สมัครงานกับทีมงานบ้านไม่บาน คลิกอ่านรายลัเอียดด้านใน

โปรดระวังบุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว   ชอบช่วย หรือ   ผศ.ดร.ภัทรพล   เวทยสุภรณ์  และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง  ฯลฯ  ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ  ทั้งสิ้น  หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์   02-2451399  หรือ  02-6441478  เท่านั้น
บุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว ชอบช่วย หรือ ผศ.ดร.ภัทรพล เวทยสุภรณ์ และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง ฯลฯ ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์ 02-2451399 หรือ 02-6441478 เท่านั้น

ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ "ตักศิลา คเณศ์ธร"

  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
ครบรอบ 120 ปี “ศิลป์ พีระศรี”
ครบรอบ 120 ปี "ศิลป์ พีระศรี"

“Think & Grow Rich” ของ “นโปเลียน ฮิลล์”

“Think & Grow Rich” ของ “นโปเลียน ฮิลล์”            จากความเดิมตอนที่แล้ว ผมได้พูดถึงหนังสือเกี่ยวกับการปรับ "Mindset" และการ "ปลุกพลัง" ที่ก่อให้เกิด "แรงบันดาลใจ" ไฟลุกท่วม (ซึ่งบางครั้งผมมักจะเรียกว่าการปรับ "Myth") ซึ่งส่งผลกระทบทั้ง "วิธีคิด" (Visionary) และ "วิธีปฏิบัติ" (Missionary) ซึ่งผมได้พูดถึงหนังสือที่มีชื่อเสียงก้องโลกเล่มหนึ่ง คือ "Think & Grow Rich" ของ "นโปเลียน ฮิลล์" ซึ่งก็ได้พิมพ์เผยแพร่เมื่อ 70-80 ปี แล้วครับ และได้พิมพ์จำหน่ายไปทั่วโลกกว่า 70-80 ล้านเล่ม มีผู้ที่ได้อ่านแล้วและได้รับแรงบันดาลใจไปทั่วโลกกว่าร้อยล้านคน ซึ่งผมก็เป็นหนึ่งในนั้น ที่ได้นำเอาแนวคิดจากหนังสือ "Think & Grow Rich" ของ "กูรู" ท่านนี้ นำมาปรับประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันและก็ได้ผลลัพธ์ตรงตามชื่อหนังสือ ซึ่งผมแปลเป็นไทยว่า "คิด" (การจัดระเบียบทางความคิด) แล้วก็ "รวยขึ้น ๆ" พอยิ่งทราบถึงที่มาที่ไปของหนังสือเล่มนี้ก็ยิ่งเกิดความประทับใจครับ เพราะเกิดจากมหาเศรษฐีชื่อ "คาร์เนกี" (Carnegie) ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของ "นโปเลียน ฮิลล์" ได้ติดต่อบรรดาเพื่อน ๆ เศรษฐีด้วยกันของ "คาร์เนกี" หลายร้อยท่าน เพื่อให้ "นโปเลียน ฮิลล์" สัมภาษณ์ เพื่อหาเคล็ดลับว่าบรรดาเศรษฐีเหล่านี้ "คิด" อย่างไร ถึง "รวยขึ้นๆ" ผลสรุปก็ได้รวบรวมอยู่ในหนังสือเล่มนี้แหละครับ

            ซึ่งผมก็ได้อ่าน "Think & Grow Rich" มาหลายรอบ โดยสามารถสรุปย่อ ๆ ให้เหลือ "แก่น" เพื่อท่านผู้อ่านจะได้นำไปปรับประยุกต์ใช้กันครับ ผมเรียกว่า "บันได 14 ขั้น" ซึ่งมีรายละเอียดคร่าว ๆ ดังนี้ครับ

  • บันไดขั้นที่ 1 คือ "พลังทางความคิด"
  • บันไดขั้นที่ 2 คือ "ความปรารถนา"
  • บันไดขั้นที่ 3 คือ "ความศรัทธา"
  • บันไดขั้นที่ 4 คือ "การฝึกฝนและการควบคุมจิตตัวเอง"
  • บันไดขั้นที่ 5 คือ "การศึกษาหาความรู้เฉพาะทาง"
  • บันไดขั้นที่ 6 คือ "การสร้างจินตนาการ"
  • บันไดขั้นที่ 7 คือ "การวางแผนงานที่รอบคอบและรัดกุมถี่ถ้วน"
  • บันไดขั้นที่ 8 คือ "การกล้าตัดสินใจในเวลาที่เหมาะสม"
  • บันไดขั้นที่ 9 คือ "ความเพียร,ความมุ่งมั่นและความอดทน"
  • บันไดขั้นที่ 10 คือ "การมีแรงขับเคลื่อนในการลงมือทำที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ"
  • บันไดขั้นที่ 11 คือ "การปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม"
  • บันไดขั้นที่ 12 คือ "การใช้จิตใต้สำนึก หรือ "Sub-Conscious"
  • บันไดขั้นที่ 13 คือ "การใช้ศักยภาพของสมองอย่างถูกต้อง" และ
  • บันไดขั้นที่ 14 คือ "การใช้ประสาทสัมผัสที่ 6" หรือการใช้ "Common Sense" ครับ ซึ่ง


"บันไดทั้ง 14 ขั้น" ถือว่าเป็น "หัวใจ" สำคัญที่น่าสนใจศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเป็นอย่างยิ่งครับ

            สำหรับในสัปดาห์นี้เนื่องจากมีพื้นที่จำกัดผมขอพูดถึงบันไดขั้นที่ 12 คือ การใช้ "จิตใต้สำนึก" หรือ "Sub-Conscious" ซึ่งในส่วนตัวแล้วผมให้ความสำคัญเป็นพิเศษจาก "บันไดทั้ง 14 ขั้น" ซึ่งในทาง "จิตวิทยา" เชื่อว่า "พลังจิต" 100 ส่วนของมนุษย์ 7 ส่วน คือ "จิตสำนึก" ที่เต็มไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลายทั้ง รัก, โลภ, โกรธ, หลง , เกลียด, กลัว ฯลฯ ที่คนส่วนใหญ่ใช้อารมณ์เหล่านี้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน ซึ่งผมขอเรียกว่า "คลองแห่งอารมณ์" ยกตัวอย่างเช่น ถ้าวันไหนเราอารมณ์ดีแต่เช้า วันทั้งวันก็ดูจะสดใส สามารถทำการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ในทางกลับกัน วันไหนอารมณ์ไม่ดีทุกอย่างก็ดูจะแย่ไปเสียหมด แต่แท้จริงแล้ว "พลังจิต" ที่สำคัญคือ "จิตใต้สำนึก" หรือ "Sub-Conscious" ที่มีอยู่ถึง 93 ส่วน ซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะมองข้ามและไม่นำเอามาใช้ "พลังจิต" ในส่วน "จิตใต้สำนึก" นี้แหละครับที่ "นโปเลียน ฮิลล์" ได้กล่าวไว้ว่าเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงของความ "คิด" ที่จะนำไปสู่ความ "มั่งคั่ง" และในทางปฏิบัติแล้ว "จิตใต้สำนึก" ไม่เคยหยุดนิ่ง หากคนที่ต้องการประสบความสำเร็จจะต้องหมั่นเติม "จิตใต้สำนึก" ด้วยอารมณ์ในเชิงบวก เช่น ความปรารถนาในชีวิตที่ดีขึ้น, ความเชื่อมั่น, ความหวัง, ความศรัทธา, ความรัก, ความกระตือรือร้นขยันขันแข็ง, ฯลฯ และต้องพยายามหลีกเลี่ยงอารมณ์ที่ไม่ดีที่จะส่งไปให้ "จิตใต้สำนึก" เช่น ความโกรธ, ความอิจฉาริษยา, ความเกลียดชัง, ความอาฆาต, ความเชื่อแบบงมงาย ฯลฯ ซึ่งการฝึกฝนที่จะใช้ "จิตใต้สำนึก" เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและซับซ้อนเป็นอย่างยิ่ง แต่ถ้าใครสามารถดึงพลังของ "จิตใต้สำนึก" (93 ส่วน) ออกมาใช้ก่อให้เกิดประโยชน์ได้แล้ว ก็จะมีพลังมหาศาล เต็มไปด้วย "จินตนาการ" ที่สามารถสร้างสรรค์ได้ทุกสิ่งทุกอย่าง สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่าง คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตทุกคนล้วนแล้วแต่ก้าวข้าม "จิตสำนึก" (7 ส่วน) ที่เต็มไปด้วยอารมณ์ที่พลิ้วไหว เปลี่ยนแปลงไป ในทางกลับกันคนเหล่านี้ใช้ "พลังจิตใต้สำนึก"(93 ส่วน) ให้เกิดประโยชน์

            ถ้าเปรียบให้เข้าใจง่าย ๆ "จิตใต้สำนึก" (93 ส่วน) คือ "เนื้อนาบุญอันประเสริฐ" เป็นดินดำน้ำชุ่มที่แสนจะอุดมสมบูรณ์ ส่วน "จิตสำนึก" (7 ส่วน) เปรียบได้กับเมล็ดพันธุ์ที่จะทำการเพาะปลูก เพื่อให้เจริญเติบโตบนดินอันอุดมสมบูรณ์นั้น ดังคำโบราณได้กล่าวไว้ว่าปลูกพืชใดไว้ก็ได้ผลเช่นนั้นครับ จะว่าไปแล้วทั้ง "จิตใต้สำนึก" และ "จิตสำนึก" ก็ทำงานร่วมกันครับ แต่ "พลังจิต" ที่แท้จริงนั้นจะอยู่ที่ "จิตใต้สำนึก" ครับยกตัวอย่างเช่น หากเราได้เพาะเมล็ดพันธ์ทางความคิดว่า "ไม่ล้มเลิก ก็ไม่ล้มเหลว" และจะ "ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค" ไม่ว่าจะยากลำบากสักเพียงใด ถ้า "จิตสำนึก"ทำงานร่วม "จิตใต้สำนึก" เช่นนี้ซ้ำ ๆ "จิตใต้สำนึก" ก็จะจดจำคำสั่งนี้แล้วก็จะเกิดเป็น "พลังจิต" ที่ส่งต่อไปยัง "พลังทางความคิด" ที่มีผลต่อทั้ง "วิสัยทัศน์" (Visionary) และ "กระบวนทัศน์" (Missionary) ของคนนั้น ๆ ดังนั้นจะเห็นว่าคนบางคนมักจะประสบความสำเร็จอย่างสูงเสมอ ในทุกสิ่งที่ตัดสินใจลงมือทำ (โดยผ่านการไตร่ตรองอย่างมีสติที่รอบคอบแล้ว) แต่แท้จริงแล้วเบื้องหลังความสำเร็จของคนเหล่านั้น คือ "จิตใต้สำนึก" ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่ง ความอดทนขยันขันแข็ง ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคแบบ "ไม่ล้มเลิกก็ไม่ล้มเหลว" ครับ

            ในส่วนตัวแล้วผมขอแนะนำเป็นอย่างยิ่งครับสำหรับหนังสือ "Think & Grow Rich" ของ "นโปเลียน ฮิลล์" จัดได้ว่าเป็นหนังสือดีเล่มหนึ่งของโลกที่น่าอ่านโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวะที่ข้าวยากหมากแพง สภาพเศรษฐกิจโดยรวมตกอยู่ในสภาวะฝืดเคือง ก็ไม่แน่นะครับที่หนังสือเล่มเล็ก ๆ ที่มีชื่อก้องโลกเล่มนี้ ที่มีอายุกว่า 70 ปี ที่ผู้ประพันธ์ก็ได้ละสังขารไปนานแล้ว อาจจะช่วยให้ท่านสามารถประคองตัวให้อยู่รอดปลอดภัยในสถานการณ์เช่นนี้ได้ ก็ลองไปหาอ่านกันดูรับรองว่ามีประโยชน์แน่ครับ

“อาคารพาณิชย์ไม่บาน” สายพันธุ์ใหม่ในรูปแบบ“บูทิค+มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน”ที่มีกลิ่นอาย“ชิโน-โปรตุกีส"

          สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" เมื่อสองสัปดาห์ที่แล้วผมได้นำเสนอ "อาคารพาณิชย์ไม่บาน" ในรูปแบบ "บ้านแฝด" ที่มีกลิ่นอาย "ชิโน-โปรตุกีส" ก็เป็นที่ฮือฮากันไปทั่วประเทศครับ โดยผมวัดจากสถิติการดาวน์โหลดแบบกันได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายใน "เว็ปไซต์" ยอดฮิตของชาว "คนรักบ้าน" www.homeloverthai.com ก็พบว่ามีแฟน ๆ มาดาวน์โหลดกันมากมายเป็นประวัติการณ์เลยครับ สำหรับสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้ก็เป็นการ "ต่อยอด" ในการประยุกต์จาก "อาคารพาณิชย์ไม่บาน" ในแบบ "บ้านแฝด" เป็น "มินิอพาร์ทเม้นท์" และกำลังจะกลายพันธุ์เป็น "บูทิคอพาร์ทเม้นท์", "บูทิคโฮสเทล" หรือเป็น "บูทิคโฮเทล" ในที่สุด เหตุผลสำคัญที่ผมออกแบบให้เป็นอาคารมีรูปลักษณ์แบบ "โคโลเนียล" (Colonial Style) ที่มีกลิ่นอายของ "ชิโน-โปรตุกีส" คือ "การให้เกียรติ" กับ "ภูมิบ้าน, ภูมิเมือง, ภูมิสังคม" เพราะตั้งอยู่ที่ "ระนอง" และ "ของดีมีอยู่" ของ "ระนอง" นอกจากน้ำแร่ธรรมชาติ ยังอุดมสมบูรณ์ด้วยอาหารทะเลนานาชนิด สภาพแวดล้อมโดยรวมยังเต็มไปด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์แล้ว รูปแบบเฉพาะตัวทางสถาปัตยกรรมแบบ "โคโลเนียล" ที่มี "กลิ่นอาย" ของ "ชิโน-โปรตุกีส" ก็เป็นอีกหนึ่งใน "ของดีมีอยู่" ที่ "ระนอง" ครับ

“อาคารพาณิชย์ไม่บาน” สายพันธุ์ใหม่ในรูปแบบ “บูทิค+มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” ที่มีกลิ่นอาย “ชิโน-โปรตุกีส”

          สำหรับผมแล้วรูปแบบอาคารบ้านเรือนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง "อาคารพาณิชย์" ในสไตล์ "ชิโน-โปรตุกีส" ที่เข้ามาเผยแพร่ใน "สยาม" ยุคแรก ๆ นั้น "ระนอง" ก็ถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญอีกจุดหนึ่งครับ ที่เปิดตัวมาพร้อมกับ "ภูเก็ต" ที่มาพร้อมกับกิจการการค้าขายของคน "จีน" โพ้นทะเลที่ส่วนใหญ่อพยพหลีกลี้หนีภัยทางการเมือง ความยากจนค้นแค้น จากแผ่นดินใหญ่ ที่ติดตัวมามีเพียงแค่เสื่อผืนหมอนใบเข้ามาพึ่ง "พระบรมโพธิสมภาร" ซึ่ง "ระนอง" ก็เป็นจุดหนึ่งครับที่อ้าแขนรับผู้อพยพชาวจีน แม้แต่ต้นตระกูลของเจ้าเมือง "ระนอง" หรือ "ณ ระนอง" ก็เป็นคนจีนโพ้นทะเลที่อพยพมาจากเมือง "เจียงจิวยู" และสุดท้ายก็มาตั้งหลักปักฐานที่ "ระนอง" ก่อร่างสร้างฐานะและสร้างบ้านแปงเมือง "ระนอง" ขึ้นให้เป็นปึกแผ่น จนกลายเป็นศูนย์กลางทางการค้าและศูนย์กลางของการทำอุตสาหกรรมเหมืองแร่ ถึงขนาดมีบางท่านกล่าวว่าในอดีตเป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์เต็มไปด้วยแร่ จนถึงขนาดเรียกว่า "แร่นอง" และต่อมาก็เรียกเพี้ยนเป็น "ระนอง" จริงเท็จประการใดคน "ระนอง" ย่อมรู้ดีกว่าผมเป็นแน่ครับ

          "ระนอง" ในปัจจุบันนี้เปลี่ยนไปมากครับ บรรยากาศการค้า,การลงทุนในภาพรวมนั้นกำลังคึกคักครึกครื้นเป็นอย่างยิ่งกับการเตรียมรับการเปิด "AEC" เสรีอาเซียน เพราะโดยสภาพทางภูมิศาสตร์นั้นถือว่าเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญเนื่องจาก "ระนอง" นั้นอยู่ไม่ไกลจาก "วิคตอเรียพอยท์" ซึ่งเป็นท่าขนส่งทางเรือที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจและถือว่าเป็นจุดใต้สุดของ "พม่า" ผมไม่แปลกใจที่มีเรือสินค้านานาชาติ เข้ามาจอดทอดสมอเรียงรายกันอยู่มากมายที่ "วิคตอเรียพอยท์" โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรือสินค้าจาก "สิงคโปร์" ที่เข้ามาติดต่อค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้า อุปโภค บริโภคกับ "พม่า" ผมได้มีโอกาสเดินทางไป "ระนอง" หลายครั้งก็ขอฟันธงลงไปว่า "ระนอง" กำลังอยู่ในช่วง "ขาขึ้น" ครับ เรียกว่าอยู่ในช่วง "พาราไดร์มชิพ" (Paradigm Shift) ก้าวสู่ความเป็น "ระนองใหม่" ที่ "ทันสมัย" และ "ร่วมสมัย" สามารถตอบโจทย์กับความเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ และที่สำคัญเป็น "ประตู" ทางด้านการค้าและการลงทุนด้านทิศตะวันตกของ "ไทย" ที่จะเข้าสู่ "พม่า" ตอนใต้ครับ

“อาคารพาณิชย์ไม่บาน” สายพันธุ์ใหม่ในรูปแบบ “บูทิค+มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” ที่มีกลิ่นอาย “ชิโน-โปรตุกีส”

          สำหรับ "อาคารพาณิชย์ไม่บาน" แบบ "ไฮด์บริด" ที่มีกลิ่นอายของ "ชิโน-โปรตุกีส" ที่แฟน ๆ ชาว "คนรักบ้าน" ทั่วประเทศกำลังชื่นชมกันอยู่นี้ เป็นผลจากความเปลี่ยนแปลงของ "ระนอง" ในด้านเศรษฐกิจ จึงเป็นอาคารที่ออกแบบขึ้นมาเพื่อรองรับความเจริญที่ร่วมสมัยแบบใหม่ ๆ ที่กำลังจะเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นจำนวนนักเดินทางท่องเที่ยวที่นับวันจะเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเภท "รักษ์ธรรมชาติ" และ "รักษ์สุขภาพ" เพราะในปัจจุบัน "ระนอง" ก็มีท่าอากาศยานที่พร้อมรองรับนักเดินทางนานาชาติ แต่ "อาคารพาณิชย์ไม่บาน" ที่ท่านเห็นอยู่นี้ ดูผิวเผินจากภายนอกก็ดูเหมือนอาคารพาณิชย์สไตล์ "ชิโน-โปรตุกีส" ทั่วไป แต่ภายในไม่ใช่ครับ เพราะผมออกแบบให้สามารถดัดแปลงให้เป็น "มินิอพาร์ทเม้นท์" หรือ "บูทิคโฮเทล" หรือ "บูทิคโฮสเทล" ที่ในอนาคตสามารถรองรับนักเดินทางท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกที่จะมาเยี่ยมเยือน "ระนอง" และที่พิเศษคือ นอกจากชั้นดาดฟ้าจะออกแบบให้เป็น "Roof Garden" หรือเป็น "สวนลอยฟ้า" แล้วยังสามารถจัดให้มีสระว่ายน้ำ, อ่าง "จากุซซี่" ห้องอบไอน้ำสมุนไพร, ห้องอาบน้ำแร่ แล้ว ในแต่ละยูนิตของ "อาคารพาณิชย์ไม่บาน" ผมยังออกแบบให้มีลิฟท์โดยสารขนาดเล็ก ทำให้การใช้พื้นที่ในทุกชั้นสามารถทำได้อย่างสะดวกสบาย จะว่าไปแล้ว "อาคารพาณิชย์" ในยุโรปหลายแห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามเมืองใหญ่ ๆ ไม่ว่าจะเป็น "ลอนดอน", "ปารีส" , "โรม", "มิลาน", "บลัสเซล", "บาเซโลน่า" ฯลฯ "อาคารพาณิชย์" ในเมืองใหญ่เหล่านี้จำนวนไม่น้อยก็มีการติดตั้งลิฟท์โดยสารขนาดเล็ก (แบบยูนิตใครยูนิตมัน) ทำให้สะดวกสบายและมีความปลอดภัยสูง ซึ่งจะว่ากันไปแล้วลิฟท์โดยสารขนาดเล็กในรูปแบบนี้ใช้กันมายาวนานนับร้อยปี จนเป็นเรื่องปกติครับ โดยทั่วไปแล้วคนยุโรปถือว่าลิฟท์เป็นส่วนหนึ่งของอาคารพักอาศัยโดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดา "ส.ว." (สูงวัย) ที่พออายุมากเข้าก็เดินขึ้นลงบันไดได้ไม่สะดวก การใช้ลิฟท์โดยสารขนาดเล็กก็น่าจะเป็นหนึ่งในคำตอบ รวมทั้งทำให้สามารถเคลื่อนย้ายสัมภาระ ทำให้เกิดความสะดวกสบายขึ้นมิใช่น้อย และสามารถใช้เป็นลิฟท์โดยสารขึ้นไปชั้นดาดฟ้า สำหรับการพักผ่อนแบบชิลล์ ๆ กินลม ชื่นชมวิวทิวทัศน์ของ "ระนอง" ที่อยู่ท่ามกลางการโอบกอดของภูเขาทำให้บรรยากาศโดยรวมก็ดูจะโรแมนติกไม่น้อยครับ

          สัปดาห์นี้คงมีสาระน่ารู้เพียงแค่นี้ครับ ก็หวังว่าท่านผู้อ่านทั่วประเทศคงนำเอาความรู้ที่ได้รับจาก "อาคารพาณิชย์ไม่บาน" สายพันธุ์ใหม่ที่มีกลิ่นอายของ "ชิโน-โปรตุกีส" ที่ "ระนอง" นำไปต่อยอดทางความคิดกันครับ หากท่านใดที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมก็ติดต่อได้โดยการฝากคำถามมาที่อีเมลล์ ก็ยินดีตอบทุกข้อข้องใจครับ

“บ้านพักตากอากาศไม่บาน” ในสไตล์ “มาร์ยอคา + ทัสคานี” ที่ “บางเสร่”(1)

            สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว "บ้านไม่บาน" สำหรับสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้ เป็นผลมาจากแฟน ๆ ชาว "บ้านไม่บาน" ท่านหนึ่ง ได้ร้องขอมาที่ผมให้ออกแบบกลุ่ม "บ้านพักตากอากาศไม่บาน" ที่ "บางเสร่" โดยแต่ละหลังตั้งอยู่บนที่ดินขนาดกำลังพอเหมาะ พอดี 40-50 ตารางวา ซึ่งผมก็ได้มีโอกาสเดินทางไปดูสถานที่จริงแล้วก็พบว่าลักษณะของที่ดินเป็นลักษณะสี่เหลี่ยมผืนผ้า จึงได้ทำการออกแบบและวางผัง ออกมาเป็น "บ้านพักตากอากาศไม่บาน" 5 หลัง ที่มีความเรียบง่าย งามง่าย สามารถดูแลรักษาง่าย เนื่องจากอยู่ใกล้ทะเลจึงออกแบบให้สามารถรับอากาศบริสุทธิ์ที่เต็มไปด้วย "โอโซน" ทั้ง "ลมบก" และ "ลมทะเล" กันได้อย่างเต็มที่ ซึ่งในทางเทคนิคในการออกแบบจะเรียกว่าระบบระบายอากาศแบบ "Cross Ventilation" คือ ออกแบบให้อากาศสามารถไหลเวียนผ่าน "บ้านพักตากอากาศไม่บาน" หลังนี้ได้ทุกทิศทาง เพราะในสภาพภูมิอากาศของอาคารบ้านเรือนที่อยู่ใกล้ชายทะเลก็มักจะได้รับอิทธิพลของ "ลมบก" และ "ลมทะเล" นอกเหนือจากอิทธิพลของ "ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้" ครับ

“บ้านพักตากอากาศไม่บาน” ในสไตล์ “มาร์ยอคา + ทัสคานี” ที่ “บางเสร่”(1)

            ในการออกแบบและวางผังกลุ่ม "บ้านพักตากอากาศไม่บาน" ที่ "บางเสร่" ผมได้ออกแบบให้สามารถใช้พื้นที่ทุกตารางเมตรอย่างคุ้มค่า รวมทั้งออกแบบให้บ้านพักตากอากาศทุกหลังมีสระว่ายน้ำขนาดกำลังพอเหมาะ พอดี มีลักษณะเป็นสระว่ายน้ำส่วนตัว ซึ่งเกิดจากการประทับใจเมื่อครั้งเยาว์วัยอันแสนสุข ที่ได้มีโอกาสเดินทางท่องไปทั่วยุโรป ทำให้ผมได้มีโอกาสเดินทางไปพักผ่อนที่เกาะ "มายอร์คา" ของ "สเปน" ที่ในฤดูร้อนมีลักษณะสภาพอากาศโดยรวมคล้ายบ้านเราครับ คือ มีแดดแรงและลมแรง การที่มีสระว่ายน้ำแทรกตัวอยู่ในสวนสวย ทำให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก แทบทุกมุมของบ้านก็ถูกออกแบบให้เห็นสวนและสระว่ายน้ำ ผมยังประทับใจระเบียงและเฉลียงที่ถูกออกแบบให้มีระแนงปลูกไม้เลื้อย ที่ให้ร่มเงาบังแดดรำไร ๆ สำหรับที่ "สเปน" นิยมปลูก "องุ่น" ซึ่งจะเลื้อยเต็มระแนงไปหมดครับ หรือในบางครั้งก็นิยมปลูก "ไอวี่" หรือไม่ก็ "กุหลาบ" แต่สำหรับบ้านเราก็อาจจะปลูก "การเวก" หรือ "กระดังงา" หรือ "เฟื่องฟ้า" ที่แดดยิ่งแรงดอก "เฟื่องฟ้า"ยิ่งมีสีสดงดงาม (แต่ "เฟื่องฟ้า" ต้องระวังหนามหน่อยนะครับ)

ดังนั้นสำหรับ "บ้านไม่บานตากอากาศ" ที่ "บางเสร่" หลังนี้ จึงได้รับอิทธิพลอย่างยิ่งจาก "บ้านพักตากอากาศ" ที่ "มายอร์คา" ใน "สเปน" ที่ผมประทับใจและผมยังตั้งใจที่จะออกแบบ "บ้านพักตากอากาศไม่บาน" หลังนี้ให้มี "กลิ่นอาย" ของ "บ้านพักตากอากาศ" ในสไตล์ "ทัสคานี" ที่อยู่ในเขตชนบทรอบ ๆ "ฟีเรนซ์เซ" หรือ "ฟลอเรนซ์" นอกจากนั้นยังตั้งใจที่จะแสดงออกให้เห็นถึงสัจจะของธรรมชาติ โดยการใช้วัสดุจากธรรมชาติ เช่น หินทราย, หินกาบ ฯลฯ ก็อยากให้ได้บรรยากาศของ "บ้านพักตากอากาศไม่บาน" ที่หลีกลี้หนีชีวิตที่สับสนวุ่นวายในเมืองใหญ่มาพักผ่อนแบบชิลล์ ๆ กับสายลมแสงแดดและกลิ่นอายของทะเลที่ "บางเสร่" ครับ

“บ้านพักตากอากาศไม่บาน” ในสไตล์ “มาร์ยอคา + ทัสคานี” ที่ “บางเสร่”(1)

            จะว่าไปแล้วผมก็มีความหลังฝังใจอยู่ไม่น้อยกับ "บางเสร่" ครับ เพราะในความทรงจำของผม "บางเสร่" นั้นเป็นชุมชนชาวประมงเล็ก ๆ ที่น่ารัก อยู่ไม่ไกลจาก "พัทยา" ที่ดูจะสับสนวุ่นวายกับนักท่องเที่ยวหลายชาติหลากภาษา "บางเสร่" สำหรับผมจึงเป็นที่ปลีกวิเวกหาความเงียบสงบที่เรียกว่า"แซงทัวรีย์" ก็ว่าได้ นอกจากนั้น "บางเสร่" ยังเป็นแหล่งที่ผมชอบมากับบรรดาเพื่อน ๆ ที่นิยมชมชอบกีฬาตกปลา โดยจะมานอนค้างคืนอยู่บนเรือประมงพื้นบ้าน เพื่อดื่มด่ำกับแสงจันทร์ แสงดาว เคล้ากับเสียงลม เสียงคลื่น ก็นึกไม่ถึงครับว่าวันนี้จะมีโอกาสได้ออกแบบ "บ้านพักตากอากาศไม่บาน" ที่ "บางเสร่" ดินแดนที่ผมหลงรัก และมีความประทับใจในช่วงเยาว์วัยอันแสนสุข ถึงแม้ "บางเสร่" ในวันนี้กับ "บางเสร่" เมื่อ 30 ปีที่แล้วที่ผมเคยรู้จัก จะเปลี่ยนแปลงไปมากครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านกายภาพ แต่เท่าที่สัมผัสได้ก็พบว่าจิตวิญญาณของ "บางเสร่" ก็ดูเหมือนว่าจะไม่เคยเปลี่ยน ทะเลก็ยังคงสวยงาม ผู้คนก็ยังเป็นมิตร ถึงแม้ว่าจะมีความหนาแน่นเพิ่มขึ้นจากประชากรที่แฝงเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวต่างชาติ เพราะผู้คนจากทั่วทุกสารทิศ เรียกได้ว่าจากทั่วทุกมุมโลกก็ว่าได้ ต่างตกหลุมรักและมนต์เสน่ห์ของ "บางเสร่" ที่เดิมเป็นหมู่บ้านชาวประมงเล็ก ๆ ที่เงียบสงบมีชีวิตเรียบง่าย ผ่อนคลาย ก็มาฝังตัวหาความเงียบสงบของชีวิตในช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนที่ "บางเสร่" แห่งนี้ครับ

            สำหรับสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้ก็มาชื่นชม "บ้านพักตากอากาศไม่บาน" ในสไตล์ "มายอร์คา" + "ทัสคานี" ที่ "บางเสร่" สำหรับท่านที่ชื่นชอบหรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมก็สามารถติดต่อได้ที่เบอร์ 081-3396007 หรือสามารถดาวน์โหลดรูปแบบ "บ้านพักตากอากาศไม่บาน" ที่ "บางเสร่" เพื่อนำไปต่อยอดทางความคิดกันได้ที่ www.homeloverthai.com ครับ

“บันได 14 ขั้น” สู่ความสำเร็จ ของ “นโปเลียน ฮิลล์”

“บันได 14 ขั้น” สู่ความสำเร็จ ของ “นโปเลียน ฮิลล์”          ในบรรดาหนังสือขายดีของโลก ที่เกี่ยวกับการปรับ "Mindset" ทั้ง "วิธีคิด" (Visionary) และ "วิธีปฏิบัติ" (Missionary) หากนับรวม ๆ กันแล้วมีมากมายหลายพันเล่ม ล้วนแล้วแต่เป็นหนังสือประเภท "How To" คือ คิดกันไปไกลว่า อ่านแล้วจะต้องรวย, อ่านแล้วจะต้องประสบความสำเร็จ แต่สารภาพตามตรงครับว่าหนังสือนับพันเล่มประเภท "How To" ที่มีอยู่เกลื่อนกลาดดาษดื่น ที่เมื่ออ่านจบแล้ว อ่านแล้วไฟลุกท่วม,อ่านแล้วอยากลงมือทำ แต่พอทำแล้วก็ไม่เห็นจะประสบความสำเร็จอะไร ก็มีคนถามผมเสมอครับว่า เบื้องหลังความสำเร็จในการลงทุน "อสังหาฯ ไม่บาน" ของผม หนังสือประเภท "How To" ที่ผมชอบอ่านจริง ๆ และสามารถนำมาใช้ได้จริง ๆ มีกี่เล่มและเล่มไหนเป็นการเริ่มต้นที่ดีสำหรับผู้เริ่มต้นลงทุนใน "อสังหาฯ ไม่บาน" ควรจะอ่าน เพื่อปรับความคิด สำหรับผมแล้วของแท้มีไม่เกิน 10 เล่มครับ และหนังสือที่ผมอ่านส่วนใหญ่มักจะเป็นประเภท "ขายดีตลอดกาล" และคนเขียนก็ได้ละสังขารกันไปนานแล้ว กาลเวลาก็ได้พิสูจน์แล้วว่า เนื้อหาสาระที่ "กูรู" เหล่านี้นำเสนอก็ยังใช้ได้จริง สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้จริง ไม่ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจ สังคม การเมืองจะเปลี่ยนแปลงไปเท่าใด แต่จะว่าไปแล้วหลักการสำคัญดูเหมือนว่าจะไม่เคยเปลี่ยน หรือถ้าจะเปลี่ยนก็เปลี่ยนน้อยมากครับ หนังสือ 2 เล่มที่ผมอยากแนะนำให้ท่านอ่าน ซึ่งทั้ง 2 เล่มก็ได้เขียนมา 70-80 ปีแล้วครับ แต่ก็ยังดูทันสมัยใหม่เสมอ ซึ่งสำหรับผู้ที่เริ่มต้นอยากให้เริ่มจากหนังสือของ 2 ท่านนี้ก่อน "กูรู" ท่านแรก คือ "เดล คาร์เนกี" (Dale Carnegie) ที่เขียนหนังสือว่าด้วย "วิธีเอาชนะใจและชี้นำผู้คน" " How To Win Friends & Influence People" ซึ่งผมถือว่าเป็น "หัวใจ" สำคัญของ การสื่อสาร, การติดต่อค้าขาย, การทำ Marketing หรือแม้กระทั่ง ใช้ในรัฐศาสตร์การปกครอง ฯลฯ ที่ต้องเอาชนะใจผู้คนที่ท่านติดต่อหรือร่วมงานให้ได้

          สำหรับเล่มที่ 2 ซึ่งผมจะลงรายละเอียดในสัปดาห์นี้ คือ ผลงานเขียนของ "นโปเลียน ฮิลล์" (Napoloen Hill) ซึ่งเป็นหนังสือที่มีชื่อเสียงที่สุดเล่มหนึ่งและขายดีที่สุดกว่า 70 ล้านเล่มทั่วโลก ชื่อ "Think & Grow Rich" ก็แปลตรงตัวภาษาไทยก็แปลว่า "คิด" (การจัดระเบียบทางความคิด) แล้วก็ "รวยขึ้น ๆ" ซึ่งผมก็ใช้แนวคิดของ "กูรู" ท่านนี้แหละครับในการนำมาปรับประยุกต์ใช้ในการทำงานของผมมาโดยตลอดครับ โดยสามารถสรุปแบบย่อ ๆ จากการอ่าน 4 ชั่วโมง ให้เหลือ "หัวใจ" อันเป็น "แก่น" เพื่อให้ท่านผู้อ่านสามารถเข้าใจได้ง่าย ๆ ในเพียง 4 นาที ซึ่งสำหรับผมถือว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการลงทุนทำ "อสังหาริมทรัพย์ไม่บาน" ที่สภาวะเศรษฐกิจกำลังตกอยู่ในสภาวะชะลอตัว จัดได้ว่าเป็นช่วงขาลงดังเช่นในปัจจุบัน และผมเชื่อว่า "บันไดทั้ง 14 ขั้น" ที่จะนำเสนอต่อไปนี้ คงมีประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อยครับ บันไดขั้นที่ 1 คือ พลังทางความคิด , บันไดขั้นที่ 2 คือ ความปรารถนา, บันไดขั้นที่ 3 คือ ความศรัทธา ,บันไดขั้นที่ 4 คือ การฝึกฝนและการควบคุม (สะกด) จิตตัวเอง , บันไดขั้นที่ 5 คือ การศึกษาหาความรู้เฉพาะทาง , บันไดขั้นที่ 6 คือ การสร้างจินตนาการ, บันไดขั้นที่ 7 คือ การวางแผนงานที่รอบคอบและรัดกุมถี่ถ้วน , บันไดขั้นที่ 8 คือ การกล้าตัดสินใจในเวลาที่เหมาะสม, บันไดขั้นที่ 9 คือ ความเพียร,ความมุ่งมั่นและความอดทน , บันไดขั้นที่ 10 คือ การมีแรงขับเคลื่อนในการลงมือทำที่นำไปสู่ความสำเร็จ, บันไดขั้นที่ 11 คือ การปรับเปลี่ยนความเหมาะสม, บันไดขั้นที่ 12 คือ การใช้จิตใต้สำนึก หรือ "Sub-Conscious", บันไดขั้นที่ 13 คือ การใช้ศักยภาพของสมองอย่างถูกต้อง และบันไดขั้นที่ 14 คือ การใช้ประสาทสัมผัสที่ 6 หรือการใช้ "Common Sense" ครับ

         ซึ่ง "บันไดทั้ง 14 ขั้น" นี้ เป็น "หัวใจ" ที่สำคัญ ซึ่งผมนำมาประยุกต์ใช้อยู่ตลอดเวลา และได้ผลดีเยี่ยมครับ เอาไว้ผมจะมาบรรยายขยายความสำคัญของบันไดแต่ละขั้นที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ และความมั่งคั่ง ความร่ำรวยแบบยั่งยืน อย่างละเอียดในตอนต่อ ๆ ไปครับ ผมย้ำนะครับว่าหนังสือเล่มนี้ถูกเขียนขึ้นเมื่อ 70-80 ปีที่แล้ว ได้มีการพิมพ์เผยแพร่ไปกว่า 70 ล้านเล่ม คนนับร้อยล้านคนทั่วโลกได้ประโยชน์จากหนังสือเล่มนี้ ซึ่งผมก็เป็นหนึ่งในนั้นครับ แต่ก่อนอื่นก็อยากให้ผู้อ่านเปิดใจให้กว้างแบบไม่มีอคติ ไม่แน่นะครับท่านอาจจะเห็นอะไรที่ท่านไม่เคยเห็นมาก่อน จาก "บันไดทั้ง 14 ขั้น" ในมุมมองของผมที่ผมได้สรุปมาจากหนังสือ "Think & Grow Rich" ของ "Napoloen Hill" ก็ติดตามอีกสองสัปดาห์หน้าห้ามพลาดโดยเด็ดขาดครับ

วิเคราะห์แนวคิด “B2” โรงแรมราคาประหยัด ประเภท “Budget Hotel”

          สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ก็เป็นสาระน่ารู้ต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่แล้วผมได้พูดถึงแนวคิดที่เฉียบคมของคุณ "พิชัย จาวลา" ที่ให้ความรู้ในหลากหลายมุมมองซึ่งในบางประเด็นเราก็คิดไม่ถึงหรือมองข้ามไปเกี่ยวกับ การลงทุน "โรงแรมราคาประหยัด" หรือ "Budget Hotel" และที่สำคัญยังได้ "Branding" มาอีกด้วย เกิดเป็นเครือ "โรงแรมราคาประหยัด" ภายใต้แบรนด์ "B2" เกิด "Brand Value" พอลูกค้าเกิดความประทับใจใน "Brand" ก็ยิ่งทำให้ความเสี่ยงในการขยายสาขาของ "B2" ลดลงไปอีก นอกจากนั้นยังเป็นการสร้าง "อำนาจในการต่อรอง" (Bargaining Power) ไม่ว่าจะเป็นการต่อรองกับทางธนาคารในการเจรจาขอลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ระยะเวลาการผ่อนชำระที่ยาวขึ้น และวงเงินกู้ที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งการเจรจาต่อรองกับผู้รับเหมารายใหญ่ ทำให้สามารถลดราคาค่าก่อสร้างลงมา รวมไปถึงการเจรจาต่อรองของฝ่ายจัดซื้อ ที่จะทำให้สามารถซื้อของที่มีคุณภาพดีขึ้นและมีปริมาณมากขึ้น (แต่มีราคาต่อหน่วยที่ต่ำลง) ทำให้สามารถใช้งบประมาณอย่างประหยัดยิ่งขึ้นและเกิด "Economic of Scale" รวมทั้งมีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการที่ดีขึ้น และก่อให้เกิดประสิทธิผลที่ดียิ่งขึ้น นำไปสู่มาตรฐานที่ดีขึ้นและสูงขึ้นตามลำดับ จนทำให้ "B2" สามารถให้การบริการกับลูกค้าที่เหนือความคาดหวังจากการที่จ่ายเงินค่าห้องพักเพียง 400-500 บาท++ต่อคืน แต่ได้รับการบริการจากการที่ได้เข้าพัก "โรงแรมราคาประหยัด" ของ "B2" ใน "มาตรฐานสากล" ของ "โรงแรมระดับ 3-4 ดาว" ครับ

วิเคราะห์แนวคิด “B2” โรงแรมราคาประหยัด ประเภท “Budget Hotel”

          พอ "B2" สามารถขยายสาขากระจายตัวออกไปตามจังหวัดต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้นก็ทำให้ระดับการบริหารจัดการก็จะต้องปรับตัวให้มีกระบวนการที่ซับซ้อนมากขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้นที่นำมาซึ่งประสิทธิผลที่ดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้าง "ระบบฐานข้อมูลออนไลน์" สามารถบริหารจัดการสาขากว่า 24 สาขา ทั่วประเทศโดยมี "Center" ซึ่งเป็น "ศูนย์กลาง" อยู่ที่ "เชียงใหม่" มีการพัฒนา "ระบบบัตรเติมเงิน" และสามารถจองห้องพักผ่าน "Counter Service" ตาม "ร้านสะดวกซื้อ" ทำให้ยิ่งเติบโตก็ยิ่งเข้มแข็ง ก็ยิ่งทิ้งห่างคู่แข่ง ภายใต้การดำเนินธุรกิจ "โรงแรมราคาประหยัด" ที่มีความเสี่ยงต่ำที่สุด ซึ่งคุณ "พิชัย" เน้นย้ำว่า จำเป็นต้องเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดทุกขั้นตอน ลดต้นทุนให้ต่ำสุดทุกขั้นตอน คำว่าโรงแรมราคาถูกเพียงอย่างเดียวไม่ใช่คำตอบ แต่แท้จริงแล้วคุณค่าที่ลูกค้าพึงจะได้รับต่างหากนั้นคือคำตอบ

วิเคราะห์แนวคิด “B2” โรงแรมราคาประหยัด ประเภท “Budget Hotel”

          นอกจากนั้นคุณ "พิชัย" ยังฝากข้อคิดทิ้งท้ายที่แหลมคมไว้ว่า คนรวยทุกคนบนโลกนี้มีลักษณะเหมือนกันอยู่อย่างหนึ่ง คือ "กล้าทำ" และ "กล้ารับความเสี่ยง" ซึ่งจะว่าไปตามจริงแล้วคนส่วนใหญ่ต่างก็มีโอกาสเรียนรู้เท่าเทียมกันหมด สามารถศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมได้เท่ากันหมด แต่ทำไมคนส่วนใหญ่จึงติด "กับดัก" ของการ "ไม่กล้าลงมือทำ" จึงมักจะเต็มไปด้วยเหตุผลมากมายที่ทำให้ต้องรอก่อน รอศึกษาเพิ่มเติมก่อน รอให้เศรษฐกิจดีเสียก่อน รอให้พร้อมมากกว่านี้เสียก่อน รอให้รู้มากกว่านี้เสียก่อน ฯลฯ แท้จริงแล้วไม่เคยมีความรู้และความพร้อมที่สมบูรณ์แบบครับ ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องหลุดจาก "วังวน" นี้ให้ได้ โดยการเริ่มต้นให้ได้ ต้องเริ่มลงมือทำให้เร็วที่สุดให้ได้ ถ้าเหตุที่ยังไม่ลงมือทำเพราะคิดว่ายังไม่รู้ แล้วมีอะไรอีกที่คุณสามารถรู้ว่าคุณยังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต ดังนั้นจึงเป็นแต่เพียงจินตนาการที่นำไปสู่การคาดเดา ซึ่งจะว่าไปแล้วเป็นการรู้ที่ไม่รู้จริงทั้งนั้นครับ

          "ความรู้ที่แท้จริง" ในมุมมองของคุณ "พิชัย" คือความรู้ที่ได้เรียนรู้จากภาคสนาม เป็นความรู้ที่เกิดจากการปฏิบัติจริง ที่จะต้องหาความ "สมดุลย์" ให้ได้ ระหว่าง "ความเสี่ยง" กับ "ความสำเร็จ" ในมุมมองของคุณ "พิชัย" ในการลงทุน"Budget Real Estate" ประเภท "โรงแรมราคาประหยัด" ก่อนตัดสินใจลงทุนในแต่ละโครงการจะหาวิธีอะไรก็ได้ที่สามารถทำให้เชื่อมั่นว่าได้ลดความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ต่ำที่สุดและเพิ่มโอกาสที่จะสำเร็จให้สูงที่สุด เมื่อบรรลุถึงจุดนั้นเมื่อไหร่ก็ตัดสินใจลงมือทำในทันที เพราะมั่นใจว่ามาถูกช่องแล้ว อีกทั้งมีการเตรียมความพร้อมอย่างไม่ประมาทแล้ว ในการลงมือปฏิบัติจริงก็มักจะเผชิญกับความผิดพลาดเพียงเล็ก ๆ น้อยๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต เพราะความผิดพลาดใหญ่ ๆ ได้ลดทอน (Minimize) และเตรียมรองรับมือไว้หมดแล้ว

          ซึ่งคุณ "พิชัย" ได้ทิ้งท้ายเอาไว้ในการลงทุน "Budget Real Estate" อย่างน่าสนใจยิ่งว่าในเส้นทางที่จะประสบความสำเร็จนั้นเป็นเรื่องธรรมชาติที่จะต้องเจอกับทั้ง "ปัญหา" และ "อุปสรรค" หากหลีกเลี่ยง "ปัญหา" และ "อุปสรรค" ก็เท่ากับเราได้หลีกเลี่ยง "ความสำเร็จ" ที่พึงจะได้รับ ดังนั้นไม่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยง "ปัญหา" และ "อุปสรรค" หรือหลีกเลี่ยง "ความเสี่ยง" (เพราะก่อนตัดสินใจลงมือปฏิบัติได้ประเมิน "ความเสี่ยง" และเตรียมรับมือกับ "ความเสี่ยง" ไว้เรียบร้อยแล้ว) และไม่ต้องกลัวที่จะ "ขาดทุน" เพราะการลงทุนใน "อสังหาฯไม่บาน" ที่คุ้มค่าและราคาประหยัดนั้น "กำไร" หรือ "ขาดทุน" นั้นเปรียบได้กับเหรียญ 2 ด้านเสมอ ซึ่งจะว่าไปแล้วก็เป็นส่วนหนึ่งของกันและกันครับ

วิเคราะห์แนวคิด “B2” โรงแรมราคาประหยัด ประเภท “Budget Hotel”

          นอกจากนั้นคุณ "พิชัย" ยังถ่อมตัวว่าก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จอะไรมากมาย เพียงแค่ทำไปเรื่อย ๆ ศึกษาหาความรู้จากการลงมือปฏิบัติจริงไปเรื่อย ๆ ด้วยความ "ความรัก" (Love) และความ "หลงใหล" (Passion) ในการลงมือทำ สุดท้ายสิ่งดี ๆ ที่เรามักจะคาดไม่ถึงก็จะเข้ามาเองครับ จากการที่ผมได้เสวนากับคุณ "พิชัย" ก็เต็มอิ่มครับกับแนวคิดจาก "CEO" ของ "B2" ซึ่งเป็น "Budget Real Estate" ประเภท "โรงแรมราคาประหยัด" ที่มีการขยายตัวเร็วที่สุดในประเทศและกำลังจะขยายตัวออกไปในภูมิภาค "Asian" ในอนาคตอันใกล้นี้ครับ สำหรับอีกสองสัปดาห์หน้ามาฟังแนวคิดของ "กูรู" อีกท่านหนึ่ง คือ "รองศาสตราจารย์ ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์" อดีต "รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม" ในปัจจุบันเป็น "CEO" ของ "คิวเฮ้าส์" (Quality House) ซึ่งมีข้อคิดที่แหลมคมไม่แพ้คุณ "พิชัย จาวลา" ซึ่งเป็น "CEO" ของ "B2" เช่นกัน สำหรับผมแล้วถือได้ว่าเป็นกระบวนการ "แลกเปลี่ยน เรียนรู้ และแบ่งปัน" กันที่ก่อให้เกิด "ความสมดุลย์" ของ "ประโยชน์" และ "ความสุข" กันอย่างแท้จริงครับ สำหรับแฟน ๆ ท่านใดสนใจศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมหรือข้อมูลย้อนหลัง ท่านก็สามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ที่ www.homeloverthai.com หรือสามารถส่งคำถามหรือข้อสงสัยได้ที่ ยินดีตอบทุกคำถามหรือข้อสงสัยครับ

<< Start < Previous 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 Next > End >>

Results 1 - 10 of 1683
บ้านไม่บานยอดนิยม อพาร์ตเม้นท์ไม่บานยอดนิยม พิมพ์เขียวแบบบ้าน 999 บาท

เปิดตัวแล้วสำหรับ หนังสือรวม  52  รูปแบบ “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน”  กับอาจารย์ “เชี่ยว  ชอบช่วย”

“HOTAP + CONDO” แดงแรงฤทธิ์ @ บ้านฉาง”

บริการงานออกแบบตกแต่งภายในด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้จริง

บ้านไม่บานอัพเดต

"บ้านพักตากอากาศไม่บาน"
ในสไตล์ "มาร์ยอคา + ทัสคานี" ที่ "บางเสร่"(1)"

“บ้านพักตากอากาศไม่บาน” ในสไตล์ “มาร์ยอคา + ทัสคานี” ที่ “บางเสร่”(1)

              สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว "บ้านไม่บาน" สำหรับสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้ เป็นผลมาจากแฟน ๆ ชาว "บ้านไม่บาน" ท่านหนึ่ง ได้ร้องขอมาที่ผมให้ออกแบบกลุ่ม "บ้านพักตากอากาศไม่บาน" ที่ "บางเสร่" โดยแต่ละหลังตั้งอยู่บนที่ดินขนาดกำลังพอเหมาะ พอดี 40-50 ตารางวา ซึ่งผมก็ได้มีโอกาสเดินทางไปดูสถานที่จริงแล้วก็พบว่าลักษณะของที่ดินเป็น ลักษณะสี่เหลี่ยมผืนผ้า จึงได้ทำการออกแบบและวางผัง ออกมาเป็น "บ้านพักตากอากาศไม่บาน" 5 หลัง ที่มีความเรียบง่าย งามง่าย สามารถดูแลรักษาง่าย เนื่องจากอยู่ใกล้ทะเลจึงออกแบบให้สามารถรับอากาศบริสุทธิ์ที่เต็มไปด้วย "โอโซน" ทั้ง "ลมบก" และ "ลมทะเล" กันได้อย่างเต็มที่ . . .

อ่ า น ต่ อ . . .

"อาคารพาณิชย์ไม่บาน"
สายพันธุ์ใหม่ในรูปแบบ "บูทิค+มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน"
ที่มีกลิ่นอาย "ชิโน-โปรตุกีส"


“อาคารพาณิชย์ไม่บาน” สายพันธุ์ใหม่ในรูปแบบ “บูทิค+มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” ที่มีกลิ่นอาย “ชิโน-โปรตุกีส”          สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" เมื่อสองสัปดาห์ที่แล้วผมได้นำเสนอ "อาคารพาณิชย์ไม่บาน" ในรูปแบบ "บ้านแฝด" ที่มีกลิ่นอาย "ชิโน-โปรตุกีส" ก็เป็นที่ฮือฮากันไปทั่วประเทศครับ โดยผมวัดจากสถิติการดาวน์โหลดแบบกันได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายใน "เว็ปไซต์" ยอดฮิตของชาว "คนรักบ้าน" www.homeloverthai.com ก็พบว่ามีแฟน ๆ มาดาวน์โหลดกันมากมายเป็นประวัติการณ์เลยครับ สำหรับสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้ก็เป็นการ "ต่อยอด" ในการประยุกต์จาก "อาคารพาณิชย์ไม่บาน" ในแบบ "บ้านแฝด" เป็น "มินิอพาร์ทเม้นท์" และกำลังจะกลายพันธุ์เป็น "บูทิคอพาร์ทเม้นท์", "บูทิคโฮสเทล" หรือเป็น "บูทิคโฮเทล" ในที่สุด เหตุผลสำคัญที่ผมออกแบบให้เป็นอาคารมีรูปลักษณ์แบบ "โคโลเนียล" (Colonial Style) ที่มีกลิ่นอายของ "ชิโน-โปรตุกีส" คือ "การให้เกียรติ" กับ "ภูมิบ้าน, ภูมิเมือง, ภูมิสังคม" เพราะตั้งอยู่ที่ "ระนอง" และ "ของดีมีอยู่" ของ "ระนอง" . . .

อ่ า น ต่ อ . . .
คลินิกคนรักบ้าน
"Think & Grow Rich"
ของ
"นโปเลียน ฮิลล์"


               “Think & Grow Rich” ของ “นโปเลียน ฮิลล์”จากความเดิมตอนที่แล้ว ผมได้พูดถึงหนังสือเกี่ยวกับการปรับ "Mindset" และการ "ปลุกพลัง" ที่ก่อให้เกิด "แรงบันดาลใจ" ไฟลุกท่วม (ซึ่งบางครั้งผมมักจะเรียกว่าการปรับ "Myth") ซึ่งส่งผลกระทบทั้ง "วิธีคิด" (Visionary) และ "วิธีปฏิบัติ" (Missionary) ซึ่งผมได้พูดถึงหนังสือที่มีชื่อเสียงก้องโลกเล่มหนึ่ง คือ "Think & Grow Rich" ของ "นโปเลียน ฮิลล์" ซึ่งก็ได้พิมพ์เผยแพร่เมื่อ 70-80 ปี แล้วครับ . . .

อ่ า น ต่ อ . . .

Homeloverthai Multimedia
Homeloverthai Multimedia
รายการคนไทยไม่ท้อ >>  

รายการ แผ่นดินพอเพียง   

Homeloverthai Multimedia
Homeloverthai Multimedia
Homeloverthai Multimedia
 

นิตยสารบ้าน+อพาร์ตเม้นท์ไม่บานกับ อ.เชี่ยว ฉบับสะสม
นิตยสารบ้าน+อพาร์ตเม้นท์ไม่บานกับอ.เชี่ยว ฉบับสะสม เหลือเพียง 6 เล่ม
(เล่ม 7,8,9,10,11,12)  ราคาชุดละ 300 บาท  รวมค่าจัดส่งแบบลงทะเบียน
รายละเอียดการโอนเงิน
ชื่อบัญชี ภัทรพล   เวทยสุภรณ์  ธนาคารกรุงเทพ ฯ  สาขาห้วยขวาง  ประเภทสะสมทรัพย์  บัญชีเลขที่  1764267272
แฟกซ์ pay  in
พร้อมระบุชื่อที่อยู่   หมายเลขโทรศัพท์ และ เล่มหนังสือที่สั่งซื้อ   มาที่หมายเลข  02-6441479 หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-2451399 และ 02-6441478 หรือ สำนักงานบ้านไม่บาน  เลขที่ 1  ซ.ประชาสงเคราะห์ 12   แขวงดินแดง  เขตดินแดง  กทม.  10400