม่" ในแต่ละปีเป็นผลให้  กิจการ "โฮสเทล" เฟื่องฟูขึ้น   จะว่าไปแล้ว "โฮสเทล"  ก็คือ  "SMEs"  ตัวจริงเสียงจริงเป็นรากฐานที่สำคัญของการท่องเที่ยวในปัจจุบัน  สังเกตง่าย ๆ ครับว่า    หากที่ไหนมีธุรกิจและธุรกรรมเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวอย่างคึกคักคึกครื้นดัชนีชี้วัดอันดับแรกคือ การเกิดขึ้นของ "โฮสเทล"  หรืออาจจะเรียกว่า  "เกสเฮ้าส์" หรือ "B&B" ("Bed And Breakfast") ที่กลายเป็นวัฒนธรรมการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่  โดยผ่าน "เน็ตเวิร์ค" หรือโครงข่ายทาง "อินเตอร์เน็ต"  ทำให้กระแสการพักในโรงแรมซึ่งเคยเป็นที่นิยมกันในอดีตกลายเป็นเรื่องล้าสมัยและมีราคาแพงจนเกินไป   รวมทั้งนักเดินทางท่องเที่ยวส่วนใหญ่ในปัจจุบันต้องการสัมผัสบรรยากาศความงดงามของวิถีชีวิตตลอดจนวัฒนธรรมการกิน อยู่ และเป็นที่พบปะสังสรรค์กันในกลุ่มนักเดินทางที่มาจากทั่วทุกสารทิศ  ที่พักนักเดินทางท่องเที่ยวประเภท "โฮสเทล" จึงเกิดขึ้น กระจายตัวตามที่ต่าง ๆ   และได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายอย่างรวดเร็ว  โดยการกระตุ้นจากเว็ปไซต์  เช่น   "Agoda", "Booking.com",  "Airbnb" ฯลฯ

ก็เลยเป็นที่มาของ "โฮสเทลไม่บาน" ที่กำลังจะเบิกบานย่าน "ช้างคลาน"  ที่ผมตั้งใจแน่วแน่จะเปลี่ยนแปลงโฉม  อาคารพาณิชย์ในสไตล์ "โมเดิร์น" (ที่ล้าสมัยไปแล้ว) ที่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเมื่อ  20 กว่าปีแล้ว  ให้กลับฟื้นคืนชีวิตใหม่    โดยให้กิจกรรมใหม่ ๆ เป็นที่พักนักเดินทาง,  เป็นร้านกาแฟ,  เป็นร้านอาหาร,  เป็นร้านนวดแผนไทย  ร้านขายสินค้าที่ระลึก,  เป็นที่พบปะสังสรรค์กันของนักเดินทางทั่วทุกสารทิศจากทั่วทุกมุมโลก  โดยผมจะอวดความงามของไทย "ล้านนา" ให้สมศักดิ์ศรีกับ "เวียงเชียงใหม่" ที่มีอายุกว่า  700  ปี   เป็นความงามแบบ "ล้านนา" ที่ร่วมสมัย  ไม่ใช่เป็น "ล้านนา" แบบเก่า ๆ เดิม ๆ นะครับ แต่เป็นล้านนาที่ร่วมสมัย ออกเผยแพร่ผ่านทาง "อินเตอร์เน็ต" ให้ทั่วโลกได้รับรู้ "ของดีมีอยู่"    ซึ่งในส่วนตัวผมแล้วผมเชื่อว่าการเดินก้าวไปข้างหน้าโดยลืม "ราก" ของตัวเองนั้นเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่งครับ   เหมือนต้นไม้หากขาดเสียซึ่ง "รากแก้ว" แล้ว  ก็จะกลายเป็นไม้ล้มลุกและก็ไม่สามารถผลิดอกออกผลอย่างยั่งยืนได้ครับ

สำหรับโครงการฟื้นชีวิตให้กับอาคารพาณิชย์ย่าน "ช้างคลาน" เพื่อให้เป็น "โฮสเทลไม่บาน" รองรับบรรดานักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลที่หลั่งไหลจากทั่วทุกมุมโลก  ใฝ่ฝันที่จะเห็นความดีงาม  ความงดงามของวิถีชีวิตตลอดไปจนถึงการออกแบบตกแต่งในสไตล์  "ล้านนา" เมื่อนักเดินทางท่องเที่ยวอยากเห็นอยากสัมผัสก็เป็นหน้าที่ของเจ้าบ้านที่จะออกมาต้อนรับ โดยการเอา "ของดีมีอยู่"  ของ "ล้านนา" นำมาปรับประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับกิจกรรมรูปแบบใหม่ ๆ   "สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น" ครับ  แฟน ๆ ชาว  "คนรักบ้าน" กำลังชื่นชมสิ่งที่ผมได้กล่าวถึง  คือ  การแปลงโฉมอาคารพาณิชย์สไตล์  "โมเดิร์น" ที่เคยทันสมัยเมื่อหลายสิบปีก่อน  แต่ปัจจุบันนั้นเชยแล้ว  กลายมาเป็น "โฮสเทล" สไตล์ " Lanna Contemporary"  หรือ   "ล้านนาร่วมสมัย" ที่ไม่เป็นสองรองใครในโลกครับ   และผมก็หวังว่าท่านผู้อ่านก็น่าจะลองนำเอาความคิดและผลงานของผมนำไปปรับประยุกต์ใช้และต่อยอดดูก็น่าจะเป็นประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อยครับ  เพราะมีอาคารพาณิชย์อีกนับร้อยนับพันนับหมื่นคูหาที่ผมเชื่อว่าจะสามารถเดินตามแนวทางของผมได้    สัปดาห์นี้คงมีสาระน่ารู้เพียงเท่านี้ท่านสามารถติดตามข้อมูลย้อนหลังได้ใน www.homeloverthai.com  หรือต้องการสอบถามโดยตรงได้ทุกปัญหาที่ท่านสงสัยได้ที่  081-4218323   แล้วพบกันใหม่อีกสองสัปดาห์หน้าครับ

โรงเรียนอนุบาลที่เบิกบาน ที่ “ฝาง”

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว  "คนรักบ้าน"  สาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้  ก็เป็นเรื่องราวที่ผมภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งเกี่ยวกับโรงเรียนอนุบาลเล็ก ๆ ที่อยู่ไกลถึงอำเภอ "ฝาง"  จังหวัด "เชียงใหม่"  สืบเนื่องมาจากมีแฟน ๆ ชาว "คนรักบ้าน" ครอบครัวหนึ่งที่บริหารจัดการโรงเรียนในระดับอนุบาลที่ "ฝาง" มีความประสงค์ที่จะขยับขยายและสร้างห้องเรียนใหม่เพิ่มเติมขึ้น  ที่ในสภาพปัจจุบันห้องเรียนเดิมมีขนาดคับแคบเนื่องจากมีนักเรียนเพิ่มจำนวนมากยิ่งขึ้นทุกปี  และเนื่องจากเจ้าของโรงเรียนอนุบาลก็มีอายุพอสมควรแล้วและสุขภาพก็ไม่สู้จะดีนักจำเป็นที่จะต้องไปหาแพทย์อยู่เนือง ๆ  ทั้งยังต้องได้รับการดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชิด   จึงคิดจะส่งต่อโรงเรียนอนุบาลให้กับลูกชายสุดที่รักมารับช่วงต่อในการบริหารจัดการต่อ   จึงตัดสินใจจะปรับปรุง ต่อเติม เพิ่มขยายโรงเรียนอนุบาลขึ้นใหม่ภายใต้งบประมาณที่จำกัด  เพราะไม่ต้องการทำอะไรจนเกินความพอเพียงของครอบครัว   จากการที่ได้พบปะพูดคุยกับทั้งคุณแม่,คุณพ่อและคุณลูกที่เพิ่งจบคณะดุริยางค์ศาสตร์จาก "ศิลปากร"  ผมก็เกิดความประทับใจครับในความมุ่งมั่นของครอบครัวนี้ที่จะพัฒนาการศึกษาของเด็กในระดับอนุบาลในอำเภอ "ฝาง" ให้ทัดเทียมกับนานาอารยะประเทศ

จะว่าไปแล้ว "ฝาง" ก็ถือว่าเป็นอำเภอเล็ก ๆ ที่อยู่ห่างไกลจากตัวเมือง "เชียงใหม่" พอสมควรครับ   แต่โรงเรียนอนุบาลเล็ก ๆ  แห่งนี้ทำให้ผมต้องแปลกใจเพราะมีระบบการเรียนการสอนที่ก้าวหน้ามากกว่าหลายโรงเรียนในตัวเมือง  เป็นการเรียนการสอนโดยใช้เด็กเป็น "ศูนย์กลาง" ทำให้เกิดการพัฒนาการแบบก้าวกระโดดไปไกลกว่าโรงเรียนอนุบาลทั่วไป    โดยนำเอาระบบการศึกษาที่เรียกว่า  "วอลดอร์ฟ" (Waldorf  Education) โดยนักปราชญ์ทางการศึกษาชาว "ฮังการี" คือ  "รูดอล์ฟ  สไตเนอร์" (1861-1925) และโรงเรียนของ "วอลดอร์ฟ" แห่งแรกตั้งขึ้นในเยอรมันหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่ชาวเยอรมันกำลังแสวงหาแนวทางการศึกษาที่จะเปลี่ยนแปลงสังคมที่โหดร้ายทารุณต่อมนุษย์ชาติให้สิ้นไป   เป็นผลให้คนเยอรมันเป็นชนชาติที่เฉลียวฉลาดมีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบ มีคุณภาพสูงสุดชาติหนึ่งในโลก  ก็เพราะระบบ"วอลดอร์ฟ" ที่ได้ปูระบบการศึกษาตั้งแต่ปฐมวัย   จึงเป็นพื้นฐานของการศึกษาที่แข็งแกร่งของการเติบโตที่เป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ  หลายประเทศที่เจริญแล้วในโลกก็ใช้ระบบการศึกษาอย่าง"วอลดอร์ฟ" นำมาปรับประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนของเด็กปฐมวัย     ผมจึงแปลกใจเป็นอย่างยิ่งในฐานะนักวิชาการที่คลุกคลีกับการศึกษามาครึ่งชีวิต   ซึ่งในปัจจุบันผมก็สอนอยู่ในระดับชั้น ตรี,โท,เอกในมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชนหลายแห่ง   จึงแปลกใจที่ผมไปเจอโรงเรียนอนุบาลเล็ก ๆ ที่ "ฝาง"  นำเอาระบบ "วอลดอร์ฟ" มาปรับประยุกต์ใช้ให้เข้าถึงวิถีแบบไทยอย่างได้ผล 

ผมนึกถึงประเทศ "สิงคโปร์" ครับ   เพื่อนผมที่เป็นอาจารย์สอนหนังสือระดับมหาวิทยาลัยใน"สิงคโปร์"   บอกกับผมว่าการศึกษาในช่วงปฐมวัยนั้นเป็นช่วงการศึกษาที่สำคัญที่สุดที่ไม่อาจมองข้ามได้เลย  เพราะเป็นพื้นฐานของการศึกษาที่สำคัญยิ่งในระดับมัธยมศึกษาและระดับอุดมศึกษา  หากพื้นฐานการศึกษาไม่มั่นคงแล้วก็จะเป็นอย่างบ้านเรานี่แหละครับ  ที่คนจบระดับปริญญาตรี โท เอก เต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด  แต่กลับเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่ไม่มีสารประโยชน์อันใด    เพราะไม่สามารถแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่รุมล้อมตนเองและสังคมได้  ผมจึงไม่แปลกใจเลยว่าที่บรรดาประเทศต่าง ๆ ใน "อาเซียน" ต่างทิ้งประเทศ "ไทย" ไว้ข้างหลัง ไม่ว่าจะเป็น "สิงคโปร์", "มาเลเซีย" หรือ  "เวียดนาม" เพราะระบบการศึกษาของเขาดีกว่าของเรามากครับ 

ผมยกตัวอย่าง "สิงคโปร์" ที่มีความเจริญก้าวหน้ากว่าเราแทบทุกด้าน  การศึกษาในระดับปฐมวัยเขาจะไม่ให้เด็กของเขาเรียนรู้อะไรมากมายหรอกครับ  นอกจากการปลูกฝังทางด้านคุณธรรมและจริยธรรม  และกระตุ้นให้เด็กมีจินตนาการ   ดังนั้นเด็กเขาจึงสนุกสนานกับการเล่นเป็นหลักไม่เน้นการเรียนทางวิชาการมากมายอะไร  เพราะเขาเชื่อว่าช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด   "ก้านสมอง" ของเด็กปฐมวัยกำลังเติบโตอย่างเร็วที่สุด  การศึกษาในระบบ "วอลดอร์ฟ" ก็เชื่อเรื่องนี้ครับ    จึงเน้นการจะปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม   โดยผ่านเรื่องเล่าเป็นนิทานที่เต็มไปด้วยรสชาติและสนุกสนาน  คุณครูได้เล่าซ้ำแล้วซ้ำอีกในนิทานเรื่องเดียวกัน   คุณครูที่ดูแลเด็กก็ต้องมีทั้งความรักความเมตตาและเวลาให้กับเด็ก  และที่น่าสนใจคือคุณครูก็ตามสอนเด็กที่โตขึ้นมาทุกปี  ก็เป็นเรื่องที่มหัศจรรย์ครับ ที่อำเภอเล็ก ๆ อย่าง "ฝาง" มีการศึกษาประเภทนี้   ผมยังอดตื่นเต้นไม่ได้ที่ได้มาเป็นส่วนเล็ก ๆ ส่วนหนึ่งในการพัฒนาเด็ก ๆ อนุบาลโดยการออกแบบอาคารเรียนที่มีขนาดกำลังพอเหมาะ,พอเพียง,พอดี  ไม่ใหญ่เกินไปจนดูแลไม่ทั่วถึงและก็ไม่เล็กจนเกินไป  จนอึดอัดครับ

หลังจากที่ได้ตกปากรับคำคุณพ่อ คุณแม่ และคุณลูก  ที่เป็นผู้บริหารโรงเรียนอนุบาลที่ "ฝาง" ผมก็เทียวไร้เทียวขื่อ ไป ๆ มา ๆ ระหว่าง "กรุงเทพฯ" กับ "เชียงใหม่"หลายครั้ง  ประชุมกับผู้รู้ทางการศึกษาก็หลายครั้ง   จน "ตกผลึก" ออกมาเป็นรูปแบบโรงเรียนอนุบาลที่ "ฝาง"   สารภาพตามตรงครับว่าพอผมได้เห็นรูปแบบอาคารแล้วก็มีความสุขเป็นที่สุดครับ   นอกจากนั้นผมยังได้เห็นรอยยิ้มของคุณพ่อ คุณแม่ และคุณลูก  ทั้งยังได้เห็นรอยยิ้มที่เบิกบานของคุณครูและบรรดาเด็ก ๆ ตัวเล็ก ๆ  ก็ชื่นใจเหลือเกินครับ  ก็นับวันรอวันรอคืนที่จะได้ลงมือก่อสร้างเสียที    เด็ก ๆ หลายคนจะได้มีที่เรียนในโรงเรียนอนุบาลที่มีการเรียนการสอนที่สุดแสนจะมหัศจรรย์ในระบบ "วอลดอร์ฟ"    ที่ถูกนำมาปรับประยุกต์ใช้ถึงแม้จะอยู่ไกลถึงอำเภอ "ฝาง"  แต่มีความคิดที่ก้าวล้ำนำสมัย  ของระบบทางการศึกษาในระดับปฐมวัยที่ไม่อายใครในโลก 

สำหรับสัปดาห์นี้ก็มาชื่นชมความงามของโรงเรียนอนุบาลเล็ก ๆ ที่อำเภอ "ฝาง"ว่ามีความสวยสดงดงามสักเพียงไหน   ย้ำอีกครั้งครับว่าเป็นหนึ่งในโครงการที่ผมมีความภูมิใจเป็นที่สุด ที่ได้ลงมือออกแบบครับ  ได้รับเกียรติให้มีโอกาสฝากชื่อและฝากฝีมือไว้ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ส่วนหนึ่งที่ได้พัฒนาการศึกษาของเด็ก ๆ ในระดับอนุบาล  ซึ่งเด็ก ๆ เหล่านี้แหละครับ  อีกไม่นานก็เจริญเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่แข็งแรง,สมบูรณ์,เฉลียวฉลาดและถึงพร้อมทั้งคุณธรรมและจริยธรรม    เป็นกำลังสำคัญของชาติในอนาคต  เป็น "คลื่นลูกใหม่" ที่มาทดแทน "คลื่นลูกเก่า" อย่างผม    ที่จะว่าไปแล้วเวลาเหลืออยู่ไม่มากแล้วครับ


การบรรยาย 9 ประเภทของ “อสังหาฯ พารวย”

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว "คนรักบ้าน" ผมมักจะถูกตั้งคำถามว่าหากคิดจะลงทุนทำอสังหาฯ จะเริ่มต้นทำอย่างไรดี หรือมีที่ดินหรือมีสิ่งปลูกสร้างอยากจะลงทุนเพื่อก่อให้เกิดรายได้จะทำอย่างไรดี   ผมก็มาคิดพิจารณาใคร่ครวญดู  อาศัยประสบการณ์ที่ได้ลงทุนทำโครงการ "อสังหาฯ" น้อยใหญ่มากว่า  500 โครงการ  ตลอด  30  กว่าปีที่ผ่านมา   ก็ได้ผ่านร้อนผ่านหนาว  ผ่านความสำเร็จและล้มเหลว  ผ่านวิกฤติทางเศรษฐกิจหนักหนาสาหัสมาหลายครั้ง    ที่สามารถประคองตัวให้อยู่รอดปลอดภัยมาได้นั้นก็ไม่ใช่เก่งหรอกครับ  แต่ถือว่าเฮงมากกว่า  เพราะมีคนที่เก่งกว่าผมมากมายหลายคน  ที่ฉลาดกว่าผมหลายเท่า  ฐานะร่ำรวยกว่าผมก็หลายคน  คนเหล่านี้มีอันขาดทุนบ้าง เลิกทำบ้าง  หลังจากที่ได้นั่งพินิจพิจารณาไตร่ตรองแบบ "เหลียวหลังเพื่อแลหน้า" ก็พบว่า  ที่ดินแปลงหนึ่งนั้นสามารถลงทุนทำ  "อสังหาฯ"  และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ "อสังหาฯ"  ได้หลากหลายถึง  36  ประเภท !!!  ก็ไม่น่าเชื่อแต่ก็ต้องเชื่อครับ   เพราะผมลองดูแล้วก็สามารถทำได้จริง ๆ  ครับ

สำหรับในสัปดาห์นี้ผมขอยกมาแค่  9  ประเภท ที่ดูไม่ไกลเกินเอื้อม   สำหรับการลงทุนอสังหาฯ  เริ่มต้นที่สามารถทำได้ไม่ยากเกินความสามารถ   ประเภทแรก  คือ  การพัฒนาเป็น "อสังหาฯ"  ประเภท  บ้านในรูปแบบต่าง ๆ อาทิเช่น   บ้านเดี่ยว,บ้านแฝด ฯลฯ   ประเภทที่สอง  คือ  การบูรณะปรับปรุง  เปลี่ยนแปลง "อสังหาฯ"  มือสองให้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่  โดยการเสริมเพิ่มกิจกรรมใหม่   ประเภทที่สาม  "อสังหาฯ" ประเภท  ตึกแถว,อาคารพาณิชย์ ,ทาวเฮ้าส์ ฯลฯ  ที่มีลักษณะเป็นแถวยาวติดต่อกัน   ประเภทที่สี่  คือ  โฮมออฟฟิศ,โฮสเทล,เกสเฮ้าส์ ฯลฯ    ที่ผมมักเรียกอสังหาฯ ประเภทนี้ว่า  "มินิอพาร์ทเม้นท์" ที่มีจำนวนห้องพักไม่มากจนเกินไปนัก  ประเภทที่ห้า  เป็น  "อสังหาฯ"  ประเภท  อพาร์ทเม้นท์,บูทิคอพาร์ทเม้นท์และเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ ฯลฯ  ก็เป็นหนึ่งใน  "อสังหาฯ" ที่ผมชื่นชมและชื่นชอบเป็นอย่างยิ่ง   ประเภทที่หก  เป็น "อสังหาฯ"  ประเภท โรงแรม,รีสอร์ท,สำหรับเป็นที่พักนักเดินทางท่องเที่ยว  อาจจะเป็นบูทิคโฮเทลหรือเฮลท์รีสอร์ทเพื่อสุขภาพ   ที่กำลังเป็นเทรนมาแรงแซงโค้ง  เมื่อเทียบกับการลงทุนใน "อสังหาฯ"  ประเภท อื่น ๆ    ประเภทที่เจ็ด  "อสังหาฯ" ประเภทคอนโดมิเนียม  อาจจะเป็นประเภท "Luxury Condominium" หรือ  "Economy Condominium" รวมถึงคอนโดมิเนียมที่มีทำเลที่ตั้งอยู่ตามสถานที่ท่องเที่ยว  ไม่ว่าจะเป็นชายทะเลหรือเชิงเขา   ประเภทที่แปด  คือ  "อสังหาฯ"  ประเภท   "บ้านจัดสรร"  ซึ่งเป็นการลงทุนอสังหาฯ ที่ก็มีความสลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้น     และต้องการที่ปรึกษาที่เป็น "มืออาชีพ" ในหลากหลาย "มิติ"  และประเภทสุดท้าย   คือ  ประเภทที่ 9  คือ  "อสังหาฯ"  แบบผสมผสานที่ไม่มีรูปแบบที่ตายตัว  เช่น  ในที่ดินแปลงหนึ่งอาจจะพัฒนาเป็นอาคารพาณิชย์,ทาวเฮ้าส์,  โฮมออฟฟิศ,อพาร์ทเม้นท์,โรงแรม,คอนโดมิเนียมฯลฯ  และบ้านจัดสรรอยู่รวมในโครงการเดียวกัน   จึงมักจะเป็นการพัฒนาบนที่ดินที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่

ทั้ง  9  ประเภทที่ผมกล่าวมานี้ เป็นส่วนหนึ่งของ  36  ประเภท  ในการลงทุนที่หลากหลายของ "อสังหาริมทรัพย์" ที่ผมได้ทำการวิเคราะห์แบบเจาะลึกเอาไว้ก็ค่อย ๆ  เรียน ค่อย ๆ  รู้กันไปครับ  ผมนึกถึงคำพูดของ  "ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล"  ครั้งสมัยผมทำงานร่วมกับ "มูลนิธิชัยพัฒนา" ท่านมักจะเน้นย้ำเสมอถึงวิถีคิดที่ว่า  "เข้าใจ  เข้าถึง จึงพัฒนา"  ที่ในหลวง "รัชกาลที่  9"  ได้ทรงพระราชทานมาให้เพื่อเป็นแนวทางการลงมือปฏิบัติงาน   ที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง  ยกตัวอย่างเช่น  ผมคิดที่จะลงทุนใน "อสังหาริมทรัพย์" แต่ผมกลับไม่มีความ  "เข้าใจ" ในการลงทุนอย่างถูกต้องและถ่องแท้ว่า "อสังหาริมทรัพย์" นั้นแท้จริงคืออะไร  มีกี่ประเภทที่น่าลงทุน  มีความเสี่ยงมากน้อยเพียงใดและมีกระบวนการวิเคราะห์ความเสี่ยงจนถึงระดับวิกฤติอย่างไร ("Worst-Case  Scenario  analysis")  และต้องเตรียมการที่จะเปิด  "ทางถอย" อย่างไร  

แต่ในความเป็นจริงเมื่อนักลงทุนอสังหาฯ ไม่  "เข้าใจ"  ก็จะไม่สามารถ  "เข้าถึง"  ว่ามีทรัพยากรเพียงพอหรือไม่และทรัพยากรที่มีนั้นมีความเหมาะสมหรือไม่เพียงใด  ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมทำเลที่ตั้ง  สภาพคล่องของเงินทุนที่มี (Cash  Flow)   ตลอดไปจนถึงบุคลกรที่จะเข้ามาบริหารจัดการไม่ใช่เพียงแค่  การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการแต่จะครอบคลุมไปถึง  การออกแบบทั้งทางสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม    การบริหารการจัดการก่อสร้างให้เป็นไปตามแผนงาน  การทำการตลาดและการส่งมอบอสังหาริมทรัพย์ให้แก่ผู้ที่ซื้อหรือผู้ที่เช่า   ไปจนถึงการบริหารจัดการหลังจากการก่อสร้างแล้วเสร็จ  จะเห็นได้ว่ากระบวนการ  "เข้าใจ  เข้าถึง  จึงพัฒนา"  นั้นมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งครับ

มีคำพูดว่า "กระดุมเม็ดแรกกลัดผิด  กระดุมเม็ดต่อไป  ถึงจะตั้งใจมุ่งมั่นทุ่มเทกลัดสักเพียงใดก็จะผิดหมด"   

ผมจึงตัดสินใจบรรยายให้ความรู้เป็นวิทยาทานให้กับบรรดาแฟน ๆ ชาว "คนรักบ้าน" ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการลงทุน "อสังหาฯ" ทั้ง  9  ประเภท ในวันเสาร์ที่ 23   เดือนกันยายนนี้ครับ  ซึ่งจะรับจำนวนจำกัดจริง ๆ เพียง  30  ท่าน  เพราะห้องบรรยายจุได้เพียงแค่นี้ครับ  ท่านที่สนใจก็สำรองจองที่นั่งเพื่อรับฟังการบรรยายในหัวข้อ " 9  อสังหาฯ พารวย"  กับ "อาจารย์เชี่ยว  ชอบช่วย"  ได้โดยด่วนที่เบอร์  099-9790151  และ  02-2451399   ครับ    ย้ำนะครับการบรรยายฟรีแบบนี้นานทีปีหนจึงห้ามพลาดโดยเด็ดขาด  มา "เข้าใจ  เข้าถึง  จึงพัฒนา"  เพื่อให้การลงทุนใน "อสังหาริมทรัพย์" ของท่านจะได้เป็นการลงทุนที่ "อยู่รอดปลอดภัย"  และ  "คืนทุนไว"  แล้วผมจะรอพบทุกท่านครับ

“ชีวาโคซี่” (Chiva Cozy) ที่ลงตัว แบบ “5 in 1”

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว  "คนรักบ้าน"  สาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้  ผมภูมิใจนำเสนอ  "อาคารพาณิชย์" + "โฮมส์ออฟฟิศไม่บานสายพันธุ์ใหม่" แบบ   "5 in 1"  ซึ่งเป็นการรวบรวมกิจกรรมต่าง ๆ ที่หลากหลายถึง  5  ประเภท เข้าด้วยกันอย่างลงตัว    โดยใช้ชื่อว่า  "ชีวาโคซี่" (Chiva Cozy)  ที่ตั้งอยู่ย่าน  "มหาวิทยาลัยหอการค้า" แค่วิธีคิดแบบ "5 in 1" ผมก็อดที่จะตื่นเต้นไม่ได้ครับ    ยิ่งได้เห็นเมื่อ  "ชีวาโคซี่" แล้วเสร็จก็ต้องอึ้งทึ่ง ครับว่า เป็น  "อาคารพาณิชย์" + "โฮมส์ออฟฟิศไม่บาน"  สายพันธุ์ใหม่ แบบ  "5 in 1" โดยแท้จริง

            การใช้สอยพื้นที่ทุกตารางเมตรอย่างคุ้มค่าก่อให้เกิด "ประโยชน์สูงและประหยัดสุด" แบบ  "5 in 1" ในความหมายของผมนั้นคือ     การรวมกิจกรรมที่หลากหลาย  5  ประเภทเข้าด้วยกัน  ยอมรับครับว่าเป็นการผสมผสานกันอย่างลงตัวและกลมกลืนอย่างไม่มีที่ติ  กิจกรรมแรก  คือ  กิจกรรม"Co-Living  Space" +  "Art Space"  ซึ่งหมายถึงพื้นที่ทำกิจกรรมที่มีลักษณะคล้าย  " Co-Working Space" ที่กำลังเป็นที่นิยมกันครับ  เป็นที่นั่งเล่นเย็นสบาย ๆ   ชื่นชมงานศิลปะและ   "สิ่งละอันพันละน้อย"  ที่นำมาตกแต่งแบบ  "Mix and Match"  รวมถึงงานนิทรรศการศิลปะร่วมสมัย  ที่มีบรรดาศิลปินน้อยใหญ่ต่างก็มีโปรแกรมนำงานศิลปะออกมาแสดง  ในรูปแบบ  "Art-Exhibition"  ก็เหมือนการนั่งชิลล์ ๆ อยู่ใน  "Art  Gallery"  อย่างใดอย่างนั้นครับ    กิจกรรมที่  2  คือ  บริเวณคอฟฟี่ช๊อปที่ให้บริการน้ำชา  กาแฟไม่ว่าจะเป็น "เอสเปรสโซ",  "คาปูชิโน",  "ลาเต้",  "อเมริกาโน่"  ฯลฯ    และเครื่องดื่มต่าง ๆ  รวมถึงเบเกอรี่ หลากหลายประเภทและไอครีมรสเลิศที่ห้ามพลาดโดยเด็ดขาด     กิจกรรมที่  3   คือ   ร้านอาหารตามสั่ง    ที่เมนูเต็มไปด้วยอาหารเลิศรสหลากหลายชนิดทั้งอาหารยอดนิยมของบ้านเราเช่น  ข้าวผัดกระเพราไก่กรอบซึ่งเป็นสูตรเด็ดของร้าน   รวมไปถึงอาหารต่างประเทศที่หลากหลาย  เช่น  พิซซ่า,เสต็ก,สปาเก็ตตี้  ฯลฯ ในราคาย่อมเยา   กิจกรรมที่  4    คือ มินิอพาร์ทเม้นท์  โดยชั้นที่  2  ถึงชั้นที่  5  จัดให้เป็นอพาร์ทเม้นท์รายเดือนก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่ง โดยวัดจากการติดป้ายมีห้องว่างให้เช่าในเวลาเพียงไม่กี่วันก็มีคนมาจองเต็มทุกห้อง   กิจกรรมที่  5  ก็เป็นกิจการประเภท "โฮสเทล"  ซึ่งเป็นที่นิยมของคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเภท "สตาร์ทอัพ"  เพื่อรองรับนักเดินทางแบบ  "Backpacker"  ดังนั้นจะได้เห็นได้ว่า "ชีวาโคซี่" เป็น "อาคารพาณิชย์" + "โฮมส์ออฟฟิศไม่บานสายพันธุ์ใหม่  ประเภท  "5  in  1"  อย่างแท้จริง   ไม่ว่าสภาวะเศรษฐกิจเป็นเช่นไร  อย่างไรเสีย  "ชีวาโคซี่"  ก็จะสามารถอยู่รอดปลอดภัยและสามารถคืนทุนได้ไว  สำหรับมือใหม่หัดขับประเภท "Start Up" ที่สนใจลงทุนใน "อสังหา ฯ ไม่บาน"   ประเภท  "อาคารพาณิชย์" + "โฮมส์ออฟฟิศ"  ก็น่าจะลองเอาแนวคิดที่ผมกำลังนำเสนออยู่นี้นำไปปรับประยุกต์ใช้  รับรองว่าได้ผลดีเป็นอย่างยิ่งครับ

            สำหรับแนวคิด "อาคารพาณิชย์" + "โฮมส์ออฟฟิศ"  แบบ  "5 in  1"  ของ "ชีวาโคซี่" ก็เกิดมาจากการทำงานร่วมกันของผมกับชาว  "คนรักบ้าน"  รุ่นเยาว์  คือ "น้องพูน"  ที่ได้ค่อย ๆ คิดค่อยพัฒนา "Concept"  ดังกล่าวมาตั้งแต่อายุ  17  ปี  และใช้เวลา "ลองผิดลองถูก" ลองลงมือทำมา  3  ปี  จน  "ชีวาโคซี่" ได้ "ตกผลึก"กลายเป็น  "อาคารพาณิชย์" +  "โฮมส์ออฟฟิศสายพันธุ์ใหม่ แบบ  "5  in  1"  ดังที่แฟน ๆ  ชาว  "คนรักบ้าน"  กำลังได้ชื่นชมกันอยู่     ผมมีคติในการทำงานตามแนวทางที่ "บุพการี" ได้สอนไว้ว่า  "ถ้าไม่ล้มเลิกก็ไม่ล้มเหลว"  และ "ไม่ยอมแพ้ก็ไม่พ่ายแพ้"  ทั้งยังต้องเป็นกระบวนการทำงานที่มีเป้าหมายที่ชัดเจน  เป็นกระบวนการทำงานแบบไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค  จะว่าไปแล้ว   "ชีวาโคซี่" ของ  "น้องพูน"  ก็เป็นหนึ่งในคำตอบนี้ครับ     จากการที่ได้ลองผิดลองถูกกันมานาน   พอเห็นผลลัพธ์ที่ออกมาแบบ "5 in 1"  ก็หายเหนื่อยครับ  เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ได้มาจากการลงมือปฏิบัติจริง  เผชิญกับปัญหาอุปสรรคจริง  จนหาจุดร่วมที่ลงตัวของกิจกรรมทั้ง  5  ประเภทได้สำเร็จงดงามจริง  และข้อสำคัญก็ให้เกิดความเชื่อมั่นในศักยภาพของตัว "น้องพูน" เอง  จากรายรับรวมเดือนละกว่า  350,000  บาท++  อันเป็นรายได้เกิดจากกิจกรรมทั้ง  5  ประเภทที่กล่าวมา  สำหรับบางท่านคิดว่าอาจจะไม่ใช่ตัวเลขของรายรับต่อเดือนที่มากมายนัก   แต่สำหรับวัยรุ่นที่อายุ  19  ย่าง  20  ปี  ยังเรียนอยู่ในคณะทันตแพทย์ ปี 2  ย่างปี 3 ก็ถือได้ว่าเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่และผมเชื่อว่าหากยังมุ่งมั่นที่จะเดินต่อไปข้างหน้าพัฒนา "ชีวาโคซี่" แบบ  " 5 in 1" ให้ดียิ่งๆ  ขึ้น  "น้องพูน" ก็น่าจะเป็นหนึ่งในวัยรุ่นที่  "อายุน้อยร้อยล้าน" อย่างแน่นอนครับ   

นอกจากนั้นผมก็เชื่อว่าอีกไม่นาน คงเห็นการขยายตัวไปอีกหลายสาขาของ  "ชีวาโคซี่" ซึ่งเป็น "อาคารพาณิชย์" + "โฮมส์ออฟฟิศไม่บาน" สายพันธุ์ใหม่ แบบ  "in  1"  กระจายออกไปตามที่ต่าง  ๆ   ครับ  

สำหรับท่านที่สนใจแนวทางการพัฒนาอสังหาฯ ในรูปแบบนี้    ก็สามารถติดต่อสอบถามได้ที่เบอร์  081-4218323  ก็ยินดีตอบทุกคำถามจากท่านที่สนใจ   จะว่าไปแล้วก็อยากให้แฟน ๆ ชาว "คนรักบ้าน" ไปชมของจริงให้เห็นกันกับตากันจะ ๆ ครับ   ผมเชื่อว่าท่านก็จะ อึ้ง  ทึ่ง  แบบผม  ว่าทำได้อย่างไรแบบ  "5  in 1" ลักษณะนี้   และเป็นอีกหนึ่ง  "ทางเลือกอันเป็นทางรอด" ของการพัฒนา "อสังหาริมทรัพย์" ประเภท "อาคารพาณิชย์" + "โฮมส์ออฟฟิศไม่บาน" สายพันธุ์ใหม่  เป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งครับ    

สาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้คงมีเพียงแค่นี้   แล้วพบกับสาระน่ารู้กันได้ใหม่ในครั้งหน้าครับ

“ชีวาโคซี่” ความลงตัวของ “อาคารพาณิชย์” แบบ “5 in 1”

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว "คนรักบ้าน"  สำหรับสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้ก็เป็นอีกหนึ่งในความภาคภูมิใจของผมที่จะนำเสนอการผสมผสานกันอย่างลงตัวของ  "อาคารพาณิชย์", "โฮมส์ออฟฟิศ" + "มินิอพาร์ทเม้นท์" + "โฮสเทล"  แบบ  "5 in 1"  ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแนวทางของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รูปแบบใหม่ที่ร่วมสมัยเป็นอย่างยิ่ง  สืบเนื่องมาจากมีชาว "คนรักบ้าน"  รุ่นเยาว์เพิ่งจะมีอายุครบ   20  ปีบริบูรณ์  ท่านหนึ่งคือ "น้องพูน" ได้ร้องขอให้ทำการปรับปรุง  "อาคารพาณิชย์" เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ  เพราะโดยปกติแล้วใช้เฉพาะชั้นล่าง  ในส่วนชั้น 2    ถึงชั้น  5 ก็ปิดทิ้งไว้มานานหลายปีให้ฝุ่นเกาะ,หยากไย่จับ   ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร  เป็นการใช้พื้นที่อย่างไม่คุ้มค่า  น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง  มิหนำซ้ำยังอยู่ในทำเลที่ดีมีผู้คนพลุกพล่าน "อาคารพาณิชย์" ของ "น้องพูน" ที่ผมพูดถึงนี้อยู่ย่าน "มหาวิทยาลัยหอการค้า"   ซึ่งมีบรรยากาศคึกคักครึกครื้นอยู่ตลอดเวลาตั้งแต่เช้า  สาย  บ่าย  ค่ำ  จวบจนดึกดื่น  ถือว่าเป็นอีกย่านหนึ่งที่มีชีวิตชีวามากครับ   ผมจึงรับปากที่จะทำการออกแบบ,ปรับปรุงตกแต่งเพื่อฟื้นคืนชีวิตใหม่ให้กับ "อาคารพาณิชย์"  1  คูหานี้   โชคดีครับที่เป็น  "อาคารพาณิชย์" ที่มีขนาดหน้ากว้าง   5  เมตร  และมีพื้นที่เพิ่มอีก  2  เมตร  เนื่องจากเป็นห้องหัวมุมก็เลยมีพื้นที่หน้ากว้างรวมกันถึง  7  เมตร

ผมได้ใช้เวลาหลายสัปดาห์ครุ่นคิดว่าจะทำอย่างไรดีจนกระทั่ง "ตกผลึก" กลายเป็น "อาคารพาณิชย์"  มีรูปแบบการใช้งานที่ผสมผสานแบบ  "5 in 1"  ที่สามารถรองรับกิจกรรมที่หลากหลายได้ถึง  "5  กิจกรรม"ครับ   กิจกรรมแรก  คือ  "Co-Working  Space"  ของบรรดาผู้คนที่เดินผ่านไปมา   รวมทั้งบรรดานิสิตนักศึกษา  มีการบริการ  "Wifi"  ที่นั่งทำงานแบบผ่อนคลายสบาย ๆ  มีบรรยากาศโล่ง  โปร่ง  กิจกรรมที่  2   เป็น "Art  Gallery"  และ  "Art Space"  สำหรับจัดแสดงผลงานนิทรรศการทางศิลปะและการออกแบบ    อาทิเช่น  นิทรรศการภาพถ่าย  ตลอดจนกิจกรรมการเรียนรู้ศิลปะแขนงต่าง ๆ   กิจกรรมที่  3  เป็น "Coffee Shop" ให้บริการชา  กาแฟ  ที่ดี และมีคุณภาพ  ไม่ว่าจะเป็น   อเมริกาโน่,  เอสเปรสโซ่,  ลาเต้  ฯลฯ   รวมถึงร้าน "เบเกอรี่" ที่มีเค้กรสเลิศหลากหลายชนิดไว้ให้บริการ   กิจกรรมที่  4  คือ  เป็น  "ร้านอาหาร"  มีทั้งอาหารตะวันตก  ซึ่งรวมไปถึงพิซซ่า,  เสต็ก,  สปาเก็ตตี้,  ลาซานญ่า  ฯลฯ  แต่ก็ไม่ลืมอาหารไทยประเภทข้าวผัดกระเพราไก่ไข่ดาว ที่ผมชอบ    กิจกรรมที่  5  คือ  "มินิอพาร์ทเม้นท์" , "โฮสเทล"  หรือ  "เกสเฮ้าส์"  โดยจัดให้เป็นโซนพักอาศัยตั้งแต่ชั้น  2  ขึ้นไป   สามารถจัดได้ถึง  8  ห้องนอน  8  ห้องน้ำ  ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อครับ  เพราะนับไปนับมารวมแล้ว  5  กิจกรรมแบบ  "in 1"  จริง ๆ  และที่สำคัญคือได้เปิดดำเนินการจริง  โดยได้ทำการ  "Soft  Opening" เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว  ก็ได้รับความสำเร็จจนเกินคาด  มีผู้คนเข้ามาใช้บริการอย่างล้นหลาม  ก็อดชื่นใจแทน  "น้องพูน"  เจ้าของ  "ชีวาโคซี่" ไม่ได้ครับ

สำหรับผมแล้วใครทำอะไร ๆ  แล้วได้ดี  ประสบความสำเร็จก็พลอยยินดีกับเขาด้วย  ซึ่งจะว่าไปแล้ว  "น้องพูน" เจ้าของร้านก็ยังเป็นเด็กวัยรุ่นอยู่ครับ    เรียนอยู่ปี 2 กำลังจะขึ้นปี 3  คณะทันตแพทย์  ก็น่าชื่นใจครับ  ที่เห็นเด็กรุ่นใหม่ ๆ  มีความมุ่งมั่นทำกิจการงานที่ตัวเองชื่นชอบควบคู่ไปกับการเรียน  เลยทำให้มีความรู้จริงในกิจการนั้น ๆ   ทั้งยังมีแนวโน้มว่าพอได้ดำเนินกิจการไปได้สักพัก     ให้ระบบการบริหารจัดการลงตัวแล้วก็จะขยายสาขา  โดยอาจทำเป็น "เชน" หรือ "แฟรนไชส์"  ก็มีความเป็นไปได้สูงครับ  เพราะในแทบทุกพื้นที่,ทุกจังหวัดของประเทศของจะพบว่ามี "อาคารพาณิชย์"  หลายหลังก็ตั้งอยู่ในทำเลที่ดีและก็ไม่ได้ใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า     "ชีวาโคซี่"  ที่ย่าน "หอการค้า" ก็เป็นหนึ่งของบทพิสูจน์ครับว่าสามารถทำได้

สำหรับท่านที่สนใจหรือสอบถามรายละเอียดของ "ชีวาโคซี่" ซึ่งมีสโลแกนว่า   "Simple Beauty   By Poon"  ที่มี  "ความงามง่าย" ภายใต้การบริหารกิจการโดย  "น้องพูน"  ก็สามารถติดต่อสอบถามหรือมาเยี่ยมชมได้   สำหรับท่านที่มี  "อาคารพาณิชย์"  ในทำเลที่เหมาะสม ต้องการปรับปรุงเพื่อใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่  "Case Study"  ของ "ชีวาโคซี่"  แบบ "5  in  1"  นี้ ก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งครับ 

"สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น" ครับ  ผมเองก็อึ้งทึ่งมาแล้วกับ "โปรเจ็ค" นี้ครับสำหรับท่านที่สนใจในรายละเอียด ของการพัฒนา "อาคารพาณิชย์" + "โฮมส์ออฟฟิศ" + "มินิอพาร์ทเม้นท์" + "โฮสเทล" แบบ "5 in 1"  ก็สามารถโทรมาสอบถามเพิ่มเติมได้ที่  081-4218323   หรือส่งรายละเอียดมาทางอีเมลล์    ผมยินดีตอบทุกข้อข้องใจครับ 

 

<< Start < Previous 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 Next > End >>

Results 1 - 10 of 1845
บ้านไม่บานยอดนิยม อพาร์ตเม้นท์ไม่บานยอดนิยม พิมพ์เขียวแบบบ้าน 999 บาท

 

 

คนรักบ้าน : เจาะลึกเคล็ดลับที่ไม่ลับ กับ โครงการ The Chiva Sanctuary  ตอนที่ 1

 

 

คนรักบ้าน : เจาะลึกเคล็ดลับที่ไม่ลับ กับ โครงการ The Chiva Sanctuary  ตอนที่ 2

 

 



 

 

บ้านไม่บานอัพเดต


สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว  "คนรักบ้าน"  สาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้  ก็เป็นเรื่องราวที่ผมภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งเกี่ยวกับโรงเรียนอนุบาลเล็ก ๆ ที่อยู่ไกลถึงอำเภอ "ฝาง"  จังหวัด "เชียงใหม่"  สืบเนื่องมาจากมีแฟน ๆ ชาว "คนรักบ้าน" ครอบครัวหนึ่งที่บริหารจัดการโรงเรียนในระดับอนุบาลที่ "ฝาง" มีความประสงค์ที่จะขยับขยายและสร้างห้องเรียนใหม่เพิ่มเติมขึ้น  ที่ในสภาพปัจจุบันห้องเรียนเดิมมีขนาดคับแคบเนื่องจากมีนักเรียนเพิ่มจำนวนมากยิ่งขึ้นทุกปี  และเนื่องจากเจ้าของโรงเรียนอนุบาลก็มีอายุพอสมควรแล้วและสุขภาพก็ไม่สู้จะดีนักจำเป็นที่จะต้องไปหาแพทย์อยู่เนือง ๆ  ทั้งยังต้องได้รับการดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชิด   จึงคิดจะส่งต่อโรงเรียนอนุบาลให้กับลูกชายสุดที่รักมารับช่วงต่อในการบริหารจัดการต่อ   จึงตัดสินใจจะปรับปรุง ต่อเติม เพิ่มขยายโรงเรียนอนุบาลขึ้นใหม่ภายใต้งบประมาณที่จำกัด  เพราะไม่ต้องการทำอะไรจนเกินความพอเพียงของครอบครัว...

อ่ า น ต่ อ . . .

“โฮสเทลไม่บาน” ที่ “ช้างคลาน”




สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว "คนรักบ้าน" สาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้ก็สืบเนื่องจากแฟน ๆ ชาว  "คนรักบ้าน"  ท่านหนึ่งมีอาคารพาณิชย์อยู่ทำเลที่ดีเยี่ยมย่าน "ช้างคลาน" ใจกลางเมือง "เชียงใหม่"    ซึ่งปัจจุบันก็ปิดทิ้งไว้ไม่ได้ทำประโยชน์อันใด  เพราะจะทำกิจการการค้าในช่วงสภาวะเศรษฐกิจตกสะเก็ดดังเช่นในปัจจุบันก็ดูเหมือนจะไม่เข้าท่าเข้าทีเลยมีดำริว่าน่าจะปรับปรุงให้เป็น "โฮสเทลไม่บาน" ก็น่าจะเป็นการใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่ามากกว่า   เพราะโดยปกติแล้วการเปิดกิจการค้าขายในอาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่มักจะใช้พื้นที่เฉพาะชั้นหนึ่งเท่านั้น      แต่สำหรับชั้น  2   ขึ้นไปก็มักจะใช้พื้นที่ไม่ค่อยคุ้มค่าเท่าไรนัก  ส่วนใหญ่ที่ผมเห็นมักใช้เป็นพื้นที่เก็บของ เก็บสินค้า   หรือเป็นที่พักของพนักงานหรือปิดทิ้งไว้เฉย ๆ ให้ฝุ่นจับ เป็นการใช้ทรัพยากรอย่างเปล่าประโยชน์ครับ  และในขณะที่สภาพเศรษฐกิจการค้าการขายโดยรวมตกอยู่ในสภาพเศรษฐกิจตกสะเก็ด... 

อ่ า น ต่ อ . . .
คลินิกคนรักบ้าน

“นวัตกรรมอสังหาริมทรัพย์”

การลงทุนอสังหาริมทรัพย์โครงการน้อยใหญ่ไม่ว่าจะเป็น "บ้านเดี่ยว", "บ้านแฝด", "ทาวเฮ้าส์", "อาคารพาณิชย์",  "โฮมส์ออฟฟิศ",  "มินิอพาร์ทเม้นท์",  "อพาร์ทเม้นท์",  "บูทิคอพาร์ทเม้นท์",  "เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์",  "บูทิคโฮเทล",  "โรงแรม",  "รีสอร์ท",  "คอนโดมิเนียม",   "บ้านจัดสรร"  ฯลฯ   ไม่ว่าจะต้องใช้งบประมาณในการลงทุนมากหรือน้อยเพียงใดสำหรับผมแล้วทุกโครงการจะต้องเป็น "นวัตกรรมอสังหาริมทรัพย์" หรือ  "Real Estate Innovation"

 

อ่ า น ต่ อ . . .

Homeloverthai Multimedia
Homeloverthai Multimedia
รายการคนไทยไม่ท้อ >>  

รายการ แผ่นดินพอเพียง   

Homeloverthai Multimedia
Homeloverthai Multimedia
Homeloverthai Multimedia
 

นิตยสารบ้าน+อพาร์ตเม้นท์ไม่บานกับ อ.เชี่ยว ฉบับสะสม
นิตยสารบ้าน+อพาร์ตเม้นท์ไม่บานกับอ.เชี่ยว ฉบับสะสม เหลือเพียง 6 เล่ม
(เล่ม 7,8,9,10,11,12)  ราคาชุดละ 300 บาท  รวมค่าจัดส่งแบบลงทะเบียน
รายละเอียดการโอนเงิน
ชื่อบัญชี ภัทรพล   เวทยสุภรณ์  ธนาคารกรุงเทพ ฯ  สาขาห้วยขวาง  ประเภทสะสมทรัพย์  บัญชีเลขที่  1764267272
แฟกซ์ pay  in
พร้อมระบุชื่อที่อยู่   หมายเลขโทรศัพท์ และ เล่มหนังสือที่สั่งซื้อ   มาที่หมายเลข  02-6441479 หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-2451399 และ 02-6441478 หรือ สำนักงานบ้านไม่บาน  เลขที่ 1  ซ.ประชาสงเคราะห์ 12   แขวงดินแดง  เขตดินแดง  กทม.  10400