สมัครงานกับทีมงานบ้านไม่บาน คลิกอ่านรายลัเอียดด้านใน

โปรดระวังบุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว   ชอบช่วย หรือ   ผศ.ดร.ภัทรพล   เวทยสุภรณ์  และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง  ฯลฯ  ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ  ทั้งสิ้น  หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์   02-2451399  หรือ  02-6441478  เท่านั้น
บุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว ชอบช่วย หรือ ผศ.ดร.ภัทรพล เวทยสุภรณ์ และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง ฯลฯ ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์ 02-2451399 หรือ 02-6441478 เท่านั้น

ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ "ตักศิลา คเณศ์ธร"

  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
ครบรอบ 120 ปี “ศิลป์ พีระศรี”
ครบรอบ 120 ปี "ศิลป์ พีระศรี"

ภูมิใจที่ “ครู” ได้เป็น “ศิลปินแห่งชาติ”

          ของขวัญ "ปีใหม่" ที่ชื่นใจที่สุดของผมในปีนี้ คือ การประกาศรายนามของบรรดา "ศิลปินแห่งชาติ" ประจำปี พ.ศ.2559 หนึ่งในนั้นคือ "ครู" ของผม คือ "รองศาตราจารย์เสนอ นิลเดช" ซึ่งท่านได้รับการยกย่องให้เป็น "ศิลปินแห่งชาติ" "สาขาทัศนศิลป์" (สถาปัตยกรรมไทยประเพณี) ซึ่งสำหรับผมและในวงนักวิชาการทางด้านศิลปะสถาปัตยกรรมแล้วก็ไม่แปลกใจอะไรเลยครับ เพราะด้วยความรู้ความสามารถอันเป็นที่ยอมรับทั้งทางด้านศิลปกรรมในหลากหลายแขนง รวมทั้งทางด้านสถาปัตยกรรมไทยประเพณี ส่งผลให้ "ครู" ได้รับการยกย่องเชิดชูให้เป็น "ศิลปินแห่งชาติ" ครับ

ภูมิใจที่ “ครู” ได้เป็น “ศิลปินแห่งชาติ”

          พอนึกย้อนหลังก็รับรู้ได้ทันทีครับว่า ผมเป็นคนที่โชคดีมากครับที่ได้มีโอกาสเรียนรู้ศิลปะวิทยาการต่าง ๆ จาก "ครู" ดี ๆ ซึ่งจะว่าไปแล้ว "ครู" ของผมหลายท่านก็ได้รับการยอมรับและยกย่องให้เป็น "ศิลปินแห่งชาติ" เช่น "ดร.ประเวศ ลิมปรังษี" ศิลปินแห่งชาติประจำปี 2532 สาขาทัศนศิลป์ (สถาปัตยกรรม), "รองศาสตราจารย์ฤทัย ใจจงรัก"ศิลปินแห่งชาติประจำปี 2543 สาขาศิลปะสถาปัตยกรรม, "อาจารย์วนิดา พึ่งสุนทร" ศิลปินแห่งชาติประจำปี 2546 สาขาศิลปะสถาปัตยกรรม (แบบประเพณี), "พลอากาศตรีอาวุธ เงินชูกลิ่น" ศิลปินแห่งชาติประจำปี 2539 สาขาทัศนศิลป์ (ประยุกต์ศิลป์สถาปัตยกรรม)ฯลฯ ก็นับว่าเป็นบุญวาสนาครับที่ได้มีโอกาสศึกษาหาความรู้กับ "ครู" ซึ่งเป็น "ศิลปินแห่งชาติ"หลายท่าน

          ประวัติย่อ ๆ ของ "ครู" ผม ซึ่งเป็น "ศิลปินแห่งชาติ" คนล่าสุดท่านนี้มีดังต่อไปนี้ครับ "รองศาตราจารย์เสนอ นิลเดช" เกิดเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2477 ที่จังหวัดสระบุรี ปัจจุบันอายุย่าง 83 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรีศิลปะบัณฑิต คณะโบราณคดีและได้รับประกาศนียบัตรชั้นสูง ทางด้านสถาปัตยกรรมไทยจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร โดยท่านได้เริ่มเข้ารับราชการเป็นอาจารย์ตรีที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2508 และรับราชการเรื่อยมา จนกระทั่งเกษียณอายุราชการในตําแหน่ง "รองศาสตราจารย์ระดับ 9" เมื่อปี พ.ศ. 2538

          ด้วยความรู้ความสามารถที่เปี่ยมล้นจึงทำให้ "ครู" ได้รับเชิญไปเป็นอาจารย์พิเศษทางด้านสถาปัตยกรรมไทยในสถาบันการศึกษาหลายแห่ง ทั้งยังเป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่ปรึกษาและกรรมการของหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน มากมาย อาทิ เช่น กรมศิลปากรในการบูรณะปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม โครงการอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย เป็นต้น รวมทั้งมีการตีพิมพ์เผยแพร่องค์ความรู้ทางสถาปัตยกรรมไทยผ่านสื่อสิ่งพิมพ์จำนวนมาก

            สำหรับผลงานการออกแบบสถาปัตยกรรมไทยแต่ละชิ้น "ครู"จะเป็นผู้กำหนดรายละเอียดต่าง ๆ ขึ้นเองทั้งหมด ตั้งแต่การกำหนดแนวคิด ตลอดไปจนถึงลงรายละเอียดต่าง ๆ รวมทั้งการตรวจแบบก่อสร้าง ก็ทำด้วยตนเองเช่นกัน ผลงานที่ "ครู" ได้รังสรรค์ขึ้นนั้นมีมากมายครับ อาทิเช่น

  • ออกแบบพระอุโบสถวัดศรีบุรีรัตนาราม จังหวัดสระบุรี
  • ออกแบบพระอุโบสถวัดบึงทองหลาง กรุงเทพฯ
  • ออกแบบศาลาไทยท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ฯลฯ

นอกจากนั้นยังมีหนังสือและตำหรับตําราวิชาการ ต่าง ๆ ที่มีการตีพิมพ์เผยแพร่อีกมากมาย

            การที่ผมได้เป็น "ศิษย์" ของ "ครู" นั้นเป็นความสัมพันธ์ที่แนบแน่นแบบไทยแท้แต่โบราณครับ พอผมได้ผ่านพิธี "ครอบครู" เมื่อตอนเริ่มเข้ารับการศึกษาในระดับปริญญาตรี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ชั้นปีที่ 1 หลังจากได้ฝากตัวเป็น "ลูกศิษย์" แล้ว ทั้งชีวิตก็คงไม่มีอะไรจะมาเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์อันงดงามนี้ได้ โดยเริ่มตั้งแต่เป็นนักศึกษาหลายครั้งก็ไปปรนนิบัติ ไปรับใช้ กวาดบ้าน ถูบ้านให้ "ครู" ทั้งยังไปรับไปส่ง "ครู" ซึ่งทุกครั้งที่พบกัน "ครู" ก็ได้พร่ำสอนทั้งในด้านวิชาการและหน้าที่ทางจริยธรรม เป็นเรื่องปกติมากครับที่ "ครู" กับ "ศิษย์" ในสมัยผมจะแสดงความรัก,ความกตัญญูรู้คุณกันนอกเหนือจากการกราบไหว้ที่ทำกันเป็นปรกติ ซึ่งปัจจุบันนี้ความสัมพันธ์ของ "ครู" กับ "ศิษย์" ในลักษณะนี้ก็นับวันจะลดลงไปตามสภาพสังคมที่มุ่งเน้นความ "ทันสมัย" แบบ "แดกด่วน" ที่มาพร้อมกับกระแส "โลกาภิวัตน์"

          ในช่วงที่ "ครู" ยังมีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง "ครู" ได้พาผมและบรรดาลูกศิษย์ที่ติดสอยห้อยตาม ตระเวนไปทั่วประเทศนับครั้งไม่ถ้วนครับ (ที่มักเรียกว่า "Field Trip" หรือ "การออกภาคสนาม") จึงทำให้บรรดา "ศิษย์" ได้มีโอกาสสัมผัสกับของจริง ได้เรียนรู้ "แก่น" ของวิชาสถาปัตยกรรมไทย โดยการเข้าไปศึกษาจากของจริง ซึ่งจะว่าไปแล้วโบราณสถานเหล่านี้ก็ถือว่าเป็น "ครู" ของผมเช่นกัน เพียงแต่เป็น "ครูใหญ่" และ "ครูใบ้" ถึงท่านจะพูดไม่ได้ แต่ท่านก็สามารถสอนเราได้ครับ

            "ครู" ของผม เป็น "ต้นแบบ" ในการสนใจใฝ่เรียนรู้และในการการใช้ชีวิตมาโดยตลอดครับ "ครู" สอนให้ผมมีความรัก,ความเอาใจใส่และความหวงแหนศิลปะสถาปัตยกรรมไทย ภาพแห่งความประทับใจในความทรงจำของผม เวลา "ครู" จะอธิบายและไขข้อสงสัยก็มักจะเขียนแบบร่างให้ผมและลูกศิษย์ดูนับเป็นร้อยเป็นพันครั้ง ผมเองก็ถูก "ครู" วิพากษ์วิจารณ์ตำหนิติชมนับร้อยนับพันครั้ง แต่ก็ไม่เคยโกรธ "ครู" เลยสักครั้ง และผมก็รู้ว่า "ครู" ก็ไม่เคยโกรธผมหรือลูกศิษย์คนไหนสักครั้งเช่นกัน เรียกว่าเป็นความสัมพันธ์ที่พิเศษสุด ระหว่าง "ครู" กับ "ศิษย์" ตอนนี้ "ครู" ของผมก็อายุย่าง 83 ปีแล้ว สายตาก็ฝ้าฟาง จะเดินเหินก็ไม่ค่อยสะดวก ก็เป็นไปตามสังขารครับ ล่าสุดเมื่อเดือนที่แล้ว "ครู" ได้ประสบอุบัติเหตุล้มลง จนต้องได้รับการผ่าตัดเพื่อเยียวยาอย่างเร่งด่วน ซึ่งโดยปรกติจะเดินเหินก็ลำบากอยู่แล้วยิ่งลำบากมากขึ้น ก็นำมาซึ่งความกังวลใจให้กับบรรดา "ศิษย์" เป็นอย่างยิ่งครับ

         ก็ถือได้ว่าผมนั้นโชคดีมากครับ ที่ได้วิชาความรู้ที่ "ครู" ได้ถ่ายทอดให้มาตลอดระยะเวลาที่ผมได้ติดสอยห้อยตาม "ครู" เกือบ 40 ปี ซึ่งเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่มหัศจรรย์เป็นอย่างยิ่งครับ ที่จะว่าไปแล้ว "ครู" ก็ไม่เคยหยุดสอนผมเลยครับในทุกครั้งทุกที่หากมีโอกาส และผมก็ได้นำเอาความรู้มาปรับประยุกต์ใช้ก่อให้เกิดประโยชน์กับตัวผมเองและผู้อื่นรวมทั้งท่านผู้อ่าน น่าเสียดายครับที่ปัจจุบันความผูกพันธุ์อย่างลึกซึ้งกับ "ครู" และ "ศิษย์" ในรูปแบบนี้หาได้ยากยิ่งแล้ว

          ซึ่ง "ครู" ก็ได้ฝากเอาไว้เสมอครับว่า จะต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ที่จะอนุรักษ์สืบสานและพัฒนาสถาปัตยกรรมไทยให้ธำรงคงอยู่ ให้เป็น "มรดกตกทอด" ทาง "ศิลปวัฒนธรรม" ให้ถึงรุ่นลูกหลาน เห็นไหมครับว่า "ศิษย์มีครู" อย่างผมนั้นเป็นคนที่โชคดีมากแค่ไหนครับ

3 อันดับ “ท๊อปฮิต” ของ “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” ปี 2559

          สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" คงไม่มีใครปฏิเสธได้ครับว่า อาคารที่พักอาศัยประเภท "อพาร์ทเม้นท์" นั้นได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตของคนส่วนใหญ่ของคนไทยในสังคมเมืองกันไปแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเศรษฐกิจตกสะเก็ด ที่ส่งผลให้บรรดาธุรกิจและธุรกรรมต่าง ๆ ตกอยู่ในสภาวะ "เงินฝืด" จากการศึกษาของผมได้พบว่า ในทุกครั้งที่ "จีดีพี" ลดลง 1% ในโลกแห่งความเป็นจริงหมายถึงการขยายตัวแบบติดลบในตลาดแรงงาน จะส่งผลให้มีคนตกงานในระบบการจ้างงานของปีนั้นกว่า 2 แสนคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาเด็กที่จบใหม่จากการศึกษาในระดับต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นระดับมัธยมศึกษา ปวช. ถึง ปวส., ตลอดจนระดับปริญญาตรี, โท, เอก ยิ่งเรียนสูงเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสตกงานมากยิ่งขึ้นเท่านั้น และคนเหล่านี้ก็กองทับถมกันอยู่ในตลาดแรงงานครับ ดังนั้นในช่วงเวลาแห่งความยากลำบากในการก่อร่างสร้างชีวิตก็คงต้องอาศัย "อพาร์ทเม้นท์" นี่แหละครับ เป็นที่พำนักพักพิง แล้วค่อยคิดขยับขยาย เมื่อเวลาและโอกาสอำนวย ดังนั้นจะเห็นได้ว่า "อพาร์ทเม้นท์" กลายเป็นส่วนหนึ่งของที่พักราคาประหยัดสำหรับคนไม่ใช่น้อยเลยในสังคมเมืองครับ

          สำหรับในสัปดาห์นี้เป็นการจัด 3 อันดับ "ท๊อปฮิต" ของรูปแบบ "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ที่ได้เผยแพร่ออกไปตลอดปี 2559 โดยเริ่มตั้งแต่รูปแบบ "มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ซึ่งเป็น "อพาร์ทเม้นท์ขนาดเล็ก" ความสูง 4-5 ชั้น มีจำนวน 12-16 ห้อง ที่ใคร ๆ ก็ใฝ่ฝันที่อยากจะเป็นเจ้าของ เพราะไม่ใช่ฝันที่ไกลเกินเอื้อม ไปจนถึง "อพาร์ทเม้นท์ไม่บานขนาดกลาง" ขนาด 40-50 ห้อง และ "อพาร์ทเม้นท์ไม่บานขนาดใหญ่" ที่มีจำนวนห้องพักกว่า 100 ห้อง ซึ่งผมก็อาศัยแฟน ๆ ที่เข้ามา "ดาวน์โหลด" รูปแบบ "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" เหล่านี้ผ่านทาง "เว็ปไซต์" ยอดฮิต www.homeloverthai.com ซึ่งในบางปีก็ไม่น่าเชื่อครับว่ามีสถิติแฟน ๆ เข้ามา "ดาวน์โหลด" กว่า 91 ล้านครั้ง กันเลยทีเดียวเชียวครับ

          จะว่าไปแล้วยิ่งบรรดาแฟน ๆ ชาว "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" เข้ามา "ดาวน์โหลด" รูปแบบกันมากเท่าไหร่ ผมและคณะทำงานอันประกอบไปด้วยสถาปนิก,วิศวกร ของชาว"อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ก็ยิ่งเกิดความปิติยินดีและเกิดความภาคภูมิใจมากขึ้นเท่านั้น

3 อันดับ “ท๊อปฮิต” ของ “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” ปี 2559

          สำหรับ 3 อันดับ อันจัดได้ว่าเป็น "ท๊อปฮิต" ของปี 2559 ประกอบไปด้วยอันดับที่ 1 เป็น "โฮมออฟฟิศ" + "มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ของ "คนเมือง" แบบ " 3 in 1" ซึ่งได้ตีพิมพ์เผยแพร่ทางหนังสือพิมพ์ "คมชัดลึก" ฉบับวันเสาร์ที่ 16 กรกฎาคม ซึ่งผมออกแบบให้เป็นที่พักอาศัยของเจ้าของใน "ชั้นบนสุด" หรือ "เพนท์เฮ้าส์" ส่วนชั้นล่างก็สามารถใช้เป็นออฟฟิศในการประกอบกิจการพาณิชย์ ส่วนชั้น 2 ถึงชั้น 4 ก็สามารถใช้เป็นห้องพักให้เช่า ประเภท "มินิอพาร์ทเม้นท์" หรือ "เกสเฮ้าส์" ก็จัดได้ว่าเป็น "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" แบบ "3 in 1" อย่างแท้จริง นอกจากนั้นผมยังออกแบบให้มีพื้นที่จอดรถใต้อาคาร โดยมีการกดระดับลงไปจากระดับพื้นดินประมาณ 1.2 เมตร โดยออกแบบให้มี "ทางลาด" (Ramp) ลงไปบริเวณจอดรถ ส่วนระดับพื้นชั้น 1 ก็ยกให้สูงขึ้นประมาณ 1.2 เมตร เพื่อให้ "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" หลังนี้ดูเด่นเป็นสง่า อีกทั้งยังป้องกันเหตุสุดวิสัย หากในอนาคตต้องเจอกับปัญหาน้ำท่วมใหญ่อย่างที่เคยเจอในปี 2554 ซึ่งสารภาพตามตรงครับว่าไม่มีใครที่จะรับประกันว่าน้ำจะไม่ท่วมใหญ่อีก ดังนั้นการเตรียมการโดยไม่ประมาททำการยกระดับพื้นชั้น 1 ให้สูงเข้าไว้จึงเป็นเรื่องที่สมควรทำเป็นอย่างยิ่งครับ สำหรับสไตล์ของ "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" หลังนี้ ผมตั้งใจที่จะออกแบบให้มีความ "ทันสมัย" แบบ "ร่วมสมัย" หรือ "Modern Contemporary" ที่สามารถยืนยงคงอยู่ได้โดยไม่ตกยุคในระยะเวลาอันสั้น ก็ไม่น่าแปลกใจครับว่า "มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" แบบ "3 in 1" หลังนี้เป็น 1 ใน 3 อันดับ "ท๊อปฮิต" ของปี 2559

3 อันดับ “ท๊อปฮิต” ของ “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” ปี 2559

          สำหรับอันดับที่ 2     ซึ่งได้ตีพิมพ์เผยแพร่ทางหนังสือพิมพ์ "คมชัดลึก" ฉบับวันเสาร์ที่ 23 เมษายน ขนาดผมที่คลุกคลีกับการออกแบบและการลงทุนทำ "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" มาเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 25 ปี พอออกแบบเสร็จ ได้เห็นรูปแบบ "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ที่สุดแสนจะ "โรแมนติก" แบบ "นีโอคลาสสิค" หลังนี้ ยังถึงกับต้องร้อง "ว๊าว !!!" นอกจากจะเป็น "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ที่คุ้มค่าคุ้มราคาที่สุดแล้วก็ ทั้งยังจัดได้ว่า "สวยที่สุดในซอย" เลยทีเดียวครับ ซึ่งผมได้ประยุกต์เอาความเป็นไทย ที่ผมเรียกว่า "ไทยใหม่" หรือ "ไทยทันสมัย" แบบ "ไทยร่วมสมัย" ผสมกับ "กลิ่นอาย" ของ "ศิลปะสถาปัตยกรรมแบบสากล" โดยมีการเล่นกับเส้นโค้งผสมผสานกับลวดลายปูนปั้น มีการประดับประดาตกแต่งที่ไม่มากเกินไปและไม่น้อยเกินไป ซึ่งในการออกแบบในสไตล์ "นีโอคลาสสิค" นี้ มุ่งเน้นการให้ "สัดส่วน" ที่ลงตัว อย่างแท้จริงครับ นอกจากนั้นพื้นที่ด้านบนของ "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" หลังนี้ (บริเวณดาดฟ้า) ผมก็ได้ใส่หลังคา "ทรงปั้นหยา" ที่ก่อให้เกิดความงดงามที่เป็นเอกลักษณ์ ก็ไม่แปลกใจครับว่าเป็น 1 ใน 3 อันดับของ "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ท๊อปฮิต ปี 2559

3 อันดับ “ท๊อปฮิต” ของ “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” ปี 2559

          สำหรับอันดับที่ 3 ซึ่งได้ตีพิมพ์เผยแพร่ทางหนังสือพิมพ์ "คมชัดลึก" ฉบับวันเสาร์ที่ 26 มีนาคม ก็เป็น "อพาร์ทเม้นท์ไม่บานร่วมสมัย" ขนาดกำลัง "พอเหมาะ พอดี" โดยเริ่มจากความ "เรียบง่าย งามง่าย" ในการออกแบบและการวางผังที่มุ่งเน้น "ประโยชน์สูง + ประหยัดสุด" ถึงแม้ "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" หลังนี้จะถูกแบ่งออกเป็น 2 อาคาร แต่ก็ใช้ "ล็อบบี้" ร่วมกัน ทำให้ประหยัดพื้นที่ใช้สอย รวมทั้งบุคลากรที่สามารถดูแลรักษาอาคารทั้ง 2 หลังไปพร้อม ๆ กัน นอกจากนั้นในบริเวณ "ล็อบบี้"ทางเข้า ผมตั้งใจออกแบบเน้นทางเข้าเป็นพิเศษ โดยใช้หลังคาทรง "ฮิฟรูฟ" เพื่อสร้างเป็น "เอกลักษณ์" ( "Land Mark") เพื่อให้สามารถจดจำได้ง่าย ก็ถือว่าเป็น 1 ใน 3 อันดับของ "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ยอดฮิตของปี 2559 ที่แฟน ๆ และรวมทั้งตัวผมเองชื่นชมและชื่นชอบเป็นอย่างยิ่งครับ

          สำหรับสัปดาห์นี้คงมีสาระน่ารู้เพียงเท่านี้ครับ ขอให้คุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลก ตลอดจนบารมีของ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ " จงคุ้มครองป้องภัยให้ท่านผู้อ่านทุกท่านคลาดแคล้วจากโรคภัยไข้เจ็บและอันตรายต่าง ๆ รวมทั้งคิดสิ่งใดขอให้สมปรารถนา หรือจะประกอบกิจการงานใดก็ให้สำเร็จสมประสงค์ดังที่ท่านตั้งใจไว้ตลอดปี 2560 ทุกประการครับ

3 อันดับ “ท๊อปฮิต” ของ “บ้านไม่บาน” ปี 2559

          สวัสดีปีใหม่ครับแฟน ๆ ชาว "บ้านไม่บาน" สำหรับสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้ที่ยังคงอยู่ในช่วง "ต้อนรับปีใหม่" ผมได้รวบรวมผลงานออกแบบย้อนหลังของ "บ้านไม่บาน" ตลอดปี 2559 ที่ได้รับความนิยมสูงสุด "ท๊อปฮิต" 3 อันดับแรก โดยวัดจากกระแสการตอบรับจากการที่แฟน ๆ ได้เข้ามา "ดาวน์โหลด" แบบ "บ้านไม่บาน" เหล่านี้ผ่านทาง "เว็ปไซต์" ยอดฮิตของชาว "คนรักบ้าน" www.homeloverthai.com ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณบรรดาแฟน ๆ นับแสนราย ที่เข้ามา "ดาวน์โหลด" แบบ "บ้านไม่บาน" ที่ท่านชื่นชอบกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง จะว่าไปแล้วก็เป็นกำลังใจให้คณะทำงาน "บ้านไม่บาน" ให้มุ่งมั่น ทุ่มเทและเอาใจใส่ในทุกขั้นตอน ในการรังสรรค์ "บ้านไม่บาน" ในแต่ละรูปแบบ โดยเริ่มจากการออกแบบร่าง (Preliminary Design) และการออกแบบวางแปลน (Plan) ตลอดจนการขึ้นรูปด้าน (Elevation) รวมไปถึงการใช้เทคนิค "3D Animation" ซึ่งเป็นการจำลองภาพเสมือนจริง ก็คงต้องยอมรับกันนะครับว่าในปัจจุบันเทคโนโลยีในการออกแบบทางสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมก็ถือว่าก้าวล้ำนำสมัยไปมาก ทั้งยังมีความแม่นยำ เที่ยงตรง ชัดเจนเรียกว่าออกแบบอย่างไร ขึ้นรูปใน "ภาพเสมือนจริง 3 มิติ" อย่างไร ตอนสร้างจริง ก็เป็นอย่างนั้นแหละครับ ไม่ผิดเพี้ยน ในบางครั้งผมก็ใช้เทคนิค "3D- Animation" ในการหมุนดูรายละเอียดโดยรอบอาคาร ทั้งมุมสูง มุมต่ำ มุมเงย รวมทั้งมุม "Bird Eye View" เพื่อดูรายละเอียดให้ครบทุก "มิติ" ซึ่งเทคนิคต่าง ๆ เหล่านี้มีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะทำให้ผมและคณะทำงานได้ "เข้าใจ เข้าถึง แล้วจึงพัฒนา" อันจะนำไปสู่ "นวัตกรรม" การออกแบบที่ดีที่สุด นอกจากนั้นยังช่วยให้เกิดข้อผิดพลาดน้อยที่สุด ก็เพื่อให้ท่านผู้อ่านสามารถนำไปปรับประยุกต์ใช้และต่อยอดให้เกิดประโยชน์ได้มากที่สุดครับ

3 อันดับ “ท๊อปฮิต” ของ “บ้านไม่บาน” ปี 2559

            สำหรับแบบ "บ้านไม่บาน" ทั้ง 3 รูปแบบ ที่กำลังนำเสนอนั้นจัดได้ว่าเป็นรูปแบบ "บ้านไม่บาน" ยอดนิยม "ท๊อปฮิต" เป็นที่ชื่นชม ชื่นชอบ ทั้งกับทั้งตัวผมเองและกับบรรดาแฟน ๆ ทั่วประเทศ ซึ่ง "บ้านไม่บาน" ยอดนิยม "ท๊อปฮิต" แบบแรก คือ "บ้านสุขภาพดีไม่บาน" ที่ "เขาใหญ่ ซึ่งได้พิมพ์เผยแพร่ในหนังสือพิมพ์ "คมชัดลึก" ฉบับวันเสาร์ที่ 21 พฤษภาคม จะว่าไปแล้ว "บ้านไม่บานสุขภาพดี"หลังนี้พอผมออกแบบเสร็จก็รู้สึกหลงรักในความ "แตกต่าง" และ "ดีกว่า" เมื่อเทียบกับบ้านตากอากาศที่มีอยู่เกลื่อนกลาดดาษดื่นทั่วไปที่ "เขาใหญ่" ซึ่งนอกจากจะออกแบบให้มีสระว่ายน้ำเล็ก ๆ สำหรับการออกกำลังกายของ "ผู้สูงวัย" ทั้งหลายที่ต้องการเดิน ว่าย เพื่อการออกกำลังกายในน้ำ ในทางการแพทย์ถือว่าเป็นการออกกำลังกายที่ดีที่สุด เพราะน้ำจะช่วยพยุงน้ำหนักและไม่ทำร้ายข้อเหมือนกับการเล่นกีฬาหนัก ๆ โดยทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการ "จ๊อกกิ้ง" การตี "เทนนิส" หรือแม้กระทั่งการ "ไดร์ฟกอล์ฟ" ซึ่งอาจจะส่งผลถึงเรื่องข้อและกล้ามเนื้ออักเสบ พออายุอานามเพิ่มมากขึ้นแล้วก็อย่าเสี่ยงกันโดยไม่จำเป็นเลยครับ ควรที่จะถนอมรักษาเอาไว้ใช้นาน ๆ ครับ

3 อันดับ “ท๊อปฮิต” ของ “บ้านไม่บาน” ปี 2559

            นอกจากนั้น "บ้านสุขภาพดีไม่บาน" ยังถูกออกแบบโดยใช้แนวคิด "อารยะสถาปัตย์" หรือ "Universal Design" ที่ออกแบบให้ผู้สูงวัยสามารถใช้ทุกพื้นที่ภายในบ้านและรอบ ๆ บ้านได้อย่างปลอดภัยไร้กังวล รวมทั้งมีบริเวณ "ทางลาด" เตรียมเอาไว้ เผื่อวันใดวันหนึ่งจำเป็นต้องใช้รถเข็นก็สามารถใช้งานได้โดยสะดวกสบาย ก็ถือว่าครบถ้วนถึงพร้อมในทุก "มิติ" ของการใช้ชีวิตที่มีสุขภาพดีครับ นอกจากนั้นรูปลักษณ์ของ "บ้านสุขภาพดีไม่บาน" หลังนี้ ยังมี "เอกลักษณ์" ที่ไม่เหมือนใคร สวยเด่นเป็นสง่าสะดุดตามาแต่ไกล ก็ไม่น่าแปลกใจที่ได้รับโหวตเป็น 1 ใน 3 "ท๊อปฮิต" ของ "บ้านไม่บาน" ปี 2559

            สำหรับแบบที่ 2 เป็น "บ้านแฝดไม่บาน" ในสไตล์ "นีโอ + คลาสสิค" ซึ่งได้ตีพิมพ์เผยแพร่ในหนังสือพิมพ์ "คมชัดลึก" ฉบับวันเสาร์ที่ 16 มกราคม เป็น "บ้านแฝดไม่บาน" ที่เหมาะกับที่ดินขนาด 40-50 ตารางวา ที่มีทำเลที่ตั้งอยู่ย่านใจกลางชุมชนเมือง ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาการอยู่อาศัย เพื่อที่จะรองรับบรรดาสมาชิกในบ้านที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้บ้านเดี่ยวชั้นเดียวหรือสองชั้นที่ได้ถูกสร้างขึ้นในอดีต 20-30 ปีที่แล้ว ที่กำลังตกอยู่ในสภาพทรุดโทรมและไม่สามารถตอบโจทย์จำนวนสมาชิกครอบครัวที่เพิ่มขึ้น จึงต้องขยายพื้นที่ขึ้นไปในแนวดิ่ง ซึ่ง "บ้านแฝดไม่บาน" หลังนี้ ถูกออกแบบให้ภายในมีการติดตั้งลิฟท์โดยสารขนาดเล็ก สำหรับการสัญจรในแนวดิ่ง เมื่อต้องการขึ้นไปบนชั้นสูง ๆ ก็สามารถขึ้นลงได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนั้นผมยังออกแบบให้ชั้นดาดฟ้าจัดได้ว่าเป็นพื้นที่เอนกประสงค์โดยแท้จริง เพราะสามารถปรับปรุงดัดแปลงใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย เช่น ทำเป็นสวนลอยฟ้า เป็นที่ตากผ้า ฯลฯ ก็ไม่ผิดกติกาแต่ประการใด ทั้งยังเป็น "บ้านไม่บาน" ประเภทสร้างง่าย ซ่อมง่าย ดูแลรักษาง่าย ถึงพร้อมด้วยอรรถประโยชน์แทบทุกตารางเมตร ถือได้ว่าเป็นอีก 1 ใน 3 แบบของ "บ้านไม่บาน" "ท๊อปฮิต" ปี 2559 ที่ "คุ้มค่า" และ "มีราคาประหยัด" เป็นอย่างยิ่งครับ

3 อันดับ “ท๊อปฮิต” ของ “บ้านไม่บาน” ปี 2559

            สำหรับแบบที่ 3 ที่ เป็น 1 ใน 3 "ท๊อปฮิต" ปี 2559 คือ "บ้านไม่บาน" ที่ตีพิมพ์เผยแพร่ทางหนังสือพิมพ์ "คมชัดลึก" ฉบับวันเสาร์ที่ 2 กรกฎาคม ที่ผมเรียกว่า "มา เมซอง" (Ma Maison) ไม่บาน หรือแปลเป็นไทยว่า "บ้านของฉันที่ไม่บาน" สร้างอยู่บนพื้นที่ 50 ตารางวา ที่มีขนาดกำลัง "พอเหมาะ พอดี พอเพียง" เป็น "บ้านไม่บาน" ที่ได้รับการออกแบบให้สามารถปรับประยุกต์ใช้พื้นที่ได้หลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น "บ้าน"+ "ทาวน์โฮม" + "โฮมออฟฟิศ" นอกจากนั้นยังออกแบบให้ใช้พื้นที่ทุกตารางเมตรอย่างคุ้มค่า สามารถใช้งานเป็นที่พักอาศัยและเป็นออฟฟิศประกอบกิจการการค้าเล็ก ๆ น้อย ๆ ทั้งยังคง "ความทันสมัยที่ร่วมสมัย" จึงจัดได้ว่าเป็นอีกหนึ่งใน "บ้านไม่บาน" ในสไตล์ "อกาลิโก+ไฮโซ+โลว์คอส" อย่างแท้จริง ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจครับว่า "บ้านของฉันที่ไม่บาน" หลังนี้จึงเป็นที่ชื่นชมชื่นชอบของบรรดาแฟน ๆ ชาว "บ้านไม่บาน" ทั้งประเทศ รวมทั้งตัวผมเอง ก็สมศักดิ์ศรี 1 ใน 3 ของ "บ้านไม่บาน" ท๊อปฮิต ปี 2559 ครับ

            ซึ่งทั้ง 3 อันดับ "ท๊อปฮิต" ก็คิดว่าน่าจะเป็น "บ้านไม่บาน" ประเภท "All Time Hit" ที่ "ยอดนิยมตลอดกาล" ในสไตล์ "อกาลิโก+ไฮโซ+โลว์คอส" ซึ่งเป็นความสวยงามแบบ "ไร้กาลเวลา" ที่ "สวยทน", "สวยทาน", "สวยนาน" , "สวยประหยัด", "สวยดูดี", "สวยมีชาติตระกูล" ซึ่งเกณฑ์ในการจัดอันดับของผมนั้นวัดจากการ "ดาวน์โหลด" รูปแบบ "บ้านไม่บาน" ซึ่งท่านผู้อ่านทุกท่านสามารถ "ดาวน์โหลด" รูปแบบได้ "ฟรี" โดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยผ่าน "เว็ปไซต์" ยอดฮิตของชาว "คนรักบ้าน" www.homeloverthai.com นอกจากนั้นยังสามารถศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ "เว็ปไซต์" น้องใหม่ www.chivagroup.com ครับ

            สำหรับสัปดาห์นี้คงมีสาระน่ารู้เพียงเท่านี้ครับ เนื่องในวาระดิถีวันขึ้น "ปีใหม่" นี้ขอส่ง ส.ค.ส. ให้ทุกท่านโชคดีมีชัย ปราศจากโรคภัย คิดสิ่งใดขอให้สมปรารถนา

            แล้วพบกันใหม่อีกสองสัปดาห์หน้าครับ

“พรปีใหม่” จาก “พ่อหลวงรัชกาลที่ 9”

           ในช่วงส่งท้าย "ปีเก่า" เพื่อต้อนรับ "ปีใหม่" อีกไม่นานก็ได้ฟังเพลง "พรปีใหม่" ซึ่งเพลงนี้ผมเชื่อว่าหลายท่านก็คงไม่รู้ว่าเป็น "เพลงพระราชนิพนธ์" ที่ "พ่อหลวงรัชกาลที่ 9" ทรง "พระราชนิพนธ์" ขึ้น (เป็นอันดับที่ 13 เมื่อปี พ.ศ. 2495) เพื่อพระราชทานแด่พสกนิกรของพระองค์ ในช่วงแห่งการเฉลิมฉลองศักราชใหม่จะว่าไปแล้วในช่วงส่งท้าย "ปีเก่า" ต้อนรับ "ปีใหม่" ปีนี้ก็คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการนั่งฟังเพลงพระราชนิพนธ์เงียบ ๆ เพื่อทบทวนสิ่งต่าง ๆ ที่ผมได้ลงมือทำมาตลอดทั้งปี เพราะสำหรับคนในวัยขึ้นเลข 5 อย่างผม การไปร่วมงานรื่นเริงเพื่อเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่สลักสำคัญกันสักเท่าไหร่นัก นอกจากการไปสวดมนต์ข้ามปีที่วัดใกล้บ้านเพื่อความเป็นสิริมงคลครับ

“พรปีใหม่” จาก “พ่อหลวงรัชกาลที่ 9”          "ปีใหม่" ที่กำลังจะมาถึงนี้นอกจากเพลง "พรปีใหม่" แล้ว "ปีใหม่" นี้ก็คงไม่มี "การ์ดอวยพรปีใหม่" จาก "ในหลวงรัชกาลที่ 9" ที่ทุกปีพระองค์ท่านจะมี "การ์ดอวยพรปีใหม่" พระราชทานแก่ปวงชนชาวไทย จะว่าไปแล้ว "การ์ดอวยพรปีใหม่" ของพระองค์ท่านในแต่ละปีก็ทำให้ผมรู้สึกสุข สดชื่นในช่วงเวลาที่กำลังจะย่างเข้าสู่ "ปีใหม่" เพราะผมได้รับคำอวยพรจากพระองค์ท่าน ผมยังเก็บการ์ดอวยพรที่พระองค์ท่านทรงพระราชทานให้กับปวงชนชาวไทย เอาไปใส่กรอบไว้แทบทุกปี ถือว่าเป็นสิริมงคลสูงสุดสำหรับการส่งท้าย "ปีเก่า" เพื่อเริ่มต้น "ปีใหม่" ที่ดี มีโชคชัยและปราศจากโรคภัยไข้เจ็บครับ ทำให้ผมรู้สึกว่าการเริ่มต้นของการเข้าสู่ช่วง "ปีเก่า" ต้อนรับ "ปีใหม่" ในปีนี้ก็ดูเหมือนว่าจะขาดอะไรที่สำคัญไปครับ

         จะว่าไปแล้ว คนไทยทุก ๆ คนรวมทั้งตัวผมนับว่าโชคดีมีบุญมากครับ เพราะได้มีโอกาสเกิดมาใน "รัชสมัย" ของ "ในหลวงรัชกาลที่ 9" ที่ทรงเป็นพระมหากษัตริย์อันประเสริฐที่สุด ที่ทรงครองราชย์ยาวนานที่สุด สำหรับผมพอเกิดมาลืมตาดูโลก พอรับรู้ความได้ ก็ได้เห็นรูปของพระองค์ท่านในทุกทุกที่ที่ผมไป ดังคำกล่าวที่ว่ารูปของพระองค์ท่านนั้นเป็น "รูปที่มีทุกบ้าน" และที่น่าทึ่งคือ คนไทยได้ยอมรับพระองค์ท่านเปรียบเสมือน "พ่อ" หรือ "พ่อหลวง" และที่น่าทึ่งไปกว่านั้นคือ พระองค์ท่านก็ทรงรับคนไทยเข้ามาเป็นสมาชิกร่วมสุขร่วมทุกข์อยู่ในครอบครัว เสมือนกับว่าเป็น "ลูก" ซึ่งพระองค์ก็ได้ทรงทำหน้าที่ของ "พ่อหลวง" ที่ต้องดูแลสารทุกข์สุขดิบของ "ลูก" โดยไม่ขาดตกบกพร่อง จึงเป็นการทรงงานที่หนักกว่า 4,000 โครงการพระราชดำริ ทั่วราชอาณาจักร ดังปฐมบรมราชโองการในปี พ.ศ.2489 ที่ทรงเถลิงถวัลย์ราชสมบัติของ "พ่อหลวง" ที่ทรงรับสั่งว่า "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม" ซึ่ง "ชนชาวสยาม" ก็เปรียบเสมือน "ลูก"ของพระองค์ท่าน ด้วยความสัมพันธ์พิเศษที่สุดและงดงามที่สุดของ "พระมหากษัตริย์" กับ "พสกนิกร" ของพระองค์ที่ทรงยอมรับ "พสกนิกร" ของพระองค์เหมือนสมาชิกในครอบครัว ตลอดระยะเวลากว่า 70 ปี ที่ทรงครองสิริราชสมบัติ ทรงเป็น "พ่อหลวง" พร้อมที่จะเสียสละทุกอย่างที่พระองค์มี ทรงทุ่มเทพระวรกายทุกเวลา ทุกนาที ที่พระองค์มีให้กับ "ลูก" จึงเป็นความสัมพันธ์ที่พิเศษและมหัศจรรย์เป็นอย่างยิ่งครับ จะหาความสัมพันธ์ระหว่าง "พระมหากษัตริย์" กับ "ประชาชน" ที่มีลักษณะพิเศษเช่นนี้ มีอยู่ที่เดียวในโลกนี้คือ "ประเทศไทย" ครับ เมื่อพระองค์ท่านรักประชาชนขนาดนี้ ก็ไม่น่าแปลกใจหรอกครับที่ประชาชนก็ถวายความจงรักภักดีกับพระองค์ท่านสุดหัวใจถึงขนาดยอม "พลีกายถวายชีวิต" ได้โดยไม่คิดเช่นกัน

        ความสัมพันธ์มีลักษณะพิเศษเช่นนี้ได้กลายเป็น "แกนหลัก" ที่สำคัญที่ทำให้สังคมไทยสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง ถึงแม้ว่าสังคมไทยจะเต็มไปด้วยนักการเมืองที่ฉ้อฉล ข้าราชการที่คอรัปชั่น มีปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ ที่หมักหมมทับถมกันอยู่มากมาย ฯลฯ แต่ก็ไม่เป็นไรหรอกครับ เพราะเรามี "แกนหลัก" ที่เป็นเหมือน "ศูนย์รวมจิตใจ" เปรียบเหมือนต้นไม้ ถึงแม้ต้องสายลม พายุฝน ที่พัดโหมกระหน่ำกิ่งบางกิ่ง บางครั้งที่ต้านทานไม่ไหวจะหักไปบ้าง แต่เพราะมี "แกน" ที่เป็นเสมือน "รากแก้ว" ที่เข้มแข็ง เราก็สามารถผ่านไปได้ทุกครั้ง ดังจะเห็นว่าสังคมไทยในอดีตได้ผ่านการทดสอบมาหลายต่อหลายครั้ง จากวิกฤติการณ์ต่าง ๆ ทั้งในด้าน "เศรษฐกิจ", "สังคม" และ "การเมือง" ในบางครั้งบางสถานการณ์ตกอยู่ในสภาวะที่ดูเหมือนว่าจะเพลี่ยงพล้ำ แต่ก็เป็นสิ่งที่มหัศจรรย์ครับ ด้วย "แกนหลัก" ที่เป็นเสมือน "รากแก้ว" ที่แข็งแกร่ง อันเป็น "ศูนย์รวมจิตใจ" ที่เป็นเสมือน "ดวงแก้ว" ของแผ่นดินที่สุดสว่างใสส่องแสงชี้นำทางของคนในแผ่นดิน ไม่ว่าจะหนักหนาสาหัสสักเพียงใด ก็ผ่านไปได้ทุกครั้ง เพราะ "แกนหลัก" ที่เป็นเสมือน "รากแก้ว" ที่แข็งแกร่งนี้เองครับ

           ในช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้านี้ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงไปของสังคมไทยที่น่าสนใจและน่าประทับใจเป็นอย่างยิ่งครับ คนไทย "รู้รักษ์สามัคคี" กันมากขึ้น รวมใจเป็นหนึ่งเดียวกันมากขึ้น อาจเป็นเพราะจิตใจคนไทยทั่วประเทศนับล้านดวงมุ่งพุ่งตรงไปที่พระองค์ท่าน ถึงแม้จะทรงเสด็จสู่ "สวรรคาลัย" แล้ว จะเห็นได้ว่าความขัดแย้งในสังคมลดลงไปมาก คนไทยดูจะรักกันและให้อภัยกันมากขึ้น นอกจากนั้นคนไทยยังได้มีโอกาสเรียนรู้พระจริยวัตรอันงดงามของพระองค์ท่านมากยิ่งขึ้น จาก "โครงการพระราชดำริ" กว่า 4,000 โครงการ ซึ่งกล้าพูดได้เต็มปากว่า คนทุกคนในผืนดินของพระองค์ล้วนแล้วแต่ได้รับ "อานิสงส์" ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อมจากโครงการพระราชดำริน้อยใหญ่นี้กันแบบทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในเมืองหรือชนบทห่างไกล ไม่มีพื้นที่ไหนในพระราชอาณาจักรที่หลุดพ้นจากสายพระเนตร ก็เป็นเรื่องเหลือเชื่อแต่ก็ต้องเชื่อครับ ที่ "มหาธรรมราชา รามาธิบดีที่ 9" พระองค์นี้ ได้ทุ่มเททำเพื่อ "ลูก" ของพระองค์ท่านมากมายขนาดนี้

          สำหรับของขวัญ "ปีใหม่" ที่กำลังจะมาถึงในปีนี้ ผมได้อัญเชิญ "มงคลสูงสุด" คือ "ส.ค.ส. พระราชทาน" ของปีที่แล้ว ถึงแม้ว่าจะเป็น "ส.ค.ส.พระราชทาน" ชิ้นสุดท้าย แต่ก็ยังคงความสวัสดีมีชัย มาอำนวยอวยพรให้แก่ท่านผู้อ่านทุกท่านรวมถึงผม ผมคงไม่มีอะไรตอบแทนให้แก่พระองค์ท่าน นอกจากจะขอเป็น "ลูก" ที่ดีทำ "หน้าที่ทางจริยธรรม" ให้ดีที่สุด ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงกลไกเล็ก ๆ กลไกหนึ่งในสังคมก็ขอมุ่งมั่น ทุ่มเททำความดีถวายเป็น "พระราชกุศล" รวมทั้งตั้งใจแน่วแน่ว่าจะเผยแพร่แนวคิดของ "พ่อหลวงรัชกาลที่ 9" ในทุกครั้งทุกที่ที่มีโอกาส ให้ทั้งแผ่นดินเต็มไปด้วยความ "รักของพ่อหลวง" ที่กระจายออกไปทั่วทั้งผืนดิน, ผืนน้ำและทั่วฟ้าครับ

         สารภาพตามตรงครับว่าผมมีความสุขทุกครั้งที่ได้พูดถึง "พ่อหลวง" และมีความมุ่งมั่นที่อยากทำให้ "พ่อหลวง" เป็น "อมตะ" อยู่ในจิตใจของคนไทยตราบชั่วนิจนิรันดร์ ความคิดที่จะทำความดีถวายเป็น "พระราชกุศล" แด่ "พ่อหลวง" เช่นนี้ก็เป็นการส่งท้าย "ปีเก่า" ต้อนรับ "ปีใหม่" พ.ศ.2560 ที่ดีเป็นอย่างยิ่งครับ ถึงแม้ปีนี้จะไม่มี "ส.ค.ส.พระราชทาน" จากพระองค์ แต่อย่างน้อยก็ได้มี "ส.ค.ส.พระราชทาน" จาก "พ่อหลวง" ของปีที่แล้วที่เป็นทั้ง "ขวัญ" และ "กำลังใจ" รวมทั้งเป็น "หลักชัย" ในการก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคงในอนาคตครับ

“เข้าใจ” + เข้าถึง+จึงพัฒนา” กับ “อสังหาฯ ครึ่งราคา” ที่ “เขาใหญ่”

          สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว "คนรักบ้าน" สำหรับสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้ซึ่งเป็นช่วงเวลาเปลี่ยนถ่ายระหว่าง "ปีวอก" ไป "ปีระกา" ก็คงจะไม่อะไรดีไปกว่าการได้เริ่มต้นอะไรที่ดี ๆ ใหม่ๆ ในช่วงส่งท้าย "ปีเก่า" ต้อนรับ "ปีใหม่" นี้ ผมเชื่อว่าหากได้เริ่มต้นและเตรียมตัวดีก็จะมีชัยไปกว่าครึ่งอย่างแน่นอนครับ นอกจากนั้นยังต้องพยายาม "คิดบวก" ให้ "Neuron+" ซึ่งเป็น "พลังงานบวก" ในสมองเราทำงานให้มากที่สุดครับ ซึ่งการ "คิดบวก" เช่นนี้ มีความจำเป็นมากครับสำหรับสภาวะเศรษฐกิจสังคมในปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่คนไทยทั้งประเทศยังตกอยู่ในสภาวะโศกเศร้าที่ "ในหลวงรัชกาลที่ 9" ทรงเสด็จสู่ "สวรรคาลัย" หลายคนรวมทั้งผมก็ยังทำใจยอมรับกันไม่ค่อยได้ สารภาพตามตรงครับว่าตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม เป็นต้นมา พอคิดถึงพระองค์ท่านน้ำตาก็ไหลออกมากบ้างน้อยบ้างแทบทุกวัน แต่ชีวิตก็ยังต้องดำเนินต่อไปครับ ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเปลี่ยนแปลงความโศกเศร้าเสียใจซึ่งเป็น "พลังงานลบ" โดยปรับเปลี่ยนให้ "Neuron - " ให้กลับมาเป็น "Neuron +" อันก่อให้เกิด "พลังงานบวก" ก็จะช่วยทำให้สามารถก้าวล่วงปัญหา ฝ่าฟันอุปสรรคน้อยใหญ่ต่างๆ ในช่วงเปลี่ยนถ่าย "ปีเก่า" สู่ "ปีใหม่" ได้ครับ

“เข้าใจ” + เข้าถึง+จึงพัฒนา” กับ “อสังหาฯ ครึ่งราคา” ที่ “เขาใหญ่”

          สำหรับตัวผมการเปลี่ยนแปลง"Neuron - " ซึ่งเป็น "พลังงานลบ" โดยเฉพาะอย่างยิ่งความโศกเศร้าเสียใจ ที่ "ในหลวงรัชกาลที่ 9" ได้ทรงเสด็จ "สวรรคต" ให้กลับกลายเป็น "พลังงานบวก" โดยการมุ่งมั่นที่จะทำความดี ตาม "หน้าที่ทางจริยธรรม" ถวายเป็น "พระราชกุศล" โดยการเดินตาม "รอยพระบาท" น้อมนำเอา "ศาสตร์พระราชา" มาปรับประยุกต์ใช้ ในการสร้างสรรค์ "นวัตกรรม" ประเภท "อสังหาฯ ครึ่งราคา" แบบ "พอเพียง" ผมนึกย้อนหลังกลับไปตลอดปีที่ผ่านมา ก็พบทันทีว่ารูปแบบของการลงทุน "อสังหาฯ ไม่บาน" โครงการน้อยใหญ่ต่าง ๆ ที่ผมได้นำเสนอต่อบรรดาท่านผู้อ่านทั่วประเทศ อีกหนึ่งโครงการที่ผมประทับใจมากที่สุดและมีความสุขที่สุด ที่ได้เผยแพร่ ทั้งยังได้มีโอกาสลงมือปฏิบัติจริงคือโครงการ "The Chiva Sanctuary" ที่ "เขาใหญ่" ซึ่งเป็นโครงการพัฒนา "อสังหาฯ ไม่บาน" ที่ผมตั้งใจอย่างแน่วแน่ ที่จะน้อมนำเอา "ทฤษฏีใหม่" และ "ความพอเพียง" นำมาปรับประยุกต์ใช้กับการสร้าง "นวัตกรรม" ที่ผมเรียกว่าโครงการ "อสังหาฯ ครึ่งราคา" หรือ "อสังหาฯ ราคาพาร์" แบบ "พอเพียง" ซึ่งการตั้งโจทย์ของผมตอนเริ่มต้นก็ถือว่ามีความเป็นไปได้ยากมากพอสมควรครับ ว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะลงทุนทำ "อสังหาฯ ครึ่งราคา" โดยได้เริ่มโครงการนำร่อง "The Chiva Sanctuary" เป็น "คอนโดมิเนียมไม่บาน" ขนาด 24 ตารางเมตร ซึ่งเหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับการพักผ่อนตากอากาศ บริเวณ "เขาใหญ่" ที่ได้รับการยอมรับว่ามีอากาศที่บริสุทธิ์ โดยมีระดับ "โอโซน" สูงสุดถึง "ระดับ 7 ของโลก" เลยทีเดียวทั้งยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น "มรดกโลก" ในความหลากหลายและอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศน์

“เข้าใจ” + เข้าถึง+จึงพัฒนา” กับ “อสังหาฯ ครึ่งราคา” ที่ “เขาใหญ่”

         ซึ่งโดยปรกติแล้ว คอนโดมิเนียมที่มีขายทั่วไปในย่าน "เขาใหญ่" ก็เริ่มต้นที่ 40,000 ถึง 60,000 บาท++ต่อตางรางเมตร ส่งผลให้มีราคาต่อหน่วย 1,200,000 บาท++ เป็นไปได้หรือไม่ที่จะทำ "อสังหาฯ" ที่ "พอเพียง" แบบ "ครึ่งราคา" หรือ "ราคาพาร์" ในตารางเมตรละ 20,000 บาท++ เพราะฉะนั้นบนพื้นที่ 24 ตารางเมตร แบบ "Studio Type" จึงมีราคาเพียง 499,000 บาท++ ซึ่งหากลองเปรียบเทียบราคากันดูแล้วก็น่าจะถูกที่สุดและคุ้มค่าน่าลงทุนที่สุดในย่าน "เขาใหญ่" ก็ว่าได้ มีการคาดการณ์ว่าหลังจากการก่อสร้างแล้วเสร็จ (ซึ่งในตอนนี้เริ่มตอกเสาเข็มแล้ว) ราคาซื้อขายในท้องตลาดทั่วไปน่าจะขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 800,000 บาท++ ถึง 1,200,000 บาท++ กันเลยทีเดียว

        สำหรับเหตุผลสำคัญที่คณะทำงาน "คอนโดมิเนียมไม่บาน" พยายามหาจุดที่ลงตัวของ "คอนโดฯครึ่งราคา" หรือ "คอนโดฯ ราคาพาร์" เพราะว่าในใจลึกๆ ของผมนั้นมีความเชื่อว่าหากสามารถทำได้สำเร็จ ก็จะส่งผลให้ราคาโดยเฉลี่ยของ "อสังหาฯ ไม่บาน" แบบ "พอเพียง" โดยทั่วไปจะมีราคาลดลงและไม่ "แพงเว่อร์" ดังเช่นในปัจจุบัน ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมากกับสังคมในภาพรวม นอกจากนั้นจะส่งผลให้ประชาชนทั่วไปก็จะเป็นหนี้เป็นสินน้อยลงจากการซื้ออสังหาริมทรัพย์ครับ

“เข้าใจ” + เข้าถึง+จึงพัฒนา” กับ “อสังหาฯ ครึ่งราคา” ที่ “เขาใหญ่”

        "ไม่ลองก็ไม่รู้ ไม่ดูก็ไม่เห็น ไม่ทำก็ไม่เป็น" และ "ลองแล้วจึงรู้ ดูแล้วจึงเห็น ทำแล้วจึงเป็น" เป็นคำพูดของยายที่สอนผมมาตั้งแต่เด็ก ดังนั้นอยาก "ลองให้รู้" ว่า "คอนโดฯครึ่งราคา" ที่ขายกันใน "ราคาพาร์" มีจริงหรือไม่และหากมีจริงจะมีรูปลักษณ์และหน้าตาเป็นเช่นไร ก็คงมีหนทางเดียวเท่านั้นครับ คือ ต้อง "ลงมือทำดู" ผมก็ได้ถือเอา "วันที่ 5 ธันวาคม" ซึ่งถือว่าเป็นวันคล้ายวันประสูติของ "ในหลวงรัชกาลที่ 9" จึงเป็นวัน "มหาฤกษ์" และได้ทำการ "เบิกฤกษ์" เอาชัยโดยการตอกเสาเข็มต้นแรกในเวลา 11.59 น. กระบวนการเรียนรู้ที่สำคัญก็ได้เริ่มขึ้นโดยการปรับประยุกต์ใช้ "แนวคิดทฤษฏีใหม่" ที่ยืนบนพื้นฐานของ "ความพอเพียง" สิ่งใดควรใช้ก็ใช้ สิ่งใดไม่ควรใช้ก็ไม่ต้องใช้ ทั้งยังต้องอดทน ขยัน ประหยัด มีความเพียรอันบริสุทธิ์โดยไม่ย่อท้อ เมื่อ "ไม่ยอมแพ้ ก็ไม่พ่ายแพ้" เมื่อ "ไม่ล้มเลิก ก็ไม่ล้มเหลว" ใจผมนึกถึงบท "พระราชนิพนธ์" เรื่อง "พระมหาชนก" ที่ว่าด้วย "ความเพียรอันบริสุทธิ์" ที่ต้องกำกับด้วย "สติ" และ "ปัญญา" นอกจากนั้นยังต้อง "เข้าใจ", "เข้าถึง" ให้ได้เสียก่อน แล้วจึงค่อยคิด "พัฒนา" ค้นหาเพื่อ "นวัตกรรม" ใหม่ ๆ ที่ก่อเกิดประโยชน์แก่คนหมู่มากครับ

        ก็ถือว่าเป็นโจทย์ที่ยากมากครับ แต่จะว่าไปแล้วก็ไม่ยากเกินความสามารถ หากตั้งใจและมุ่งมั่นจริง ๆ ครับ ผลคือเมื่อเปิดตัวโครงการก็มีหลายท่านที่สนใจจับจองเป็นเจ้าของจนเกือบเต็มแล้วครับ หลายท่านก็ซื้อเพื่ออยู่อาศัย เอาไว้ตากอากาศที่ "เขาใหญ่" แล้วก็มีหลายท่านก็ซื้อเอาไว้เพื่อเป็นการลงทุน ซึ่งก็ไม่ผิดกติกาแต่ประการใดครับ เพราะโครงการ "The Chiva Sanctuary" ในสายตานักลงทุน ก็เป็นหนึ่งในโครงการที่น่าลงทุน ถ้าเป็นการซื้อ " หุ้น" ก็เรียกว่า "หุ้นราคาพาร์"ที่มีราคาแบบ "พอเพียง" ประเภท "VI" ที่ใครก็สามารถเป็นเจ้าของได้ครับ จึงเป็นการลงทุนในระยะยาว ถือแบบยาวๆ ยังไงก็ไม่ขาดทุนอย่างแน่นอนครับ

         สำหรับสาระน่ารู้เกี่ยวกับ "คอนโดฯครึ่งราคา" โครงการ "The Chiva Sanctuary" ที่ "เขาใหญ่" ท่านที่สนใจก็สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ 063-8032855 หรือเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.chivagroup.com สุดท้ายนี้ผมก็ขออวยพรให้ท่านผู้อ่านทุกท่านมีความสุขสดชื่นสมหวังคิดสิ่งใดขอให้สมปรารถนาตลอดปีใหม่ พ.ศ.2560 ที่กำลังจะมาถึงครับ และขอบารมี "ในหลวงรัชกาลที่ 9" ทรงปกปักษ์รักษาทุกท่านและขอให้ทุกท่านมุ่งทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ท่านเพื่อส่งเสด็จสู่ "สวรรคาลัย" โดยพร้อมเพรียงกัน แล้วพบกันใหม่อีกสอง สัปดาห์หน้า ขอให้ทุกท่านสุขสดชื่นสมหวังตลอด "ปีใหม่" นะครับ

<< Start < Previous 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 Next > End >>

Results 1 - 10 of 1793
บ้านไม่บานยอดนิยม อพาร์ตเม้นท์ไม่บานยอดนิยม พิมพ์เขียวแบบบ้าน 999 บาท


หนังสือ “อัศวินอสังหาฯ พารวยกับ อ.เชี่ยว ชอบช่วย” ....ใครลงทุนทา “อสังหาฯไม่บาน” แล้วขาดทุนหรือเจ๊ง... โคตรเก่งเลย!
สามารถอ่าน บทความแนะนำหนังสือ จาก เว็บไซต์ชี้ช่องรวยได้ที่นี่

บ้านไม่บานอัพเดต

3 อันดับ "ท๊อปฮิต" ของ "บ้านไม่บาน" ปี 2559

3 อันดับ “ท๊อปฮิต” ของ “บ้านไม่บาน” ปี 2559

          สวัสดีปีใหม่ครับแฟน ๆ ชาว "บ้านไม่บาน" สำหรับสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้ที่ยังคงอยู่ในช่วง "ต้อนรับปีใหม่" ผมได้รวบรวมผลงานออกแบบย้อนหลังของ "บ้านไม่บาน" ตลอดปี 2559 ที่ได้รับความนิยมสูงสุด "ท๊อปฮิต" 3 อันดับแรก โดยวัดจากกระแสการตอบรับจากการที่แฟน ๆ ได้เข้ามา "ดาวน์โหลด" แบบ "บ้านไม่บาน" เหล่านี้ผ่านทาง "เว็ปไซต์" ยอดฮิตของชาว "คนรักบ้าน" www.homeloverthai.com ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณบรรดาแฟน ๆ นับแสนราย ที่เข้ามา "ดาวน์โหลด" แบบ "บ้านไม่บาน" ที่ท่านชื่นชอบกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง จะว่าไปแล้วก็เป็นกำลังใจให้คณะทำงาน "บ้านไม่บาน" ให้มุ่งมั่น ทุ่มเทและเอาใจใส่ในทุกขั้นตอน ในการรังสรรค์ "บ้านไม่บาน" ในแต่ละรูปแบบ โดยเริ่มจากการออกแบบร่าง (Preliminary Design) และการออกแบบวางแปลน (Plan) ตลอดจนการขึ้นรูปด้าน (Elevation) รวมไปถึงการใช้เทคนิค "3D Animation" ซึ่งเป็นการจำลองภาพเสมือนจริง ก็คงต้องยอมรับกันนะครับว่าในปัจจุบันเทคโนโลยีในการออกแบบทางสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมก็ถือว่าก้าวล้ำนำสมัยไปมาก ทั้งยังมีความแม่นยำ เที่ยงตรง ชัดเจนเรียกว่าออกแบบอย่างไร ขึ้นรูปใน "ภาพเสมือนจริง 3 มิติ" อย่างไร ตอนสร้างจริง ก็เป็นอย่างนั้นแหละครับ . . .

อ่ า น ต่ อ . . .

3 อันดับ "ท๊อปฮิต" ของ "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ปี 2559

3 อันดับ “ท๊อปฮิต” ของ “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” ปี 2559          สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" คงไม่มีใครปฏิเสธได้ครับว่า อาคารที่พักอาศัยประเภท "อพาร์ทเม้นท์" นั้นได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตของคนส่วนใหญ่ของคนไทยในสังคมเมืองกันไปแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเศรษฐกิจตกสะเก็ด ที่ส่งผลให้บรรดาธุรกิจและธุรกรรมต่าง ๆ ตกอยู่ในสภาวะ "เงินฝืด" จากการศึกษาของผมได้พบว่า ในทุกครั้งที่ "จีดีพี" ลดลง 1% ในโลกแห่งความเป็นจริงหมายถึงการขยายตัวแบบติดลบในตลาดแรงงาน จะส่งผลให้มีคนตกงานในระบบการจ้างงานของปีนั้นกว่า 2 แสนคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาเด็กที่จบใหม่จากการศึกษาในระดับต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นระดับมัธยมศึกษา ปวช. ถึง ปวส., ตลอดจนระดับปริญญาตรี, โท, เอก ยิ่งเรียนสูงเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสตกงานมากยิ่งขึ้นเท่านั้น และคนเหล่านี้ก็กองทับถมกันอยู่ในตลาดแรงงานครับ ดังนั้นในช่วงเวลาแห่งความยากลำบากในการก่อร่างสร้างชีวิตก็คงต้องอาศัย "อพาร์ทเม้นท์" นี่แหละครับ เป็นที่พำนักพักพิง แล้วค่อยคิดขยับขยาย เมื่อเวลาและโอกาสอำนวย ดังนั้นจะเห็นได้ว่า "อพาร์ทเม้นท์" กลายเป็นส่วนหนึ่งของที่พักราคาประหยัดสำหรับคนไม่ใช่น้อยเลยในสังคมเมืองครับ . . .

อ่ า น ต่ อ . . .
คลินิกคนรักบ้าน

ภูมิใจที่ "ครู" ได้เป็น
"ศิลปินแห่งชาติ"


ภูมิใจที่ “ครู” ได้เป็น “ศิลปินแห่งชาติ”        ของขวัญ "ปีใหม่" ที่ชื่นใจที่สุดของผมในปีนี้ คือ การประกาศรายนามของบรรดา "ศิลปินแห่งชาติ" ประจำปี พ.ศ.2559 หนึ่งในนั้นคือ "ครู" ของผม คือ "รองศาตราจารย์เสนอ นิลเดช" ซึ่งท่านได้รับการยกย่องให้เป็น "ศิลปินแห่งชาติ" "สาขาทัศนศิลป์" (สถาปัตยกรรมไทยประเพณี) ซึ่งสำหรับผมและในวงนักวิชาการทางด้านศิลปะสถาปัตยกรรมแล้วก็ไม่แปลกใจอะไรเลยครับ เพราะด้วยความรู้ความสามารถอันเป็นที่ยอมรับทั้งทางด้านศิลปกรรมในหลากหลายแขนง รวมทั้งทางด้านสถาปัตยกรรมไทยประเพณี ส่งผลให้ "ครู" ได้รับการยกย่องเชิดชูให้เป็น "ศิลปินแห่งชาติ" ครับ . . .

อ่ า น ต่ อ . . .

Homeloverthai Multimedia
Homeloverthai Multimedia
รายการคนไทยไม่ท้อ >>  

รายการ แผ่นดินพอเพียง   

Homeloverthai Multimedia
Homeloverthai Multimedia
Homeloverthai Multimedia
 

นิตยสารบ้าน+อพาร์ตเม้นท์ไม่บานกับ อ.เชี่ยว ฉบับสะสม
นิตยสารบ้าน+อพาร์ตเม้นท์ไม่บานกับอ.เชี่ยว ฉบับสะสม เหลือเพียง 6 เล่ม
(เล่ม 7,8,9,10,11,12)  ราคาชุดละ 300 บาท  รวมค่าจัดส่งแบบลงทะเบียน
รายละเอียดการโอนเงิน
ชื่อบัญชี ภัทรพล   เวทยสุภรณ์  ธนาคารกรุงเทพ ฯ  สาขาห้วยขวาง  ประเภทสะสมทรัพย์  บัญชีเลขที่  1764267272
แฟกซ์ pay  in
พร้อมระบุชื่อที่อยู่   หมายเลขโทรศัพท์ และ เล่มหนังสือที่สั่งซื้อ   มาที่หมายเลข  02-6441479 หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-2451399 และ 02-6441478 หรือ สำนักงานบ้านไม่บาน  เลขที่ 1  ซ.ประชาสงเคราะห์ 12   แขวงดินแดง  เขตดินแดง  กทม.  10400