สมัครงานกับทีมงานบ้านไม่บาน คลิกอ่านรายลัเอียดด้านใน

โปรดระวังบุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว   ชอบช่วย หรือ   ผศ.ดร.ภัทรพล   เวทยสุภรณ์  และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง  ฯลฯ  ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ  ทั้งสิ้น  หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์   02-2451399  หรือ  02-6441478  เท่านั้น
บุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว ชอบช่วย หรือ ผศ.ดร.ภัทรพล เวทยสุภรณ์ และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง ฯลฯ ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์ 02-2451399 หรือ 02-6441478 เท่านั้น

ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ "ตักศิลา คเณศ์ธร"

  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
ครบรอบ 120 ปี “ศิลป์ พีระศรี”
ครบรอบ 120 ปี "ศิลป์ พีระศรี"

ระวัง !!! “เงินฝืด”

               สำหรับผมแล้วไม่ว่าสภาพเศรษฐกิจโดยรวมจะอยู่ในสภาวะ "เงินฝืด" (Deflation) หรือ "เงินเฟ้อ" (Inflation) มากจนเกิน "พอดี" นั้นก็ถือว่าไม่ดีทั้งคู่ครับ ในปัจจุบันมีสัญญาณที่ชี้วัดชัดเจนว่าเศรษฐกิจกำลังอยู่ในช่วง " ตกสะเก็ด" ซึ่งอาจจะนำไปสู่สถานการณ์ของการเกิด "ฟองสบู่" ของธุรกิจ "อสังหาฯ" ที่หากควบคุมกันไว้ไม่ดีก็มีสิทธิ์ "ฟองสบู่แตก" ได้ตลอดเวลาครับ ทั้งปรากฏการณ์ "เงินฝืด" และ "เงินเฟ้อ" สำหรับผมที่เคยร่ำเรียนเศรษฐศาสตร์มาบ้างตอนทำปริญญาเอก ก็ถือว่าเป็นสัญญาณอันตรายครับ

               ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันนี้ สังเกตดูง่าย ๆ ครับว่า ราคาสินค้าในภาพรวมไม่มีสัญญาณการปรับขึ้นราคามากเท่าไรครับ (ไม่รวมสินค้าประเภทพลังงาน เช่น น้ำมัน หรือ แก๊ส ที่มีอัตราการเคลื่อนไหวตัวขึ้นๆ ลงๆ อย่างผกผันกับราคาในตลาดโลก) ที่น่าแปลกคือสินค้าส่วนใหญ่ไม่ขึ้นราคา มิหนำซ้ำในบางรายการยังลดราคา แต่ที่น่าแปลกใจคือกลับไม่มีแรงซื้อเข้ามาเท่าไหร่ ทำให้ผมฉุกใจ พอลองเช็คกลับไปก็เลยพบว่า อัตรา "เงินเฟ้อ" นั้นกำลังขยายตัวติดลบโดยประมาณ 1.04 % ติดต่อกันมาหมายเดือน เป็นสัญญาณว่ารัฐบาลจะต้องหามาตรการในการเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังซบเซา เพราะเศรษฐกิจกำลังขยายตัวติดลบ โดยพิจารณาจากสินค้า 300 รายการ มาคัดออก 100 รายการ (ที่มีความอ่อนไหวต่อราคาตลาด) ให้เหลือ 200 รายการ แล้วนำมาคิดคำนวณกับอัตรา "เงินเฟ้อ" พื้นฐาน ที่จากเดิมเมื่อหลายเดือนก่อนเคยอยู่ในแดนบวก 1.02 % โดยประมาณ กลายเป็นติดลบซึ่งเป็นเครื่องชี้วัดที่ชัดเจนว่าเศรษฐกิจของไทยเรากำลังเข้าสู่สถานการณ์ "เงินฝืด" (Deflation) ส่งผลให้ธุรกิจและธุรกรรมของการค้าขายในภาพรวมมีอาการการซึมเศร้าหงอยเหงา ให้เห็นชัดเจน รวมทั้งกำลังซื้อในภาพรวมของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่หลายโครงการมีการลด , แลก, แจก, แถม กันอย่างมโหฬาร จนแทบจะไม่มีกำไร แต่ก็กลับไม่คึกคักเท่าที่ควร

ระวัง !!! “เงินฝืด”

               จากการวิเคราะห์ทางเทคนิคของผม ในสภาวะที่สินค้าประเภทพลังงาน เช่น น้ำมัน, แก๊ส NGV,LPG ได้ถูกตรึงราคาให้อยู่กับที่ แต่กลับเกิดสภาวะ "เงินเฟ้อ" ติดลบติดต่อกัน 3-4 เดือน นั่นแหละครับคือเครื่องชี้วัดที่ชัดเจนว่าสภาวะ "เงินฝืด" ได้คืบคลานเข้ามาอย่างเงียบเชียบเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ หากสถานการณ์ยังเป็นอย่างนี้ก็คงไม่มีทางเลือกอื่นใด "แบงค์ชาติ" ก็คงต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลงอีก (ประมาณ 0.25%) หาก "เงินเฟ้อ" ยังติดลบต่อเนื่องประจำ ผมฟันธงลงไปว่า หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ ไม่น่าจะเกินเดือนกรกฎาคม จะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยกันอีกครับ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเมื่ออัตราดอกเบี้ยลดแล้ว ธุรกิจในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์จะคึกคักขึ้น และยิ่งถ้าเป้าหมายการเติบโตของ "จีดีพี" ของประเทศไทยในภาพรวมที่รัฐบาลตั้งเป้าไว้ 3-4% อัตรา "เงินเฟ้อ" จำเป็นต้องขยายตัวในแดนบวก ไม่ใช่ติดลบอย่างเช่นในปัจจุบัน

            ที่กล่าวกันมายืดยาวก็เพื่อเตือนสติ ในฐานะ "สุนัขเฝ้าบ้าน" ว่าเป็นความจริงที่ต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจของไทยกำลังตกอยู่ในสภาวะ "เงินฝืด" เป็นผลให้ถึงแม้สินค้าส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่ตรึงราคา มิหนำซ้ำยังลดราคา พร้อมแคมเปญในการ ลด, แลก, แจก, แถม แต่กลับไม่มีใครสนใจที่จะซื้อสักเท่าไหร่ ก็จัดว่าเป็นสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งครับ ย้ำนะครับสำหรับผู้ที่คิดจะลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบต่างๆ ที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็น ที่ดินเปล่า, บ้านเดี่ยว, บ้านแฝด, ทาวน์เฮ้าส์, ตึกแถว, อพาร์ทเม้นท์, คอนโดฯ, โรงแรม, รีสอร์ท ฯลฯ ในสถานการณ์เช่นนี้จึงไม่ควรที่จะ "เล็งผลเลิศ" จะคิดอ่าน "ทำการน้อยใหญ่" เอาแต่ "พอเหมาะ พอดี พอเพียง" และยังต้องเตรียมรับมือกับสถานการณ์ "เงินฝืด"ไว้ให้จงดี ทั้งยังต้องเตรียมเปิด "ทางหนีทีไล่" เอาไว้ ก็จะสามารถ "ประคองตัวให้อยู่รอดปลอดภัย" ได้ในสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศที่ไม่น่าไว้วางใจเช่นนี้ครับ

การบรรยาย “อสังหาฯไม่บานในราคาประหยัด” กับ 4 “ผู้รู้”

          สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" คงไม่ผิดนักที่กล่าวว่าวงการธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของบ้านเราได้ก้าวเข้าสู่ยุค "อสังหาฯไม่บาน" ประเภท "อสังหาฯราคาประหยัด" หรือ "Budget Real Estate" อย่างเต็มรูปแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันสภาวะที่เศรษฐกิจของบ้านเราเข้าสู่สภาวะ "เงินฝืด" ซึ่งกำลังทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นตามลำดับ ซึ่งหนึ่งใน "ทางเลือก" อันอาจจะเป็น "ทางรอด" รวมทั้งเป็นการเปิด "ทางถอย" ของการลงทุนใน "อสังหาริมทรัพย์ที่ไม่บาน"ของผมซึ่งเชื่อว่ากำลังจะเป็น "เทรน" ที่เป็น "กระแส" มาแรงแซงโค้ง คือ "อสังหาฯ ราคาประหยัด" หรือ "Budget Real Estate" ที่ได้สร้างความมั่งคั่งร่ำรวยให้กับนักลงทุนหลายต่อหลายท่าน จากหลักล้านเป็นหลักสิบเป็นหลักร้อยและเป็น "อสังหาฯพันล้าน" ในที่สุด จะว่าไปแล้วบรรดา "ผู้รู้" หลายท่านในวงการ "อสังหาฯ" ก็ได้ฟันธงลงไปว่าน่าจะถึงเวลาแล้วกับการมาถึงของ "อสังหาฯ ไม่บานราคาประหยัด" หรือ "Budget Real Estate" ครับ

การบรรยาย “อสังหาฯไม่บานในราคาประหยัด” กับ 4 “ผู้รู้”

          ผมเป็นคนโชคดีมากครับมีโอกาสได้เสวนา แลกเปลี่ยน เรียนรู้ แบ่งปันกับ บรรดา "ผู้รู้" ที่ "รู้จริง" จากการที่ได้ผ่านร้อนผ่านหนาวจากการ "ลงมือทำจริง" หลายท่านที่คร่ำหวอดในธุรกิจการพัฒนาอสังหาฯ อาทิเช่น "ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์" (อดีตรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม) และปัจจุบันดำรงตำแหน่ง "CEO" ของ "คิวเฮ้าส์" (Quality House) ที่แต่ละปีดูแลเงินลงทุนหลายหมื่นล้าน ก็ยังมีความเชื่อในการมาถึงของ "อสังหาฯ ราคาประหยัด"หรือ "Budget Real Estate" ซึ่งในปัจจุบัน "คิวเฮ้าส์" ก็ได้ลงทุนในโครงการ "The Trust Condo" เป็น "คอนโดมิเนียมราคาประหยัด" โดยมีราคาเริ่มต้นเพียง 599,000 บาท!!! ทั้งที่อดีตที่ผ่านมา "คิวเฮ้าส์" มุ่งเน้นการพัฒนาอสังหาฯ ระดับ "ไฮเอนด์" โดยการสร้างบ้านราคาแพงหลังละ 40-80 ล้านบาท++ ซึ่ง "ดร.ชัชชาติ" บอกกับผมว่าการที่ "แบรนด์ใหญ่" ที่มีความแข็งแรงและได้รับการยอมรับ ลงมาเล่นในตลาด กลาง ล่าง ในสถานการณ์เช่นนี้ถือว่าเป็นการสร้างความได้เปรียบ เป็นผลให้ "The Trust Condo" ก็ได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วไปในจังหวัดต่าง ๆ จัดได้ว่าเป็นการรุกคืบของ "คิวเฮ้าส์" สู่ "อสังหาฯ ไม่บานราคาประหยัด" ประเภท "คอนโดฯ ราคาประหยัด" หรือ "Budget Condominium" อย่างเต็มรูปแบบครับ

          สำหรับ "ผู้รู้" อีกท่านที่มีความสนิทสนมกับผมพอสมควรแบบว่ามองตาก็รู้ใจ คือ "คุณพิชัย จาวลา" ที่เป็น "CEO" ของ "B2" ซึ่งในปัจจุบันกล่าวได้ว่าเป็นผู้นำในธุรกิจด้าน "โรงแรมราคาประหยัด" หรือ "Budget Hotel" ที่กำลังเขย่าวงการ โดยการขยายตัวอย่างรวดเร็วไปกว่า 26 สาขา โดยเริ่มจาก "เชียงใหม่" แล้ว กระจายไปทั่วประเทศ และกำลังรุกคืบเข้าสู่ประเทศ "อาเซียน" โดยรวมคอนเซ็ปต์ "บูทิคโฮเทลไม่บาน" ผสมผสานกับความเป็น "โรงแรมราคาประหยัด" ซึ่งในปัจจุบันมีมูลค่าการลงทุนรวมกันกว่า 2,500 ล้านบาท ใช้เม็ดเงินลงทุนในแต่ละสาขาประมาณ 80-100 ล้านบาท และมีห้องพักรวมกันทั่วกว่า 1,600 ห้อง โดยมีราคาห้องพักเริ่มต้นที่ 399 บาทต่อคืน!!! เป็นการสร้าง "โรงแรมราคาประหยัด" ให้ได้มาตรฐานสากลที่ทั่วโลกยอมรับ ภายใต้การพัฒนาระบบการจองห้องพักและการขายห้องพัก ตลอดจนการบริการ การคืนกำไร ให้แก่ลูกค้า โดยผ่านเทคโนโลยี "ออนไลน์" ซึ่งเปิดโอกาสให้การจองห้องพักล่วงหน้าสามารถชำระผ่าน "บัตรเครดิต" และชำระเป็นเงินสดผ่าน "เคาน์เตอร์เซอร์วิส" รวมถึง "ตู้เบิก-ถอนเงินสดอัตโนมัติ"(เอทีเอ็ม) รวมถึงมีเป้าหมายจะขยายสาขาให้ได้อย่างน้อยปีละ 5 แห่ง รวมถึงการขยาย "แฟรนไชส์" ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งยังมีแผนที่จะเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ภายในปี 2560 ก็เป็น "Budget Real Estate" ประเภท "Budget Hotel" หรือ "โรงแรมราคาประหยัด" ที่กำลังเขย่าทั้งวงการพัฒนาอสังหาฯ ครับ

การบรรยาย “อสังหาฯไม่บานในราคาประหยัด” กับ 4 “ผู้รู้”

          ส่วน "ผู้รู้" อีกท่านหนึ่ง คือ "อาจารย์ธันยาวัชร์ ไชยตระกูลชัย" นักวิเคราะห์การตลาดระดับประเทศ ก็จะให้มุมมองที่เฉียบคมกับการมาถึงของ "อสังหาฯ ราคาประหยัด" ซึ่ง "ผู้รู้" ทั้ง 3 ท่านที่กล่าวมานี้จะมาบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับการลงทุน "อสังหาฯไม่บาน" ในประเภท "Budget Real Estate" รวมทั้งตัวผม "อาจารย์เชี่ยว ชอบช่วย" ที่สังคมให้เกียรติและยอมรับว่าเป็น "กูรู" ด้าน "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" และ "ฮ็อตแท็ปไม่บาน" ซึ่งจะมาเล่าให้ฟังถึงการลงทุน "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน"และ "อพาร์ทเม้นท์+โรงแรม +รีสอร์ทไม่บาน" ภายใต้แบรนด์ "ชีวาปุรี" ซึ่งมีห้องพักทั้งระบบรวมกันกว่า 1,000 ห้อง และมีโครงการที่จะเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ในอนาคตอันใกล้เช่นกัน

          ถือว่าเป็นโอกาสทองครับที่บรรดา "ผู้รู้" จริงจากการที่ได้ลงมือปฏิบัติจริงในการลงทุน "อสังหาฯ ไม่บาน" ประเภท "Budget Real Estate" ทั้ง 4 คือ ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แห่ง "คิวเฮ้าส์", "คุณพิชัย จาวลา" แห่ง "B2" และ "ดร.ภัทรพล เวทยสุภรณ์" (อาจารย์เชี่ยว ชอบช่วย) แห่ง "ชีวาปุรี" รวมถึง "อาจารย์ธันยาวัชร์ ไชยตระกูลชัย" แห่ง "SMEs ตีแตก" มารวมกันให้ความรู้ที่หลากหลายมุมมองเกี่ยวกับ "อสังหาฯ ไม่บานราคาประหยัด" หรือ "Budget Real Estate" ที่เชื่อว่ากระแสพัฒนา "อสังหาฯไม่บาน" ในแนวทางนี้ยังไงก็มาแน่ครับ

          ซึ่งการบรรยายครั้งสำคัญในหัวข้อ "อสังหาฯไม่บาน" ราคาประหยัด สู่ "อสังหาฯพันล้าน" นี้จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน ที่จะถึงนี้ เวลา 8.30-18.00 น. ณ.โรงแรมแกรนด์มิลเลนเนียม สุขุมวิท โดยสามารถสำรองจองที่นั่งได้โดยด่วนที่เบอร์ 094-0395627 และ 081-3396007 สำหรับท่านที่สนใจในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ประเภท "อสังหาฯ ไม่บานในราคาประหยัด" หรือ "Budget Real Estate" ก็ห้ามพลาดโดยเด็ดขาดครับ

“โชห่วยไม่บาน” ความฝันของ “อาม่า” ที่ “บางใหญ่”

          สวัสดีครับ แฟน ๆ ชาว "บ้านไม่บาน" สำหรับในสัปดาห์นี้ผมภูมิใจนำเสนอ "โชห่วยไม่บาน" ใน "ตึกแถว" ที่ยืนยงคงกระพันไม่มีวันล้าสมัยและหายหน้าหายตาไปจากสังคมไทย ไม่ว่าสังคมไทยจะก้าวล้ำนำสมัยไปสักเท่าไหร่ธุรกิจ "โชห่วยไม่บาน" ที่อยู่ในอาคารประเภท "ตึกแถว" ที่ผสมผสานระหว่างพื้นที่ทำการค้ากับพื้นที่พักอาศัยก็ยังคงอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวะ "เงินฝืด" ทำให้เศรษฐกิจตกอยู่ในสภาวะฝืดเคืองเช่นนี้ "โชห่วยไม่บาน" ใน "ตึกแถว"ก็จะได้รับความนิยมอย่างเสมอต้นเสมอปลาย สำหรับผมแล้วเป็น "ประเภทตัวจริงเสียงจริง" ที่สามารถยืนยงอย่างทรนงองอาจ ไม่ว่าเศรษฐกิจจะตกอยู่ในสภาพเช่นไรไม่ว่าจะเป็นสภาวะ "เงินฝืด" หรือ "เงินเฟ้อ" แต่ "โชห่วยไม่บาน" ใน "ตึกแถว" ก็สามารถทนแรง "กดดัน" เหล่านี้ได้ อีกทั้งยังเป็นเครื่องชี้วัดที่สำคัญว่าเศรษฐกิจในย่านนั้นกำลังตกอยู่ในสภาพเช่นไร หาก "โชห่วยไม่บาน" ใน "ตึกแถว" ที่อยู่ติดกันเปิดทำการค้ากันอย่างพร้อมเพรียง มีผู้คนขวักไขว่เดินไปเดินมาจับจ่ายหาซื้อสินค้าและการให้บริการ ก็แสดงว่าเศรษฐกิจในชุมชนนั้นยังแข็งแรงดีอยู่ ในทางกลับกันหาก "โชห่วยไม่บาน" ใน "ตึกแถว" ในภาพรวมตกอยู่ในสภาพซึมเศร้า บางร้านเปิดบ้าง ปิดบ้าง (แบบฟันหรอ) อีกทั้งผู้คนก็ไม่พลุกพล่าน ก็เป็นเครื่องชี้วัดว่า เศรษฐกิจในย่านนั้นกำลังอยู่ในขาลง เพราะ "โชห่วยไม่บาน" ใน "ตึกแถว" นั้นเหมือน "ปราการด่านสุดท้าย" ถ้าหากพ่อค้าแม่ค้าที่ทำการค้าเล็ก ๆ น้อย ๆ ประเภท "โชห่วยไม่บาน" ยังเอาตัวไม่รอด ก็เห็นทีว่าเศรษฐกิจของประเทศกำลังตกอยู่ในขาลงแบบสุด ๆ ครับ

“โชห่วยไม่บาน” ความฝันของ “อาม่า” ที่ “บางใหญ่”

          สำหรับ "โชห่วยไม่บาน" ใน "ตึกแถว" ที่ตั้งอยู่ใจกลางย่านตลาดเก่า "บางใหญ่" นี้ เป็นของ "อาม่า" ที่อายุกว่า 80 ปี เพราะทำเลที่ตั้งอยู่ในตลาด ทำให้กิจการการค้าเจริญรุ่งเรืองดี ทำมาค้าขึ้นมายาวนานกว่า 60 ปี จัดได้ว่าเป็น "ทำเลทอง" เพราะอยู่ติด "คลองบางใหญ่" ตรงข้ามมีสถานที่ราชการสำคัญ ๆ ต่าง ๆ อาทิเช่น ที่ทำการอำเภอบางใหญ่, สถานีตำรวจบางใหญ่ ฯลฯ นอกจากนั้นบริเวณด้านหน้าก็เป็นท่าเทียบเรือหางยาวนับ 100 ลำ ที่นำพาผู้คนไปส่งที่ "ท่าช้าง" "ท่าพระจันทร์" และ "สนามหลวง" เป็นผลให้บรรยากาศภาพรวมในอดีตของย่าน "บางใหญ่" จึงคึกครื้นคึกคักเป็นอย่างยิ่งครับ เพียง 10 กว่าปีที่ผ่านมา มีการพัฒนาอสังหาฯเพื่อเป็นศูนย์การค้าสมัยใหม่ตามกระแส "โลกาภิวัตน์" หรือ "โลกาวิบัติ" นักพัฒนาที่ดิน ได้สร้าง "เมกกะโปรเจ็ค" ขึ้นใหม่ที่ "บางใหญ่ซิตตี้" ติดถนน "วงแหวน" และได้บริจาคที่ดินบางส่วนในโครงการเพื่อสร้างสถานที่ราชการ อาทิเช่น ที่ทำการอำเภอหลังใหม่และสถานีตำรวจหลังใหม่ ฯลฯ ประกอบกับการสัญจรในแม่น้ำลำคลองโดยใช้เรือที่เคยมีบทบาทในอดีตก็ลดความสำคัญลง เพราะผู้คนนิยมใช้รถยนต์และรถขนส่งสาธารณะ เช่น รถส่วนตัว, รถเมล์, รถสองแถว, รถแท็กซี่ ฯลฯ ผลคือ ตลาด "บางใหญ่" ซึ่งคึกคัก ครึกครื้น ทำไปทำมาก็แทบจะกลายสภาพเป็นตลาดร้างแล้วครับ "กาลเวลากลืนกินสรรพสิ่ง" ครับ แม้แต่การสัญจรทางน้ำที่แต่เดิมนิยมใช้เรือหางยาวก็ค่อย ๆ ลดบทบาทลง จนปัจจุบันแทบหาใช้บริการเรือหางยาวไม่ได้ มิหนำซ้ำยังถูกกระหน่ำซ้ำเติมด้วยวิกฤติการณ์ "น้ำท่วมใหญ่" ในปี พ.ศ.2554 ซึ่งมีระดับน้ำท่วมสูงถึง 2 เมตร และท่วมติดต่อกันเป็นเวลานานกว่า 4 เดือน ก็หนักหนาสาหัสเป็นอย่างยิ่ง ถ้าไม่แกร่งจริงไม่อึดจริงก็คงทนไม่ได้ครับ

“โชห่วยไม่บาน” ความฝันของ “อาม่า” ที่ “บางใหญ่”

          น่าประทับใจอย่างยิ่งครับที่ "อาม่า" วัย 80 เศษ ๆ และลูก ๆ ไม่ยอมแพ้ต่อลิขิตฟ้าชะตาชีวิตกัดฟันสู้ต่อครับทั้งยังยืนยันที่จะเปิดร้าน "โชห่วยไม่บาน" โดยไม่หวั่นเกรงบรรดาห้างสรรพสินค้าประเภท "โมเดิร์นเทรด" จากการที่ผมได้มีโอกาสไปคุยกับ "อาม่า" และบรรดาลูก ๆ เหตุผลที่ยังยืนหยัดขายของอยู่ที่เดิมไม่คิดจะย้ายไปไหนมีอยู่ 2 ประการเท่านั้นครับที่ทำให้สู้ไม่ถอย ประการแรก คือ จิตใจ "รักบ้านเกิด" ที่แข็งแกร่งประดุจเพชร ยังไงก็ขอยืนหยัดสู้ แบบสู้ตรงนี้ สู้ที่นี่ ไม่หวั่นเกรงศักดิ์ศรี "เทสโก้ โลตัส", "บิ๊กซี" ฯลฯ ที่เป็นห้างสรรพสินค้าที่ทันสมัยประเภท "โมเดิร์นเทรด" และประการที่ 2 เชื่อในศักยภาพของ "โชห่วยไม่บาน" ของตัวเองที่มีสินค้าให้เลือกมากมายกว่า เรียกว่ามีครบตั้งแต่ "สากกระเบือยันเรือรบ" ไม่ว่าจะเป็นเข็ม, ด้าย, ชุดชั้นในของคุณยาย,คุณย่า, เครื่องใช้ไม้สอยในครัวเรือน ฯลฯ แม้กระทั่งอุปกรณ์จับปลา อาทิเช่น เบ็ด, แห, อวน, ฯลฯ ก็เรียกว่ามีทุกอย่างที่ลูกค้าต้องการ ที่บรรดา "โมเดิร์นเทรด" ไม่มี มิหนำซ้ำสินค้าบางรายการก็มีราคาย่อมเยาว์กว่า และเหนือสิ่งอื่นใด มีความเป็นมิตรกว่า มีความถ้อยทีถ้อยอาศัยกันมากกว่าเพราะเป็นคนในพื้นที่ครับ

          พอได้รับการติดต่อจาก "อาม่า" พร้อมกับลูก ๆ ผมจึงทำการออกแบบ "โชห่วยไม่บาน" ใน"ตึกแถว" ประเภท "สายพันธุ์ใหม่" ขึ้นมาใหม่ ที่มีโจทย์ว่าจะต้องงามง่ายและเรียบง่ายที่สุด สามารถใช้พื้นที่ก่อให้เกิดประโยชน์ที่สุด เรียกว่าแทบจะทุกตารางนิ้ว เพราะสินค้ามีมากมายหลากหลายเหลือเกิน และจะต้องควบคุมราคาค่าก่อสร้างให้ประหยัดที่สุด ซึ่ง "โชห่วยไม่บาน" ใน "ตึกแถว" หลังใหม่ที่กำลังจะก่อสร้างนี้ก็อยู่ไม่ไกลจากตลาด "บางใหญ่" เก่า ห่างกันเพียงแค่เดิน 4-5 นาทีก็ถึง แต่ข้อสำคัญได้ย้ายทำเลออกจากตลาดเก่าไปอยู่ริมถนน ก็น่าจะเป็นทำเลที่ตอบโจทย์ได้ดีกว่าครับ

“โชห่วยไม่บาน” ความฝันของ “อาม่า” ที่ “บางใหญ่”

          จะว่าไปแล้ว "โชห่วยไม่บาน" ใน "ตึกแถว" ที่ "บางใหญ่" ของ "อาม่า" และลูก ๆ หลังนี้ ถึงแม้เป็นเพียงงานออกแบบชิ้นเล็ก ๆ มีงบประมาณที่จำกัดอย่างที่สุด แต่ผมก็ทำด้วยความอิ่มเอิบใจเป็นที่สุด อาจเป็นเพราะในความทรงจำลึก ๆ ผมมีความผูกพันกับย่าน "บางใหญ่" มายาวนานตั้งแต่เป็นนักศึกษาคณะสถาปัตย์,ศิลปากร เมื่อ 30 กว่าปีที่แล้วบ่อยครั้ง ก็ยังเคยนั่งเรือหางยาวจาก "ท่าช้างวังหลวง" มาชื่นชมเรือนไทยน้อยใหญ่ที่ตั้งอยู่เรียงรายริมคลอง "บางใหญ่" ในยามแดดร่มลมตกในช่วงอาทิตย์อัศดงเป็นภาพที่สวยงามจับตาจับใจเป็นที่สุด อนิจจาการพัฒนาสู่ความทันสมัยได้ทำลายภาพแห่งความทรงจำดี ๆ ในใจของผมได้มลายหายไปเกือบหมดสิ้น บรรดาผู้คนและวิถีชีวิตในอดีตที่เคยคึกคัก ครึกครื้นในความทรงจำดูจะจางหายไป แต่ลึก ๆ ผมก็ดีใจครับอย่างน้อยก็มี "อาม่า" วัยกว่า 80 ปี ที่ยังยืนหยัดแบบ "ตั้งใจอยู่" ทั้งยังเป็น "หลักชัย"ให้กับลูก ๆ ไม่เคยคิดจะละทิ้งถิ่นไปไหนขออยู่ "บางใหญ่" เพื่อสู้ต่อ และสำหรับผมก็ภูมิใจที่มีส่วนร่วมในการสานฝันของ "อาม่า" และลูก ๆ เพื่อให้มีร้าน "โชห่วยไม่บาน" ใน "ตึกแถว" ที่เป็นร้านใหม่ บนทำเลใหม่ไม่ไกลนักจากที่เดิม ที่ยังอยู่ในย่านตลาดเก่า "บางใหญ่" ช่างน่าชื่นชมและชื่นใจเป็นอย่างยิ่งครับ

          สำหรับท่านที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมก็สามารถศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมได้ที่เว็ปไซต์ยอดฮิตชาว "คนรักบ้าน" www.homeloverthai.com ครับ

“บัญญัติ 8 ประการ” ของ “อัศวินอสังหาฯ” ในการลงทุน “อสังหาฯไม่บาน”

            ตลอดระยะเวลา 25 ปี ผมได้ค้นพบหลักการที่จะช่วยให้การลงทุนใน "อสังหา ฯ ไม่บาน" แบบ "บูรณาการ" ให้อยู่รอดปลอดภัย และสามารถคืนทุนได้ไว ซึ่งหลักการดังกล่าวผมเรียกว่าเป็น "บัญญัติ 8 ประการ" นอกจากนี้ผมได้ใช้หลักการนี้ในการฝึก "คนธรรมดา" ให้กลายเป็น "อัศวินอสังหาฯ" และจากประสบการณ์ที่ผมได้เข้ามีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงการ "อสังหาฯ ไม่บาน" น้อยใหญ่น้อยใหญ่มากว่า 500 โครงการ ผมก็ได้ใช้ หลักการที่สำคัญของ "บัญญัติ 8 ประการ" นี้เพื่อการตรวจสอบให้แน่ใจก่อนจะตัดสินใจขั้นสุดท้ายของการลงทุน ซึ่งก็ได้พิสูจน์มาหลายครั้งแล้วว่าสามารถช่วยให้อยู่รอดปลอดภัยและคืนทุนได้ไวในการลงทุนใน "อสังหาฯไม่บาน" ในแต่ละโครงการ

            โดยหลักการสำคัญที่ผมเรียกว่า "บัญญัติ 8 ประการ" นี้ประกอบไปด้วย บัญญัติประการที่ 1 จะต้องแตกต่างจากคู่แข่งที่มีอยู่ในตลาด ซึ่งในการที่จะแตกต่างได้นั้นต้องการ "แนวคิด" และ "แนวทาง" ในการปฏิบัติที่สร้างสรรค์และ "ครีเอทีฟ" (Creative) ในทุก "มิติ" ของการลงทุน บัญญัติประการที่ 2 จะต้องดีกว่า ซึ่งหมายถึงการที่จะต้องมีมาตรฐานที่สูงกว่า ทั้งในรูปลักษณ์ของอาคาร และการให้บริการและยังต้องเป็น "นวัตกรรม" ในการลงทุนใน "อสังหาฯบูรณาการ" รูปแบบใหม่ๆ ซึ่งผมเรียกว่าเป็น "INNOVATION" บัญญัติประการที่ 3 จะต้องคุ้มค่ากว่าและประหยัดกว่า หากเทียบกับบรรดาโครงการคู่แข่งที่มีอยู่ทั่วไปในท้องตลาด ดังนั้นก่อนที่ท่านจะตัดสินใจลงทุนใน "อสังหาฯไม่บาน" จึงจำเป็นที่ต้องทำการศึกษาในด้าน "การตลาด" (Market Survey) บัญญัติประการที่ 4 จะต้องมี "อัตลักษณ์" หรือ "เอกลักษณ์" เฉพาะตัว ( "Identity" ) ที่ผมมักเรียกว่าเป็นกระบวนการก้าวไปสู่การสร้าง "แบรนด์ดิ้ง" (Branding) หรือ "ยี่ห้อ" ที่ทำให้สามารถจดจำได้ง่าย และลืมได้ยาก สร้างความประทับตรึงตราตรึงใจไปตราบนานเท่านานอยู่ไม่รู้ลืม บัญญัติประการที่ 5 จะต้องขยายตัวในลักษณะ "เครือข่าย" ที่ผมมักเรียกว่า "เน็ทเวิร์คมาเก็ตติ้ง" (Network Marketing) ซึ่งจะต้องมี "พลวัตร" ในการขยายตัวไปข้างหน้าเป็น "โครงข่าย" (Matrix) เพราะในโลก "ทุนนิยม" ในปัจจุบันนี้หากทำธุรกิจอย่างโดดเดี่ยวแต่เพียงลำพังก็มีโอกาสจะพลาดพลั้งได้โดยง่าย เพราะไม่มีใครระวังหน้าระวังหลังให้ จะเห็นได้ว่าธุรกิจที่กำลังเจริญเติบโตขยายตัวอย่างรวดเร็วในปัจจุบันล้วนแล้วแต่เป็นระบบ "เครือข่าย" บน "โครงข่าย" ทั้งสิ้น ซึ่งเป็นการสร้าง "มาตรฐาน" (Standardization) ในระดับสากลซึ่งเป็นที่ยอมรับทั้งในแง่ "คุณภาพ" และการ "บริการ" บัญญัติประการที่ 6 จะต้องสามารถ "ปรับเปลี่ยน" ตัวเอง (Flexibility) และ "หลากหลาย" เพื่อ "กระจายความเสี่ยง" (Diversify) ให้สอดคล้องกับกระแสเศรษฐกิจสังคมที่ไม่เสถียรที่เปลี่ยนแปรไปตลอดเวลา บัญญัติประการที่ 7 จะต้อง "เข้าใจ เข้าถึง" แล้วจึงค่อยคิดที่จะ "พัฒนา" (Deep Understanding) รวมทั้งต้องมี "วิสัยทัศน์" (Visionary) และ "กระบวนทัศน์" (Missionary) ทั้งใน "จุลภาค" (Micro Scale) และ "มหาภาค" (Macro Scale) ซึ่งหมายถึงต้อง "รู้เขา รู้เรา" อยู่ตลอดเวลา ทั้งยังต้องมองทั้ง "ภายใน" และ "ภายนอก" ไปพร้อม ๆ กัน และข้อสุดท้ายที่สำคัญที่สุด ที่จะกำกับบัญญัติทั้ง 7 ประการที่ได้กล่าวมาแล้ว คือ บัญญัติประการที่ 8 ที่ว่าด้วย วิถีคิดที่ "งามง่าย +พอเพียง" (Simplicity + Sufficiency) ซึ่งต้องเป็นความ "งามง่าย" + "พอเพียง" ทั้งในทางความคิดแบบไม่เล็งผลเลิศและทางปฏิบัติที่ต้องเปิดทาง "ถอย" นี้ จะทำให้รู้จังหวะในการ "รุก" การ "ถอย" ตามสถานการณ์ และต้องใช้ทั้งสติรวมทั้งปัญญาประกอบการตัดสินใจทุกครั้ง

            "บัญญัติ 8 ประการ" นี้หละครับเป็น "หัวใจ" สำคัญที่สุดที่ผมใช้กับตัวผมเองและใช้ในการสอนบรรดา "อัศวินอสังหาฯ" เป็นแนวทางพื้นฐานในการอบรม สั่งสอน ให้ผู้ที่สนใจในการลงทุนใน "อสังหาฯไม่บาน" แบบ "บูรณาการ" ให้เป็น "แก่น" ทั้งทางความคิดและการปฏิบัติ เพื่อให้การลงทุนใน "อสังหาฯไม่บาน" แบบ "บูรณาการ" ของท่านให้ปลอดภัยและคืนทุนไว ไม่ว่าในสถานการณ์นั้นจะดีร้ายเพียงใดก็สามารถประคองตัวให้อยู่รอดเสมอครับ

            ซึ่งท่านผู้อ่านก็ลองเอาแนวคิดของผมเหล่านี้นำไปปรับประยุกต์ใช้ ก็น่าจะเป็นประโยชน์เป็นอย่างยิ่งครับ

แนวคิด “B2” ในการพัฒนา “โรงแรมราคาประหยัด”

          สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ในแวดวง "อสังหาฯ ไม่บาน" หรือ "อสังหาฯ ราคาประหยัด" คงไม่มีใครไม่รู้จักเครือข่าย (Chain) ของ "โรงแรมราคาประหยัด" ที่มักเรียกว่า "บัดเจ็ท โฮเทล" (Budget Hotel) ในชื่อ "B2" ซึ่งในปัจจุบันมีสาขากว่า 26 สาขา และกำลังขยายตัวไปอย่างรวดเร็วครอบคลุมไปตามหัวเมืองใหญ่ ๆ ทั่วประเทศและยังขยายตัวไปต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งกระบวนการขยายตัวอย่างรวดเร็วของ "B2" นั้นอยู่ภายใต้ "วิสัยทัศน์" และ "กระบวนทัศน์" ที่น่าทึ่ง ของ "คุณพิชัย จาวลา" จะว่าไปแล้วผมโชคดีที่ได้รู้จัก ได้เสวนาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้กับ "กูรู" ท่านนี้แบบตัวต่อตัวหลายต่อหลายครั้ง แต่ละครั้งก็ได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ มากมายทำให้อดชื่นชมวิธีคิดและแนวทางในการลงทุนของ "คุณพิชัย" ไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริหารจัดการห้องพักในรูปแบบ "บัดเจ็ท โฮเทล" ในราคาเริ่มต้นเพียงคืนละ 350 บาท++ ซึ่งหากดูผิวเผินก็เหมือนว่าไม่น่าจะเป็นไปได้และไม่น่าจะทำกำไรได้ ถ้าท่านผู้อ่านลองคิดพิจารณาตามผมดูซิครับว่า การที่จะลงทุน "โรงแรมราคาประหยัด" ในอัตราการขายห้องพักเพียงคืนละ 350 บาท หากมองในภาพรวมแล้วไม่น่าจะเป็นไปได้ ไหนจะค่าดำเนินการ,ค่าอาคารสถานที่ ยิ่งถ้าหักค่าซักผ้า ,ค่าน้ำ,ค่าไฟ ,ค่าทำความสะอาด ก็ดูว่าจะไม่เหลือกำไรอะไร ดูผิวเผินเป็นธุรกิจที่ไม่น่าลงทุนเป็นอย่างยิ่งและมีผลต่างที่ก่อให้เกิดกำไรที่เรียกว่า "มาจิ้น" ที่ต่ำเป็นอย่างยิ่ง อุปมาอุปมัยก็เหมือน "โลว์คอสแอร์ไลน์" หรือ "สายการบินราคาประหยัด" ที่กำลังเติบโตแบบก้าวกระโดดในธุรกิจการบินนั่นแหละครับ ที่ต้องแข่งขันกันให้บริการในราคาถูกแสนถูก (บางทีค่าตั๋วโดยสารเพียงหลักร้อยบาท) ซึ่งดูเหมือนว่าไม่น่าจะอยู่ได้ แต่ทำไปทำมา กลับทำกำไรมากมายมหาศาลกว่าสายการบินปกติ จากการที่ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยน+เรียนรู้กับ "กูรู" ท่านนี้ ซึ่งได้เผยเคล็ดลับในการลงทุนกับผมว่าหาก "รู้น้อยก็ยิ่งต้องทำงานให้หนักมากขึ้น" หาก "กำไรน้อยก็ยิ่งต้องทำให้มากขึ้น" ภายใต้แนวคิดดังกล่าวเป็นผลให้ "โรงแรมราคาประหยัด"ในเครือภายใต้แบรนด์ "B2" สามารถขยายตัวได้อย่างรวดเร็วในระยะเวลาอันสั้น

แนวคิด “B2” ในการพัฒนา “โรงแรมราคาประหยัด”

            นอกจากนั้น "คุณพิชัย" ยังเชื่อว่าหากสามารถดำเนินการ "ยิ่งเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งมีโอกาสที่จะชนะมากขึ้นเท่านั้น" และการลงทุนในทุกโครงการต้องมีข้อผิดพลาดเสมอดังนั้นจึงไม่สนใจนักกับข้อผิดพลาด แต่สนใจในกระบวนการแก้ไขข้อผิดพลาดมากกว่า เพราะการตัดสินใจผิดก็เป็นเรื่องปรกติในการประกอบกิจการอยู่แล้ว หากไม่ผิดก็ยิ่งดี เพราะคงไม่มีใครทำอะไรถูกทั้งหมดหรอกครับ ฉะนั้นในมุมมองของ "คุณพิชัย" นั้นธุรกิจจะแพ้ชนะกันก็อยู่ที่ความเร็วและสัดส่วนของอัตราการกู้เงินเมื่อเทียบกับมูลค่าของทรัพย์สิน แต่ในภาพรวมต้องเป็นธุรกิจที่ไม่เสี่ยงเพราะต้องขายห้องพักในราคาประหยัดซึ่งมักจะทำกำไรน้อยอยู่แล้ว จึงตั้งเป้าไว้ว่าได้แค่ 8 เต็ม 10 จากที่คาดการณ์ไว้ก็ถือว่าเข้าเป้าแล้ว การเรียนรู้จริงก็จะมาจากการลงทุนทำจริง จึงเป็นการเรียนรู้ที่รู้แจ้งรู้จริง ดังนั้นขอแค่มีความเชื่อมั่น กล้าที่จะก้าวไปข้างหน้า ประเมินความเสี่ยงแล้วเห็นว่ายังต่ำและจะเห็นว่ายังอยู่ในปัจจัยที่สามารถควบคุมความเสี่ยงที่ต่ำนั้นได้ พอคิดดีแล้วก็จะตัดสินใจลงมือทำในทันทีโดยไม่รีรออะไร แล้วปล่อยให้ปัจจัยต่าง ๆ เคลื่อนตัวเป็นไปตามธรรมชาติ และข้อสำคัญต้อง "แตกต่างและดีกว่า" และจุด "สมดุลย์"ของธุรกิจ "บัดเจ็ทโฮเทล" ของ "คุณพิชัย" คือราคาที่เสนอขาย จะต้องทำกำไรให้ได้อย่างน้อย 10% ต่อปี จากการลงทุนในแต่ละโครงการเสมอ

          สรุปให้เข้าใจง่าย ๆ คือ การลงทุนทำ "บัดเจ็ท โฮเทล" ของ "คุณพิชัย" นั้น แพ้ชนะกันอยู่ที่ "ความเร็ว" และ "คอสคอนโทรล" คือ "การควบคุมงบประมาณรายจ่าย" ทั้งในแง่การซื้อที่ดินที่จะทำการก่อสร้าง การออกแบบอาคารที่เรียบง่ายทำให้งบประมาณในการก่อสร้าง และงบประมาณในการบริหารจัดการ สามารถควบคุมได้ เพราะในทางปฏิบัติแล้วกำไรที่เกิดขึ้นนั้น เฉือนกันหรือต่างกันเพียงนิดเดียว ดังนั้นจะเห็นได้ว่าในการขายห้องพักราคาถูกหรือแพงไม่ใช่คำตอบ แต่จุดสมดุลของราคารวมถึงค่าใช้จ่ายต่างหากเป็นคำตอบ นอกจากนั้นยังเน้นถึงความสะอาดและการบริการที่น่าประทับใจของ "บัดเจ็ท โฮเทล" ในเครือ "B2" ทั่วประเทศครับ

แนวคิด “B2” ในการพัฒนา “โรงแรมราคาประหยัด”

          "สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น" ครับ อีกไม่นานแฟน ๆ ชาว "คนรักบ้าน" จะได้มีโอกาสได้พบและได้ฟังคุณ "พิชัย จาวลา" ตัวจริงเสียงจริงที่จะออกมาเผยกลเม็ดเคล็ดลับในการสร้าง "อสังหาฯ" พันล้าน กับการลงทุนใน "บัดเจ็ท โฮเทล" ภายใต้แบรนด์ "B2" ที่กำลังขยายตัวออกไปอย่างรวดเร็วจนกระจายไปทั่วประเทศและข้ามพรหมแดนไปประเทศเพื่อนบ้าน เป็นการพบกันระหว่าง "3 กูรู" ด้าน "อสังหาฯ บูรณาการ" คือ "คุณพิชัย จาวลา" แห่ง "B2" ซึ่งเป็น "กูรู" ในด้านการลงทุน "โรงแรมราคาประหยัด" , "ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์" CEO ของ "ควอลิตี้เฮ้าส์" ที่กำลังเขย่าวงการอสังหาฯประเภท " คอนโดมิเนียมราคาประหยัด" ภายใต้แบรนด์ "The Trust Condo" ที่ราคาเริ่มต้นเพียง 8-9 แสนบาท++ ในหลายโลเคชั่นพร้อมกันทั่วประเทศ และ "อาจารย์ ดร.เชี่ยว ชอบช่วย" แห่ง "Chivapuri" กูรู "อสังหาฯ" ประเภท "อพาร์ทเม้นท์ไม่บานราคาประหยัด" ที่มีหลายสาขาในที่ต่าง ๆ ก็น่าจะครบถ้วนครับ ทั้ง "โรงแรมราคาประหยัด" และ "คอนโดมิเนียมราคาประหยัด" รวมถึง "อพาร์ทเม้นท์ไม่บานราคาประหยัด" นอกจาก "3 กูรู" ที่นานทีปีหนจะได้มีโอกาสเวียนมาบรรจบพบกันเพื่อ "เผยเคล็ดลับ" ในการสร้าง "อสังหาฯ พันล้าน" ซึ่งเป็นปรากฏการณ์พิเศษไม่ได้เกิดขึ้นง่าย ๆ แล้วยังมี "กูรู" นักวางแผนการตลาดระดับประเทศ คือ "อาจารย์ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย" แห่ง "SMEs ตีแตก" ก็จะมาวิเคราะห์เจาะลึกในการทำการตลาดของ "บัดเจ็ท คอนโดมิเนียม" , "บัดเจ็ท โฮเทล" , "บัดเจ็ท อพาร์ทเม้นท์ " ซึ่งต่อไปก็น่าจะเป็น "กระแสใหม่" เป็น "ไลฟ์สไตล์ใหม่ ๆ" ของการลงทุนใน "อสังหาฯราคาประหยัด" ("Budget Real Estate") ที่เชื่อว่า ยังไงก็มาแน่ครับ ดังนั้นท่านที่สนใจห้ามพลาด ซึ่ง "กลเม็ดเคล็ดลับ" ในการสร้าง "อสังหาฯ พันล้าน" ประเภท "อสังหาฯ ราคาประหยัด" จาก "กูรู" ทั้ง 4 ท่านในการบรรยายครั้งนี้จะเกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน ก็เชื่อว่าน่าจะเกิดปรากฏการณ์ "ตู้ตั๋วแตก" อีกครั้งหนึ่ง

แนวคิด “B2” ในการพัฒนา “โรงแรมราคาประหยัด”

          สำหรับท่านที่สนใจสามารถสำรองจองที่นั่งได้โดยด่วนที่เบอร์ 081-3396007 ซึ่งการเสวนาครั้งสำคัญในหัวข้อ "อสังหาฯพันล้าน" ประเภท "อสังหาฯราคาประหยัด" จะจัดขึ้น ณ โรงแรม "แกรนด์มิลเลนเนียม" ก็ห้ามพลาดโดยเด็ดขาดครับ

<< Start < Previous 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 Next > End >>

Results 1 - 10 of 1668
บ้านไม่บานยอดนิยม อพาร์ตเม้นท์ไม่บานยอดนิยม พิมพ์เขียวแบบบ้าน 999 บาท

เปิดตัวแล้วสำหรับ หนังสือรวม  52  รูปแบบ “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน”  กับอาจารย์ “เชี่ยว  ชอบช่วย”

“HOTAP + CONDO” แดงแรงฤทธิ์ @ บ้านฉาง”

บริการงานออกแบบตกแต่งภายในด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้จริง

บ้านไม่บานอัพเดต

"โชห่วยไม่บาน" ความฝันของ "อาม่า" ที่ "บางใหญ่"

“โชห่วยไม่บาน” ความฝันของ “อาม่า” ที่ “บางใหญ่”

              สวัสดีครับ แฟน ๆ ชาว "บ้านไม่บาน" สำหรับในสัปดาห์นี้ผมภูมิใจนำเสนอ "โชห่วยไม่บาน" ใน "ตึกแถว" ที่ยืนยงคงกระพันไม่มีวันล้าสมัยและหายหน้าหายตาไปจากสังคมไทย ไม่ว่าสังคมไทยจะก้าวล้ำนำสมัยไปสักเท่าไหร่ธุรกิจ "โชห่วยไม่บาน" ที่อยู่ในอาคารประเภท "ตึกแถว" ที่ผสมผสานระหว่างพื้นที่ทำการค้ากับพื้นที่พักอาศัยก็ยังคงอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวะ "เงินฝืด" ทำให้เศรษฐกิจตกอยู่ในสภาวะฝืดเคืองเช่นนี้ "โชห่วยไม่บาน" ใน "ตึกแถว"ก็จะได้รับความนิยมอย่างเสมอต้นเสมอปลาย สำหรับผมแล้วเป็น "ประเภทตัวจริงเสียงจริง" ที่สามารถยืนยงอย่างทรนงองอาจ ไม่ว่าเศรษฐกิจจะตกอยู่ในสภาพเช่นไรไม่ว่าจะเป็นสภาวะ "เงินฝืด" หรือ "เงินเฟ้อ" แต่ "โชห่วยไม่บาน" ใน "ตึกแถว" ก็สามารถทนแรง "กดดัน" เหล่านี้ได้ . . .

อ่ า น ต่ อ . . .

การบรรยาย
"อสังหาฯไม่บานในราคาประหยัด" กับ 4 "ผู้รู้"


การบรรยาย “อสังหาฯไม่บานในราคาประหยัด” กับ 4 “ผู้รู้”          สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" คงไม่ผิดนักที่กล่าวว่าวงการธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของบ้านเราได้ก้าวเข้าสู่ยุค "อสังหาฯไม่บาน" ประเภท "อสังหาฯราคาประหยัด" หรือ "Budget Real Estate" อย่างเต็มรูปแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันสภาวะที่เศรษฐกิจของบ้านเราเข้าสู่สภาวะ "เงินฝืด" ซึ่งกำลังทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นตามลำดับ ซึ่งหนึ่งใน "ทางเลือก" อันอาจจะเป็น "ทางรอด" รวมทั้งเป็นการเปิด "ทางถอย" ของการลงทุนใน "อสังหาริมทรัพย์ที่ไม่บาน"ของผมซึ่งเชื่อว่ากำลังจะเป็น "เทรน" ที่เป็น "กระแส" มาแรงแซงโค้ง คือ "อสังหาฯ ราคาประหยัด" หรือ "Budget Real Estate" ที่ได้สร้างความมั่งคั่งร่ำรวยให้กับนักลงทุนหลายต่อหลายท่าน จากหลักล้านเป็นหลักสิบเป็นหลักร้อยและเป็น "อสังหาฯพันล้าน" ในที่สุด จะว่าไปแล้วบรรดา "ผู้รู้" หลายท่านในวงการ "อสังหาฯ" ก็ได้ฟันธงลงไปว่าน่าจะถึงเวลาแล้วกับการมาถึงของ "อสังหาฯ ไม่บานราคาประหยัด" หรือ "Budget Real Estate" ครับ . . .

อ่ า น ต่ อ . . .
คลินิกคนรักบ้าน

ระวัง !!! "เงินฝืด"


ระวัง !!! “เงินฝืด”               สำหรับผมแล้วไม่ว่าสภาพเศรษฐกิจโดยรวมจะอยู่ในสภาวะ "เงินฝืด" (Deflation) หรือ "เงินเฟ้อ" (Inflation) มากจนเกิน "พอดี" นั้นก็ถือว่าไม่ดีทั้งคู่ครับ ในปัจจุบันมีสัญญาณที่ชี้วัดชัดเจนว่าเศรษฐกิจกำลังอยู่ในช่วง " ตกสะเก็ด" ซึ่งอาจจะนำไปสู่สถานการณ์ของการเกิด "ฟองสบู่" ของธุรกิจ "อสังหาฯ" ที่หากควบคุมกันไว้ไม่ดีก็มีสิทธิ์ "ฟองสบู่แตก" ได้ตลอดเวลาครับ ทั้งปรากฏการณ์ "เงินฝืด" และ "เงินเฟ้อ" สำหรับผมที่เคยร่ำเรียนเศรษฐศาสตร์มาบ้างตอนทำปริญญาเอก ก็ถือว่าเป็นสัญญาณอันตรายครับ . . .

อ่ า น ต่ อ . . .

Homeloverthai Multimedia
Homeloverthai Multimedia
รายการคนไทยไม่ท้อ >>  

รายการ แผ่นดินพอเพียง   

Homeloverthai Multimedia
Homeloverthai Multimedia
Homeloverthai Multimedia
 

นิตยสารบ้าน+อพาร์ตเม้นท์ไม่บานกับ อ.เชี่ยว ฉบับสะสม
นิตยสารบ้าน+อพาร์ตเม้นท์ไม่บานกับอ.เชี่ยว ฉบับสะสม เหลือเพียง 6 เล่ม
(เล่ม 7,8,9,10,11,12)  ราคาชุดละ 300 บาท  รวมค่าจัดส่งแบบลงทะเบียน
รายละเอียดการโอนเงิน
ชื่อบัญชี ภัทรพล   เวทยสุภรณ์  ธนาคารกรุงเทพ ฯ  สาขาห้วยขวาง  ประเภทสะสมทรัพย์  บัญชีเลขที่  1764267272
แฟกซ์ pay  in
พร้อมระบุชื่อที่อยู่   หมายเลขโทรศัพท์ และ เล่มหนังสือที่สั่งซื้อ   มาที่หมายเลข  02-6441479 หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-2451399 และ 02-6441478 หรือ สำนักงานบ้านไม่บาน  เลขที่ 1  ซ.ประชาสงเคราะห์ 12   แขวงดินแดง  เขตดินแดง  กทม.  10400