สมัครงานกับทีมงานบ้านไม่บาน คลิกอ่านรายลัเอียดด้านใน

โปรดระวังบุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว   ชอบช่วย หรือ   ผศ.ดร.ภัทรพล   เวทยสุภรณ์  และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง  ฯลฯ  ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ  ทั้งสิ้น  หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์   02-2451399  หรือ  02-6441478  เท่านั้น
บุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว ชอบช่วย หรือ ผศ.ดร.ภัทรพล เวทยสุภรณ์ และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง ฯลฯ ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์ 02-2451399 หรือ 02-6441478 เท่านั้น

ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ "ตักศิลา คเณศ์ธร"

  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
ครบรอบ 120 ปี “ศิลป์ พีระศรี”
ครบรอบ 120 ปี "ศิลป์ พีระศรี"

“วิกฤติ” ที่ผ่านมาทั้ง 5 กับการเตรียมรับมือ “สงคราม” ทั้ง 6

            ผมมานั่งทบทวนย้อนหลังเกี่ยวกับการลงทุน "อสังหา ฯ" ของบ้านเราในรอบ 3 ทศวรรษที่ผ่านมา เป็น "การเหลียวหลังแลหน้า" เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมที่จะเรียนรู้ อยู่ร่วมกับอนาคตที่ดูจะอึมครึมเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ผมค้นพบว่าสังคมไทยในอดีตที่ผ่านมาได้เผชิญหน้ากับวิกฤติทางเศรษฐกิจ สังคม น้อยใหญ่มามากมาย และที่ลืมไม่ลงก็มี "5 วิกฤติ" ที่สำคัญดังนี้ครับ วิกฤติครั้งที่ 1 "สงครามอ่าว" ครั้งแรกระหว่างประธานาธิบดี "บุช" (ผู้พ่อ) กับ "ซัดดัม ฮุสเซน" ก็ส่งผลกระทบในวงกว้าง ซึ่งมีแนวโน้มว่าอาจลุกลามบานปลายเกิดสงครามโลกในครั้งนั้น วิกฤติครั้งที่ 2 คือ "ความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศ" ที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงทั้งในด้านอุดมการณ์ทางความคิด ระหว่างท่าน "จำลอง ศรีเมือง" กับ ท่าน "สุจินดา คราประยูร" วิกฤติครั้งที่ 3 ครั้งนี้หนักหนาสาหัสที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงจนถึงปัจจุบัน คือ "การโจมตีค่าเงินบาท" ของพ่อมดทางการเงิน "จอร์จ โซรอส" และวิกฤติครั้งที่ 4 คือ วิกฤติ "กีฬาสี" ระหว่าง "สีเหลือง" กับ "สีแดง" ที่ยังคงหยั่งรากลึกลงในใจเป็นผลจากการที่คนไทยไม่ "รู้รักษ์สามัคคี" ถึงขั้นขนาดปิด "กรุงเทพฯ" ประหัตประหารไล่ล่าฆ่าฟันกัน ส่วนวิกฤติครั้งที่ 5 ที่กำลังเผชิญหน้าอยู่ คือ "การเปิด "AEC" เสรีอาเซียน" และการรุกคืบเข้ามาเพื่อกลืนประเทศของ "กลุ่มทุนใหญ่" โดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก "จีน", "ญี่ปุ่น" และ "สหรัฐอเมริกา" ฯลฯ ซึ่งหากประคองกันไม่ดีเราก็อาจจะสูญเสียอิสรภาพทางการเงิน, การคลัง และผลที่ตามมาคือการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ส่วนใหญ่ก็จะตกอยู่ในกำมือของชาวต่างชาติครับ

            ซึ่ง "วิกฤติ" ต่าง ๆ ในรอบ 3 ทศวรรษที่ผ่านมา ก่อให้เกิดเป็น "สงคราม" น้อยใหญ่ทั้งเปิดเผยและปกปิด 6 รูปแบบ ที่ "สงคราม" ต่าง ๆ เหล่านี้ ก็ยังคงดำเนินอยู่ ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้อง "รู้เท่าทัน" ซึ่ง "สงคราม" ทั้ง 6 ที่ผมกล่าวถึงนี้นั้นประกอบไปด้วย สงครามที่ 1 คือ "การล่าอาณานิคมในรูปแบบใหม่ " จะว่าไปแล้ว เป็นรูปแบบการล่าดินแดนอันเป็นเมืองขึ้นที่ได้เกิดขึ้นในอดีตที่ยังคงดำเนินต่อไป เพียงแค่เปลี่ยนแปลงรูปแบบให้สลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ผมยกตัวอย่างในการที่มีผู้อพยพนับล้านคน จาก "ตะวันออกกลาง" และ "แอฟริกา"เข้ามาใน "ยุโรป" ไม่ว่าจะมาจาก "ซีเรีย", "ลิเบีย" ฯลฯ ก็เป็นหนึ่งในกระบวนการขยายอาณานิคมเข้ายึดพื้นที่และสุดท้ายก็นำไปสู่รูปแบบใหม่ ๆ ของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ อย่างบ้านเราก็ไม่น้อยหน้านะครับ มีแรงงานจากต่างชาตินับล้านไหลทะลักเข้ามา เกิดเป็นอาณานิคมย่อย ๆ ในพื้นที่ต่าง ๆ จังหวัดต่าง ๆ และภูมิภาคต่าง ๆ กระจายออกไปเต็มไปหมด สงครามที่ 2 คือ "การขยายขอบเขตการลงทุนในภาคอุตสาหกรรม" ทั้งในอุตสาหกรรมหนักและอุตสาหกรรมเบา ไม่ว่าจะเป็น "นิคมอุตสาหกรรม" น้อยใหญ่ทั้งของไทยและต่างชาติ ก่อให้เกิดผลกระทบในวงกว้าง เกิดการเคลื่อนย้ายประชากรนับแสนนับล้านคน ดูง่าย ๆ อย่างเช่น นิคม "อุตสาหกรรมอมตะนคร" ที่ "ชลบุรี" และนิคมอีกหลายสิบแห่งที่ "ระยอง" ที่ก่อให้เกิดการเคลื่อนย้ายประชากรนับล้านคนที่หลั่งไหลทะลักเข้ามาจากทั่วทุกสารทิศ นี่ยังไม่รวมอุตสาหกรรมเบา อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมการให้บริการอื่น ๆ อีกมากมายครับ สงครามที่ 3 คือ "การแข่งขันในด้านข่าวสาร ข้อมูล" ต้องยอมรับครับว่าเป็นการแข่งขันกันของข้อมูลข่าวสารที่ใครที่สามารถ "เข้าถึง" และมี "ช่องทาง" (Access) อันจะนำไปสู่ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและแม่นยำกว่าก็เป็นผู้ที่มีชัยชนะในที่สุด สงครามที่ 4 คือ "มัลติมีเดีย" (Multi - Media) ผมหมายถึง บรรดาสื่อต่าง ๆ ที่นำเอาข่าวสารมาเผยแพร่ โดยผ่านสื่อวิทยุ, โทรทัศน์, สื่อสิ่งพิมพ์, สื่อดิจิตอล รวมไปถึงสื่อออนไลน์, สื่อออฟไลน์ ฯลฯ สงครามที่ 5 เป็นสงครามที่เรากำลังเผชิญกันอยู่ในปัจจุบัน พวกอีเมลล์, เฟสบุ๊ค, ไลน์ ฯลฯ ที่เรียกว่า "โซเชียลเน็ตเวิร์ก" (Social Network) ก็ติดกันงอมแงมตั้งแต่ลูกเล็กเด็กแดงไปจนพวกบรรดา "ส.ว." (สูงวัย) เล่นเฟส ติดไลน์ จนกระทั่งสุดท้ายก็ไม่รู้ว่าอะไรเป็นเรื่องจริงไม่จริง เพราะมากมายจนกระทั่งแยกแยะไม่ออกบอกกันไม่ถูกครับ ก็สับสนมึนงงกันไป ทำให้คนส่วนใหญ่ในสังคมปัจจุบันถูกครอบงำได้ง่ายที่สุดครับ สงครามที่ 6 ซึ่งหนักหนาสาหัสและกำลังเผชิญหน้าอยู่แต่ไม่รู้ตัว ผมขอเรียกว่า "การทับกันของ "มิติซ้อนมิติ" (Multi - Level Matrix) อันเป็นเงื่อนไขของ "ตรรกะ ซ้อน ตรรกะ" ในรูปแบบ "ลับ ลวง พราง" สิ่งที่เห็นไม่ใช่อย่างที่เห็น ถ้าขาดสติไม่รู้เท่าทันอาจจะเสียทีได้ง่าย ๆ เพราะเป็นการผสมผสานกันอย่างแนบเนียนของสงครามต่าง ๆ ครับ

            พื้นที่หมดครับ เอาไว้โอกาสหน้าผมจะมาขยายความของ "วิกฤติ" ทั้ง 5 กับ "สงคราม" ทั้ง 6 อันเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แบ่งปันกันทางทัศนคติและมุมมอง ผมเชื่อว่า "วิกฤติ" และ "สงคราม" ต่าง ๆ ที่เรากำลังเผชิญอยู่นั้นล้วนแล้วแต่เป็นความจริงที่กำลังเกิดขึ้นและส่งผลกระทบขึ้นจริงในทุก ๆ ด้านอย่างรุนแรงที่สุด ดังนั้นจำเป็นจะต้องเรียนรู้ อยู่ร่วมและยอมรับกับความจริง เพราะผมเชื่อว่าการเรียนรู้จากความจริงเป็นหนทางเดียวเท่านั้นที่จะสามารถหาทางออกเหมาะสมที่สามารถประคองให้เราอยู่รอดปลอดภัยในสถานการณ์ที่ "วิกฤติ" ดังเช่นในปัจจุบันครับ ดังคำพูดของ "ซุนวู" ที่กล่าวไว้นับพันปีล่วงแล้วว่า "รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง มีชัยร้อยครั้ง" ครับ

การบรรยายเพื่อแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ 55 ปี 555 โครงการ “อสังหาฯไม่บาน”

            สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ในเดือนกรกฎาคมนี้ผมก็จะมีอายุอานามเต็ม 55 ปีบริบูรณ์ กว่า 25 ปีที่สะสมประสบการณ์ที่เกี่ยวกับการลงทุนใน "อสังหาฯ ไม่บาน" น้อยใหญ่ต่าง ๆ มากว่า 555 โครงการ ก็นับได้ว่าผมทำบุญมาดีครับ เพราะคนรุ่นผมส่วนใหญ่ก็ได้เลิกรากันไปด้วยพิษภัยทางเศรษฐกิจ จากการผ่านร้อนผ่านหนาวมายาวนานถึงขนาดนี้และมีลูกศิษย์ลูกหามากมาย บรรดาลูกศิษย์จึงดำริกับผมว่าวันเกิดปีนี้อยากจัดงานเลี้ยงฉลองให้กับผม นับไปนับมาก็มีผู้สนใจลงชื่อเข้าร่วม 300-400 คน ก็คงเลี้ยงกันไม่ไหวหรอกครับ ดูจะเอิกกะเหริกกันเกินไป เดี๋ยวจะเหมือนงานเลี้ยงบรรดาหัวคะแนนนักการเมืองเพื่อเตรียมตัวลงเลือกตั้ง ก็ดูจะไม่เหมาะ ผมก็เลยขอให้จัดขึ้นเพื่อเป็นการบรรยายให้ความรู้ เป็นการแชร์ประสบการณ์ของผมและของบรรดาลูกศิษย์ที่ได้นำเอาความรู้ของผมไปปรับประยุกต์ใช้ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อตัวเองและผู้อื่นครับ

การบรรยายเพื่อแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ 55 ปี 555 โครงการ “อสังหาฯไม่บาน”

            ก็เลยเกิดการบรรยายเพื่อแลกเปลี่ยน เรียนรู้ แบ่งปันประสบการณ์ขึ้นในหัวข้อ "อสังหาฯ ไม่บานจาก "พันร้อย" เป็น "พันล้าน" ทำอย่างไร" โดยจัดขึ้น ณ "อาคารไทยซัมมิท ทาวเวอร์" ใน วันอาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคม ที่จะถึงนี้ ทุกท่านสามารถเข้าร่วมฟังการบรรยายได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายครับ แต่ฟังแล้วขอเพียงแค่บริจาค 99 บาท (ที่ทุกบาททุกสตางค์ไม่หักค่าใช้จ่าย) นำไปมอบให้กับ "มูลนิธิคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทย" และอีกส่วนหนึ่งก็จะใช้ช่วยบรรดา "คนจรจัด" โดยการบริจาคเป็นอาหารและบรรดาเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เพราะจะว่าไปแล้วคนเหล่านี้ขาดแคลนที่พักพิงพึ่งพาเลยต้องมานอนตามฟุตบาทข้างถนน อยู่ในสถานภาพที่ไม่แตกต่างจากหมาหรือแมวจรจัด ก็น่าแปลกนะครับว่า เราดูแลหมาแมวจรจัดได้ แต่ทำไมเราดูเพื่อนมนุษย์จรจัดที่จะว่าไปแล้วก็ไม่ต่างอะไรกับหมาแมวไม่ได้ เลยอยากเรียนเชิญชวนท่านที่สนใจนะครับย้ำนะครับว่าเป็นการบรรยายฟรี จัดขึ้นเพียงปีละครั้งทั้งยังได้รับความรู้แล้วยังเป็นการทำบุญโดยการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ แบ่งปันกับเพื่อนร่วมทุกข์ครับ

            ในการบรรยายในวันอาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ โดยเริ่มตั้งแต่บ่ายโมงเป็นต้นไปจนถึง 5-6 โมงเย็น โดยเริ่มจากผมจะบรรยายถึงภาพรวมเกี่ยวกับการลงทุน "อสังหาริมทรัพย์แบบไม่บาน" (Budget Real Estate) แบบ "พอเพียง" ที่ "ใครลงทุนแล้วเจ๊ง ท่านเก่งมากเลย" ในหลากหลายรูปแบบ โดยปรับ "มุมมอง 360 องศา" ให้เปิดกว้างมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ที่ผมมักจะกล่าวเสมอครับว่า "ความฝัน ความหวังเป็นของฟรี" โดยการปรับทั้ง "กระบวนทัศน์" และ "วิสัยทัศน์" ทำให้เชื่อว่า "ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้" ถ้า "ไม่ล้มเลิกก็ไม่ล้มเหลว" ถ้า "ไม่ยอมแพ้ก็ไม่พ่ายแพ้" ไม่เกรงกลัวกับ "ปัญหา" ที่รออยู่ เพราะ "ปัญหาทุกปัญหา จะไม่ใช่ปัญหา ถ้าเจ้าของปัญหา ไม่เป็นตัวปัญหาในการแก้ไขปัญหา" ซึ่งผมจะนำเอาโครงการ "อสังหาฯไม่บาน" น้อยใหญ่ที่มีขนาดเล็ก ๆ มูลค่า 2-5 ล้านบาท จนถึงมูลค่า 20-50 ล้านบาท ไปจนถึงร้อยล้านบาทและมากกว่านั้น ที่มีความหลากหลายเป็นอย่างยิ่งตั้งแต่ "บ้านเดี่ยว", "บ้านแฝด" , "ทาวเฮ้าส์", "ทาวโฮมส์" , "โฮมออฟฟิศ", "มินิอพาร์ทเม้นท์", " เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์", "บูทิคอพาร์ทเม้นท์", "บูทิคโฮเทล", "โรงแรม+รีสอร์ท" และ "คอนโดมิเนียม" ฯลฯ มาเปิดเผย "กลเม็ดเคล็ดลับ" ของการลงทุนใน "อสังหาฯ ไม่บาน" ในช่วง "เศรษฐกิจขาลง" (ขนาดบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง "โตโยต้า" ในประเทศไทย ที่เป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ยังต้องปรับลดคนงานลงไป 800-900 คน เพราะยอดขายหดหายไปเกือบ 20% เพราะผลมาจากเศรษฐกิจตกสะเก็ด) ดังนั้นมาฟังการเปิด "ทางหนีทีไล่" ที่จะลงทุนใน "อสังหาฯไม่บาน" อย่างไรให้ "อยู่รอดปลอดภัย และคืนทุนได้ไว" กันครับ

            นอกจากการบรรยายของผมแล้วนั้นก็ยังมีบรรดาคนรู้จักมักคุ้นและลูกศิษย์ลูกหาขึ้นมาบรรยายแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ในการลงทุน "อสังหาฯ ไม่บาน" ในหลากหลายรูปแบบที่แต่ละคนถนัด เช่น "คุณวรพันธุ์ คล้ามไพบูลย์" จะมาให้ความรู้ในด้าน "บูทิคโฮสเทล", "คุณรวิโรจน์ อัมพลเสถียร" จะเปิดเผยเคล็ดลับในด้านการลงทุนอพาร์ทเม้นท์ , "คุณอภิญญา ตากสกุล"และ "คุณกนกกร กนกพัชรกุล" จะมาพูดการลงทุนเรื่อง "ทาวโฮมส์", "โฮมออฟฟิศ" และ "อาคารพาณิชย์", "ดร.กรณ์กาญจน์ ภมรประวัติ" จะมาพูดเรื่อง"Anti - Aging" และการทำ "รีสอร์ทเพื่อสุขภาพ", "คุณเรวัฒน์ เรืองกิจธนวัฒน์" และ "คุณจตุรงค์ พัฒน์ขาว" จะมาพูดเรื่องการบริหารจัดการ "อสังหาฯไม่บาน" และการบริหารจัดการ "การก่อสร้าง", "คุณสุภาวรรณ ลี้" จะมาพูดเรื่องการลงทุนทำโครงการ "บ้านจัดสรรและคอนโด ฯ เพื่อสุขภาพ" , "คุณอัตรศาสตร์ ลี้" จะพูดเรื่องการจัดสรรที่ดินเปล่าโดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนแม้แต่บาทเดียว ที่กล่าวมานี้เป็นเพียงบางส่วนนะครับเพราะยังมีอีกหลายรายที่จะขึ้นเวทีเพื่อแบ่งปันประสบการณ์ เพราะหลายท่านก็บอกว่าที่มีวันนี้ มั่นคง มั่งคั่ง ร่ำรวยและก้าวมาไกลขนาดนี้ก็เพราะ "อาจารย์เชี่ยว" เป็นผู้สอนผู้แนะนำและเป็นพี่เลี้ยง นอกจากนั้นก็ยังมี "วีไอพี" คือ "หมอบุณย์ ยี่มี" ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น "แพทย์ทางเลือก" ระดับต้น ๆ ของประเทศ ก็จะมาพูดเรื่องแนวโน้ม "อสังหาฯไม่บาน" เกี่ยวกับผู้สูงวัย "Anti - Aging" รวมทั้ง "อาจารย์ศักดา สวัสดิชีวิน" มาให้ความรู้ในการสร้าง "ทัศนคติเชิงบวก" ในการลงทุน "อสังหาฯ ไม่บาน" นอกจากนั้นยังมีบรรดาลูกศิษย์ลูกหาอีกหลายท่านก็ตั้งใจแน่วแน่มาร่วมฉลองวันเกิดของผม โดยอยากจะมาเล่าให้ฟังถึงความสำเร็จที่ได้นำเอาความรู้ที่ผมได้ให้ไปก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งกับตัวเองและผู้อื่น ที่ทำให้สังคมในภาพรวมดีขึ้นครับ

            ก็อยากเรียนเชิญท่านผู้อ่านที่ไม่ติดธุระอะไรในวันอาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ มาร่วมฟังการบรรยายของผมและคณะลูกศิษย์ มาเล่าเรื่องราวและแบ่งปันประสบการณ์ดี ๆ มากมายเกี่ยวกับการลงทุน "อสังหาฯ ไม่บาน" ที่สร้างความร่ำรวยมั่นคง มั่งคั่งแบบยั่งยืนอันเป็นผลจากการลงมือทำจริง ๆ สำรองที่นั่ง โทรด่วนที่เบอร์ 080-6155641 หรือ 02-2451399 ต้องด่วนจริง ๆ นะครับ เพราะบรรยายฟรีที่คุณภาพคับแก้วแบบนี้ นานทีปีหน หากพลาดไปเสียดายแย่ แล้วพบกันให้ได้นะครับ

“บ้าน+โฮมออฟฟิศ+มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” ของ “คนเมือง” แบบ “3 in 1”

         สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว "บ้านไม่บาน" สำหรับในสัปดาห์นี้ ผมภูมิใจนำเสนอ "บ้านไม่บาน" ของ "คนเมือง" เป็น "บ้านไม่บาน" เอนกประสงค์ แบบ "3 in 1" คือ เป็นทั้ง "ที่พักอาศัย", เป็น "สำนักงาน" ที่ใช้เป็นทั้ง "ออฟฟิศ" และ "ประกอบกิจการพาณิชย์" รวมถึง สามารถดัดแปลงเป็น "ห้องพักให้เช่า" ประเภท "มินิอพาร์ทเม้นท์" หรือ "เกสเฮ้าส์" สืบเนื่องจากมีแฟน "บ้านไม่บาน" ท่านหนึ่งก็มีฐานะจัดได้ว่าอยู่ในระดับเศรษฐี มีกิจการและทรัพย์สินอยู่มิใช่น้อย ทั้งยังมีที่ดินผืนงามแปลงหนึ่งอยู่ย่าน "ศรีนครินทร์" ซึ่งเดิมใช้เป็นบ้านพักอาศัย ที่มีพื้นที่กว้างขวางขนาด หลายไร่ เมื่อบรรดาลูก ๆ เริ่มเติบโตขึ้นก็อยากสร้างสินทรัพย์ให้กับลูก ๆ พอจบการศึกษาแล้วก็อาจจะใช้เป็นออฟฟิศเริ่มทดลองทำธุรกิจเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ค่อย ๆ เรียน ค่อย ๆ รู้ ค่อยๆ ฝึก ค่อย ๆ ฝน หาประสบการณ์จากการลงมือปฏิบัติจริง เนื่องจากบ้านที่อยู่อาศัยในปัจจุบันนั้น ถูกขนาบด้วยถนนสาธารณะสองด้าน จึงมาปรึกษากับผมและสรุปว่าจะทำเป็น "บ้าน" + "โฮมออฟฟิศ" + "มินิอพาร์ทเม้นท์"เอนกประสงค์ แบบ "3 in 1" ผมก็เห็นดีเห็นงามไปด้วยครับ

“บ้าน+โฮมออฟฟิศ+มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” ของ “คนเมือง” แบบ “3 in 1”

         หลังจากที่ผมเดินทางไปดูสถานที่จริงก็ยอมรับครับว่าเป็นทำเลทองที่สวยจริง ๆ ครับ เพราะสามารถเข้าออกได้อย่างสะดวกจากถนน "ศรีนครินทร์" สามารถทำ "ออฟฟิศ" ก็ดูจะเหมาะสมดี จะทำเป็น "มินิอพาร์ทเม้นท์" ให้เช่าก็น่าจะมีคนพักเต็ม เพราะแวดล้อมด้วยชุมชนแหล่งงานและห้างสรรพสินค้าน้อยใหญ่ จะเป็น "ที่อยู่อาศัย" ก็เดินทางสะดวกสบาย เลยเกิดเป็นโครงการ "บ้าน+โฮมออฟฟิศ+มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ของ "คนเมือง" เอนกประสงค์ แบบ "3 in 1" จำนวน 3 ยูนิต ซึ่งในแต่ละยูนิตผมออกแบบให้มีความกว้างถึง 8 เมตร สามารถจอดรถได้อย่างสบาย ๆ ถึง 8 คัน โดยผมออกแบบให้มีพื้นที่จอดรถใต้อาคารโดยมีการกดลงไปจากพื้นดิน 1.2 เมตร โดยทำเป็น "แลมป์" (Ramp) ทางลาดลงไปจอด ส่วนบริเวณชั้นหนึ่งยกพื้นสูงประมาณ 1.2 เมตร เพื่อให้อาคารดูเด่นเป็นสง่า อีกทั้งยังเป็นการป้องกันเหตุสุดวิสัยถ้าหากในอนาคตจะต้องเจอกับปัญหาน้ำท่วมใหญ่ อย่างที่เคยเจอในปี 2554 ซึ่งสารภาพตามตรงว่าไม่มีใครรู้หรอกครับว่าน้ำจะท่วมอีกเมื่อไหร่ จะหนักหนาสาหัสแค่ไหน ดังนั้นการเตรียมการโดยไม่ประมาทโดยการยกระดับพื้นชั้น 1 ให้สูงเข้าไว้จึงเป็นเรื่องที่สมควรทำเป็นอย่างยิ่งครับ นอกจากนั้นอาคารหลังนี้ผมยังออกแบบให้มี "ลิฟท์บ้าน" หรือ "Home Elevator" ที่มีความจุประมาณ 3-4 คน ซึ่งลิฟท์ประเภทนี้เป็นที่นิยมกันมากครับในต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบ้านของบรรดา "ส.ว." (สูงวัย) ทั้งหลาย ที่พออายุเข้า "ปัจฉิมวัย" แล้ว ก็มักจะมีปัญหาเรื่องโรคข้อ จะขึ้น ๆ ลง ๆ ชั้นสูง ๆ ก็เป็นไปได้ยากลำบาก การใช้ลิฟท์ก็เป็นทางออกของปัญหาและเป็นการใช้พื้นที่ทุกตารางเมตรของบ้านอย่างคุ้มค่าครับ ประกอบกับในปัจจุบัน "ลิฟท์บ้าน" ก็มีราคาไม่สูงมากนัก (โดยเฉลี่ยราคาอยู่ที่ประมาณ 5-6 แสนบาท) ก็ถือว่าคุ้มเกินคุ้มครับ นอกจากนั้นผมยังออกแบบให้มีห้องพักที่มีห้องน้ำในตัวถึง 6 ห้อง สามารถปรับประยุกต์ทำเป็น "มินิอพาร์ทเม้นท์", "เกสเฮ้าส์", "Bed and Breakfast" หรือ "โฮสเทล" ก็ไม่ผิดกติกาแต่ประการใด ก็ถือว่าถึงพร้อมครบถ้วนทุก "มิติ" ครับ

“บ้าน+โฮมออฟฟิศ+มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” ของ “คนเมือง” แบบ “3 in 1”

         สำหรับสไตล์การออกแบบของผมนั้นตั้งใจที่จะออกแบบให้โฉบเฉี่ยว "ทันสมัย" ในสไตล์ "Modern Contemporary" เป็น "ความทันสมัยแบบร่วมสมัย" ที่ยืนยงคงอยู่โดยไม่ตกยุคหรือเชยในระยะเวลาอันสั้น อีกทั้งยังเป็นอาคารประเภท "สวยทน", "สวยทาน", "สวยนาน", "สวยประหยัด", "สวยดูดี", "สวยมีชาติตระกูล" ที่ผมมักเรียกว่าเป็นสไตล์ "อกาลิโก+ไฮโซ+โลว์คอส" ตัวจริง เสียงจริงครับ และเนื่องจากอาคารหลังนี้ถูก "พ.ร.บ.ควบคุมการก่อสร้าง" กำหนดให้มีความสูงไม่เกิน 15 เมตร (เพราะหากสูงเกิน 15 เมตร ก็จะถูกจัดว่าเป็นอาคารขนาดใหญ่ซึ่งจะมีผลโดยตรงกับระยะร่นอาคารและการจัดพื้นที่และจำนวนที่จอดรถ) ทำให้ได้อาคารที่มีความสูงเพียง 4 ชั้น ก็จัดหนักจัดเต็มใช้ทุกตารางเมตรอย่างคุ้มค่าเท่าที่กฎหมายกำหนดครับ

         ก็ครบถ้วนถึงพร้อมครับ ขนาดว่าพอผมออกแบบเสร็จ ก็ยังเก็บไปฝันถึง"บ้าน + โฮมออฟฟิศ+มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ของ "คนเมือง" เอนกประสงค์ แบบ "3 in 1" ย่าน "ศรีนครินทร์" หากมีบุญวาสนาก็อยากหา "บ้านไม่บาน" รูปแบบนี้ในทำเลดี ๆ แบบนี้สักหลัง ก็อยากให้ท่านผู้อ่านลองพินิจพิจารณากันเองครับว่าครบถ้วนถึงพร้อมอย่างที่ผมกล่าวอ้างหรือไม่ แล้วนำเอาไปปรับประยุกต์ใช้ต่อยอดทางความคิดเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์กันนะครับ ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นการยกระดับมาตรฐานของการใช้ชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่ "บ้านดี เมืองดี" และ "บ้านสวย เมืองงาม" ของหมู่เฮาชาว "คนรักบ้าน" ทุกท่านครับ สัปดาห์นี้คงมีเพียงสาระน่ารู้เท่านี้ครับ พบกันใหม่อีกสองสัปดาห์หน้าครับ

“BREXIT”

            ก็เป็นเรื่องเป็นราวเป็นข่าวคราวใหญ่โตกันไปทั่วโลกครับกับการที่ประชาชนชาว "อังกฤษ" ได้โหวตที่จะออกจาก "EU" (European Union) ผลที่ออกมาก็เป็นที่รับรู้รับทราบกันครับ 51.9% ให้ออกจาก "EU" 48.1% ให้ยังคงอยู่ จากการที่ "อังกฤษ" ออกจาก "EU" นั้นได้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างอย่างมากมายทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง ในฐานะที่ผมเคยใช้ชีวิตอยู่ใน "อังกฤษ" กว่า 10 ปี จึงพอมีความเข้าใจอยู่บ้างถึงความสัมพันธ์ของ "อังกฤษ" กับ "EU" ในบางครั้งบางอารมณ์ก็ไม่ค่อยจะแน่นแฟ้นเท่าไหร่ครับ ผมยังจำเหตุการณ์ระหองระแหงตั้งแต่ปี 1973 ในสมัยนั้น "แอ็ดวาร์ดฮิท" เป็นนายกรัฐมนตรีและที่ไม่ลืมคือปี 1992 ในสมัยหญิงเหล็ก "มาร์กาแรต แทตเชอร์" (Margaret Thatcher) เป็นนายกรัฐมนตรี ก็มีหลายเรื่องที่ "อังกฤษ" ไม่ลงลอยกับ "EU" เกิดเป็นแนวคิดคนละขั้ว ที่เห็นได้ชัดคือ ในอดีตแม้ "อังกฤษ" จะอยู่ใน "EU" ก็ไม่ได้ใช้เงิน "ยูโร" อันเป็นค่าเงินสกุลหลัก แต่ก็ยังยืนยันที่จะใช้เงิน "ปอนด์สเตอลิง" ของตัวเองจะว่าไปแล้วลึก ๆ ก็ไม่ลงรอยกับ "เยอรมัน" และ "ฝรั่งเศส" ซึ่งเป็นสองชาติมหาอำนาจที่มีอิทธิพลอย่างสูงในกลุ่มประเทศ "EU" เกิดสภาวะ "Polarized Europe" อันเป็นสภาวะของการ "อยู่คนละขั้ว" กัน ซึ่งเมื่อผลออกมาแล้วชาว "อังกฤษ" แท้ ๆ ก็ยินดีปรีดาถึงขนาดประกาศว่าเป็น "Independent Day" หรือ "วันประกาศอิสรภาพ" เลยทีเดียว

            ที่เรามักเรียกว่าประเทศ "อังกฤษ" แท้จริงแล้วควรเรียกว่า "UK" หรือ "United Kingdom" เพราะประเทศ "อังกฤษ" ประกอบด้วยแคว้นหลัก ๆ 4 แคว้นครับ คือ "อังกฤษ" (England) , "สกอตแลนด์" (Scotland), "เวลส์"(Wales) และ "ไอร์แลนด์เหนือ" (Northern Ireland) ซึ่งการแยกตัวจาก "EU" ในครั้งนี้นอกจากส่งผลกระทบอย่างรุนแรงที่เห็นชัด ๆ คือ ทางด้านเศรษฐกิจ ส่งผลกระทบให้ค่าเงินปอนด์ตกฮวบ หุ้นต่าง ๆ ตกกราวรูดไปทั่วโลก ผลกระทบทางสังคมก็มีไม่ใช่น้อยครับ คนส่วนใหญ่ใน "England" โหวตให้ออกจาก "EU" แต่คนใน "Scotland" และ "Northern Ireland" ต้องการอยู่ใน "EU" ต่อไป ก็เป็นสถานการณ์ที่ควรจับตาอย่างไม่กระพริบตาครับ เพราะไม่ช้าหรือเร็วเวลาชาติมหาอำนาจของโลกเกิดอาการเป็นไข้หวัด มีอาการไอ จาม ประเทศเล็ก ๆ อย่างเราก็ต้องได้รับผลกระทบไม่มากก็น้อย ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาวครับ

            ผมได้ลองวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่ "อังกฤษ" จำเป็นต้องออกจาก "EU" และยืดอกยอมรับกับผลที่ตามมาอย่างไม่สะทกสะท้านมีหลายเหตุและปัจจัยดังนี้ครับ สาเหตุแรกที่สำคัญ คือ ผมเรียกว่า "Euro Economical Zone Crisis" ก็เป็นที่ยอมรับว่าสถานการณ์เศรษฐกิจ การเงินของ "ยุโรป" ตกอยู่ในสภาวะ "โคม่า" กำลังอยู่ในช่วงขาลงย่ำแย่เป็นอย่างยิ่ง จะเห็นได้จากการล้มละลายทางการเงินของ "กรีซ" สภาวะที่กำลังตกต่ำย่ำแย่ใน "โปรตุเกส" ใน "สเปน" และในหลาย ๆ ประเทศ รวมทั้ง "สภาวะการว่างงาน" อย่างรุนแรง (Mass Unemployment) สาเหตุที่สองอันเป็นวิกฤติที่หนักหนาสาหัสไม่แพ้กัน คือ "Refugee Crisis" ที่มีผู้อพยพนับล้านโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากประเทศในตะวันออกกลางอาทิเช่น "ลิเบีย", "ซีเรีย" ฯลฯ ไหลทะลักหลั่งไหลเข้ามาในยุโรป สาเหตุที่สามอันเป็นอีกวิกฤติหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือ "Russia Crisis" ซึ่งในปัจจุบันกลุ่มในประเทศ "EU" ก็มีความขัดแย้งในบางประเด็นอย่างรุนแรงกับ "รัสเซีย" และไม่นับวิกฤติอื่น ๆ อีกมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาเหตุที่สี่อันเป็นวิกฤติเกี่ยวกับเรื่อง "การก่อการร้าย" โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกลุ่ม "ไอเอส" (ISIS) ที่มีจำนวนนับพันนับหมื่นแฝงตัวอยู่ในกลุ่มผู้อพยพจาก "ตะวันออกกลาง" ซึ่งเป็น "มหันตภัย" ต่อความมั่นคงภายในของ "ยุโรป" ซึ่งหาทางป้องกันได้ยากยิ่ง อันจะเห็นได้จากการก่อการร้ายในกรุง "ปารีส" และกรุง "บัสเซลล์" เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมาและคาดว่าจะถี่ขึ้นและมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น เพราะกลุ่มก่อการร้ายเหล่านี้ได้แฝงตัวเข้ามาเป็น "เครือข่าย" ใน "ยุโรป"เรียบร้อยแล้ว จะเห็นได้ว่าลึก ๆ กลุ่มประเทศ "EU" ก็มีปัญหาที่แก้ไม่ตกอยู่หลายประการครับ

            หากมองย้อนกลับไปเมื่อ 40 ปีที่แล้ว "อังกฤษ" ก็เคยพยายามจะออกจาก "EU" แต่ก็ไม่สำเร็จและเพิ่งมาทำสำเร็จเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้นอย่างไรเสียก็ส่งผลกระทบต่อ "สยาม" ประเทศของเราเป็นแน่ครับ ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้อง "รู้เขารู้เรารู้" และจะต้อง "รู้หลบเป็นปีกรู้หลีกเป็นหาง" จะช่วยให้เราสามารถประคองตัวให้อยู่รอดปลอดภัย ทั้งยังจะต้องเตรียมการโดยไม่ประมาท การรู้ไว้แต่เนิ่น ๆ ก็น่าจะเป็นประโยชน์ครับ เพราะ "อังกฤษ" ก็ถือว่าเป็นหนึ่งในชาติมหาอำนาจที่มีบทบาทอย่างมากทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมืองและการศึกษาของโลกครับ

“อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” ในสไตล์ “ชนะสิบทิศ” ขนาดกำลัง “พอเหมาะ พอดี” ที่ “ลพบุรี” (2)

            สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" สำหรับในสัปดาห์นี้ก็เป็นเรื่องสืบเนื่องจากความเดิมในตอนที่แล้วที่ผมพาแฟน ๆ ชาว "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ทั่วประเทศไปเยี่ยมชม "ความฝัน ความหวัง อันเป็นของฟรี" ที่ "คุณรุ่งรัตน์ และ คุณอุดมเดช ออมสิน" มีความมุ่งมั่นตั้งใจอยากเป็นเจ้าของ "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" หลังแรกในชีวิต เพื่อสร้าง "Passive Income" เป็นเสมือน "ตู้กับข้าว" ที่จะช่วยให้ลูกหลานไม่มีวันอดอยากทั้งยังเป็นธุรกิจธุรกรรมที่สามารถตกทอดไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน,เหลน และเป็นธุรกิจที่มีความมั่นคงและมีความยั่งยืนเป็นอย่างยิ่ง จากวันแรกที่เริ่มคิดจนถึงวันนี้ ผมมีส่วนร่วมในการ "สร้างฝัน" และ "วาดหวัง" ที่จะหารูปแบบ "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ในสไตล์ "ชนะสิบทิศ" ที่ดีที่สุด, สวยที่สุด, ประหยัดที่สุด, คุ้มค่ากับการลงทุนที่สุด สามารถอยู่รอดปลอดภัยและคืนทุนได้ไวที่สุด ไม่ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจ สังคม และการเมืองจะเป็นอย่างไร ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นจะเกิดผลกระทบและจะต้องได้รับผลกระทบอย่างไรจะต้องเป็นคนสุดท้ายที่ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

“อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” ในสไตล์ “ชนะสิบทิศ” ขนาดกำลัง “พอเหมาะ พอดี” ที่ “ลพบุรี” (2)

            ตั้งแต่เริ่มต้นวันแรกสำหรับโครงการนี้ ผมได้นำเอาแนวคิดแบบ "งามง่าย พอเพียง" ตามแนว "พระราชดำริ" ของ "พ่อหลวง" มา "ปักธง" ไว้เป็น "หลักชัย" โดยให้ทำตามกำลังทรัพยากรที่มีอยู่ ที่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อครับว่าอาคารหลังนี้เจ้าของอาคารไม่ได้กู้เงินจากสถาบันการเงินแม้แต่สตางค์เดียว ค่อย ๆ เก็บหอมรอมริบลงมือทำไปตามกำลัง จะว่าไปแล้วก็ไม่ช้านะครับเสร็จตามแผนงานที่วางไว้ เพราะไม่มีแรงกดดันเรื่องเงินกู้ที่จะต้องจ่ายดอกเบี้ยเป็นผลมาจากการลงมือทำแบบ "พอเหมาะ,พอดี,พอเพียง" ก็เลยทำให้ทุกวันเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสดชื่น เพราะมีใจที่ร่าเริงเบิกบาน ผมเคยบอกเสมอครับว่าสมองอันฉลาดปราชญ์เปรื่องของมนุษย์นั้นคิดอะไรไม่เป็นหรอกครับ สมองนั้นคิดตามอารมณ์ครับ ลองสังเกตครับว่า วันไหนเราอารมณ์ดี ก็จะสามารถทำงานได้สำเร็จเสร็จภารกิจอย่างราบรื่นโดยไม่มีอุปสรรคและผลลัพธ์ก็มักจะเกินเป้าหรือทะลุเป้าเสมอ แต่ถ้าวันไหนอารมณ์ขุ่นมัว ไม่ได้มองโลกแบบสีชมพูอีกต่อไป ดังนั้นทุกสิ่งทุกอย่างก็ดูเหมือนว่าจะติดขัดเต็มไปด้วยอุปสรรคและปัญหาไปหมด จะว่าไปแล้วในโลกแห่งความเป็นจริง แท้จริงแล้วก็มีอยู่แค่นี้แหละครับ ไม่ว่าโครงการ "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน"จะเล็กหรือใหญ่ จะ 5 ล้านบาท, 10 ล้านบาท, 20 ล้านบาท, 50 ล้านบาท หรือ 500 ล้านบาท ก็จะมีความลงตัว "พอเหมาะ, พอดี, พอเพียง" อยู่เสมอ ถ้าเรามี "สติ" ไม่ปล่อยให้หลงไปตามอารมณ์ก็จะเกิด "ปัญญา" สามารถประเมินความ "พอเพียง" ของเราเองได้เสมอครับ เมื่อเป็นเช่นนั้นเราก็จะสามารถประเมินศักยภาพที่แท้จริงของเราได้ โดยไม่ประเมินตัวเองต่ำจนเกินไป หรือประเมินตัวเองสูงจนเกินไป ลงมือทำกิจการงานใดในทุกขั้นตอนอย่างมีสติ สามารถควบคุมอารมณ์ จำไว้นะครับว่าพอ "สติ" มา "ปัญญา" ก็เกิดครับ เป็น "เหตุปัจจัย" ที่มาโดยอัตโนมัติ เพราะในการลงทุน "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" แต่ละหลังไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ก็ล้วนแล้วแต่มีปัญหาและอุปสรรคให้แก้ทั้งนั้นแหละครับ จะต่างกันเพียงว่าจะมากหรือน้อย จะยากหรือง่าย จะเล็กหรือใหญ่ แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็จำเป็นต้องใช้ "สติ" ที่กำกับด้วย "ปัญญา" และลอยตัวอยู่เหนือ "ปัญหา" ลอยตัวอยู่เหนือการใช้ "อารมณ์" ในการแก้ไขปัญหาและก้าวข้ามอุปสรรคครับ

“อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” ในสไตล์ “ชนะสิบทิศ” ขนาดกำลัง “พอเหมาะ พอดี” ที่ “ลพบุรี” (2)

            "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ในสไตล์ "ชนะสิบทิศ" ขนาดกำลัง "พอเหมาะ พอดี" ที่ "ลพบุรี" หลังนี้ ก็เริ่มต้นจากการใช้ "สติ" บนพื้นฐานความ "พอเพียง" นี่แหละครับ ตั้งแต่การออกแบบ การวางผัง การก่อสร้างและการบริหารจัดการฯลฯ เพราะเริ่มต้นดี มีสติดี คิดดี ลงมือปฏิบัติดี ผลก็ต้องออกมาดีครับ จะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียนที่ "ลพบุรี" ยิ่งได้ไปสัมผัสที่ Site ก่อสร้างที่อยู่ในสภาพกำลังจะแล้วเสร็จผมก็ยิ่งชื่นใจครับ และยิ่งมีโอกาสได้พูดคุยกับลูกสาวของ "คุณรุ่งรัตน์และคุณอุดมเดช ออมสิน" ที่ยังเป็นนักศึกษาเรียนที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ก็ได้บอกหลานสาวไปว่า ให้ทุ่มเทดูแลเอาใจใส่ "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" หลังนี้ให้ดี เพราะจะเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้ในอนาคตเกี่ยวกับการลงทุนอสังหาฯประเภท "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" เพราะได้เริ่มต้นดีแล้ว โดยเริ่มต้นจาก "เมล็ดพันธุ์ทางความคิด" ที่ดี คือ รูปแบบที่สวยงามดีในสไตล์ "ชนะสิบทิศ" ที่เป็นหนึ่งไม่เป็นสองรองใครแล้วก็น่าจะเป็น "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ที่สวยที่สุดใน "ลพบุรี" ในระดับเดียวกันในตอนนี้ และก็น่าจะเป็น "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ที่มีราคาค่าเช่าประหยัดที่สุดที่อยู่ในระดับเดียวกันในตอนนี้ รวมทั้งรูปแบบที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเป็นสง่าไม่มีวันเชย ไม่ว่าอีก 30-50 ปี ก็ยังคงความสวยงามเช่นนี้ ที่อาคารสไตล์ "โมเดิร์น" เทียบไม่ได้ เพราะ 3-5 ปี ก็เชยตกรุ่นแล้ว เป็นเพราะ "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" หลังนี้ ผมจงใจออกแบบให้เป็นสไตล์ "อกาลิโก+ไฮโซ+โลว์คอส" ที่ "สวยทน", "สวยทาน", "สวยนาน", "สวยแบบไร้กาลเวลา", "สวยประหยัด", "สวยดูดี", "สวยมีสไตล์"และ"สวยดูแลรักษาง่าย" แค่นี้ก็เรียกว่าเป็น "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ในสไตล์ "ชนะสิบทิศ" ได้อย่างเต็มภาคภูมิ และผมก็ได้ทำนายไว้ว่าหากมีความเพียร, ขยัน, ประหยัด, มัธยัสถ์, อดออม อย่างไรเสียหลานสาวคนนี้ก็ "อายุน้อยร้อยล้าน" แน่ครับ แต่จะต้องไม่หยุดทำงานนะครับต้องค่อย ๆ ทำแบบ "เดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ ทำทีละเรื่อง"

“อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” ในสไตล์ “ชนะสิบทิศ” ขนาดกำลัง “พอเหมาะ พอดี” ที่ “ลพบุรี” (2)

            จะว่าไปแล้วอาคาร "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ในสไตล์ "ผู้ชนะสิบทิศ" หลังนี้ สำหรับผมถือว่าเป็นก้าวกระโดดที่สำคัญ เพราะผมได้ค้นพบความลงตัวในทุก "มิติ" ของการลงทุน "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ตั้งแต่งบประมาณการลงทุนที่ไม่สูงจนเกินไปที่จะก่อให้เกิดภาระผูกพันตามมาจนเกินไป รวมทั้งค่าเช่าที่ไม่สูงจนเกินไปทำให้มีลูกค้าที่สนใจติดต่อกันเข้ามามากมาย (ขนาดสร้างยังไม่เสร็จก็มีคนติดต่อมาอย่างเกินคาด) การดูแลรักษาที่ทำได้ง่าย ๆ ไม่ยุ่งยากหรือสลับซับซ้อนมากเกินไป ทั้งยังมีความงดงาม โดดเด่นทั้งรูปลักษณ์ภายนอกและการตกแต่งภายใน เรียกว่า "สวยที่สุดในซอย" แบบไม่อายใคร สร้างความภาคภูมิใจให้กับทั้งเจ้าของอาคารและผู้ที่มาอยู่อาศัย ครับ

            สุดท้ายผมได้ฝากข้อคิดเอาไว้ว่า "ไม่มีที่ว่างสำหรับผู้พ่ายแพ้ในระบบทุนนิยม" เพราะฉะนั้นจะต้องไม่แพ้เป็นอันขาด เพราะธุรกิจ "อพาร์ทเม้นท์" เป็นธุรกิจที่ต้องแข่งขันกันครับ และนอกจากนั้นการออกแบบที่ดีจะต้องมองออกไปให้ไกลถึงอนาคตต่อไปอาจจะปรับเปลี่ยนเป็น "เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์" , "บูทิคอพาร์ทเม้นท์" หรือเป็น "บูทิคโฮเทล" หรือเป็น "อพาร์ทเม้นท์สำหรับดูแลสุขภาพ" หรือเป็น "รีสอร์ท" ฯลฯก็สามารถทำได้ เพราะฉะนั้นการมองอย่าง "รู้เขารู้เรา" จึงมีความจำเป็นเป็นอย่างยิ่งครับ

            "สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น" ครับ ในส่วนตัวผมชอบดูอาคารที่ยังสร้างไม่เสร็จครับ เพราะได้เห็นทุกมิติ "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" แบบ "ชนะสิบทิศ" ยังไม่เสร็จนะครับ จะเสร็จอีกประมาณ 1-2 เดือน ขนาดยังไม่เสร็จยังสวยขนาดนี้ เสร็จแล้วจะสวยขนาดไหนก็ลองจินตนาการกันดูครับ ท่านที่สนใจก็สามารถติดตามทางรายการ "คนรักบ้านกับอาจารย์เชี่ยว ชอบช่วย" ผ่านทาง "เนชั่นทีวี" ในทุกวันพุธ เวลา 9.30 - 10.00 น. หรือ www.homeloverthai.com หรือสามารถสอบถามรายละเอียดโดยตรงได้ที่ 081-4218323 สาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้มีเพียงเท่านี้แล้วพบกันใหม่ในอีกสองสัปดาห์หน้าครับ

<< Start < Previous 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 Next > End >>

Results 1 - 10 of 1760
บ้านไม่บานยอดนิยม อพาร์ตเม้นท์ไม่บานยอดนิยม พิมพ์เขียวแบบบ้าน 999 บาท

หนังสือ “อัศวินอสังหาฯ พารวยกับ อ.เชี่ยว ชอบช่วย” ....ใครลงทุนทา “อสังหาฯไม่บาน” แล้วขาดทุนหรือเจ๊ง... โคตรเก่งเลย!
สามารถอ่าน บทความแนะนำหนังสือ จาก เว็บไซต์ชี้ช่องรวยได้ที่นี่

“HOTAP + CONDO” แดงแรงฤทธิ์ @ บ้านฉาง”

บ้านไม่บานอัพเดต

"บ้าน+โฮมออฟฟิศ+มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน"
ของ "คนเมือง" แบบ "3 in 1"

“บ้าน+โฮมออฟฟิศ+มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” ของ “คนเมือง” แบบ “3 in 1”

          สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว "บ้านไม่บาน" สำหรับในสัปดาห์นี้ ผมภูมิใจนำเสนอ "บ้านไม่บาน" ของ "คนเมือง" เป็น "บ้านไม่บาน" เอนกประสงค์ แบบ "3 in 1" คือ เป็นทั้ง "ที่พักอาศัย", เป็น "สำนักงาน" ที่ใช้เป็นทั้ง "ออฟฟิศ" และ "ประกอบกิจการพาณิชย์" รวมถึง สามารถดัดแปลงเป็น "ห้องพักให้เช่า" ประเภท "มินิอพาร์ทเม้นท์" หรือ "เกสเฮ้าส์" สืบเนื่องจากมีแฟน "บ้านไม่บาน" ท่านหนึ่งก็มีฐานะจัดได้ว่าอยู่ในระดับเศรษฐี มีกิจการและทรัพย์สินอยู่มิใช่น้อย ทั้งยังมีที่ดินผืนงามแปลงหนึ่งอยู่ย่าน "ศรีนครินทร์" ซึ่งเดิมใช้เป็นบ้านพักอาศัย ที่มีพื้นที่กว้างขวางขนาด หลายไร่ เมื่อบรรดาลูก ๆ เริ่มเติบโตขึ้นก็อยากสร้างสินทรัพย์ให้กับลูก ๆ พอจบการศึกษาแล้วก็อาจจะใช้เป็นออฟฟิศเริ่มทดลองทำธุรกิจเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ค่อย ๆ เรียน ค่อย ๆ รู้ ค่อยๆ ฝึก ค่อย ๆ ฝน หาประสบการณ์จากการลงมือปฏิบัติจริง เนื่องจากบ้านที่อยู่อาศัยในปัจจุบันนั้น ถูกขนาบด้วยถนนสาธารณะสองด้าน จึงมาปรึกษากับผมและสรุปว่าจะทำเป็น "บ้าน" + "โฮมออฟฟิศ" + "มินิอพาร์ทเม้นท์"เอนกประสงค์ แบบ "3 in 1" ผมก็เห็นดีเห็นงามไปด้วยครับ . . .

อ่ า น ต่ อ . . .

การบรรยายเพื่อแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ 55 ปี
555 โครงการ "อสังหาฯไม่บาน""

การบรรยายเพื่อแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ 55 ปี 555 โครงการ “อสังหาฯไม่บาน”          สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ในเดือนกรกฎาคมนี้ผมก็จะมีอายุอานามเต็ม 55 ปีบริบูรณ์ กว่า 25 ปีที่สะสมประสบการณ์ที่เกี่ยวกับการลงทุนใน "อสังหาฯ ไม่บาน" น้อยใหญ่ต่าง ๆ มากว่า 555 โครงการ ก็นับได้ว่าผมทำบุญมาดีครับ เพราะคนรุ่นผมส่วนใหญ่ก็ได้เลิกรากันไปด้วยพิษภัยทางเศรษฐกิจ จากการผ่านร้อนผ่านหนาวมายาวนานถึงขนาดนี้และมีลูกศิษย์ลูกหามากมาย บรรดาลูกศิษย์จึงดำริกับผมว่าวันเกิดปีนี้อยากจัดงานเลี้ยงฉลองให้กับผม นับไปนับมาก็มีผู้สนใจลงชื่อเข้าร่วม 300-400 คน ก็คงเลี้ยงกันไม่ไหวหรอกครับ ดูจะเอิกกะเหริกกันเกินไป เดี๋ยวจะเหมือนงานเลี้ยงบรรดาหัวคะแนนนักการเมืองเพื่อเตรียมตัวลงเลือกตั้ง ก็ดูจะไม่เหมาะ ผมก็เลยขอให้จัดขึ้นเพื่อเป็นการบรรยายให้ความรู้ เป็นการแชร์ประสบการณ์ของผมและของบรรดาลูกศิษย์ที่ได้นำเอาความรู้ของผมไป ปรับประยุกต์ใช้ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อตัวเองและผู้อื่นครับ . . .

อ่ า น ต่ อ . . .
คลินิกคนรักบ้าน

"วิกฤติ" ที่ผ่านมาทั้ง 5
กับการเตรียมรับมือ "สงคราม" ทั้ง 6


        ผมมานั่งทบทวนย้อนหลังเกี่ยวกับการลงทุน "อสังหา ฯ" ของบ้านเราในรอบ 3 ทศวรรษที่ผ่านมา เป็น "การเหลียวหลังแลหน้า" เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมที่จะเรียนรู้ อยู่ร่วมกับอนาคตที่ดูจะอึมครึมเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ผมค้นพบว่าสังคมไทยในอดีตที่ผ่านมาได้เผชิญหน้ากับวิกฤติทางเศรษฐกิจ สังคม น้อยใหญ่มามากมาย และที่ลืมไม่ลงก็มี "5 วิกฤติ" ที่สำคัญดังนี้ครับ วิกฤติครั้งที่ 1 "สงครามอ่าว" ครั้งแรกระหว่างประธานาธิบดี "บุช" (ผู้พ่อ) กับ "ซัดดัม ฮุสเซน" ก็ส่งผลกระทบในวงกว้าง ซึ่งมีแนวโน้มว่าอาจลุกลามบานปลายเกิดสงครามโลกในครั้งนั้น วิกฤติครั้งที่ 2 คือ "ความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศ" ที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงทั้งในด้านอุดมการณ์ทางความคิด ระหว่างท่าน "จำลอง ศรีเมือง" กับ ท่าน "สุจินดา คราประยูร" วิกฤติครั้งที่ 3 ครั้งนี้หนักหนาสาหัสที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงจนถึงปัจจุบัน คือ "การโจมตีค่าเงินบาท" ของพ่อมดทางการเงิน "จอร์จ โซรอส" และวิกฤติครั้งที่ 4 คือ วิกฤติ "กีฬาสี" ระหว่าง "สีเหลือง" กับ "สีแดง" ที่ยังคงหยั่งรากลึกลงในใจเป็นผลจากการที่คนไทยไม่ "รู้รักษ์สามัคคี" ถึงขั้นขนาดปิด "กรุงเทพฯ" ประหัตประหารไล่ล่าฆ่าฟันกัน ส่วนวิกฤติครั้งที่ 5 ที่กำลังเผชิญหน้าอยู่ คือ "การเปิด "AEC" เสรีอาเซียน" และการรุกคืบเข้ามาเพื่อกลืนประเทศของ "กลุ่มทุนใหญ่" โดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก "จีน", "ญี่ปุ่น" และ "สหรัฐอเมริกา" ฯลฯ ซึ่งหากประคองกันไม่ดีเราก็อาจจะสูญเสียอิสรภาพทางการเงิน, การคลัง และผลที่ตามมาคือการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ส่วนใหญ่ก็จะตกอยู่ในกำมือของชาวต่างชาติครับ . . .

อ่ า น ต่ อ . . .

Homeloverthai Multimedia
Homeloverthai Multimedia
รายการคนไทยไม่ท้อ >>  

รายการ แผ่นดินพอเพียง   

Homeloverthai Multimedia
Homeloverthai Multimedia
Homeloverthai Multimedia
 

นิตยสารบ้าน+อพาร์ตเม้นท์ไม่บานกับ อ.เชี่ยว ฉบับสะสม
นิตยสารบ้าน+อพาร์ตเม้นท์ไม่บานกับอ.เชี่ยว ฉบับสะสม เหลือเพียง 6 เล่ม
(เล่ม 7,8,9,10,11,12)  ราคาชุดละ 300 บาท  รวมค่าจัดส่งแบบลงทะเบียน
รายละเอียดการโอนเงิน
ชื่อบัญชี ภัทรพล   เวทยสุภรณ์  ธนาคารกรุงเทพ ฯ  สาขาห้วยขวาง  ประเภทสะสมทรัพย์  บัญชีเลขที่  1764267272
แฟกซ์ pay  in
พร้อมระบุชื่อที่อยู่   หมายเลขโทรศัพท์ และ เล่มหนังสือที่สั่งซื้อ   มาที่หมายเลข  02-6441479 หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-2451399 และ 02-6441478 หรือ สำนักงานบ้านไม่บาน  เลขที่ 1  ซ.ประชาสงเคราะห์ 12   แขวงดินแดง  เขตดินแดง  กทม.  10400