สมัครงานกับทีมงานบ้านไม่บาน คลิกอ่านรายลัเอียดด้านใน

โปรดระวังบุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว   ชอบช่วย หรือ   ผศ.ดร.ภัทรพล   เวทยสุภรณ์  และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง  ฯลฯ  ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ  ทั้งสิ้น  หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์   02-2451399  หรือ  02-6441478  เท่านั้น
บุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว ชอบช่วย หรือ ผศ.ดร.ภัทรพล เวทยสุภรณ์ และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง ฯลฯ ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์ 02-2451399 หรือ 02-6441478 เท่านั้น

ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ "ตักศิลา คเณศ์ธร"

  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
ครบรอบ 120 ปี “ศิลป์ พีระศรี”
ครบรอบ 120 ปี "ศิลป์ พีระศรี"

“เมทริกซ์” ซ้อน “เมทริกซ์” หรือ “ตรรกะ” ซ้อน “ตรรกะ”

            ตลอดระยะเวลาสองอาทิตย์ที่ผ่านมาเศรษฐกิจโลกผันผวนเป็นอย่างยิ่งครับ โดยเริ่มต้นจาก "จีน" ที่ลดค่า "เงินหยวน" ติดต่อกันหลายครั้งภายในเวลาเพียง 1 อาทิตย์ ทำให้ค่า "เงินหยวน" จากเดิม 8.27 หยวน/ดอลลาร์สหรัฐ กลายเป็น 6.33 หยวน/ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อ "จีน" ซึ่งเป็นยักษ์ทางเศรษฐกิจของโลกมีอาการครั่นเนื้อครั่นตัว ดูเหมือนว่าจะเป็นไข้หวัดใหญ่เรื้อรัง โดยมีอาการไอ จาม เป็นระยะ ๆ ทำให้โลกทั้งโลกก็พลอยป่วยไปด้วยครับ การส่งออกของ "ไทย" โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่งไป "จีน" มีปัญหาขึ้นทันที ผลคือ ราคาน้ำมันในตลาดโลกก็ลดต่ำอย่างมีนัยยะที่สำคัญลงจนเกือบไปแตะที่ 30 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งถือว่าเป็นการตกต่ำของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก และยังมีการคาดการณ์ว่าจะตกต่ำหนักลงไปกว่านี้ (เผลอ ๆ ลงไปใกล้ 20 ดอลลาร์/บาร์เรล) ในขณะเดียวกันราคาทองคำที่ควรจะพุ่งสูงขึ้นก็ขึ้นได้แป๊บเดียวแล้วก็ตกลงมาอีกเช่นกัน ไม่ต้องพูดถึงตลาดหุ้นก็ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง เริ่มตั้งแต่ "จีน" ลามไปทั่ว "เอเชีย" ลามไป "ยุโรป" และ "อเมริกา" เหมือนเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ระบาดของโลกเศรษฐกิจการลงทุน ตลาดหุ้นไทยก็บอบช้ำครับ ซึ่งถ้าติดตามบทความของผมมาโดยตลอด รวมทั้งไปฟังการบรรยายของผมมาอย่างต่อเนื่อง ผมได้ฟันธงลงไปตั้งแต่ต้นปีแล้วว่าในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้หนักหนาสาหัสแน่ ซึ่งผมใช้หลัก "เมทริกซ์" ซ้อน "เมทริกซ์" หรือ "ตรรกะ" ซ้อน "ตรรกะ" ในการอธิบายและคาดเดาสถานการณ์ที่เกิดขึ้นครับ

            คงต้องยอมรับนะครับว่าเศรษฐกิจโลก "ทุนนิยม" ในปัจจุบันเป็น "มันนี่เกมส์" (Money Game) หรือ "เกมส์ในการลงทุนทางการเงิน" ซึ่งเกี่ยวร้อยกันถักทอเป็นสายใยเชื่อมโยงติดต่อกันเป็นระบบ โครงข่าย "ใยแมงมุม" ที่ครอบคลุมไปทั่วโลกที่ผมเรียกว่าเป็น "เมทริกซ์" ซ้อน "เมทริกซ์" หรือ "ตรรกะ" ซ้อน "ตรรกะ" อาจดูเหมือนว่าเป็นระบบที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนและยากเกินการควบคุม,คาดเดาและทำความเข้าใจ แต่แท้จริงแล้วหากตั้ง "สติ" แล้วใช้ "ปัญญา" ศึกษาให้ลึกลงไปถึง "แก่น" ก็พอที่จะจับใจความได้และทำความเข้าใจได้ไม่ยากจนเกินความสามารถครับ ถึงแม้จะไม่เข้าใจในรายละเอียดปลีกย่อย แต่ก็พอที่จะเข้าใจในโครงสร้างต่าง ๆ ของ "เมทริกซ์" ก็จะสามารถคาดเดาถึงและผลกระทบที่กำลังจะตามมา ทำให้สามารถเตรียมตัวเตรียมใจและเตรียมที่จะรับมือกับผลกระทบที่รุนแรงที่อาจเกิดขึ้น

            แนวคิด "ตรรกะ" ซ้อน "ตรรกะ" หรือ "เมทริกซ์" ซ้อน "เมทริกซ์" , เป็นกระบวนการทางความคิดที่ผมได้พัฒนาขึ้นมาจากความซับซ้อนเนื่องจากในปัจจุบันสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง ดูเหมือนว่าจะมีความซับซ้อนมากกว่าในอดีต อาจจะเป็นผลมาจากการพัฒนาโครงข่ายการสื่อสาร "ดาวเทียม" ผ่านระบบ "ดิจิตอล" ที่รวดเร็วและมีพลัง เป็นผลให้ปฏิกิริยาต่าง ๆ ถูกเร่งให้เร็วขึ้นสามารถเชื่อมโลกทั้งโลกให้เล็กลง ดังนั้นแนวคิดเชิง "ตรรกะ" เป็นชั้นเดียวในอดีต ซึ่งเป็นสมการ "ลินเนีย" (Linear) ที่ใช้การไม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพดังเช่นที่เคยเป็นมา ยกตัวอย่างเช่น ทฤษฎีของ "นิวตัน" และทฤษฎีของ "แม็กเวล" ที่เคยใช้การได้ดีในอดีตก็ใช้การไม่ได้ ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยเหตุและผลแบบเดิม ๆ เกิดเป็นแนวคิดที่เรียกกันว่า "เคออทิก" (Chaotic) คือ "ความสับสนวุ่นวาย" ยากเกินคาดเดา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการคิดโดยสมการชั้นเดียวไม่สามารถตอบโจทย์ได้แล้วครับ

            ผมเชื่อว่าท่านผู้อ่านกว่าครึ่งกำลังมึนงงสับสนอยู่ว่าผมกำลังพยายามที่จะบอกอะไร ซึ่งแนวคิดเหล่านี้ผมเรียกว่า"เมทริกซ์" ซ้อน "เมทริกซ์" และผมเชื่อว่า "เกมส์ทางการเงิน" หรือ "Money Game" ของระบบ "ทุนนิยม" (Capitalism) ที่กำลังเกิดขึ้นในเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันเป็นการประลองกำลังกันของชาติมหาอำนาจ ซึ่งต้องการทดสอบอะไรบางอย่าง เป็น"เมทริกซ์" ซ้อน "เมทริกซ์" ดังนั้นเราจำเป็นที่จะต้องมี "สติ" และไม่ตกใจหรือ "แพนิค" (Panic) เพราะอีกไม่ช้าไม่นาน"เมทริกซ์" ก็จะหายไป และจะเกิดมี "เมทริกซ์" ใหม่ที่อาจจะรุนแรงน้อยกว่าหรืออาจจะรุนแรงมากกว่าเดิมเข้ามาแทนที่ต่อเนื่องกันไป เหมือนกับกระแสคลื่นในทะเลครับ ก็เปรียบเราเหมือนกับสาหร่ายในทะเลที่จำเป็นต้องเคลื่อนตัวพลิ้วไปยืดหยุ่นไปตามทิศทางของกระแสคลื่นและความรุนแรงของคลื่น ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องรู้จักผ่อนหนักให้เป็นเบา ต้องรู้จักพลิ้วและไหวแต่ต้องไม่ขาดซึ่ง "จุดยืน" ครับ

            เอาไว้อีกสองสัปดาห์หน้าผมจะมาขยายความถึงแนวคิด"เมทริกซ์" ซ้อน "เมทริกซ์" หรือ "ตรรกะ" ซ้อน "ตรรกะ" ว่ามีความสำคัญอย่างไร และทำไมเราจำเป็นต้องเรียนรู้อยู่ร่วมกับ"เมทริกซ์" ที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนเหล่านี้ครับ

“มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บานฝาแฝด”

          สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" รูปแบบของ "มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" แบบ "ฝาแฝด" ที่ผมภูมิใจนำเสนอในสัปดาห์นี้ก็เพื่อต้อนรับยุคเศรษฐกิจตกสะเก็ดที่หุ้นตกกราวรูดไปทั่วโลก โดยเริ่มจาก "จีน" ลดค่า "เงินหยวน" แล้วก็รุกลามบานปลายจนเกิดปรากฏการณ์หุ้นตกระเนระนาดกันทั่วโลกทั้งเอเชีย,ยุโรปและอเมริกาครับ มิหนำซ้ำก็ยังดึงเอาราคาน้ำมันในตลาดโลกตกตามไปด้วย ไม่เว้นแม้กระทั่งทองคำ การปรับลดค่า "เงินหยวน"ของ "จีน" ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงเป็นลูกโซ่จริง ๆ ครับ ส่งผลให้การส่งออกของเราไปยัง "จีน" มีปัญหาทันทีครับ ประมาณคร่าว ๆว่า การส่งออกของ "ไทย" ไป "จีน" ใน "ไตรมาส" นี้จะลดฮวบฮาบลงไปกว่า 20% เพราะการลดค่า "เงินหยวน" จะส่งผลให้สินค้าไทยมีราคาแพงขึ้นทันที สาเหตุมาจากอัตราแลกเปลี่ยนครับ ก็อดเป็นห่วง "ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์" ที่ท่านเพิ่งเข้ารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลด้านเศรษฐกิจ ก็คงต้องเหนื่อยหนักแน่ครับในคราวนี้ เพราะงานเข้าตรง ๆ เต็ม ๆ ในช่วงเข้ารับตำแหน่งพอดี ในช่วงยุคเศรษฐกิจตกสะเก็ดสภาวะเงินฝืดเคืองที่ทุกคนต้องรัดเข็มขัดเช่นนี้ คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการน้อมนำเอาแนวคิด "เศรษฐกิจพอเพียง" (Sufficiency Economy) นำมาปรับประยุกต์ใช้ก็คงจะสามารถช่วยประคองให้อยู่รอดปลอดภัย กลับไปใช้ชีวิตแบบ "งามง่าย พอเพียง" แบบรุ่นพ่อ,รุ่นแม่หรือรุ่นปู่,ย่า,ตา,ทวด ในอดีตที่อะไรควรใช้ก็ใช้, อะไรควรซื้อก็ซื้อ, อะไรไม่จำเป็นก็ลด ละ เลิก , ไม่ใช้ก็ไม่ซื้อ บางครั้งการแก้ปัญหาที่สลับซับซ้อนและปัญหาที่หนักหนาสาหัส ดูเหมือนจะแก้ได้ยาก แต่แท้จริงแล้วก็แก้ได้ง่าย ๆ โดยการเริ่มต้นของการแก้ปัญหาจากตัวเรานี่แหละครับ

“มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บานฝาแฝด”

          สำหรับในสัปดาห์นี้ผมจะนำท่านกลับมาสู่ "แก่น" อันเป็นพื้นฐานหรือ "เบสิค" ของการลงทุนทำ "อพาร์ทเม้นท์ไม่บานขนาดเล็ก" ที่ผมเรียกว่า "มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งกับสถานการณ์ในปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ผมเชื่อครับว่าจะมีปัญหาทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองอีกมากที่รอเราอยู่ในอนาคต ดังนั้นจะทำกิจการงานใด ๆ ก็ขอให้เริ่มต้นด้วยความไม่ประมาท รวมทั้งถ้าคิดจะ "รุก" บุกไปข้างหน้าก็อย่าลืมเปิด "ทางถอย" เมื่อสถานการณ์ไม่เป็นอย่างที่คาด จะว่าไปแล้ว "มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" หลังนี้ จัดว่าเป็น "อพาร์ทเม้นท์ไม่บานขนาดเล็ก" มีความสูงเพียง 4 ชั้น ใช้งบลงทุนประมาณ 9-10 ล้านบาท โดยมีห้องพัก 25 ห้อง ที่จริงที่ดินผืนดังกล่าวก็สามารถสร้าง "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ได้สูงสุดถึง 8 ชั้น มีห้องพัก 50-55 ห้อง ต้องใช้งบประมาณในการก่อสร้างประมาณ 20-25 ล้านบาท แต่ในสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่คับขันเช่นนี้ สำหรับนักลงทุนประเภท "มือใหม่หัดขับ" ยังขาดความชัดเจนกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายว่าเป็นคนกลุ่มใดจะเก็บค่าเช่าเดือนละเท่าไหร่ดี ระหว่าง 3,500-4,500 บาท และประกอบกับยังไม่เคยมีประสบการณ์ในการบริหารจัดการอพาร์ทเม้นท์ รู้เพียงแค่ว่าอยากมีธุรกิจ "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" เพื่อให้เป็น "Passive Income" เป็นรายได้แบบ "น้ำซึมบ่อทราย" เผื่อชีวิตในช่วงบั้นปลายหลังเกษียณอายุ จึงอยากเตรียมการลงทุนเอาไว้สำหรับตัวเองในอนาคต เป็นการวางแผนชีวิตอย่างรอบคอบและรัดกุมโดยไม่ประมาท ผมก็เลยแนะนำว่าในสถานการณ์เช่นนี้ไม่ควรจะลงทุนหนักเลยทีเดียว 20-25 ล้านบาท ลองทำดูซักครึ่งหนึ่งประมาณ 9-10 ล้านบาท หากผลออกมาดีก็ค่อย "ต่อยอด" ขยายการลงทุนต่อก็คงไม่เสียหาย ค่อย ๆ เรียน ค่อย ๆ รู้ ค่อยๆ ก้าวไปข้างหน้าแบบไม่รีบไม่เร่งมากจนเกินไป เอาแบบช้า ๆ ชัด ๆ ชัวร์ ๆ ผลออกมาก็กลายเป็น "มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บานฝาแฝด" โดยเริ่มจากการลองทำหลังแรกดูก่อนแล้วค่อยคลี่คลายออกไป ซึ่งท่านเจ้าของก็เห็นดีเห็นงามไปด้วยตามข้อเสนอของผมครับ

          ซึ่งแนวทางในการออกแบบ "มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" เพื่อให้ สวยทน, สวยทาน, สวยนาน, สวยประหยัด, สวยดูดี, สวยมีชาติตระกูล ผมจึงได้ออกแบบให้เป็นสไตล์ "โมเดิร์นคอนเทมโพรารี่" (Modern Contemporary Style) คือ มีกลิ่นอายของความ "ทันสมัยที่ร่วมสมัย" เพื่อให้สามารถปรับประยุกต์ใช้งานได้หลากหลายตามความประสงค์ แต่ก็จะไม่ทันสมัยเกินไป จะทำให้ตกยุคเร็วเพราะผมเชื่อว่า "In Trend" คือ "Out Trend" ครับ และจากการที่วางแผนให้เป็นอาคาร "ฝาแฝด" ก็เพราะกว่าจะสร้างทั้ง 2 ตึกแล้วเสร็จ ก็ใช้ระยะเวลาประมาณ 3-5 ปี ตึกแรกน่าจะใช้เวลาประมาณ 1-2 ปี พอเปิดไปได้สักพัก 1-2 ปี ดูทีท่าว่ากิจการกำลังเดินไปได้ด้วยดีก็จึงจะเริ่มสร้างตึกที่ 2 ดังนั้นอาคารจะต้องมีความงามแบบ "ทันสมัยที่ร่วมสมัย" ซึ่งจะต้อง "ไม่เชย" และ "ไม่ล้าสมัย" เป็นความสวยแบบ "ค่ากลาง" ซึ่งผมเรียกว่าความ "ทันสมัยที่ร่วมสมัย" หรือ "โมเดิร์นคอนเทมโพรารี่" นั่นเองครับ

          ในสภาพเศรษฐกิจและการเมืองที่อึมครึมเช่นนี้ ก็คงไม่มีอะไรดีไปกว่านี้และเหมาะสมไปกว่านี้แล้วครับ ก็อยากให้แฟน ๆ ชาว "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ทั่วประเทศลองนำเอาแนวคิดของผมเช่นนี้ ไปต่อยอดนำไปปรับประยุกต์ใช้กันดูครับ ก็น่าจะเป็นประโยชน์ เพราะช้าหรือเร็วก็บรรลุเป้าหมายปลายทางเหมือนกัน สำหรับท่านที่สนใจในรายละเอียดเพิ่มเติมก็สามารถเข้าเยี่ยมชมได้ในเว็ปไซต์ www.homeloverthai.com สำหรับสัปดาห์นี้ก็มีเพียงเท่านี้ติดตามสาระน่ารู้กันได้ใหม่ในอีกสองสัปดาห์หน้า สำหรับในตอนนี้อยากจะบอกว่าอย่ากังวลไปจนเกินเหตุ ต้องมี "สติ" และเมื่อมี "สติ" แล้ว "เพื่อนแท้" ที่อยู่ในตัวเราคือ "ปัญญา" ก็จะค่อย ๆ เผยตัวออกมาช่วยแก้ "ปัญหา" ซึ่งจะว่าไปแล้วทั้ง "ปัญหา" และ "ปัญหา" ก็ดูจะเป็นของคู่กันครับ ดังนั้นในการแก้ไข "ปัญหา" ไม่ต้องรีบแก้นะครับ ต้องคิดไตร่ตรองให้รอบคอบในทุก ๆ ด้าน แล้วจึงค่อยลงมือ "แน่วแน่ แก้ไขในสิ่งผิด" ก็ฝากกันไว้แค่นี้ครับ

“บ้านไม่บาน” คู่แฝด ประเภท “เอนกประสงค์”

          สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว "บ้านไม่บาน" สำหรับในสัปดาห์นี้ก็เป็นไปตามความเรียกร้องของแฟน ๆ ชาว "เมืองเพชร" ที่ได้ติดต่อเข้ามาให้ผมออกแบบ "บ้านไม่บาน" คู่แฝด ประเภท "เอนกประสงค์ ที่พอนับไปนับมามีห้องรวมกันถึง 15 ห้อง ซึ่งตอนแรกก็ตกใจครับ เพราะผมก็สงสัยว่าบ้านประเภทไหนทำไมจึงจำเป็นต้องมีจำนวนห้องหอมากมายขนาดนี้ แต่พอคุยไปคุยมาก็เลยถึง "บางอ้อ" พอได้รับรู้รับทราบว่า เหตุที่ต้องมีห้องมากขนาดนี้ เพราะนอกจากใช้เป็นที่พักอาศัยแล้ว ในอนาคตก็อาจจะทำเป็นห้องเช่า หรือดัดแปลงเพื่อการใช้งานอย่างอื่นตามวัตถุประสงค์ที่เกิดขึ้นได้หลากหลาย ประกอบกับบุตรชายของเจ้าของบ้านก็เพิ่งเรียนจบแพทย์มาหมาด ๆ ต้องไปใช้ทุนในต่างจังหวัด วันหนึ่งวันใดเมื่อใช้ทุนหมดแล้วก็อาจจะกลับมา "เมืองเพชร" เพื่อมาพักอาศัยที่ "บ้านไม่บาน" คู่แฝด ประเภท "อเนกประสงค์" หลังนี้ เมื่อวันนั้นมาถึงก็อาจจะดัดแปลงเป็นคลินิกเล็ก ๆ รับรักษาคนไข้นอกเวลาราชการเป็นการทำงานอยู่ที่บ้านก็น่าจะลงตัวดี ประกอบกับทำเลที่ตั้งของ "บ้านไม่บาน" หลังนี้อยู่ในจุดที่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ "เขาวัง" ได้อย่างชัดเจน ซึ่งจะว่าไปแล้ว "เขาวัง" ก็เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์เด่นชัดของ "เพชรบุรี" ทั้งยังตั้งอยู่ใจกลางตัวอำเภอเมือง และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ใครผ่านไปผ่านมาก็ต้องแวะเยี่ยมเยียน "เขาวัง" ทำให้ "บ้านไม่บาน"คู่แฝด ประเภท "เอนกประสงค์" ที่ "เมืองเพชร" หลังงามนี้ก็สามารถดัดแปลงเป็นที่พักนักเดินทางได้หลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น "บูทิคอพาร์ทเม้นท์" "บูทิคเกสท์เฮ้าส์" หรือ เป็น "บูทิคโฮสเทล" ก็ไม่ผิดกติกาแต่ประการใด ประกอบกับในอนาคตอันใกล้ก็จะมี "รถไฟความเร็วสูง" จาก "กรุงเทพฯ-หัวหิน" ซึ่งก็แน่นอนครับจะต้องผ่าน "สถานีเพชรบุรี" ทำให้ผมมั่นใจว่าการเดินทางที่สะดวกสบายในอนาคตโดยอาศัย "ระบบราง" จะทำให้การเดินทางจาก "กรุงเทพฯ" ไป "เพชรบุรี" ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง หรืออาจน้อยกว่านั้น ก็ฟันธงลงไปว่าในอนาคตก็จะมีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยม "เมืองเพชร" เพิ่มขึ้นอีกมากมายหลายเท่าตัวครับ นอกจากนั้นหากคิดอะไรไม่ออกก็ทำเป็น "หอพัก" ไปซักระยะหนึ่งค่อย ๆ เก็บค่าเช่าผ่อนตัวเองไปสักพักพอ 6-7 ปีก็คืนทุนได้ "บ้านไม่บาน"คู่แฝด ประเภท "เอนกประสงค์" หลังนี้มา ทำให้ยิ่งนับวันมูลค่าของสินทรัพย์ก็ยิ่งจะเพิ่มขึ้นหลายเท่าทวีคูณเช่นกัน

“บ้านไม่บาน” คู่แฝด ประเภท “เอนกประสงค์”

          ในการออกแบบ "บ้านไม่บาน"คู่แฝด ประเภท "เอนกประสงค์" ชุดนี้ ผมตั้งใจจะออกแบบและวางผังให้เป็นอาคารแฝดที่เหมือนกัน 2 หลัง โดยวางแผนไว้ว่าจะค่อย ๆ ทยอยสร้างทีละหลังตามกำลังทรัพย์ที่มีครับ โดยผมได้ออกแบบให้ "พอเหมาะ", "พอดี" , "พอเพียง" ในทุก "มิติ" ภายใต้งบประมาณที่จำกัดและไม่บานปลายครับ และสามารถเใช้พื้นที่ทุกตารางเมตรได้อย่างคุ้มค่า ก่อให้เกิด "ประโยชน์สูงและประหยัดสุด" ไปพร้อมกัน ผลก็เป็นอย่างที่ท่านได้ชื่นชมกันอยู่นี่แหละครับ เป็น "บ้านไม่บาน" คู่แฝด ประเภท "เอนกประสงค์" 2 หลังมีลักษณะที่คล้ายคลึงกัน บนพื้นที่ดินประมาณ 150 ตารางวา และผมตั้งใจเชื่อมบ้าน 2 หลัง ด้วยสระว่ายน้ำเล็ก ๆ เอาไว้ออกกำลังกายโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับบรรดา "สว." หรือ "ผู้สูงวัย" นั้น การได้ออกกำลังกายด้วยการว่ายน้ำในยามแสงแดดอ่อนตอนเช้าหรือเย็นทางการแพทย์ถือว่าเป็นการออกกำลังกายที่ดีที่สุด เพราะในช่วงการออกกำลังกาย น้ำจะช่วยพยุงน้ำหนักทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องโรคข้อ รวมทั้งทำให้ได้ออกกำลังกายทุกส่วนไปพร้อมกัน ก็จะช่วยให้เรามีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีสุขภาพและพลานามัยดี

“บ้านไม่บาน” คู่แฝด ประเภท “เอนกประสงค์”

          ก็ถึงพร้อมครับสำหรับ "บ้านไม่บาน" คู่แฝด ประเภท "อเนกประสงค์" ทั้ง 2 หลังนี้ แต่จากการที่วางแผนงานเอาไว้ก็ค่อย ๆ ทำไปครับ ค่อยทำทีละหลัง ถ้าหากหลังแรกไปได้ดี ก็ค่อยก่อสร้างหลังที่ 2 เป็นการเดินตามแนวคิด "เศรษฐกิจพอเพียง" อย่างเคร่งครัด ค่อย ๆ ทำแบบช้า ๆ ชัด ๆ ไม่รีบร้อน โดยไม่เบียดเบียนทั้งตัวเองและผู้อื่น สำหรับสาระน่ารู้ของ "บ้านไม่บาน" คู่แฝด ประเภท "เอนกประสงค์" ที่ "เมืองเพชร" ซึ่งเป็นเมืองโบราณที่มีการตั้งถิ่นฐานในบริเวณนี้มายาวนานนับ 1,000 ปี ในการออกแบบก็ยิ่งต้องให้เกียรติกับสภาพ "ภูมิบ้าน" , "ภูมิเมือง" และ "ภูมิสังคม" ผมจึงออกแบบ "บ้านไม่บาน" คู่แฝด หลังนี้ในสไตล์ "ไทยประยุกต์ร่วมสมัย" ผลออกมาก็ได้ดั่งใจครับ ถือว่าเป็น "บ้านไม่บาน" คู่แฝด ประเภท "เอนกประสงค์" ในสไตล์ "อกาลิโก+ไฮโซ+โลว์คอส" อย่างแท้จริง สำหรับท่านที่สนใจในรายละเอียดเพิ่มเติมก็สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ 081-4218323 หรือเข้าไปดาวน์โหลดและศึกษาหาข้อมูลได้ที่เว็ปไซต์ยอดฮิตของ "คนรักบ้าน" www.homeloverthai.com สำหรับสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้คงมีเพียงแค่นี้ครับ แล้วพบกันใหม่ในสองสัปดาห์หน้าครับ

“คิดถึงแม่” ช่วง “วันแม่”

“คิดถึงแม่” ช่วง “วันแม่”

            สวัสดีครับท่านผู้อ่านผมเชื่อว่าหลายท่านก็คงยังอยู่ในบรรยากาศที่ชื่นมื่น เต็มอิ่มกับการได้ไปกราบและกอด "แม่" ในวันที่ 12 สิงหาคม ซึ่งถือว่าเป็น "วันแม่แห่งชาติ" ที่ผ่านมา ตัวผมเองถึงแม้ "แม่" จะละสังขารไปนานแล้วแต่ก็ได้มีโอกาสไปกราบ "แม่" กับเขาอยู่เหมือนกัน ถึงแม้ว่าจะไม่โชคดีได้กอด "แม่" เหมือนกับคนอื่นเขา แต่ก็ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีช่วงหนึ่งครับ ในส่วนตัวผมเชื่อว่าการที่ผมได้เติบโตเป็นผู้เป็นคนดีบ้างไม่ดีบ้างขึ้นมาได้ตราบจนทุกวันนี้ "แม่" มีส่วนสำคัญเป็นอย่างยิ่งที่ผลักดัน "บ่มเพาะทางความคิด" (Incubator) ให้กับผมมาตั้งแต่ครั้งเยาว์วัยอันแสนสุข เพราะ "แม่" ได้ตีกรอบทั้ง"วิสัยทัศน์" และ "กระบวนทัศน์" ของผม รวมทั้งได้วางแผนในระบบการศึกษาของผม (รวมทั้งพี่น้องของผม) ซึ่ง "แม่" ให้ความสำคัญกับการศึกษามากครับ ถ้าลูกคนไหนอยากเรียนอะไรและมีความตั้งใจจริงที่จะลงมือทำในสิ่งใดแล้ว "แม่" ก็ไม่เคยขัด ทั้งยังสนับสนุนให้ลงมือปฏิบัติอย่างเต็มที่โดยไม่ย่อท้อ และ "แม่" มักจะไม่สนใจผลที่ได้รับ เพราะ "แม่" บอกว่าหากทำดีแล้ว ผลจะออกมาเป็นอย่างอื่นไม่ได้ ก็จะออกมาดีเสมอจะเห็นได้จากการที่ "แม่" ทั้งผลักทั้งดันให้ผมไปเรียนที่ "King's College" และน้องผมไปเรียนที่ "Oxford" จนจบปริญญาเอก รวมทั้ง "แม่" ได้ปลูกฝังว่าในการทำกิจการงานใดให้สำเร็จตามเป้าที่ตั้งไว้ นอกจากจะต้องมีความรู้ความเข้าใจแบบ "ลึกซึ้ง" ถึง "แก่น" แล้ว ยังจำเป็นต้องใช้ทั้ง "สติ" และ "ปัญญา" มากำกับเสมอ

            นอกจากนั้น "สติ" และ "ปัญญา" ก็ยังไม่พอครับ "แม่" ยังย้ำเสมอว่าจะต้องมี "ความเพียร" อันบริสุทธิ์ ประเภท "ไม่ล้มเลิก ก็ไม่ล้มเหลว" รวมทั้ง "ความ กตัญญู" ต่อทุกสรรพสิ่งรอบตัวเรา รวมทั้งทุก ๆ ผู้คนที่มีส่วนร่วมในความสำเร็จนั้น ๆ สำหรับ "แม่" แล้วทุกคนก็ล้วนแล้วแต่เป็นผู้มีพระคุณที่เข้ามามีส่วนร่วมในการนำไปสู่ความสำเร็จ ที่สำคัญที่สุดนอกเหนือจาก "ความกตัญญู" แล้ว "แม่" ยังสอนให้อย่าละเลยที่จะทำ "หน้าที่ทางจริยธรรม" เพื่อเป็นการตอบแทนคุณต่อสังคมโดยรวม

            จะว่าไปแล้ว "แม่" ผมก็ทำตัวเป็นเยี่ยงอย่างให้เห็นก่อนเสมอครับ "แม่" สอนผมอย่างไร "แม่" ก็ทำอย่างนั้นให้ผมเห็น ดังนั้นผมจึงไม่เคยสงสัยคำที่ "แม่" สอนเลย เพราะผมได้เห็น "การลงมือทำ" ของ "แม่" และผมได้เห็น "ผล" ที่ได้รับจากการกระทำนั้น ในความคิด ความทรงจำของผมนั้น "แม่" เป็นคนที่ชอบเรียนมากครับ "แม่" จบ "เตรียมอุดม" และได้ศึกษาต่อที่ "จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย" แล้วข้ามฟากไปจบ "แพทย์" ที่ "ศิริราช" ผมจึงไม่แปลกใจที่ "แม่" ให้ความสำคัญกับการศึกษา ผมเห็น "แม่" สนใจใฝ่รู้ตลอดชีวิตครับ พอ "แม่" จบ "แพทย์" ที่ "ศิริราช" "แม่" ก็อาสาไปรับราชการอยู่ในจังหวัดชายแดนที่แสนจะกันดาร "แม่" เล่าให้ฟังว่าเมื่อ 60 ปีที่แล้วตอนที่ "แม่" เริ่มงานใหม่ ๆ ทั้งโรงพยาบาลประจำจังหวัดมีหมอเพียง 3 คน ก็ลองหลับตานึกภาพดูซิครับว่างานรักษาพยาบาลคนเจ็บไข้ได้ป่วยของ "แม่" จะหนักหนาสาหัสสักแค่ไหน และต่อจากนั้นอีกไม่นาน "แม่" ก็ได้มีโอกาสถวายงานรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทของ "สมเด็จย่า" ตั้งแต่ครั้งที่พระองค์ท่านทรงดำริจัดตั้งหน่วยแพทย์ "พอ.สว." ซึ่งเป็นหน่วยแพทย์อาสาช่วยเหลือผู้เจ็บไข้ได้ป่วยในท้องที่ห่างไกลและทุระกันดาร เป็นการทำ "หน้าที่ทางจริยธรรม" ของ "แม่" โดยไม่คาดหวังผลใด ๆ ตอบแทน ตั้งใจจะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่ตกทุกข์ได้ยาก เชื่อไหมครับว่าบางครั้งที่ "แม่" ออกหน่วยแพทย์ "พอ.สว." นั้น "แม่" ก็มักจะพาผมไปด้วยเพื่อไปช่วยแบ่งเบาภาระงานให้กับบรรดาเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลที่มีเพียงไม่กี่คนในการออกหน่วยแพทย์อาสาในแต่ละครั้ง ทำให้ผมมีโอกาสได้เห็นได้สัมผัสชีวิตจริงของผู้คนในชนบทที่ห่างไกล ที่จะว่าไปแล้วส่วนใหญ่มีชีวิตความเป็นอยู่อย่างแร้นแค้น อดอยาก ยากจน ทั้งยังมีชีวิตที่ต้องเสี่ยงภัยอันตรายกว่าผมที่อยู่อาศัยในเมืองหลายร้อยเท่า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้แม้เวลาจะล่วงเลยผ่านไป 40-50 ปี ก็ยังคงประทับอยู่ภายใต้ "จิตใต้สำนึก"ของผมเสมอ ทำให้ทุกวันนี้ผมยังเชื่อว่ายังมีคนไทยอีกหลายล้านคนที่อยู่อาศัยในถิ่นทุรกันดาร ไม่ได้กินดีอยู่ดี มีข้าวของเครื่องใช้ฟุ่มเฟือยเหมือนคนในเมืองครับ

            สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนแต่เป็นเพียงเศษเสี้ยวความทรงจำดี ๆ ที่ผมมีกับ "แม่" เนื่องในวาระวัน "แม่" เวียนมาบรรจบครบอีกครั้งหนึ่ง ถึงผมจะไม่ได้กอด "แม่" หอมแก้ม "แม่" ได้เพียงแค่ "กราบ" และ "ทำบุญ" อุทิศส่วนกุศลไปให้ "แม่" ที่ได้ละสังขารไปแล้ว แต่คำสอนของ "แม่" ก็ยังคงอยู่ในใจผมตลอดเวลาและผมให้คำมั่นว่าจะทำอย่างสุดความสามารถตามที่ "แม่" สอนให้ได้ในทุกเรื่อง ถึงแม้ในบางครั้งผมจะไม่ได้ทำตัวเป็น "ลูกที่ดีเท่าที่ควร" แถมยังเป็น "เด็กดื้อ" (ที่ได้ดี?) ในสายตา "แม่" แต่ผมให้สัญญาว่า "ลูกจะพยายามทำให้ดีที่สุด" เพราะถ้าหากโชคดีวันหนึ่งเมื่อผมออกเดินทางไกลไปเจอ "แม่" ที่ใดที่หนึ่งอีกครั้ง วันนั้นนอกจากผมจะได้ "กราบ" และ "กอด" "แม่" ให้หนำใจให้หายคิดถึงแล้ว ผมคงมีเรื่องราวมากมายที่จะมาเล่าให้ "แม่" ฟังว่าผมได้ใช้คำสั่งสอนของ "แม่" นำไปปรับประยุกต์ใช้ก่อให้เกิดประโยชน์กับตัวเองและให้กับผู้อื่นอย่างไรบ้าง และผมเชื่อว่าพอ "แม่" ได้ฟังผมเล่าจบ "แม่" คงยิ้มและคงต้องมากอดผม แล้วมาหอมแก้มผม อย่างที่เคยปฏิบัติ แล้ว "แม่" คงจะบอกกับผมอย่างที่เคยบอกผมมาเป็นร้อย ๆ พัน ๆ ครั้ง ว่าลูกทำดีแล้ว แต่ "แม่" เชื่อว่าลูกทำได้ดีกว่านี้อีกขอให้ลูกอย่าท้อนะ

            ในวาระอันเป็นมงคลที่ "วันแม่" ได้เวียนมาบรรจบครบรอบอีกครั้งหนึ่ง ท่านใดที่โชคดีกว่าผมก็อย่าพลาด "นาทีทอง" ในช่วงวัน "แม่" จงรีบไปกราบ ไปกอด ไปขอขมา และไปขอพรจาก "แม่" ซึ่งเปรียบเสมือน "พระอรหันต์" ในบ้านกันซะเดี๋ยวนี้ เพราะ "พรุ่งนี้อาจจะสายเสียแล้ว" ก็จะเป็นเหมือนผมที่ "แม่" ไม่อยู่ให้กอดแล้วก็เป็นได้ครับ

“มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” ใจกลางเมือง ย่าน “ลาดพร้าว”

          สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว "คนรักบ้าน" สำหรับสัปดาห์นี้ผมภูมิใจนำเสนอ "มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ใจกลางเมืองย่าน "ลาดพร้าว" บนพื้นที่ดินขนาดกำลังพอเหมาะ 50 ตารางวา ถือว่าเป็น "มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ที่ก่อให้เกิด "ประโยชน์สูง+ประหยัดสุด" อย่างแท้จริงอีกโครงการหนึ่งครับ เพราะสามารถตอบโจทย์ในการพัฒนา "อสังหาฯไม่บาน" บนพื้นดินขนาดเล็กใจกลางเมืองได้ โดยปกติทั่วไปแล้วการปลูกบ้านบนที่ดินที่จัดสรรในสมัยก่อนมักสร้างอยู่บนพื้นที่ 50 ตารางวา โดยประมาณ เมื่อกาลเวลาผ่านไป 30 ปี จากที่ที่เคยอยู่ "ชานเมือง" ย่าน "ลาดพร้าว" ก็กลับกลายเป็นอยู่ "ใจกลางเมือง" เพราะตัวเมืองขยายออกไปจากเดิม ซึ่งในอดีตที่ดินก็ไม่มีราคาค่างวดมากมายสักเท่าไร เพราะเป็นย่านที่อยู่อาศัย พอชุมชนเมืองเริ่มขยายตัวพร้อมกับโครงข่ายระบบการขนส่ง ก็เลยทำให้ทำเลเดิมที่เคยเป็น "โซน" ที่ "อยู่อาศัยย่านชานเมือง" กลายสภาพเป็นย่าน "ธุรกิจการค้าใจกลางเมือง" ที่ดึงดูดผู้คนจากทุกสารทิศทั่วประเทศ ที่อพยพเข้ามาแสวงหาโอกาสที่ดีกว่า อาจจะเป็นผลมาจากการวางระบบโครงสร้างรวมทั้งแนวทางในการพัฒนาประเทศที่ผิดพลาดตั้งแต่ "แผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 1" พ.ศ. 2504 ทำให้การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของบ้านเราเติบโตแบบ "เด็กหัวโต" มีลักษณะโดยรวมซูบผอม มือเท้า แข้งขาเรียวเล็ก เหมือนเด็กเป็น "โปลิโอ" ขาดสารอาหารครับ เปรียบได้กับประเทศของเรา คือ "เด็กหัวโต" คนนั้น ที่มี "กรุงเทพฯ" ซึ่งเป็น "เมืองหลวง" ที่โตเอาโตเอา ดึงเอาความเจริญทั้งหมดให้มากระจุกตัวอยู่ใน "กรุงเทพฯ" ดึงดูดทั้งทรัพยากรจากชนบท รวมทั้งดึงดูดผู้คนเข้ามาด้วย เพราะเป็น "มหานคร" แห่งโอกาส ทั้งยังเป็นแหล่งงานทำให้ "กรุงเทพฯ" จากเดิมมีพลเมืองเพียง 1-2 ล้านคน แต่ในปัจจุบันเชื่อกันว่า "กรุงเทพฯ" มีผู้คนแออัดยัดเยียดกันอยู่ ประมาณ 12-15 ล้านคนเลยทีเดียว จึงมีความต้องการที่อยู่อาศัยเพื่อรองรับบรรดาผู้คนที่อพยพหลั่งไหลกันเข้ามาจากทั่วทุกสารทิศ และ "มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ซึ่งเป็นการพัฒนา "อสังหาฯไม่บาน" บนพื้นที่ดินขนาดเล็ก 50 ตารางวา ใจกลางเมืองก็น่าจะเป็นหนึ่งในคำตอบที่น่าสนใจครับ

“มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” ใจกลางเมือง ย่าน “ลาดพร้าว”

          จากเดิมในอดีตเมื่อ 30 ปีที่แล้วเป็นบ้านพักอาศัยชั้นเดียวบนพื้นที่ 50 ตารางวา อยู่กันเพียง 1 ครอบครัว จากเดิมที่ดินตารางวาละเพียงไม่กี่ร้อยบาทในอดีต ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นตารางวาละหลายหมื่นบาท ประกอบกับสภาวะแวดล้อมโดยรอบก็ได้เปลี่ยนแปลงไปจนจำของเดิมแทบไม่ได้ จากย่านพักอาศัยที่เงียบสงบได้กลายเป็นแหล่งการทำกิจการการค้า, การให้บริการ, สำนักงาน, ออฟฟิศ, ร้านสะดวกซื้อ ฯลฯ คงไม่ผิดนะครับที่จะบอกว่าที่ไหนมีงานที่นั่นก็จะดึงดูดผู้คนให้เข้ามาทำงาน ประกอบกับมีการปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ โดยทางหน่วยงาน " กทม." ก็มีการปรับปรุงถนน ท่อระบายน้ำ รวมทั้งทางฟุตบาท (ทางเดินเท้า) ทำไปทำมา จากเดิมที่ระดับของพื้นบ้านเคยอยู่สูงกว่าท่อระบายน้ำสาธารณะและถนนสาธารณะ ก็กลายเป็นอยู่ต่ำกว่าท่อระบายน้ำสาธารณะและถนนสาธารณะไปเสียฉิบ ทุกครั้งที่ฝนตกน้ำก็ท่วมขังตกอยู่ในสภาพเน่าเหม็น เพราะอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าทั้งระดับถนนและท่อระบายน้ำ ก็ไม่มีทางเลือกเหลือเลยครับ หลังจากที่ได้ทนทุกข์ทรมานมายาวนานหลายสิบปี บ้านที่เคยสวยงาม ทันสมัย เมื่อ 30 ปีก่อนในปัจจุบันก็ล้าสมัยทรุดโทรมลงไปตามกาลเวลา ก็คงถึงเวลาแล้วครับที่จะบูรณะปรับปรุงกันใหม่ครั้งใหญ่ และถือโอกาสเปลี่ยนจากที่อยู่อาศัยประเภทที่คน "แต้จิ๋ว" เรียกว่า "เจี๊ยะฮวงฉู่" หรือ "กินแต่ลม" ไม่สร้างรายได้มีแต่รายจ่าย กลายเป็น "มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ใจกลางเมืองที่สามารถสร้างรายได้ให้กับเจ้าของ เพราะการที่จะหาซื้อที่แปลงใหม่ใจกลางเมืองในทำเลแบบนี้ก็คงหาซื้อได้ไม่ง่ายครับ เพราะที่ใจกลางเมืองก็มีราคาแพงแสนแพง คิดจะซื้อก็คงจะหาซื้อได้ลำบากและมิหนำซ้ำก็คงไม่มีปัญญาที่จะสู้ราคา ประกอบกับเจ้าของก็มีอายุมากพอสมควรแล้วจะใช้จ่ายก็

“มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” ใจกลางเมือง ย่าน “ลาดพร้าว”

ต้องระมัดระวัง เพราะเงินทองที่เก็บหอมรอมริบมาทั้งชีวิต เตรียมการไว้ใช้หลังเกษียณก็มีเหลืออยู่ไม่มาก

          จากเหตุและผลทั้งหลายทั้งปวงก็มาสรุปลงที่ การพัฒนา "อสังหาฯ ไม่บาน" ในรูปแบบ "มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ขนาดเล็กใจกลางเมือง ย่าน "ลาดพร้าว" ที่ท่านเห็นอยู่นี่แหละครับ นอกจากนั้นผมยังออกแบบให้ในอนาคตสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 หน่วยแยกจากกันได้โดยอิสระ เพราะมีลูก 2 คน จะได้ไม่ต้องมาถกเถียงเกี่ยงกันเรื่องการแบ่งสมบัติให้เป็นธรรมและลงตัว นอกจากนั้นในช่วงที่พ่อแม่ยังแข็งแรงอยู่ก็สามารถหารายได้จาก "มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ที่ได้ปลูกสร้างขึ้นใหม่ทดแทนที่บ้านเก่า ที่นอกจากไม่ก่อให้เกิดรายได้แล้วยังตกอยู่ในสภาพทรุดโทรม เกินกว่าจะปรับปรุงซ่อมแซม ก็อยากให้แฟน ๆ ชาว "มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ลองนำเอาแนวคิดของผมไปต่อยอดกันครับ

          จึงจัดได้ว่าเป็นข่าวดีสำหรับแฟน ๆ ที่มีพื้นที่ดินจำกัด 40-50 ตารางวา อยู่ย่านใจกลางชุมชนเมืองอาจจะเป็นบ้านเก่าที่สร้างมาหลายสิบปี จะว่าไปแล้วแนวคิดในการพัฒนา "อสังหาฯไม่บาน" แบบ "งามง่าย พอเพียง" ในรูปแบบ "มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ขนาดเล็กใจกลางเมืองย่าน "ลาดพร้าว" หลังนี้ อาจเป็นหนึ่ง "ทางเลือก" ที่อาจจะเป็น "ทางรอด" ในยุคเศรษฐกิจ "ตกสะเก็ด" เช่นนี้ก็เป็นไปได้ครับ สำหรับสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้คงมีเพียงแค่นี้ครับ สำหรับท่านที่สนใจก็สามารถไปศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติม รวมทั้งข้อมูลย้อนหลังได้ที่เว็ปไซต์ www.homeloverthai.com แล้วพบกันใหม่ในอีกสองสัปดาห์หน้าครับ

<< Start < Previous 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 Next > End >>

Results 1 - 10 of 1689
บ้านไม่บานยอดนิยม อพาร์ตเม้นท์ไม่บานยอดนิยม พิมพ์เขียวแบบบ้าน 999 บาท

เปิดตัวแล้วสำหรับ หนังสือรวม  52  รูปแบบ “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน”  กับอาจารย์ “เชี่ยว  ชอบช่วย”

“HOTAP + CONDO” แดงแรงฤทธิ์ @ บ้านฉาง”

บริการงานออกแบบตกแต่งภายในด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้จริง

บ้านไม่บานอัพเดต

"บ้านไม่บาน" คู่แฝด ประเภท "เอนกประสงค์"

“บ้านไม่บาน” คู่แฝด ประเภท “เอนกประสงค์”

              สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว "บ้านไม่บาน" สำหรับในสัปดาห์นี้ก็เป็นไปตามความเรียกร้องของแฟน ๆ ชาว "เมืองเพชร" ที่ได้ติดต่อเข้ามาให้ผมออกแบบ "บ้านไม่บาน" คู่แฝด ประเภท "เอนกประสงค์ ที่พอนับไปนับมามีห้องรวมกันถึง 15 ห้อง ซึ่งตอนแรกก็ตกใจครับ เพราะผมก็สงสัยว่าบ้านประเภทไหนทำไมจึงจำเป็นต้องมีจำนวนห้องหอมากมายขนาดนี้ แต่พอคุยไปคุยมาก็เลยถึง "บางอ้อ" พอได้รับรู้รับทราบว่า เหตุที่ต้องมีห้องมากขนาดนี้ เพราะนอกจากใช้เป็นที่พักอาศัยแล้ว ในอนาคตก็อาจจะทำเป็นห้องเช่า หรือดัดแปลงเพื่อการใช้งานอย่างอื่นตามวัตถุประสงค์ที่เกิดขึ้นได้หลากหลาย ประกอบกับบุตรชายของเจ้าของบ้านก็เพิ่งเรียนจบแพทย์มาหมาด ๆ ต้องไปใช้ทุนในต่างจังหวัด วันหนึ่งวันใดเมื่อใช้ทุนหมดแล้วก็อาจจะกลับมา "เมืองเพชร" เพื่อมาพักอาศัยที่ "บ้านไม่บาน" คู่แฝด ประเภท "อเนกประสงค์" หลังนี้ . . .

อ่ า น ต่ อ . . .

"มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บานฝาแฝด"

“มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บานฝาแฝด”          สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" รูปแบบของ "มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" แบบ "ฝาแฝด" ที่ผมภูมิใจนำเสนอในสัปดาห์นี้ก็เพื่อต้อนรับยุคเศรษฐกิจตกสะเก็ดที่หุ้นตกกราวรูดไปทั่วโลก โดยเริ่มจาก "จีน" ลดค่า "เงินหยวน" แล้วก็รุกลามบานปลายจนเกิดปรากฏการณ์หุ้นตกระเนระนาดกันทั่วโลกทั้งเอเชีย,ยุโรปและอเมริกาครับ มิหนำซ้ำก็ยังดึงเอาราคาน้ำมันในตลาดโลกตกตามไปด้วย ไม่เว้นแม้กระทั่งทองคำ การปรับลดค่า "เงินหยวน"ของ "จีน" ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงเป็นลูกโซ่จริง ๆ ครับ ส่งผลให้การส่งออกของเราไปยัง "จีน" มีปัญหาทันทีครับ ประมาณคร่าว ๆว่า การส่งออกของ "ไทย" ไป "จีน" ใน "ไตรมาส" นี้จะลดฮวบฮาบลงไปกว่า 20% เพราะการลดค่า "เงินหยวน" จะส่งผลให้สินค้าไทยมีราคาแพงขึ้นทันที . . .

อ่ า น ต่ อ . . .
คลินิกคนรักบ้าน

"เมทริกซ์" ซ้อน "เมทริกซ์" หรือ
"ตรรกะ" ซ้อน "ตรรกะ"


               ตลอดระยะเวลาสองอาทิตย์ที่ผ่านมาเศรษฐกิจโลกผันผวนเป็นอย่างยิ่งครับ โดยเริ่มต้นจาก "จีน" ที่ลดค่า "เงินหยวน" ติดต่อกันหลายครั้งภายในเวลาเพียง 1 อาทิตย์ ทำให้ค่า "เงินหยวน" จากเดิม 8.27 หยวน/ดอลลาร์สหรัฐ กลายเป็น 6.33 หยวน/ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อ "จีน" ซึ่งเป็นยักษ์ทางเศรษฐกิจของโลกมีอาการครั่นเนื้อครั่นตัว ดูเหมือนว่าจะเป็นไข้หวัดใหญ่เรื้อรัง โดยมีอาการไอ จาม เป็นระยะ ๆ ทำให้โลกทั้งโลกก็พลอยป่วยไปด้วยครับ การส่งออกของ "ไทย" โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่งไป "จีน" มีปัญหาขึ้นทันที ผลคือ ราคาน้ำมันในตลาดโลกก็ลดต่ำอย่างมีนัยยะที่สำคัญลงจนเกือบไปแตะที่ 30 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งถือว่าเป็นการตกต่ำของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก . . .

อ่ า น ต่ อ . . .

Homeloverthai Multimedia
Homeloverthai Multimedia
รายการคนไทยไม่ท้อ >>  

รายการ แผ่นดินพอเพียง   

Homeloverthai Multimedia
Homeloverthai Multimedia
Homeloverthai Multimedia
 

นิตยสารบ้าน+อพาร์ตเม้นท์ไม่บานกับ อ.เชี่ยว ฉบับสะสม
นิตยสารบ้าน+อพาร์ตเม้นท์ไม่บานกับอ.เชี่ยว ฉบับสะสม เหลือเพียง 6 เล่ม
(เล่ม 7,8,9,10,11,12)  ราคาชุดละ 300 บาท  รวมค่าจัดส่งแบบลงทะเบียน
รายละเอียดการโอนเงิน
ชื่อบัญชี ภัทรพล   เวทยสุภรณ์  ธนาคารกรุงเทพ ฯ  สาขาห้วยขวาง  ประเภทสะสมทรัพย์  บัญชีเลขที่  1764267272
แฟกซ์ pay  in
พร้อมระบุชื่อที่อยู่   หมายเลขโทรศัพท์ และ เล่มหนังสือที่สั่งซื้อ   มาที่หมายเลข  02-6441479 หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-2451399 และ 02-6441478 หรือ สำนักงานบ้านไม่บาน  เลขที่ 1  ซ.ประชาสงเคราะห์ 12   แขวงดินแดง  เขตดินแดง  กทม.  10400