สมัครงานกับทีมงานบ้านไม่บาน คลิกอ่านรายลัเอียดด้านใน

โปรดระวังบุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว   ชอบช่วย หรือ   ผศ.ดร.ภัทรพล   เวทยสุภรณ์  และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง  ฯลฯ  ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ  ทั้งสิ้น  หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์   02-2451399  หรือ  02-6441478  เท่านั้น
บุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว ชอบช่วย หรือ ผศ.ดร.ภัทรพล เวทยสุภรณ์ และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง ฯลฯ ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์ 02-2451399 หรือ 02-6441478 เท่านั้น

ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ "ตักศิลา คเณศ์ธร"

  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
ครบรอบ 120 ปี “ศิลป์ พีระศรี”
ครบรอบ 120 ปี "ศิลป์ พีระศรี"

“นิวรอน” และ “แอกซอน” คือ “เคล็ดลับ”ความ “สำเร็จ” หรือ “ล้มเหลว” (1)

เมื่อวันเสาร์ที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา ผมได้ไปบรรยายในหัวข้อเกี่ยวกับกลเม็ด “เคล็ดลับ”ของความสำเร็จในการลงทุน “อสังหาฯ ไม่บาน” ของผมที่ทำให้ผมมีทรัพย์สินเงินทองเติบโตอย่างมั่นคงมั่งคั่งยั่งยืน จาก 1,000 ร้อย (หรือแสนบาท) กลายเป็น 1,000 ล้านบาท ให้ผู้ฟังกว่า 500 คนได้ฟังที่โรงภาพยนตร์ “สกาล่า”,สยามสแควร์” ซึ่งในการบรรยายครั้งนี้ผมเริ่มจากการให้ความรู้เกี่ยวกับ “นิวรอน” และการปรับประจุไฟฟ้าให้เป็นบวก หรือเป็นลบ ที่หากมีการฝึกฝนกันอย่างจริงจังก็เชื่อว่าทุกคนจะสามารถทำได้ครับ โดยเริ่มจากการที่ผมตั้งถามต่อบรรดาผู้ที่เข้าร่วมฟังการบรรยายของผมว่า ทำไมคนบางคนเป็นคนฉลาดมีไหวพริบดีเรียนเก่งได้เกรด A+,B+ ทั้งยังเรียนได้เกียรตินิยม ทำไมบางคนถึงเป็นคนใฝ่รู้ขนาดเรียนปริญญาโท 2 ใบ, ปริญญาเอก 2 ใบ แต่ในขณะที่ทำไมบางคนถึงตั้งใจเรียนอย่างไร ก็เรียนไม่เก่งเรียนแบบขอพอผ่านไปทีได้เกรด C,D เผลอ ๆ สอบตกได้ F ไปก็มี ก็มีบางคำถามที่เรามักจะมองข้ามไป เคยถามว่าทำไมเกษตรกรไทย/ชาวไร่/ชาวสวน,ชาวนาในบ้านเราถึงยากจนแบบซ้ำซากไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้สักที เป็นอย่างนี้มานานหลายช่วงอายุคนแล้ว แต่ในทางกลับกัน , ทำไมชาวไร่/ชาวนา/ชาวสวน ในอเมริกา,ยุโรป,ญี่ปุ่น จึงรวยเอารวยเอา ทั้ง ๆ ที่อยู่ในธุรกิจการเกษตรเหมือนกัน,ทำไมบางคนลงทุนทำการค้ามีแต่กำไร ๆ ๆ บางคนยิ่งลงทุนทำยิ่งขาดทุนซ้ำซาก จนสิ้นเนื้อประดาตัว,บางคนลงทุนในอสังหาฯ รวยเอา รวยเอา ทำไมบางคนลงทุนทีไร ก็ทุนหายกำไรหดลงไปทุกที จนเกิดความกลัว ไม่กล้าทำอะไร มิหนำซ้ำยังมีทัศนคติด้านลบติดตัวไปตลอดชีวิต สรุปแล้วทำอะไรไม่ได้เลยครับ 

“นิวรอน” และ “แอกซอน”  คือ “เคล็ดลับ”ความ “สำเร็จ” หรือ “ล้มเหลว” (1)

ท่านทราบไหมครับว่าในสมองของเรานั้นมีสิ่งหนึ่งซึ่งเป็น “เคล็ดลับ” อันเป็นจุดตัดสินความ “สำเร็จ” หรือ “ล้มเหลว” ที่เรียกว่า “นิวรอน” ซึ่งเป็นประจุไฟฟ้านับล้าน ๆ Cell เกาะตัวกันเป็น “ร่างแห” เหมือน “เครือข่ายใยแมงมุม” มีแขนที่แผ่กิ่งก้านสาขาออกไปเหมือนกิ่งก้านสาขาของต้นไม้ที่เรียกกันว่า “แอกซอน”ในทางวิทยาศาสตร์เชื่อกันว่ามี“นิวรอน” อยู่ในสมองของเราทุกคนเต็มไปหมดนับล้าน ๆ Cell ครับ

สำหรับ “แอกซอน” ก็เป็นการเชื่อมต่อของ “นิวรอน” ด้วยประจุไฟฟ้าของ “นิวรอน” กับ “แอกชอน” ส่งต่อกันไปมาในสมอง เมื่อใดที่เราคิดด้านลบ “นิวรอน” ก็จะส่งกระแสประจุไฟฟ้าที่เป็นลบนับล้าน Cell ออกมา ประจุไฟฟ้าที่ส่งออกมานั้นสามารถรับรู้ได้ว่า “อารมณ์” ในช่วงนั้นได้ว่ากำลังรู้สึกผิดหวัง,เคร่งเครียด,โศกเศร้า ซึ่งล้วนแต่เป็นความคิดด้านลบ เชื่อมต่อกันเป็นล้าน ๆ Cell ของ “นิวรอน” ด้านลบ เป็นเสมือนการตอกย้ำซ้ำ ๆ ว่าชีวิตต้องเจอกับปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ มากมายที่แก้ไม่ได้เสียที ชีวิตจะไม่ประสบความสำเร็จ ยิ่งคิดลบ มากเท่าไหร่ ก็ทำให้ยิ่งผิดหวัง ยิ่งเสียใจเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น เป็นการคิดซ้ำ ๆ ย้ำ ๆ คิดทุกวัน,เป็นเดือน,เป็นปี จนสมองเชื่อสนิทใจเพราะสมองคิดตาม “อารมณ์” ด้านลบครับ

ผลคือ“นิวรอน” ลบก็ขยายตัวใหญ่ขึ้นและก็ใหญ่ขึ้นกลายเป็นโครงข่ายที่แข็งแรงเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้เราเครียดง่าย,โกรธง่าย,จิตหมองเศร้าง่าย เกิดเป็นทัศนคติในด้านลบอยู่ตลอดเวลาเพราะสมองได้ถูกสอนให้รับรู้ว่าทำอะไรก็จะไม่ประสบความสำเร็จ,จะต้องมีปัญหาอุปสรรคมากมาย ก็เลยเป็นที่มาของความล้มเหลวแบบซ้ำซากซึ่งบรรดาคนเหล่านี้มักจะโทษทุกสิ่งอย่างรอบตัวว่าเป็นต้นเหตุแห่งความล้มเหลว (ยกเว้นตัวเอง) ตรงนี้ละครับเป็น “เคล็ดลับ” ที่จะกำหนดอนาคตของชีวิตทั้งชีวิตคุณเลยทีเดียวว่า จะประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่หรือความล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่า ยกตัวอย่าง เช่น “นิวรอน” ของชาวนา/ชาวไร่ในบ้านเราที่เป็น ลบก็จะเป็นตัวกำหนดอนาคตชะตาชีวิตของชาวไร่/ชาวนาที่ยากจนว่าต้องเป็นลบ จะต้องจนแบบดักดานประกอบอาชีพเป็นชาวไร่ ชาวนาไปตลอดชีวิต/ตกอยู่ในสภาวะหนี้สิน/หาเช้ากินค่ำไปตลอดชีวิต

กระแสไฟฟ้าในด้านลบของ “นิวรอน” ที่เมื่อส่งออกไปแขนจะยืดออกมาจับกันกับประจุเดียวกัน ก็เลยกลายเป็นร่างแหของ “แอกซอน” ที่เป็นลบ รากของ “นิวรอน” เวลาส่งสื่อประสาทไฟฟ้าจะมีแขนจับอีกตัว “นิวรอน” ที่เป็นขั้วเดียวกัน จะเห็นได้ว่า “นิวรอน” ที่เป็นลบ จะส่งแขนแห่งความทุกข์ออกมานับล้าน ๆ Cell ค่อย ๆ กางราก,แผ่กิ่งก้านสาขาออกไป,หาเพื่อนขั้วเดียวกัน เป็นประจุไฟฟ้าที่เป็นลบจับขั้วเดียวกัน เป็นการตอกย้ำซ้ำเติมให้รับรู้ว่า “ชีวิต” ระทมทุกข์จะต้องเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ ผลสุดท้ายก็เลยกลายเป็นคนอ่อนแอ,ท้อแท้,แบกทุกข์เอาไว้อยู่ตลอดเวลา

           พื้นที่หมดครับเอาไว้ต่อในตอนหน้า ผมจะพูดถึงการปรับเปลี่ยน "นิวรอน" ลบที่กลายเป็น "ร่างแห" ของ "แอกซอน" ที่
เป็นลบ โดยการสร้าง "นิวรอน" ที่เป็นบวก ได้อย่างไร ที่ดูผิวเผินก็อาจจะเห็นว่าไม่สำคัญ แต่แท้จริงแล้วมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นกลเม็ด "เคล็ดลับ" ที่เป็นจุดตัดสิน "ความสำเร็จ" หรือ "ความล้มเหลว" ของชีวิตคุณทั้งชีวิตเลยก็ว่าได้ครับ

“โฮมส์ออฟฟิศไม่บาน” ที่เบิกบานในสไตล์ “นีโอคลาสสิก”

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว “บ้านไม่บาน ” สำหรับในสัปดาห์นี้ผมขอนำเสนอ “บ้านไม่บาน ” ในรูปแบบ “โฮมส์ออฟฟิศ ” สไตล์ “นีโอคลาสสิก ” ซึ่งจะว่าไปแล้วก็ถือว่าเป็นแบบ “ลูกผสม ” ระหว่าง “อาคารพาณิชย์ ” กับ “ทาวเฮ้าส์ ” หรือ “ทาวโฮมส์ ”เป็นการผสมผสานกันอย่างลงตัวของที่ “พักอาศัย” กับ “ที่ทำงาน ” จึงเรียกว่า “โฮมส์ออฟฟิศ ” ที่ในปัจจุบันหาก“โฮมส์ออฟฟิศ ” ตั้งอยู่บนทำเลที่ถูกต้องเหมาะสม สามารถประกอบกิจการการค้าการขายได้และอยู่ใน “ย่าน ” ที่การคมนาคมสามารถเข้าถึงอย่างสะดวก เป็นผลให้ในบางทำเล “โฮมส์ออฟฟิศ ” มีราคาซื้อขายกันสูงถึงห้อง 7-9 ล้านบาทเลยทีเดียว ยิ่งเป็น “ทำเล” ที่อยู่ใกล้รถไฟฟ้าทำธุรกิจธุรกรรมทางการค้าได้ทำให้ “โฮมส์ออฟฟิศ ” บางโครงการในบางย่านมีราคาเกิน 10 ล้านบาทต่อยูนิตเลยทีเดียว จะว่าไปแล้วจากการที่ผมได้คลุกคลีตีโมงกับวงการ “อสังหาริมทรัพย์” ในบ้านเรามายาวนานกว่า 25 ปี สารภาพตามตรงครับว่าก็แทบไม่เชื่อครับว่า “โฮมส์ออฟฟิศ ” ในปัจจุบันจะมีราคาแพงกันขนาดนี้ แต่จะว่าไปแล้วพื้นที่ดินมีเท่าเดิมครับ แต่ประชากรเพิ่มปริมาณขึ้น ก็เป็นธรรมดาที่ราคา “อสังหาริมทรัพย์ ” จะปรับเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัวครับ

“โฮมส์ออฟฟิศไม่บาน” ที่เบิกบานในสไตล์ “นีโอคลาสสิก”“สามทหารเสือ” กับ “6 อ.”

  สำหรับในสัปดาห์นี้ผมขอนำเสนอ “โฮมส์ออฟฟิศ ” ในสไตล์ “นีโอคลาสสิก ” ที่จะว่าไปแล้วเรามักจะไม่ค่อยได้เห็นกันนัก คำว่า “นีโอคลาสสิก( Neo-Classic ) นั้น หากแปลแบบตรงตัวก็หมายถึง “สถาปัตยกรรมแบบคลาสสิกในรูปแบบใหม่ ” ซึ่งมีรากมาจากสถาปัตยกรรม “คลาสสิกโบราณ” แบบ “กรีก ” หรือ “โรมัน ” ซึ่งรากศัพท์คำว่า “นีโอ ” หมายถึง “ใหม่ ” ดังนั้น “นีโอคลาสสิก ” ก็เลยหมายถึง รูปแบบทางสถาปัตยกรรมแบบ “คลาสสิก ”ในรูปแบบใหม่ ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ มีการเล่นกับองค์ประกอบเชิงสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ต่อเติมเสริมแต่งทางสถาปัตยกรรมแนว “คลาสสิก ” แบบเดิมซึ่งก็สามารถสร้างความโดดเด่นสะดุดตาไม่แพ้สไตล์อื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นสไตล์ “โมเดิร์น” หรือสไตล์ “ Contemporary” ฯลฯ หลายท่านรวมทั้งตัวผมเองก็นิยมสไตล์ “นีโอคลาสสิก” กันครับ เพราะอยู่ได้นานกว่าสไตล์อื่น ๆ นอกจากนั้นในสไตล์ “นีโอคลาสสิก ” จะเน้นความงามที่เป็นสัดเป็นส่วนที่ลงตัว ทำให้มองไปทางไหนก็จะมีความสวยงามกลมกลืน ไม่ขัดหูขัดตา ทั้งยังไม่แปลกแหวกแนว เหมือนสไตล์ “โมเดิร์น” แบบ “สุดโต่ง” ที่เรียกว่า “ Ultra Modern ” ที่หวือหวา แบบมาเร็วไปเร็ว ดังเช่นในปัจจุบัน

“โฮมส์ออฟฟิศไม่บาน” ที่เบิกบานในสไตล์ “นีโอคลาสสิก”“สามทหารเสือ” กับ “6 อ.”

สำหรับ “บ้านไม่บาน ” ในรูปแบบ “โฮมส์ออฟฟิศ ” สไตล์ “นีโอคลาสสิก ” ที่ผมนำเสนอในสัปดาห์นี้ ก็ถือว่าเป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่จัดได้ว่าเป็นประเภท “อกาลิโก+ไฮโซ+โลว์คอส ” ได้เหมือนกัน คือ เป็นความงดงามที่ได้สัดส่วนลงตัว, ทั้งยังมีความสวยอย่างประหยัด, สวยอย่างผู้ดี,สวยอย่างมีสไตล์, สวยอย่างมีชาติตระกูล, และสวยทน, สวยทาน, สวยนาน, สวยอย่าง “ไร้กาลเวลา ” คือ “อกาลิโก” โดยแท้จริง ซึ่งหมายความว่าจะดูอีกกี่ครั้ง กี่ปีก็ยังคงสวยงามอยู่ครับ ซึ่งจะว่าไปแล้วการออกแบบอาคารในสไตล์นี้จะทำได้ยากกว่าสไตล์ “ Modern ” หรือสไตล์ “ Contemporary เพราะสถาปนิกผู้ออกแบบจะถูกจำกัดในด้านสัดส่วนที่ลงตัว ซึ่งทางเทคนิคเรียกว่า “ Golden Proportion ” ซึ่งสถาปัตยกรรมเชิง “นีโอคลาสสิก ”จะให้เกียรติกับสัดส่วน นี้โดยมีพื้นฐานของการพัฒนารูปแบบมาจากสถาปัตยกรรมสไตล์ “คลาสสิก ”ในยุค “กรีก” และ “โรมัน ” ( Classical Greece - Roman Style ) ครับที่มีอายุกว่า 4,000 ปี ล่วงมาแล้วครับ

ก็อยากให้ท่านผู้อ่านลองนำเอา “โฮมส์ออฟฟิศไม่บาน ” ในสไตล์ “นีโอคลาสสิก ” ของผมไปต่อยอดทางความคิดกันดูครับ สำหรับผมแล้วอาคารบ้านเรือนในสไตล์ “คลาสสิก” ก็ได้อยู่คู่โลกมานานแสนนานเป็นเวลากว่า 2,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช และได้ส่งอิทธิพลทางความคิดแผ่ขยายกระจายออกไปทั่วโลก ส่วนสไตล์ “นีโอคลาสสิก ” หรือ “คลาสสิกใหม่ ” ก็ถือได้ว่าเป็นการต่อยอดทางความคิดขึ้นอีก เป็นการปรับประยุกต์ใช้อาคารบ้านเรือนในสไตล์ “คลาสสิก” ที่มีมาแต่เดิมให้สามารถรับใช้ปัจจุบัน ซึ่งจะว่าไปแล้วก็เป็นหนึ่งใน “ของดีมีอยู่” ที่บรรดาสถาปนิกและผู้ที่ชื่นชอบอาคารบ้านเรือนในสไตล์ “คลาสสิค ” ไม่ควรมองข้าม

ผมมักจะพูดเสมอครับว่า เราจะก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง,แข็งแรงและยั่งยืนได้อย่างไร หากเราไม่หอบหิ้ว “พื้นฐานทางศิลปวัฒนธรรม ” ดี ๆ ในอดีต ที่ผมมักเรียกว่า “ของดีมีอยู่” เป็นการเอาอดีตมารับใช้ปัจจุบันและเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะก้าวต่อไปในอนาคต สำหรับท่านที่สนใจในรายละเอียดหรือต้องการดาวน์โหลด รูป แบบ “โฮมส์ออฟฟิศไม่บาน ” ที่เบิกบานในสไตล์ “นีโอคลาสสิก ” ที่ท่านกำลังชื่นชอบอยู่นี้ก็สามารถดาวน์โหลดแบบได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายแต่ประการใดที่ “เว็ปไซต์ ” ยอดฮิตของชาว “คนรักบ้าน www.homeloverthai.com และท่านสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของผมได้ที่ Fan Page https ://www.facebook.com/อ-เชี่ยว-ชอบช่วย แล้วพบกับสาระน่ารู้จากผมโดยผ่านคอลัมน์ของ “บ้านไม่บาน ” กันได้ใหม่ในอีกสองสัปดาห์หน้าครับ

อ่ า น ต่ อ . . .
สัมมนาการลงทุน “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” แบบเข้มข้น 4 วันเต็ม!!!

          สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” อีกไม่นานแล้วนะครับก็จะถึงวันที่ผมกับทาง “เนชั่นทีวี ” จัดการอบรมสัมมนาขึ้นในหัวข้อ “รวยซะให้เข็ด” แบบ “5 เด้ง” กับการลงทุน “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน”, “บูทิคอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน”, “บูทิคโฮเทลไม่บาน”, “คอนโดมิเนียมไม่บาน”, “โรงแรม+รีสอร์ทไม่บาน” ที่คุ้มค่าราคาประหยัด ( Budget Real Estate) ด้วยอาวุธลับ 8 ประการ ที่ใครลงทุนทำแล้วเจ๊งโคตรเก่งเลย !!! ซึ่งการอบรมสัมมนาในครั้งนี้ จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 20 และวันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ และในวันเสาร์ที่ 27 และวันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ เป็นเวลา 4 วันเต็ม ที่ อาคาร “อินเตอร์ลิ้ง ทาวเวอร์” บางนา ชั้น 27 โดยปรกติแล้วจะจัดขึ้นเพียงปีละ 1 ครั้งเท่านั้น ดังนั้นถ้าใครพลาดจากครั้งนี้ก็คงต้องร้องเพลงรอไปอีกนานครับ สำหรับท่านใดที่สนใจจะลงทุนใน “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน ” ,“บูทิคอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน ”, บูทิคโฮเทลไม่บาน , “บูทิคโฮสเทลไม่บาน ” , “โรงแรม+รีสอร์ทไม่บาน ” ก็ห้ามพลาดโดยเด็ดขาดครับ เพราะเป็นโอกาสดีนานทีปีหน ที่ผมกับแฟน ๆ จะได้พบปะสังสรรค์กันแบบตัวเป็น ๆ ได้มีโอกาสไต่ถามสารทุกข์สุขดิบ แฟน ๆ ท่านใดมีอะไรที่ค้างคาในใจหรือมีข้อสงสัยว่าจะลงทุนทำ “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน ” ดีหรือไม่ดี ก็สามารถไปหาคำตอบได้ในการอบรมสัมมนาแบบ “เข้มข้น ” 4 วันเต็มในครั้งนี้ครับ

สัมมนาการลงทุน “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” แบบเข้มข้น 4 วันเต็ม!!!

เนื้อหาสาระที่เข้มข้นเริ่มจาก วันแรก คือวันเสาร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ ผมก็จะเริ่ม จากการปูพื้นฐานและ การปรับทัศนคติทั้ง “ความคิด” และ “ความเชื่อ” ( Myth + Mindset) ,ทั้ง “วิสัยทัศน์” และ “กระบวนทัศน์” ( Vision + Mission) รวมทั้งการเรียนรู้ถึง Crisis Management หรือ “การบริหารจัดการกับความเสี่ยง ” แบบ “รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง” ของการลงทุนใน “อสังหาฯไม่บาน” หรือ “อสังหาฯ ที่คุ้มค่าราคาประหยัด” ( Budget Real Estate) และมาเรียนรู้กันว่า “อสังหาฯไม่บาน” ในสไตล์ “อกาลิโก+ไฮโซ+โลว์คอส” ของผมคืออะไร รวมทั้ง “อาวุธลับ 8 ประการ” ของผมในการลงทุน “อสังหา ฯไม่บาน”       แล้วไม่เจ๊ง !!! คืออะไร, การเตรียมการโดยไม่ประมาทเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจอย่างรู้เท่าทันทำอย่างไร รวมถึงการเปิด “ทางหนี ทีไล่” อย่างไรให้อยู่รอดปลอดภัยและคืนทุนไวทำอย่างไร ทำไมผมจึงกล้าบอกว่า “ใครลงทุนทำตามแนวทางนี้แล้วเจ๊งโคตรเก่งเลย” !!! ,

ส่วนในวันที่สอง คือวันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ ผมจะลงลึกในรายละเอียดจากประสบการณ์จริง ในโครงการจริง ในการแก้ปัญหาฝ่าฟันอุปสรรคจริงที่นำไปสู่ความสำเร็จจริง รวมไปถึงรายละเอียดในการวางระบบภาษี บัญชี การบริหารจัดการและการแก้ปัญหาทางภาษี(เพื่อให้เสียภาษีอย่างถูกต้องแต่น้อยที่สุด)

หลังจากนั้นในวันที่สาม คือวันเสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ ผมก็จะพาบรรดาผู้เข้าร่วมการอบรมสัมมนาไปดูงานจากสถานที่จริง ได้รับรู้รับทราบถึงปัญหาและอุปสรรคที่แท้จริง รวมถึงวิธีการในการแก้ปัญหาและก้าวข้ามอุปสรรคเหล่านั้นจนประสบความสำเร็จครับ

            สำหรับในวันสุดท้าย คือ วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ ก็จะมีการบรรยายในรายละเอียดลึกลงไปอีก ตั้งแต่ “ระบบการก่อสร้างสำเร็จรูป” ( Pre-Fabrication) จากโครงการจริงที่น่าสนใจ ไปจนถึงการสร้าง Branding และการทำ On Line E-Marketing ผ่านโครงข่าย “อินเตอร์เน็ต ” ตลอดไปจนถึงการสร้าง Networking ” นอกจากนั้นยังให้ความรู้เกี่ยวกับ การศึกษาความเป็นไปได้ของการลงทุนใน “อสังหา ฯ ไม่บาน” ที่ “คุ้มค่าราคาประหยัด” รูปแบบใด ที่สามารถอยู่รอดปลอดภัยและคืนทุนได้ไวในสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน รวมไปถึงการเตรียมความพร้อม สำหรับอนาคตของการลงทุน “อสังหา ฯไม่บาน” ในยุค AEC เปิดเสรี “อาเซียน” ครับ

สัมมนาการลงทุน “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” แบบเข้มข้น 4 วันเต็ม!!!

 ก็ถือได้ว่าเป็นการอบรมสัมมนา 4 วันเต็ม ที่ “เข้มข้น” สำหรับท่านที่สนใจลงทุนใน “อสังหาฯ ไม่บาน ” ประเภทต่าง ๆ ก็ห้ามพลาดเป็นอันขาด จะว่าไปแล้วการอบรมสัมมนาในครานี้เป็นเสมือนการเตรียมความพร้อมในการลงทุน “อสังหาฯไม่บาน ” ทั้งยังเป็น “การวิเคราะห์ความสามารถในการรองรับความเสี่ยง ” ที่ผมมักเรียกว่า “Worst Case Scenario Analysis” อันเป็นการเปิด “ทางถอย ” เมื่อเผชิญกับ “สภาวะวิกฤติ ” และ “คับขัน ” โดยมีการเตรียมความพร้อมเอาไว้โดยไม่ประมาทครับ

ซึ่งในการอบรมสัมมนาในคราวนี้ผมตั้งใจรับผู้เข้าร่วมจำนวนจำกัดจริง ๆ ครับ โดยตั้งใจว่าจะรับเพียง 20-25 ท่านเท่านั้นครับ เพราะในปีที่ผ่าน ๆ มามีผู้เข้าร่วมอบรมสัมมนากันเป็น 100 ท่าน ผลคือ ทำให้ผมไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับทุกท่าน เลยทำให้ไม่มีโอกาสตอบปัญหาข้อข้องใจของทุกท่าน ในครั้งนี้ก็เลยขอจัดอบรมสัมมนาแบบเนื้อ ๆ เน้น ก็น่าจะเป็นประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับบรรดานักลงทุนประเภท “มือใหม่หัดขับ ที่อยากจะสร้างความ “มั่นคงมั่งคั่ง ” ให้กับชีวิตด้วย ด้วยการสร้าง “ Passive Income ” และสร้าง “มูลค่าสินทรัพย์ที่เพิ่มพูนขึ้น ” หรือ “ Capital Gain ” ซึ่งในสภาวะเศรษฐกิจตกสะเก็ดเช่นนี้การลงทุนใน “อสังหาฯ ไม่บาน” ประเภท “ อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน ” น่าจะเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงน้อยที่สุด ทำให้เป็นการลงทุนที่น่าสนใจที่สุดครับ

สัมมนาการลงทุน “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” แบบเข้มข้น 4 วันเต็ม!!!

สำหรับทุกท่านที่สนใจก็ห้ามพลาดโดยเด็ดขาดครับ รีบสำรองจองที่นั่งโดยด่วนที่โทร 081-4218323 และ 02-2451399 ย้ำอีกครั้งนะครับ รับจำนวนจำจัดจริง ๆ (และได้ข่าวแว่ว ๆ ว่าที่นั่งจะเต็มแล้วครับ) เพราะผมตั้งใจว่าจะให้ทุ่มเทเวลากับทุกท่านและตอบทุกคำถามข้อข้องใจเกี่ยวกับการลงทุนใน “อสังหาฯไม่บาน ” รวมทั้งจะทำการวิเคราะห์แบบเจาะลึกว่าควรจะลงทุนทำดีหรือไม่ทำดีและจะลงทุนทำอย่างไรให้อยู่รอดปลอดภัยและคืนทุนไวดี สำหรับทุกท่านที่เข้าร่วมการอบรมสัมมนาในครั้งนี้ก็สามารถนำโฉนดที่ดิน รวมทั้งรายละเอียดต่าง ๆ เข้ามาปรึกษาหารือกับผมในช่วงการอบรมสัมมนาแบบ “เข้มข้นใน 4 วันเต็ม

มาเรียน “รู้เขา รู้เรา ” เพื่อที่จะ “รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง ” ในการลงทุน “อสังหาฯ ไม่บาน ” กันครับ แล้วผมจะรอพบกับทุกท่าน ในการอบรมสัมมนาในครั้งนี้ครับ ท่านที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมก็สามารถเข้าไปดูได้ที่ www.homeloverthai.com ครับ

อ่ า น ต่ อ . . .
“สามทหารเสือ” กับ “6 อ.”

            ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้,แบ่งปันปะทะสังสรรค์กันทางวัฒนธรรมกันระหว่างผมกับ "หมอบุณยพร ยี่มี" แพทย์แผนไทยระดับต้น ๆ ของประเทศและ "อาจารย์สมคิด ลวางกูร" นักสร้างแบรนด์ที่มีชื่อของประเทศ ก็ถือว่าเป็นปรากฏการณ์พิเศษเป็นอย่างยิ่งครับ เพราะการที่ทั้งผม "หมอบุณย์" และ "อาจารย์สมคิด" ได้มีโอกาสมาแลกเปลี่ยนทัศนคติกันเกี่ยวกับปัญหาทางสังคมที่หมักหมมทับถมกันมานานจนกลายเป็น "ระเบิดเวลา" ที่อยู่ใกล้ตัวเรามากจนกระทั่งเรามองข้าม คือ "ปัญหาทางสังคมของผู้สูงวัย" จะว่าไปแล้วก็หลายประเทศนะครับที่กำลังเผชิญหน้ากับปัญหานี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาประเทศที่เจริญแล้วไม่ว่ายุโรปหรืออเมริกา หรือแม้แต่บางประเทศในเอเชีย ยิ่งเจริญยิ่งร่ำรวยเท่าไหร่ ปัญหาที่เกี่ยวกับผู้สูงวัยก็ยิ่งจะทวีความรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น "ญี่ปุ่น" ที่ถือว่าเป็นผู้นำทางด้านเศรษฐกิจของโลก สามารถสร้างชาติ จากไม่มีอะไรเลย หรือจะเรียกว่าจากติดลบก็ว่าได้ เพราะพ่ายแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ถูกทิ้งระเบิดปรมาณูที่ "ฮิโรชิมา" และ "นางาซากิ" ที่ทำให้คนนับแสนคนต้องจบชีวิตในพริบตา จากพลังอำนาจในการทำลายล้างของระเบิดปรมาณูทั้ง 2 ลูก เรียกได้ว่าหลังจากสงคราม "ญี่ปุ่น" ต้องสร้างประเทศขึ้นมาใหม่ในสภาวะที่ติดลบครับ คน "ญี่ปุ่น" เข้าสู่ยุค "เบบี้บูม" เพราะสองคนสามีภรรยาต้องทำงานหนักเพื่อสร้างชาติ มีบุตรธิดาจำนวน 1-2 คน ต้องทุ่มเทให้กับการสร้างโครงสร้างระบบอุตสาหกรรมขึ้นมาใหม่ อุทิศชีวิตทั้งชีวิตและเวลาทั้งหมดให้กับบริษัทที่ตนสังกัดอยู่ ผลคือ "ญี่ปุ่น" ได้ขึ้นมาเป็นผู้นำอันดับต้น ๆ ของโลกในด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมอีกครั้งหนึ่ง ส่งผลให้สินค้าญี่ปุ่นก็ครองโลก แต่ผลที่ตามมาคือ ในปัจจุบันคนญี่ปุ่นรุ่นหลังสงครามที่สร้างชาติขึ้นมาใหม่เหล่านี้ก็อยู่ในชราภาพมากแล้ว บรรดา สว. "ญี่ปุ่น" เหล่านี้ต้องการคนดูแลเอาใจใส่ แต่ผลจาการที่มีลูกเพียง 1-2 คน ต่อครอบครัว จึงต้องรับภาระอันหนักอึ้ง เพราะบรรดาคนเหล่านี้กำลังก้าวหน้าในหน้าที่การงาน อายุอานามก็อยู่ในราว 40-50 ปี จึงไม่มีเวลาดูแล บุพการีนับวันคือยิ่งเป็นภาระต่อลูก ต่อสังคม ที่ต้องมาเลี้ยงดูและเอาใจใส่

“สามทหารเสือ” กับ “6 อ.”

            จะว่าไปแล้วสังคมไทยก็กำลังเข้าสู่กระบวนการนี้ครับ ยิ่งเศรษฐกิจขยายตัวมากเท่าไหร่ยิ่งมีความเจริญรุ่งเรืองทางวัตถุมากเท่าไร บรรดาลูกหลานก็จะยิ่งทิ้งพ่อแก่แม่แก่ให้อยู่อย่างโดดเดี่ยวเดียวดายที่บ้านมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งบรรดา "สว." เหล่านี้ พอยิ่งอายุมากขึ้นความสามารถในการดูแลตัวเองก็ยิ่งลดต่ำลงเป็นภาระต่อลูกหลานมากขึ้น

            ซึ่งประเด็นดังกล่าวนี้ก็กลายเป็นบทสนนทนาระหว่างผมกับ "หมอบุณย์" และ "อาจารย์สมคิด" โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่เคยเชื่อว่าการที่บรรดา "สว." จะมีสุขภาพพลานามัยดี แข็งแรง เป็นภาระลูกหลานให้น้อยที่สุด ได้จะต้องมีครบถ้วนทั้ง "5 อ." ซึ่งประกอบด้วย "อารมณ์", "อาหาร" , "อากาศ" , "ออกกำลังกาย" และ "อุจาระ"ขับถ่ายของเสีย ซึ่งอาจจะไม่เพียงพออีกต่อไป "อ.ที่ 6" คือ "อยู่อาศัย" ซึ่งหมายถึง อาคารบ้านเรือนที่เหมาะสมนำมาซึ่งสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรงทั้งกายและใจที่ดีก็น่าจะเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามครับ ดังนั้นทั้ง "สามทหารเสือ" ก็เลยจับมือร่วมกัน ที่จะปลดฉนวนเวลา "ระเบิดเวลา" คือ "ปัญหาของผู้สูงวัย" โดยตั้งชื่อโครงการที่ทำร่วมกันในอนาคตว่า "กินอยู่อย่างสบาย เตรียมจากไปอย่างสงบ" หมายถึงการดูแลสุขภาพทั้งกายและใจแบบ "องค์รวม" ทั้งการกิน การอยู่ การป้องกันโรคภัยไข้เจ็บที่มาถึงในเวลาก่อนสมควร ซึ่งในความเป็นจริงแล้วโรคบางโรคสามารถป้องกันได้หรือชะลอความเสื่อมได้ ไม่ว่าจะเป็น โรคมะเร็ง, โรคเครียด, โรคความดัน, โรคหัวใจ, โรคเบาหวาน, โรคตับ, โรคไต, โรคไร้สมรรถภาพ ฯลฯ รวมถึงการมีที่อยู่อาศัยและการปรับปรุงที่อยู่อาศัยให้เหมาะสมเพื่อให้ถึงพร้อม คือมีความสุขภาพกายดี สบายดีและอารมณ์ดี แข็งแรงดีตามวัยโดยไม่เบียดเบียนใคร

            ซึ่งทั้งหลายทั้งปวงที่กล่าวมานี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ "องค์ความรู้" ที่จำเป็นต้องเรียนรู้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเกี่ยวกับเรื่องการบริโภคอาหาร การปรับสมดุลย์และการดูแลสุขภาพองค์รวม ตลอดจนไปถึงการใช้สมุนไพร การมีที่อยู่อาศัยที่ถูกต้อง ฯลฯ โดยผมจะเริ่มโครงการนำร่องที่ "ลำพูน" โดยใช้ชื่อว่า "ชีวาแวลเนส แอนด์เรสซิเด้น" (Chiva Wellness & Residence) รวมถึงการเดินสายบรรยายให้ความรู้ ทั้งจากผมและ "หมอบุณย์" เพื่อให้เป็นโครงการ "กินอยู่อย่างสบาย เตรียมจากไปอย่างสงบ" ซึ่งจะมีเนื้อหาสาระครอบคลุมเกี่ยวกับ "Anti - Aging" คือ "การชะลอวัย" และ " Rejuvenation" คือ "การย้อนวัย" รวมทั้ง การออกแบบปรับปรุง ตกแต่ง อาคารบ้านเรือนที่ถูกต้องสำหรับผู้สูงวัย เพื่อการใช้งานในชีวิตประจำวันที่สะดวกสบายและปลอดภัยที่ทางเทคนิคเรียกว่า "Universal Design" หรือ "อารยะสถาปัตย์"

            เมื่อ "จักรวาลจัดสรร" ให้ "สามทหารเสือ" อันประกอบด้วยผม "หมอบุณย์" และ "อาจารย์สมคิด" ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็น "นักคิด" และ "นักปฏิบัติ" โคจรมาพบกันและจับมือกันก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดีครับ สำหรับบรรดา "สว." ทั้งหลาย เพราะโดยแท้จริงแล้วทั้ง 3 คน ก็ถือว่าเป็น "สว." ด้วยกันทั้งนั้น เพราะอายุอานามก็ขึ้นเลข 5 เลข 6 กันแล้ว คิดง่าย ๆ ว่าโครงการนี้ยังไงพวกเราทั้ง 3 ก็ได้ใช้เองแน่ ๆ ครับ จะว่าไปแล้วก็ทำเพื่อตัวและเพื่อทุกคนได้มีโอกาสได้ใช้ไปพร้อมกัน ถ้าคิดดีและคิดบวกแบบนี้ยังไงก็มั่นใจว่าจะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอนครับ

สัมมนาการลงทุน “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” แบบ “ 5 เด้ง”

          สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน สำหรับสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้ผมขอนำเสนอแนวคิดในการลงทุนทำ "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" แบบ "5 เด้ง" ซึ่งผมมักจะถูกถามหลายต่อหลายครั้งครับว่า การลงทุนใน "อสังหาริมทรัพย์" ประเภท "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ในสภาวะปัจจุบันที่สภาพเศรษฐกิจชะลอตัวเช่นนี้มีความคุ้มค่าและน่าลงทุนเพียงใด เพราะดูผิวเผินเหมือนกับว่าเป็นการลงทุนที่มีรายได้น้อย เพราะต้องคอยเก็บค่าเช่าแบบเดือนต่อเดือน รวมทั้งยังมีความยุ่งยากในการบริหารจัดการ ซึ่งก็ยอมรับครับว่าเมื่อก่อนผมก็เคยคิดในลักษณะนี้ แต่พอเอาเข้าจริง ๆ หลังจากที่ได้เรียนรู้จากการลงทุนใน "อสังหาริมทรัพย์" ประเภท "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" โดยผมได้ทำการลงทุนทำจริงมายาวนานกว่า 20 ปี ก็พบกับคำตอบที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งครับว่าแท้จริงแล้วการลงทุนใน "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" เป็นหนึ่งในการลงทุน "อสังหาริมทรัพย์" ที่มีความเสี่ยงที่ถือว่าต่ำที่สุดก็ว่าได้ นอกจากนั้นยังสามารถตอบแทนผู้ลงทุนได้ถึง "5 เด้ง" ด้วยกันครับ ดังมีรายละเอียดในแต่ละ "เด้ง" ดังต่อไปนี้ครับ

สัมมนาการลงทุน “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” แบบ “ 5 เด้ง”

          "เด้งที่ 1" ทำให้มูลค่าของที่ดินเพิ่มขึ้นจากเดิมที่เคยเป็นที่รกร้างว่างเปล่า ปกคลุมเต็มไปด้วยวัชพืช และได้กลายสภาพเป็นที่ทิ้งขยะ หรือเป็นเพิงสังกะสีชั่วคราวสำหรับเก็บวัสดุเหลือใช้ พอได้เริ่มปรับที่ และทำการเขียนแบบพิมพ์เขียวและทำการยื่นขออนุญาตปลูกสร้าง ส่งผลให้ที่ดินแปลงนั้นก็จะปรับตัวมีราคาสูงขึ้นทันทีครับ และนอกจากนั้นก็ยังส่งผลให้ราคาที่ดินโดยรวมในแถบนั้นปรับสูงขึ้นไปด้วย

          สำหรับ "เด้งที่ 2" เมื่อเริ่มมีการก่อสร้างก็จะได้กำไรจากการปรับขึ้นราคาของวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อสร้าง อาทิเช่น เหล็ก,หิน,ปูน,ทราย ฯลฯ รวมถึงค่าแรงรับเหมา ยกตัวอย่างเช่น หากต้องใช้งบประมาณในการก่อสร้าง "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ในราคา 10 ล้านบาทในปีนี้ ในปีหน้าราคาจะเพิ่มขึ้นอีก 10-20 เปอร์เซ็นต์โดยเฉลี่ยต่อปี ขึ้นอยู่กับ "สภาวะเงินเฟ้อ" (Inflation) เป็น 12 ล้านบาทในปีหน้าครับ

          สำหรับ "เด้งที่ 3" คือเมื่อก่อสร้างเสร็จ ทั้งที่ดินและทรัพย์สินมูลค่ารวมกันก็จะเพิ่มขึ้น ยิ่งเก็บไว้นานเท่าไหร่มูลค่ายิ่งทวีคูณขึ้นมากยิ่งขึ้นเท่านั้น ที่มักเรียกกันว่า "Capital Gain" ซึ่งหลายคนที่ลงทุนใน "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ก็มักจะได้กำไรจากส่วนนี้แหละครับ ที่รวยกันเป็น 10 ล้าน เป็น 100 ล้าน ก็เพราะจากมูลค่าทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นนี้แหละครับ

          สำหรับ "เด้งที่ 4" คือเป็นโรงงานพิมพ์ธนบัตรที่สร้างรายได้แบบ "น้ำซึมบ่อทราย" ที่ต่างไหลมาเทมาไม่ขาดสาย มากบ้างน้อยบ้างตามสภาวะเศรษฐกิจ และที่สำคัญสามารถสู้กับ "สภาวะเงินเฟ้อ" ได้ เพราะโดยปรกติแล้วค่าเช่าก็จะปรับตัวขึ้นไปตาม "สภาวะเงินเฟ้อ" มีคนมักถามผมว่าค่าเช่าอพาร์ทเม้นท์ขนาด 25-30 ตารางเมตรที่เหมาะสมควรเป็นเท่าไหร่ วิธีคิดง่าย ๆ ก็ดูจากร้านอาหารตามสั่งในย่านนั้นครับ หากราคาข้าวผัดกระเพราไข่ดาวตั้งราคาไว้เท่าไหร่ เช่น ถ้าราคา 35 บาท ค่าเช่าที่เหมาะสมก็อยู่ระหว่าง 3,500 บาท แต่ถ้าผมกินข้าวผัดกระเพราไข่ดาวจานละ 65 บาท ในย่าน "สุขุมวิท", "สีลม", "สาทร" ค่าเช่าอพาร์ทเม้นท์ ก็อยู่ในราว ๆ 6,500 บาทต่อเดือนโดยประมาณ ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ผมค้นพบโดยบังเอิญจากการที่ลงทุนทำ "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" มาหลายต่อหลายแห่งครับ

          ส่วน "เด้งที่ 5" คือ "เด้ง" สุดท้ายครับ คือเป็นการเปิด "โลกทัศน์"(Visionary) การเรียนรู้ใหม่ที่เกี่ยวกับธุรกิจการลงทุนใน "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" เป็นการสอนให้ประหยัด,มัธยัสถ์และอดออม ทั้งยังสอนให้ทำงานหนักอย่างสม่ำเสมอ แบบมีวินัย เพราะว่าอพาร์ทเม้นท์เป็นธุรกิจที่ต้องเปิดทุกวัน 365 วันต่อปี ไม่มีวันหยุดครับ และเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการที่สามารถแตกขยายรูปแบบไปได้อีกมากมายหลากประเภทหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะแปรสภาพเป็น "บูทิคอพาร์ทเม้นท์", "เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์" หรือ "บูทิคโฮสเทล" หรือ "เนอร์สซิ่งโฮม" (Nursing Home) เป็น "อพาร์ทเม้นท์ประเภทผู้สูงวัย" หรือเป็น "อพาร์ทเม้นท์สำหรับผู้รักษ์สุขภาพ" ประเภท "Anti-Aging" ฯลฯ ก็สามารถที่จะปรับปรุงดัดแปลงคลี่คลายออกไปอย่างไม่รู้จบครับ

สัมมนาการลงทุน “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” แบบ “ 5 เด้ง”

          จะเห็นได้ว่าธุรกิจการลงทุน "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ในปัจจุบันนั้นมีความสลับซับซ้อนพอสมควร โดยท่านสามารถเริ่มต้นจากการลงทุนหลักเพียงไม่กี่ล้านบาท บนที่ดินตั้งแต่ 40 ตารางวา ไปจนถึงที่ดินเป็นไร่ ที่มีมูลค่าในการลงทุนหลายสิบล้านบาท มีความหลากหลายเป็นอย่างยิ่งครับ

          สำหรับท่านที่สนใจในการลงทุนทำ "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" เป็นข่าวดีต้อนรับปี "หนุมานชาญสมร" เนื่องจากผมกับทาง "เนชั่นทีวี" จะจัดการสัมมนาแบบเข้มข้น 4 วันเต็ม รวมทั้งการพาไปเยี่ยมชมดูงานนอกสถานที่ ให้ทุกท่านได้เห็นแจ้ง เห็นจริง แบบ "รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง" โดยจะจัดขึ้นใน วันเสาร์-อาทิตย์ที่ 20-21 กุมภาพันธ์ และวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 27-28 กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้ ที่โรงแรม เมเปิล บางนา โดยท่านที่สนใจลงทุนใน "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ก็สามารถสำรองจองที่นั่งได้โดยด่วนที่ 02-2451399 และ 081-4218323 หรือเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.homeloverthai.com ซึ่งรับจำนวนจำกัดจริง ๆ เต็มแล้วเต็มเลยครับ

สัมมนาการลงทุน “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” แบบ “ 5 เด้ง”

          ก็ขอย้ำนะครับว่าในสภาวะเศรษฐกิจตกสะเก็ดและฝืดเคืองเช่นนี้ การลงทุนใน "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" น่าจะเป็นหนึ่งในการลงทุนที่มีความเสี่ยงน้อยที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากพิจารณาตามแนวคิด "5 เด้ง" ของการลงทุน "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ที่ผมได้นำเสนอไป สำหรับท่านที่สนใจก็ลองเข้ามาร่วมฟังการสัมมนากันดูครับก็น่าจะเป็นประโยชน์ โดยท่านสามารถนำรายละเอียดทั้งหมดที่ท่านมีอยู่ รวมทั้งโฉนดที่ดินทำเลที่ตั้ง เข้ามาสอบถามกับผมได้ว่าควรจะทำดีไม่ทำดีและหากตัดสินใจแล้วว่าทำแน่ก็มาหาวิธีว่าจะลงทุนทำอย่างไรให้อยู่รอดปลอดภัยและคืนทุนได้ไวดีครับ และผมเชื่อว่าการวิเคราะห์แบบเจาะลึกและการให้มุมมองแบบ 360 องศา จากประสบการณ์ 20 กว่าปี ในการทำโครงการน้อยใหญ่มากว่า 500 โครงการของผม คงจะเป็นประโยชน์ แล้วพบกันให้ได้นะครับ ผมจะรอพบกับทุกท่านครับ

<< Start < Previous 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 Next > End >>

Results 1 - 10 of 1727
บ้านไม่บานยอดนิยม อพาร์ตเม้นท์ไม่บานยอดนิยม พิมพ์เขียวแบบบ้าน 999 บาท

หนังสือ “อัศวินอสังหาฯ พารวยกับ อ.เชี่ยว ชอบช่วย” ....ใครลงทุนทา “อสังหาฯไม่บาน” แล้วขาดทุนหรือเจ๊ง... โคตรเก่งเลย!
สามารถอ่าน บทความแนะนำหนังสือ จาก เว็บไซต์ชี้ช่องรวยได้ที่นี่

เปิดตัวแล้วสำหรับ หนังสือรวม  52  รูปแบบ “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน”  กับอาจารย์ “เชี่ยว  ชอบช่วย”

“HOTAP + CONDO” แดงแรงฤทธิ์ @ บ้านฉาง”

บ้านไม่บานอัพเดต

"โฮมส์ออฟฟิศไม่บาน" ที่เบิกบานในสไตล์ "นีโอคลาสสิก"

“โฮมส์ออฟฟิศไม่บาน” ที่เบิกบานในสไตล์ “นีโอคลาสสิก”

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว “บ้านไม่บาน ” สำหรับในสัปดาห์นี้ผมขอนำเสนอ “บ้านไม่บาน ” ในรูปแบบ “โฮมส์ออฟฟิศ ” สไตล์ “นีโอคลาสสิก ” ซึ่งจะว่าไปแล้วก็ถือว่าเป็นแบบ “ลูกผสม ” ระหว่าง “อาคารพาณิชย์ ” กับ “ทาวเฮ้าส์ ” หรือ “ทาวโฮมส์ ”เป็นการผสมผสานกันอย่างลงตัวของที่ “พักอาศัย” กับ “ที่ทำงาน ” จึงเรียกว่า “โฮมส์ออฟฟิศ ” ที่ในปัจจุบันหาก“โฮมส์ออฟฟิศ ” ตั้งอยู่บนทำเลที่ถูกต้องเหมาะสม สามารถประกอบกิจการการค้าการขายได้และอยู่ใน “ย่าน ” ที่การคมนาคมสามารถเข้าถึงอย่างสะดวก เป็นผลให้ในบางทำเล “โฮมส์ออฟฟิศ ” มีราคาซื้อขายกันสูงถึงห้อง 7-9 ล้านบาทเลยทีเดียว ยิ่งเป็น “ทำเล” ที่อยู่ใกล้รถไฟฟ้าทำธุรกิจธุรกรรมทางการค้าได้ทำให้ “โฮมส์ออฟฟิศ ” บางโครงการในบางย่านมีราคาเกิน 10 ล้านบาทต่อยูนิตเลยทีเดียว จะว่าไปแล้วจากการที่ผมได้คลุกคลีตีโมงกับวงการ “อสังหาริมทรัพย์” ในบ้านเรามายาวนานกว่า 25 ปี สารภาพตามตรงครับว่าก็แทบไม่เชื่อครับว่า “โฮมส์ออฟฟิศ ” ในปัจจุบันจะมีราคาแพงกันขนาดนี้ แต่จะว่าไปแล้วพื้นที่ดินมีเท่าเดิมครับ แต่ประชากรเพิ่มปริมาณขึ้น ก็เป็นธรรมดาที่ราคา “อสังหาริมทรัพย์ ” จะปรับเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัวครับ

. . .

อ่ า น ต่ อ . . .

สัมมนาการลงทุน "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน"
แบบเข้มข้น 4 วันเต็ม!!!


สัมมนาการลงทุน “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” แบบเข้มข้น 4 วันเต็ม!!!          สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” อีกไม่นานแล้วนะครับก็จะถึงวันที่ผมกับทาง “เนชั่นทีวี” จัดการอบรมสัมมนาขึ้นในหัวข้อ “รวยซะให้เข็ด” แบบ “5 เด้ง” กับการลงทุน “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน”, “บูทิคอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน”, “บูทิคโฮเทลไม่บาน”, “คอนโดมิเนียมไม่บาน”, “โรงแรม+รีสอร์ทไม่บาน” ที่คุ้มค่าราคาประหยัด (Budget Real Estate) ด้วยอาวุธลับ 8 ประการ ที่ใครลงทุนทำแล้วเจ๊งโคตรเก่งเลย !!! ซึ่งการอบรมสัมมนาในครั้งนี้ จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 20 และวันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ และในวันเสาร์ที่ 27 และวันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ เป็นเวลา 4 วันเต็ม ที่ อาคาร “อินเตอร์ลิ้ง ทาวเวอร์” บางนา ชั้น 27 โดยปรกติแล้วจะจัดขึ้นเพียงปีละ 1 ครั้งเท่านั้น ดังนั้นถ้าใครพลาดจากครั้งนี้ก็คงต้องร้องเพลงรอไปอีกนานครับ . . .

อ่ า น ต่ อ . . .
คลินิกคนรักบ้าน
"นิวรอน" และ "แอกซอน" คือ
"เคล็ดลับ"ความ "สำเร็จ"
หรือ "ล้มเหลว" (1)


“นิวรอน” และ “แอกซอน”  คือ “เคล็ดลับ”ความ “สำเร็จ” หรือ “ล้มเหลว” (1)   เมื่อวันเสาร์ที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา ผมได้ไปบรรยายในหัวข้อเกี่ยวกับกลเม็ด “เคล็ดลับ”ของความสำเร็จในการลงทุน “อสังหาฯ ไม่บาน” ของผมที่ทำให้ผมมีทรัพย์สินเงินทองเติบโตอย่างมั่นคงมั่งคั่งยั่งยืน จาก 1,000 ร้อย (หรือแสนบาท) กลายเป็น 1,000 ล้านบาท ให้ผู้ฟังกว่า 500 คนได้ฟังที่โรงภาพยนตร์ “สกาล่า”,สยามสแควร์” ซึ่งในการบรรยายครั้งนี้ผมเริ่มจากการให้ความรู้เกี่ยวกับ “นิวรอน” และการปรับประจุไฟฟ้าให้เป็นบวก หรือเป็นลบ ที่หากมีการฝึกฝนกันอย่างจริงจังก็เชื่อว่าทุกคนจะสามารถทำได้ครับ โดยเริ่มจากการที่ผมตั้งถามต่อบรรดาผู้ที่เข้าร่วมฟังการบรรยายของผมว่า ทำไมคนบางคนเป็นคนฉลาดมีไหวพริบดีเรียนเก่งได้เกรด A+,B+ ทั้งยังเรียนได้เกียรตินิยม ทำไมบางคนถึงเป็นคนใฝ่รู้ขนาดเรียนปริญญาโท 2 ใบ, ปริญญาเอก 2 ใบ แต่ในขณะที่ทำไมบางคนถึงตั้งใจเรียนอย่างไร ก็เรียนไม่เก่งเรียนแบบขอพอผ่านไปทีได้เกรด C,D เผลอ ๆ สอบตกได้ F ไปก็มี ก็มีบางคำถามที่เรามักจะมองข้ามไป เคยถามว่าทำไมเกษตรกรไทย/ชาวไร่/ชาวสวน,ชาวนาในบ้านเราถึงยากจนแบบซ้ำซากไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้สักที เป็นอย่างนี้มานานหลายช่วงอายุคนแล้ว แต่ในทางกลับกัน , ทำไมชาวไร่/ชาวนา/ชาวสวน ในอเมริกา,ยุโรป,ญี่ปุ่น จึงรวยเอารวยเอา ทั้ง ๆ ที่อยู่ในธุรกิจการเกษตรเหมือนกัน,ทำไมบางคนลงทุนทำการค้ามีแต่กำไร ๆ ๆ บางคนยิ่งลงทุนทำยิ่งขาดทุนซ้ำซาก จนสิ้นเนื้อประดาตัว,บางคนลงทุนในอสังหาฯ รวยเอา รวยเอา ทำไมบางคนลงทุนทีไร ก็ทุนหายกำไรหดลงไปทุกที จนเกิดความกลัว ไม่กล้าทำอะไร มิหนำซ้ำยังมีทัศนคติด้านลบติดตัวไปตลอดชีวิต สรุปแล้วทำอะไรไม่ได้เลยครับ

. . .

อ่ า น ต่ อ . . .

Homeloverthai Multimedia
Homeloverthai Multimedia
รายการคนไทยไม่ท้อ >>  

รายการ แผ่นดินพอเพียง   

Homeloverthai Multimedia
Homeloverthai Multimedia
Homeloverthai Multimedia
 

นิตยสารบ้าน+อพาร์ตเม้นท์ไม่บานกับ อ.เชี่ยว ฉบับสะสม
นิตยสารบ้าน+อพาร์ตเม้นท์ไม่บานกับอ.เชี่ยว ฉบับสะสม เหลือเพียง 6 เล่ม
(เล่ม 7,8,9,10,11,12)  ราคาชุดละ 300 บาท  รวมค่าจัดส่งแบบลงทะเบียน
รายละเอียดการโอนเงิน
ชื่อบัญชี ภัทรพล   เวทยสุภรณ์  ธนาคารกรุงเทพ ฯ  สาขาห้วยขวาง  ประเภทสะสมทรัพย์  บัญชีเลขที่  1764267272
แฟกซ์ pay  in
พร้อมระบุชื่อที่อยู่   หมายเลขโทรศัพท์ และ เล่มหนังสือที่สั่งซื้อ   มาที่หมายเลข  02-6441479 หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-2451399 และ 02-6441478 หรือ สำนักงานบ้านไม่บาน  เลขที่ 1  ซ.ประชาสงเคราะห์ 12   แขวงดินแดง  เขตดินแดง  กทม.  10400