สมัครงานกับทีมงานบ้านไม่บาน คลิกอ่านรายลัเอียดด้านใน

โปรดระวังบุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว   ชอบช่วย หรือ   ผศ.ดร.ภัทรพล   เวทยสุภรณ์  และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง  ฯลฯ  ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ  ทั้งสิ้น  หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์   02-2451399  หรือ  02-6441478  เท่านั้น
บุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว ชอบช่วย หรือ ผศ.ดร.ภัทรพล เวทยสุภรณ์ และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง ฯลฯ ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์ 02-2451399 หรือ 02-6441478 เท่านั้น

ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ "ตักศิลา คเณศ์ธร"

  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
ครบรอบ 120 ปี “ศิลป์ พีระศรี”
ครบรอบ 120 ปี "ศิลป์ พีระศรี"

“บันได 5 ขั้น” ที่นำไปสู่ความสำเร็จในการพัฒนาอสังหาฯ อย่างมั่นคงและยั่งยืน

"บันได  5  ขั้น" ที่นำไปสู่ความสำเร็จอย่างมั่นคงและยั่งยืนในการพัฒนา "อสังหาฯแบบบูรณาการ"  ที่ผมจะกล่าวต่อไปนี้เป็นเสมือนการ "ตกผลึก" ทาง  "ความคิด" (อันเป็นผลมาจากประสบการณ์ที่ได้ลงมือปฏิบัติจริง)  นำมาซึ่ง "จินต+วิสัยทัศน์" (Visionary) ที่เป็นบ่อเกิดของ "นวัตกรรม" (Innovation) อันจะนำไปสู่  "กระบวนทัศน์" (Missionary )  อันเป็น  "กรอบ"  (Configuration) ในการ "ลงมือปฏิบัติ"   ซึ่งผมได้ลองทดสอบแนวคิด  "บันได  5  ขั้น"  โดยการนำเอามาปรับประยุกต์ใช้แล้วได้ผลลัพธ์ออกมาดีเกินคาดครับ

            "บันได  5  ขั้น"  ที่ผมกำลังจะอธิบายต่อไปนี้  แท้จริงแล้วก็มี  "ราก"  ทางความคิดมาจาก การลงมือทำอย่าง  "เป็นระบบ" ไม่มีการ "เรียนลัด" หรือ "ข้ามขั้นตอน"  ทั้งยังไม่มี "การเติบโตแบบก้าวกระโดด"  อย่างไร้เสถียรภาพและขาดความยั่งยืน  ซึ่ง  "บันได  5  ขั้น"  นี้ประกอบไปด้วย   บันไดขั้นที่  1  คือ   "การสร้างเครือข่าย" ("Network") ที่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างโครงการพัฒนา  "อสังหาฯ แบบบูรณาการ"  กับชุมชนโดยรอบ   ตลอดไปจนถึงการสร้างกระบวนการรับรู้ของสาธารณะชนที่เกี่ยวข้องในวงกว้าง  เกี่ยวกับการพัฒนาโครงการอย่างโปร่งใส,ตรงไปตรงมา  ซึ่งบันไดขั้นแรกนี้มีความสำคัญไม่น้อยครับ   บันไดขั้นที่   2    คือ   "การนำโครงการเสนอลูกค้าให้ได้เห็นโอกาสและความเป็นไปได้"    จะว่าไปแล้วการลงทุนทำ  "Integrated  Real  Estate" หรือ "อสังหาฯ บูรณาการ" ในช่วงแรก ๆ   ก็คือการเริ่มจาก "จินตนาการ" ที่  "สร้างสรรค์"(Creation) ที่จะนำไปสู่  "นวัตกรรม"  (Innovation) แล้วสื่อสารทำให้คนเชื่อว่า   โครงการนี้มีคุณภาพและมาตรฐานที่ดีจริงจะสามารถเกิดขึ้นได้จริงครับ   บันไดขั้นที่  3   คือ  "เมื่อลูกค้าได้เห็นรายละเอียดโครงการ     ได้เห็นโอกาสแล้ว  ได้เห็นความเป็นไปได้แล้ว ได้เห็นความเหมาะสมในการไขว่คว้าโอกาสนั้นว่า  เกินเอื้อมหรือไม่"  เพราะถ้าเริ่มอย่างเป็นขั้นเป็นตอนจากความสัมพันธ์ที่ดี  มีความเป็นไปได้ของโครงการที่จะเกิดขึ้นได้จริงในอนาคต  ตลอดจนเป็นโอกาสที่จะไขว่คว้าได้เพราะอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม  เพราะผู้ซื้อมีศักยภาพพอในการที่จะซื้อ  โครงการนี้ก็ได้ประสบความสำเร็จไปกว่าครึ่งแล้วครับ   หลังจากนั้นก็คือการก้าวเข้าไปสู่   บันไดขั้นที่  4   คือ  "การลงมือปิดการขายในทันทีโดยไม่มีเหตุผลต้องรีรออีกต่อไป"  เมื่อคนขายอยากขาย  คนซื้ออยากซื้อ ทั้งยังมีอำนาจในการซื้อ   ก็ต้องทำการปิดการขายในทันทีทันใดครับ  ไม่จำเป็นต้องมาเสียเวลา  ยกแม่น้ำทั้งห้าเพื่อมาสาธยายคุณงามความดีหรือความคุ้มค่าในการลงทุนอีกต่อไป  พอถึงจุดนี้ห้ามลังเลหรือรีรอเป็นอันขาดครับ   บันไดขั้นสุดท้าย  คือ  ขั้นที่  5   ไม่ว่าการเดินก้าวข้ามบันไดแต่ละขั้นผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร แต่พอถึงขั้นที่  5   ซึ่งเป็นบันไดขั้นสุดท้ายก็ต้องเฉลิมฉลองความสำเร็จ อย่างที่ "เดล  คาร์เนกี"  ได้กล่าวไว้  คือ ต้องเฉลิมฉลองในทุกขั้นตอน  ไม่ว่าจะสำเร็จหรือล้มเหลว  เพราะขั้นที่  5  คือ  "การที่ได้ก้าวขึ้นบันไดทั้ง 5 ขั้นอย่างครบถ้วนสมบูรณ์แบบ"  ผมมักจะเรียกสภาวะเช่นนี้ว่า  "ความสมบูรณ์แบบของโลกาธรรมมาอสังหาฯ แบบบูรณาการ"  คือ  "โลก"  +  "ธรรม" ของ "การลงทุนอสังหาริมทรัพย์แบบบูรณาการ"  คือ  "สอดคล้องและผสมผสานกันอย่างกลมกล่อมและลงตัว"  

ดังนั้นหากขายได้สามารถปิดโครงการได้ก็ดีใจต้องเฉลิมฉลอง  แต่ถ้าหากขายไม่ได้ก็ไม่ต้องเสียใจ ฟูมฟาย   เพราะได้เรียนรู้ข้อผิดพลาดที่สามารถนำมาปรับประยุกต์ใช้แก้ไขข้อผิดพลาดต่าง ๆ  ซึ่งจะว่าไปแล้วก็ถือได้ว่าเป็นข้อดีครับ  เพราะในอนาคตจะได้ไม่ทำผิดพลาดในลักษณะนี้ซ้ำอีก  ในการลงทุนทำ "อสังหาริมทรัพย์แบบบูรณาการ"  นั้น  ไม่มีใครหรอกครับที่ไม่เคยผิดพลาด  ไม่เคยล้มเหลว  ยิ่งผิดพลาดมากเท่าไหร่  ยิ่งล้มเหลวมากเท่าไหร่  ก็จะยิ่งแกร่งขึ้น   ยิ่งแข็งแรงขึ้น  ยิ่งฉลาดขึ้น  ยิ่งรอบคอบขึ้น ยิ่งครบถ้วน  สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นเท่านั้น 

ในการก้าวขึ้น "บันไดทั้ง  5  ขั้น"  ของผมนั้น     ผมจะมี  "คติเตือนใจ" ผมเสมอครับว่า  "ไม่ยอมแพ้  ก็ไม่พ่ายแพ้" + "ไม่ล้มเลิกก็ไม่ล้มเหลว" ครับ   หากไม่เชื่อผมก็ลองไปศึกษาอัตชีวประวัติของบรรดาอภิมหาเศรษฐีน้อยใหญ่ในธุรกิจการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์  ก็จะเห็นได้ทันทีว่าท่านเหล่านี้ก็ล้วนแต่เคยล้มลุกคลุกคลาน  เคยยืนหยัดต่อสู้กับปัญหา  ฝ่าฟันอุปสรรคด้วย "สติ" + "ปัญญา" กันมาแบบเลือดตาแทบกระเด็นกันทั้งนั้นไม่มีความสำเร็จที่แท้จริงและยั่งยืนใด ๆ ที่ได้มาอย่างง่ายดายหรอกครับ

            "บันไดทั้ง  5  ขั้น"  ที่นำไปสู่ความสำเร็จในการพัฒนา "อสังหาฯ บูรณาการ" อย่างมั่นคงและยั่งยืนถ้าอ่านแบบผิวเผินก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีสาระอะไรมากมายนัก    แต่อยากให้ท่านลองตั้ง "สติ" แล้วใช้ "ปัญญา"  มาทบทวนกันใหม่อีกครั้งอย่างช้า ๆ  ชัด ๆ ก็จะเห็นว่าสาระที่ซ่อนอยู่นั้น     น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งและน่าลองนำมาปรับประยุกต์ใช้ในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ของท่าน  ก็น่าจะเป็นประโยชน์ครับ  ผมลองดูแล้วครับก็ได้ผลลัพธ์เหนือความคาดหมายและเป็นที่น่าพอใจเป็นอย่างยิ่งครับ

“ฮ็อตแท็ป(HOTAP)ไม่บาน” สไตล์ “อัลตร้าโมเดิร์น”ที่ “สระแก้ว”

สวัสดีครับแฟนๆ ชาว  "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" สำหรับสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้ ก็เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ "ฮ็อตแท็ป (HOTAP) ไม่บาน"  (" HOTAP" คือ  HOTEL + APARTMENT)  สไตล์   "อัลตร้าโมเดิร์น"  ("ULTRA  MODERN") ที่ทั้ง "ล้ำนำสมัย"  ทั้งสวยเท่ห์  เก๋ไม่เป็นสองรองใคร  จะว่าไปแล้ว การที่จะก้าว "ล้ำทันสมัย" ไปไกลกว่าใคร ๆ ก็ไม่ผิดนะครับ   สาเหตุก็สืบเนื่องมาจากเมื่อปีที่แล้วมีแฟนรายการ "Nation  T.V." ท่านหนึ่งได้มาหาผมและบอกว่ามีความฝันที่อยากลงทุนทำ  "อพาร์ทเม้นท์กึ่งโรงแรมไม่บาน"  ที่ผมเรียกเป็นศัพท์เฉพาะของผมว่า "ฮ็อตแท็ป (HOTAP) ไม่บาน"  คือ  เป็นอาคารประเภท "ไฮบริดจ์"  คือ  สามารถเปิดให้บริการเป็น  "โรงแรม"  ก็ได้  หรือ จะปรับเป็น  "อพาร์ทเม้นท์"  ก็ดี    ซึ่งในกระบวนการออกแบบก็ถือว่าเป็นงานที่ยากพอสมควรครับ   เพราะต้องเป็นอาคารประเภทที่สามารถ "ปรับเปลี่ยนการใช้งาน" ได้ (Flexible)    คือเป็นได้ทั้ง "อพาร์ทเม้นท์"รายเดือนก็ได้    เป็น  "เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์" รายสัปดาห์ก็ดี    และเป็น  "บูทิคโฮเทล" รายวัน    ก็สุดแสนที่จะลงตัวครับ   

ดังนั้นในกระบวนการออกแบบอาคารในลักษณะนี้ทั้งทางสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมจะต้องสามารถตอบสนองรองรับกิจกรรมที่หลากหลายประเภทความต้องการขึ้นอยู่กับสภาวะเศรษฐกิจและสังคม ฯลฯ  การออกแบบอาคารให้สามารถ  "ปรับเปลี่ยนการใช้งาน" ได้ในลักษณะนี้สำหรับผมแล้วมีความจำเป็นเป็นอย่างยิ่งครับ   เพราะในปัจจุบันบรรดาธุรกิจธุรกรรมการค้าขายตลอดไปจนการให้บริการต่าง ๆ  ก็ล้วนแล้วถูกเรียงร้อยเข้าไปในระบบ  "E-Marketing"  หรือ  "Digital Marketing" ภายใต้โครงข่าย  "Internet"  ที่ครอบคลุมไปทุกหย่อมหญ้าทั่วโลก    หมายความว่า  ทุกอย่างเกิดขึ้นทั้งในปัจจุบันและอนาคต  ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลข่าวสารตลอดไปจนถึงสินค้าและการบริการก็จะถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน  เป็นผลให้อายุของธุรกิจธุรกรรมต่าง ๆ  จะสามารถยืนยงคงอยู่ได้เพียง  3-5   ปีเท่านั้น   แล้วก็จะล้าสมัยไปอย่างรวดเร็ว  ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องก้าว  "ล้ำนำสมัย" ในสไตล์  "อัลตร้าโมเดิร์น"   และยังต้องปรับเปลี่ยนตัวเองอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้เข้ากับสภาพสังคม  เศรษฐกิจและการเมืองที่เปลี่ยนแปลงไปนั้นให้ทันให้ได้  มิฉะนั้นแล้วก็จะถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง  สุดท้ายแล้วธุรกิจนั้น ๆ ก็จะล่มสลายลงไปในที่สุด    สำหรับผมแล้วการออกแบบอาคารให้สามารถ  การปรับเปลี่ยนได้     จึงเป็นหนึ่งใน "กลยุทธ์" ที่สำคัญที่สุดที่ห้ามมองข้ามโดยเด็ดขาดครับ 

ซึ่งในปัจจุบัน  "ฮ็อตแท็ป (HOTAP)ไม่บาน" ในสไตล์  "อัลตร้าโมเดิร์น" ที่ก้าว "ล้ำนำสมัย" หลังนี้  ตั้งอยู่ที่   "สระแก้ว"   ซึ่งในอดีตดูผิวเผินก็เป็นจังหวัดเล็ก ๆ ที่ไม่น่าสนใจอะไร  แต่แท้จริงแล้วพอลงลึกในรายละเอียดก็เลยพบว่าเป็นหนังคนละม้วนเลยครับ   เพราะเป็นจังหวัดที่มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจ  และสังคม ในอัตราที่สูงมาก  ทั้งยังได้รับอานิสงตรง  ๆ  เต็ม ๆ กับการค้าชายแดน "ไทย - กัมพูชา"   และย่าน "เศรษฐกิจพิเศษ"   ซึ่งในอนาคตอันใกล้เมื่อมีการเปิด " AEC  เสรีอาเซียน" เต็มรูป   ก็จะเห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง  ผมเชื่อว่าจะมีเม็ดเงินจำนวนมหาศาลจากการค้าและการลงทุน แพร่สะพัดใน "สระแก้ว"  และในจังหวัดอื่น  ๆ  ที่อยู่ใกล้เคียง  ดังนั้นในสถานการณ์เช่นนี้หากใครตัดสินใจลงทุนก่อนก็จะได้เปรียบครับ

ซึ่งแนวทางการออกแบบของผมนอกจากจะต้องสวยเท่ห์    ในสไตล์ "อัลตร้าโมเดิร์น"   แบบ  "สวยที่สุดในซอย" แล้ว   แต่แค่นี้คงไม่พอครับ   "ต้องสวยสุดในจังหวัด"  เลยทีเดียว    เปรียบเสมือนการส่ง  "สาวงาม"  เข้าประกวดชิงตำแหน่ง "นางงาม" ประจำจังหวัดนั่นแหละครับ   นอกจากนั้นถึงจะออกแบบในสไตล์ "อัลตร้าโมเดิร์น" ถึงแม้จะมีความ "ล้ำนำสมัย" สักเท่าไหร่ก็ต้องไม่ลืมแนวคิดพื้นฐานของ "อาจารย์ ดร.เชี่ยว  ชอบช่วย"  ที่เป็นที่นิยมชมชอบกันไปทั่วประเทศ  คือ  ต้อง  "อกาลิโก+ไฮโซ+โลว์คอส" สถานเดียวเท่านั้น  คือ  ต้อง "สวยประหยัด" ,  "สวยดูดี",   "สวยมีชาติตระกูล"   และ "สวยมีสไตล์"   นอกจากนั้นยังต้อง   "สวยทน" ,  "สวยทาน" ,  "สวยนาน"  ให้เป็นที่กล่าวขานถึงความสวยงามของอาคารหลังนี้ไปนานอีกหลายปีครับ  

ซึ่งสไตล์  "อัลตร้าโมเดิร์น"  ของ  "ฮ็อตแท็ป (HOTAP) ไม่บาน" ที่ผมได้ออกแบบไว้นั้น   ก็มีความ "ล้ำนำสมัย" แปลกใหม่แบบไม่เหมือนใครครับ   ในส่วนของการออกแบบได้มีการเล่นกับรูปด้านของอาคารเป็นเชิงเป็นชั้นก็ยิ่งทำให้ยิ่งดูก็ยิ่งสวยเด่นเป็นสง่าขึ้นครับ  จะเห็นได้จากการลงรายละเอียดขององค์ประกอบต่าง ๆ  ทางสถาปัตยกรรมทั้งบริเวณด้านหน้า  ด้านข้าง  ตลอดจนเน้นทางเข้าให้หรูดูทันสมัย ไม่น้อยหน้าใคร  ไม่อายใคร    ถึงแม้ว่าอาคารหลังนี้จะยังสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ก็ตาม  (แต่ก็เกือบเสร็จเต็มที)   ผมเลยลองเอารูปมาให้ท่านผู้อ่านลองเปรียบระหว่างภาพ  "Perspective"  ของอาคารที่ผมได้ออกแบบเอาไว้กับการก่อสร้างจริง    สารภาพตามตรงครับว่าลึก ๆ ก็อดชื่นใจไม่ได้ที่ได้เห็นผลงานที่ได้ออกแบบมาจาก  "จินตนาการ" การ  "สร้างสรรค์"  ได้ก่อร่างสร้างขึ้นมาจนใกล้เสร็จสมบูรณ์ครับ  และขอแสดงความยินดีมา ณ.โอกาสนี้กับชาวเมือง "สระแก้ว" ที่ในอนาคตอันใกล้ก็จะมีอาคารดี ๆ สวย ๆ  งาม ๆ  เป็นศักดิ์เป็นศรีแก่เมืองเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งหลังครับ  

สำหรับสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้ก็มีเพียงแค่นี้สำหรับท่านใดที่สนใจอาคาร "ฮ็อตแท็ป(HOTAP)ไม่บาน"  ในสไตล์ "อัลตร้าโมเดิร์น" ที่ "สระแก้ว" อันเป็นการผสมผสานที่กลมกล่อมและลงตัวเป็นอย่างยิ่งของ  "บูทิคโฮเทล" กับ  "อพาร์ทเม้นท์" และ  "เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์" ก็สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  081-4218323  ยินดีตอบทุกปัญหาข้อข้องใจโดยไม่มีการปิดบังอะไรครับ   แล้วพบกันใหม่อีกสองสัปดาห์หน้าครับ  ส่วนท่านที่ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมย้อนหลังสามารถติดตามได้ที่ www.homeloverthai.com  และ  www.chivagroup.com   ครับ

บรรยายพิเศษของ “อ.ดร.เชี่ยว ชอบช่วย” สำหรับแฟน ๆ ชาว “คนรักบ้าน”

สวัสดีครับแฟน ชาว "คนรักบ้าน"  สำหรับการบรรยายพิเศษของ "อ.ดร.เชี่ยว  ชอบช่วย" เพื่อให้ความรู้เป็น "วิทยาทาน"  เกี่ยวกับการลงทุน "อสังหาฯบูรณาการ" ในวาระคล้ายเดือนเกิดนั้น    ได้ถูกจัดขึ้นติดต่อกันทุกปี    กลายเป็นงานประจำปีไปแล้วครับครับ  สืบเนื่องจากพอเข้าใกล้เดือน "กรกฎาคม"  ซึ่งเป็นเดือนเกิดของผม    ก็มีบรรดาลูกศิษย์ลูกหา  ญาติสนิทมิตรสหายจะมาร่วมฟังการบรรยายเพื่อเฉลิมฉลองในเดือนเกิดของผมเป็นประจำทุกปี  สำหรับในปีนี้ก็มีลูกศิษย์จำนวนนับร้อยที่มาร้องขอให้ผมจัดการบรรยายให้ความรู้กันอย่างเข้มข้นจุใจกันอีก  ใจผมนึกถึงคำพูดของ "สตีฟ  จอบส์" ครับที่ว่า  "Stay Hungry" + "Stay Foolish"  ถ้าแปลเป็นไทยแบบตรงตัว  ก็จะสามารถแปลได้ว่า  "จงทำตัวให้หิวกระหาย"+ "จงทำตัวให้โง่เขลา"  (ในการหาความรู้เพิ่มเติม)  เพราะถ้าเมื่อไหร่ท่านไม่อยากรู้อีกต่อไป    คือไม่หิวกระหายในการหาความรู้    และถ้าเมื่อไหร่ท่านคิดว่าตัวท่านเองรู้มากพอแล้ว  และท่านไม่ใช่คนที่ไม่โง่เขลาอีกต่อไปแล้ว  หมายถึง  ท่านคิดว่าท่านรู้ดีแล้ว  "ครูบาอาจารย์" ของผมบอกว่าท่านได้ก้าวไปสู่ขั้น  "อวดดี+อวดรู้" แล้ว    เพราะคิดว่าตัวเองรู้ทะลุปรุโปร่งแล้ว    นั่นแหละครับคือ "จุดเสื่อม" ของทุกสิ่งอย่าง   ดังนั้นจงกระหายใฝ่รู้  ผมจึงไม่แปลกใจเลยครับที่ "ซักเคอร์ เบิร์ก " ผู้ก่อตั้ง "เฟสบุ๊ค" จนร่ำรวยเป็นอภิมหาเศรษฐีระดับโลก มีเงินนับหมื่นล้านก็ยังคงให้ความสำคัญกับคำว่า  "Curiosity"  ซึ่งหมายถึง   "การกระหายที่จะเรียนรู้"  สำหรับผมแล้วในเดือน "กรกฎาคม" ที่จะถึงนี้  ผมก็จะมีอายุครบ  56  ปีบริบูรณ์   เรียกได้ว่าได้เดินทางผ่านร้อนผ่านหนาวมาค่อนชีวิตแล้วครับ   เพื่อนผมที่เป็นคนชาว "อังกฤษ" ส่วนใหญ่ก็จะเกษียณอายุกันที่อายุ  55  ปี  หากพิจารณาตามมาตรฐานคน "อังกฤษ" ก็ถือว่าผมได้ทำงานเลยวันเกษียณอายุมาหนึ่งปีเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ

จะว่าไปแล้วผมก็ได้มีส่วนร่วมในธุรกิจธุรกรรมของการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์มายาวนานกว่า  30  ปี   (นับรวม ๆ ไปแล้วมีโครงการน้อยใหญ่ที่ผมเข้าไปมีส่วนร่วมกว่า  500  โครงการ)   ก็เป็นช่วงชีวิตที่เต็มไปด้วยรสชาติที่หลากหลายเป็นอย่างยิ่งทั้งผิดหวัง,สมหวัง  อันเกิดจากการได้เรียนรู้และจากการได้ลงมือปฏิบัติจริงก่อเกิดเป็นประสบการณ์จริงที่ทรงคุณค่ายิ่งครับ    ซึ่งในความเห็นของผมนั้นทุก ๆ วันเต็มไปด้วยการเรียนรู้ใหม่ ๆ  ที่น่าตื่นเต้นและจำเป็นต้องเรียนรู้ด้วยครับ  เพราะการสนใจใฝ่รู้ทำให้ผมกระฉับกระเฉง มีชีวิตชีวา  ผมเชื่อเสมอว่า "กระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และแบ่งปันกัน"  เป็นเรื่องสำคัญที่สุดในการดำรงชีวิตที่ห้ามมองข้ามเป็นอันขาด      ซึ่งผมก็ขอสารภาพตามตรงครับว่า  ทุกครั้งที่ผมจัดการบรรยายผมก็ได้รับความรู้อะไรแปลก ๆ ใหม่ ๆ  เพิ่มมากขึ้นเสมอ     จากการที่ได้มีโอกาสพูดคุยกับบรรดาลูกศิษย์ลูกหาตลอดจนผู้เข้าร่วมฟังการบรรยาย   จึงเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่มหัศจรรย์มากครับ  ในขณะที่ผมให้ความรู้แก่บรรดาลูกศิษย์ในฐานะอาจารย์   ลูกศิษย์ก็ให้ความรู้กลับมาที่ผม  ในสภาวะนั้นลูกศิษย์ก็เป็นเสมือนอาจารย์ของผมสลับบทบาทกันไปกันมา    เป็นกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่งดงามเหลือเกินครับ  ดังนั้นในทุกปีจึงได้มีการจัดบรรยายขึ้นปีละครั้ง  บรรดาลูกศิษย์ลูกหาที่แยกย้ายกันไปประกอบสัมมาอาชีวะในที่ต่าง ๆ ก็ได้มีโอกาสกลับมาพบปะทักทายกันได้มีโอกาสเรียนรู้แบ่งปันประสบการณ์ให้กันและกัน

ในการบรรยายของผมทุกปีนั้น  จะบอกว่าเป็นการบรรยายฟรีก็คงไม่ผิดนะครับ  (เพราะผมไม่เคยคิดค่าตัวครับ)   หากมีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นก็จะเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง   เช่น  ค่าอาคารสถานที่,  ค่าน้ำร้อนน้ำชาและอาหารว่าง ฯลฯ  หากมีเงินเหลือเท่าไหร่ก็นำบริจาคทำบุญหมด (เมื่อปีที่แล้วผมก็ได้บริจาคให้ "มูลนิธิคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์")  ซึ่งเป็นนโยบายที่ผมได้ให้ไว้กับลูกศิษย์ที่จัดงาน   สำหรับในปีนี้ผมได้จัดการบรรยายในหัวข้อ  "8 อาวุธลับ  สูตรทำกำไรอสังหาฯ ที่ใครลงทุนทำแล้วเจ๊งท่าน (โคตร) เก่งมากเลย  กับ  อ.ดร.เชี่ยว  ชอบช่วย"  ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่   16  กรกฎาคม  ที่จะถึงนี้  ตั้งแต่เวลา  10.00 น. ตอนเช้าไปเสร็จสิ้นเอา  17.00 น.  ตอนเย็นครับ   ณ.โรงแรมเดอะพาลาซโซ  รัชดา  (MRT ห้วยขวาง)  ท่านใดที่สนใจเข้าร่วมฟังการบรรยาย ก็สามารถติดต่อได้โดยด่วนที่เบอร์   085-1145170  Line:@mybestseminar   เพราะรับจำนวนจำกัด  คงต้องรีบหน่อยครับ   ก็อยากเชิญชวนให้มาฟังผมบรรยายถ่ายทอดประสบการณ์กว่า  30  ปี  สำหรับการลงทุนใน  "อสังหาฯ ไม่บานแบบบูรณาการ"  อย่างไรที่ไม่มีวันขาดทุน  ฟังดูเหลือเชื่อนะครับ  ท่านที่สนใจใฝ่รู้และอยากรู้ก็ต้องลองมาฟังกันดูครับ

ย้ำอีกครั้งนะครับว่าการบรรยายของผมในครั้งนี้ มีที่นั่งจำกัดและมักจะเต็มจนล้นทุกครั้ง  คงต้องรีบหน่อยนะครับสำหรับท่านที่สนใจใฝ่รู้ทุกท่าน    แล้วผมจะรอพบกับทุกท่านครับ 

ยันต์โป๊ยก่วย” ป้องกันความล้มเหลวในการลงทุน “อสังหาริมทรัพย์”

            "ยันต์โป๊ยก่วย"  หรือ  "ยันต์  8  ทิศ"  ซึ่งในอดีต "พระเจ้าฟูชิ" กษัตริย์ของจีนโบราณจีนโบราณทรงคิดค้นขึ้นโดยนำเอารูปแบบของ  "หยิน"  และ  "หยาง" มาผสมผสานกัน  เป็นการรังสรรค์สัญลักษณ์แห่งการคุ้มครองป้องภัยและสกัดสิ่งชั่วร้ายต่าง ๆ   รวมทั้งยังเป็นการป้องกันอำนาจจากวิญญาณร้ายที่จะเข้ามาสู่อาคารบ้านเรือน  คงจะไม่ผิดนะครับที่จะ "ยันต์ 8  ทิศ" หรือ  "ยันต์โป๊ยก่วย"  จึงเป็นเสมือนเครื่องรางปกป้องคุ้มครองภัยอันตราย  รวมไปถึงบรรดาสิ่งที่เป็นอัปมงคลต่าง ๆ  และยังถือว่าเป็นเครื่องสะท้อนสิ่งที่ชั่วร้ายไม่ให้เข้ามาแผ้วพาน    นอกจากนั้นเป็นการเสริมสิริมงคลให้กับอาคารบ้านเรือนได้อีกด้วยครับ   แต่สำหรับสาระ  "ยันต์  8  ทิศ"  หรือ "ยันต์โป๊ยก่วย"  ของผม    ที่ผมมักจะนำมาใช้ในการเริ่มต้นจะทำกิจการงานใดที่เกี่ยวกับการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ซึ่งผมเชื่อว่าจะเป็นการป้องกันความล้มเหลวในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์น้อยใหญ่ต่าง ๆ  ได้เป็นอย่างดีครับ  ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า  30  ปี  ผมได้พัฒนาแนวคิด  "ยันต์โป๊ยก่วย"  หรือ  "ยันต์ 8  ทิศ" ของผมจนสามารถนำมาปรับประยุกต์ใช้ได้ผลมานักต่อนักแล้วครับ

            "ยันต์โป๊ยก่วย"  หรือ  "ยันต์  8  ทิศ" ของผมนั้นแบ่งเป็นข้อคิดทิศทั้ง  8  ดังนี้    "ทิศที่ 1"   คือ   ต้อง "แตกต่าง"  ซึ่ง "อสังหาฯ"  ที่ผมคิดจะลงทุนทำนั้นจะต้อง  "แตกต่าง"  ซึ่ง "แตกต่าง" ในที่นี้ผมเรียกว่าเป็น "นวัตกรรม" หรือ "Innovation"  ก่อให้เกิดการสร้างสรรค์อสังหาฯ  รูปแบบใหม่ ๆ ที่ไม่เหมือนใคร   "ทิศที่  2"   ต้อง "ดีกว่า"   ซึ่งผมหมายถึง  "อสังหาฯ"  ที่ผมจะลงทุนทำนั้นจะต้อง "ดีกว่า"  คู่แข่งทั่วไป ในระดับเดียวกัน  คือ จะต้อง "Better"  Or  "Best"  และหาก "ไม่ดีกว่า"  หรือ  หาข้อที่  "ดีกว่า" ไม่ได้ก็จะไม่ลงมือทำ   "ทิศที่ 3"  ต้อง "คุ้มค่ากว่า" (Economy to Scale)  ซึ่งหมายถึงจะต้อง  "ประหยัดกว่า"  หากเปรียบเทียบกับ "อสังหาฯ" ในระดับเดียวกัน  ทำให้ผู้ซื้อรู้สึกว่าโครงการ "อสังหาฯ  ไม่บาน"  ที่ลงมือทำนั้น  "คุ้มเกินคุ้ม" ไม่ลังเลที่จะซื้อ   หากไม่ตัดสินใจซื้อจะรู้สึกว่าเสียโอกาสไปครับ   "ทิศที่  4"   จะต้องเป็นโครงการที่สามารถจดจำใน  "Brand" หรือ  "ยี่ห้อ" ให้ได้ ในทางการตลาดของ "อสังหาฯ"   การสร้างความเชื่อมั่นให้กับโครงการก็เป็นการสร้าง"Branding"  ที่สำคัญครับ   "ทิศที่  5"   ต้องสร้าง "เครือข่าย" และ "โครงข่าย"  (Network)  ในปัจจุบันการทำธุรกิจธุรกรรมเกี่ยวกับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์มีความจำเป็นอย่างที่สุด   โดยเฉพาะการสร้าง "เครือข่าย" และ "โครงข่าย" ทั้งในรูปแบบ "Offline" และ  "Online"  ซึ่งผมหมายถึงบรรดา  "E-marketing"  เป็นการสร้างฐานลูกค้าซึ่งไม่ทำไม่ได้แล้ว   "ทิศที่  6"  ต้องสามารถปรับเปลี่ยนได้  ("Adjustable")   เนื่องจากในปัจจุบันสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ  สังคมและการเมืองทั้งในประเทศและต่างประเทศมีความอ่อนไหว  ดังนั้นโครงการ "อสังหาฯ"  จะต้องพลิ้วไหวปรับตัวเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์   ต้องทำการประเมินความเสี่ยงอยู่ตลอดเวลา ("Worst-case scenario analysis" และ " Crisis  Management")  หากโครงการ "อสังหาฯ"  โครงการไหนที่พลิ้วไหวได้มากกว่า   สามารถปรับเปลี่ยนได้รวดเร็วกว่า   ก็จะมีโอกาสอยู่รอดปลอดภัยได้ดีกว่า   "ทิศที่  7"  ต้อง "เข้าใจ  เข้าถึง  แล้วจึงพัฒนา"  หรือ  "Deep Understanding"  ซึ่งผมหมายถึงต้องเข้าใจถึง "แก่น"  อย่างแท้จริง    ไม่หลอกตัวเอง  ไม่หลงตัวเอง  เพราะในการลงทุน "อสังหาฯ ไม่บาน" แต่ละโครงการใช้เวลายาวนาน  ตั้งแต่เริ่มต้นจนจบโครงการ  ดังนั้นหากขาดความเข้าใจใน "แก่น" อย่างลึกซึ้งก็จะทำให้มีโอกาสพลาดพลั้งไปได้ง่าย  "ทิศที่ 8"   ซึ่งเป็นทิศสุดท้ายและมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง คือ ต้อง "งามง่าย,เรียบง่ายและ พอเพียง"  ( "Simplicity" + "Sufficiency"  )  ซึ่งข้อนี้แหละครับเป็นเสมือน  "จุดตาย" ในการลงทุนทำ  "อสังหาฯ"  แต่ละโครงการของผม  และจะต้องประเมินตัวเองให้รับรู้ถึงความ  "พอเพียง" ในทุก "มิติ" ทั้งในแง่ทรัพยากรที่มีความ "พอเพียง" ในด้าน "ความสามารถ" ขององค์กร  ความ "พอเพียง" ในด้าน "ความรู้" ,  "ความเข้าใจ" ว่ามี  "เพียงพอ" หรือยังและต้องอยู่ในกระบวนการทำงานที่  "เรียบง่าย" และ "งามง่าย" ครับ

            "ยันต์  8 ทิศ" หรือ "ยันต์โป๊ยก่วย"   ของผมก็มีหลัก ๆ  ดังที่กล่าวมาแล้วกว่าผมจะค้นพบก็ใช้เวลายาวนานกว่า  30  ปี  ได้ "ลองผิดลองถูก" ("Trial and Error") มานับครั้งไม่ถ้วน  จน "ตกผลึก"   ท่านผู้อ่านก็น่าจะลองนำไปปรับประยุกต์ใช้กันดู  ก็น่าจะเป็นประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย   สำหรับรายละเอียดต่าง ๆ  ในเบื้องลึกก็ไปติดตามฟังกันได้ในการบรรยายพิเศษของผมในหัวข้อ  "อัศวินอสังหาฯ พารวย"  ซึ่งเป็นการบรรยายฟรี เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองที่ผมจะมีอายุ  56  ปีบริบูรณ์ในเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ครับ  รับจำนวนจำกัดครับ  ก็สามารถโทรติดต่อสำรองจองที่นั่งได้ที่  081-4218323  ครับ

“บ้านไม่บาน” ที่เรียนรู้อยู่ร่วมกับ “น้ำท่วม”

สวัสดีครับแฟน ชาว "คนรักบ้าน"  หลายพื้นที่ก็ตกอยู่ในสภาวะ "บ้านน้ำท่วม"  เพราะเข้าสู่ช่วงต้นของฤดูฝนอย่างเต็มรูปแบบก็คงต้องลุ้นระทึกกันอีกหลายเดือนครับว่าปีนี้ชาว  "คนรักบ้าน"  จะต้องเผชิญหน้ากับสภาวะ "น้ำท่วม" ที่หนักหนาสาหัสกันแค่ไหน  ที่จะไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเลยก็คงเป็นไปไม่ได้      มีแต่ว่าจะท่วมมากท่วมน้อย   ท่วมหนักท่วมเบา   ก็ขึ้นอยู่กับความเมตตาของเทวดาบนฟ้าว่าท่านจะโปรยฝนลงมาหนักหนาสาหัสเพียงใด  นอกจากนั้นก็ยังจะต้องไปลุ้นระทึกกันอีกในช่วงปลายฝนต้นหนาว ที่ต้องเจอกับสภาพน้ำไหลหลากจากทางภาคเหนือครับ

ก็คงต้องยอมรับนะครับว่าประเทศของเราเมื่อในอดีตประมาณ  30  ปีที่แล้วเราเคยมีป่าไม้ที่เป็นพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล   มีเนื้อที่ถึง  273,629.00  ตารางกิโลเมตร  คิดเป็นพื้นที่ถึง  53.33  เปอร์เซ็นต์  แต่ในปัจจุบันคนไทยได้ใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างไร้สติ ตัดไม้ทำลายป่ากันแบบสิ้นซากแบบ  "ขุดรากถอนโคน" ไม่ต้องเหลือไว้ให้รุ่นลูก รุ่นหลานได้ใช้กันเลยทีเดียว  ผลคือ  ป่าไม้ที่ทำหน้าที่เหมือนฟองน้ำขนาดยักษ์ตามธรรมชาติ  ที่สามารถดูดซับน้ำและชะลอการไหลของน้ำ  รวมทั้งเก็บกักน้ำไว้ใช้เมื่อฤดูแล้งเข้ามาเยือน  เมื่อขาดป่าไม้ก็เป็นผลให้เกิดสภาพน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าก็ได้ชะล้างหน้าดินที่อุดมสมบูรณ์ ให้ไหลไปตามกระแสน้ำ  นอกจากนั้นยังทำให้แม่น้ำ,ลำคลอง,หนอง,บึงตกอยู่ในสภาพที่ตื้นเขิน  ก็เกิดเป็นปัญหาส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมกันเป็นลูกโซ่ครับ  ในปัจจุบันประเทศไทย  มีป่าไม้เหลืออยู่เพียง  102,240981.88  ไร่   ที่เป็นพื้นที่ไม่ถึง 31.60  เปอร์เซ็นต์  ซึ่งในปัจจุบันในปัจจุบันการตัดไม้ทำลายป่ารวมทั้งเผาป่าก็ยังมีอยู่ให้เห็นกันทั่วไป  ก็เกิดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากอย่างที่เราเห็นเราเป็นนี่แหละครับ

คงจะจำกันได้นะครับเมื่อ  6   ปี ที่ผ่านมา ในปีพ.ศ. 2554   ที่เกิดน้ำท่วมใหญ่  อุทกภัยดังกล่าวทำให้พื้นดินกว่า 150 ล้านไร่     ซึ่งเป็นทั้งพื้นที่เกษตรกรรมและอุตสาหกรรมใน 65 จังหวัด    684 อำเภอ  ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 4,086,138 ครัวเรือนกว่า 13,595,192 คน  บ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง 2,329 หลัง บ้านเรือนเสียหายบางส่วน 96,833 หลัง พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย 11.20 ล้านไร่ ถนน 13,961 สาย ท่อระบายน้ำ 777 แห่ง ฝาย 982 แห่ง ทำนบ 142 แห่ง สะพาน/คอสะพาน 724 แห่ง บ่อปลา/บ่อกุ้ง/หอย 231,919 ไร่ ปศุสัตว์ 13.41 ล้านตัว  ทังยังมีจำนวนผู้เสียชีวิตสูงถึง  813 ราย (44 จังหวัด) สูญหาย 3 คน  นับได้ว่าเป็นความสูญเสียที่หนักหนาสาหัสเป็นอย่างยิ่งครับ   

ในช่วงนั้นผมก็ได้มีโอกาสเดินสายบรรยายเรื่องรูปแบบ "บ้านไม่บาน" ที่เรียนรู้อยู่ร่วมกับ "น้ำท่วม" กับ  "ดร.สมิทธ  ธรรมสโรช"   ซึ่งท่านเชี่ยวชาญเกี่ยวกับภัยพิบัติธรรมชาติในรูปแบบต่าง ๆ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผ่นดินไหวและอุทกภัย     ผมก็ได้ถามท่านว่าโอกาส "น้ำท่วม" หนักหนาสาหัสขนาดนี้ในอนาคตจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้หรือไม่และจะมีความรุนแรงมากหรือน้อยเพียงใด  ซึ่งท่านก็ตอบผมว่า  หากคนไทยยังไม่มีทัศนคติที่ถูกต้องเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติโดยเฉพาะอย่างยิ่งทรัพยากรป่าไม้และทรัพยากรน้ำอย่างเป็นระบบ  รับรองล้านเปอร์เซ็นต์ก็จะเกิดอุทกภัยน้ำท่วมใหญ่ขึ้นอีกอย่างแน่นอนและมีแนวโน้มว่าในครั้งหน้าจะรุนแรงและหนักหนาสาหัสมากยิ่งขึ้น  รวมทั้งพื้นที่บริเวณที่ราบลุ่มภาคกลาง  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  กรุงเทพฯ  และปริมณฑล   ซึ่งมีลักษณะเป็น  "Delta"    อันเกิดขึ้นจากการทับถมของตะกอน บริเวณที่ราบลุ่มปากแม่น้ำ   ซึ่งในอดีตชายฝั่งทะเลได้รุกล้ำเข้าไปในแผ่นดินใหญ่ถึง "สระบุรี",  "ลพบุรี",  "โคราช"   เลยทีเดียวครับ    ถ้าหากเราพิจารณาดู "หินกาบ" ที่อยู่บริเวณ "ปากช่อง" ก็จะเห็นชั้นของการทับถมของหินอย่างชัดเจน  เผลอ ๆ เห็นเป็นสาหร่ายใต้ทะเล  จากการทับถมของดินตะกอนบริเวณปากแม่น้ำซึ่งทาง "ธรณีวิทยา" ถือว่าเกิดขึ้นมาใหม่นี่แหละครับทำให้ในปัจจุบันดินบริเวณ "กรุงเทพฯ" และปริมณฑลในบางพื้นที่เกิดการทรุดตัว   รวมถึงการขุดเจาะนำใช้น้ำบาดาลขึ้นมาใช้ทำให้เร่งอัตราการทรุดตัวของระดับพื้นดินเร็วขึ้น  ลองนึกภาพน้ำหลากจากทางเหนือและน้ำหนุนจากทะเลประกอบกับการทรุดตัวของระดับพื้นดิน   ผมก็ไม่แปลกใจหรอกครับว่าน้ำท่วมใหญ่ในครั้งหน้าก็จะหนักหนาสาหัสกว่าในอดีตขึ้นเรื่อย ๆ 

ที่ผมร่ายมาเสียยืดยาวก็เพราะในใจลึก ๆ เกิดความกังวล  แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมเราไม่ทำอะไรกันเสียจริง ๆ  จัง ๆ  เพื่อเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับ "น้ำท่วม"  อย่างทรนงและองอาจ  ผมนึกถึงคำสอนของ "ในหลวง รัชกาลที่ 9"  ที่ว่าด้วยเรื่องการ "เข้าใจ เข้าถึง  แล้วจึงพัฒนา"    แล้วเราเข้าใจสภาพ "ภูมิศาสตร์",   "ภูมิสังคม"  ของ "วัฒนธรรมการกิน อยู่" ของชนชาว "สยาม" ที่ได้เรียนรู้อยู่ร่วมกับน้ำหลาก,น้ำท่วมอย่าง "เข้าใจ  เข้าถึง"  มายาวนานนับร้อยปี  คนไทยแต่โบร่ำโบราณ  รวมถึง "คุณย่า" ผมที่ปัจจุบันท่านมีอายุยืน  104  ปีแล้ว  แต่ก็ยังคงไม่หลงไม่ลืมและยังแข็งแรงตามสภาพ บ้านของ "คุณย่า" อยู่ "บางแพ", "ดอนใหญ่"  จังหวัด  "ราชบุรี" ครับ  เป็นหมู่ "เรือนไทย" แบบ "เครื่องสับ"  โบราณยกพื้นสูงที่เรียนรู้ที่อยู่ร่วมกับน้ำท่วมหลากมาทุกปี อย่างน้อย 5-6  เดือน   โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงรอยต่อของเดือน  11-12  ก็ราว ๆ  "ตุลาคม" ถึง  "พฤศจิกายน"   ก็เห็น "คุณย่า" ของผมท่านมีความสุขดี  ในช่วงน้ำท่วมก็พายเรือไปไหนต่อไหนได้อย่างสะดวกสบาย   กุ้ง,หอย,ปู,ปลา หลากพันธุ์ก็อุดมสมบูรณ์ที่มาตามน้ำหลาก  เรียกว่ามีมากจนล้นจับกันไม่หวาดไม่ไหว  ต้องทำปลาแห้ง,ปลาเค็ม,น้ำปลา,ปลาร้า  ฯลฯ  ซึ่งเป็น  "ภูมิปัญญา" ในการถนอมอาหาร  จึงจัดได้ว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขอย่างแท้จริงครับ  น้ำที่ท่วมหลากมาก็นำมาซึ่งความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติ  

สำหรับในสัปดาห์นี้ผมขอนำเสนอแบบ "บ้านไม่บาน" ที่เรียนรู้อยู่ร่วมกับอุทกภัย "น้ำท่วม" ประเภท "ยอดนิยมตลอดกาล" (All  Times Hit)  ซึ่งผมได้ออกแบบไว้เมื่อเกือบสิบกว่าปีที่แล้วก็ยังดูดีอยู่  ก็ถือว่าเป็น "บ้านไม่บาน" ในสไตล์  "อกาลิโก +ไฮโซ + โลว์คอส"  อย่างแท้จริง   คือ  "สวยประหยัด",  "สวยดูดี",   "สวยมีชาติตระกูล",  "สวยทน",  "สวยทาน",   "สวยนาน",   "สวยไม่สร่าง",  "สวยซ่อมง่าย"  และข้อสำคัญคือ   "สวยแบบไม่กลัวน้ำท่วม"  เป็นรูปแบบบ้านชั้นเดียวยกพื้นสูง สำหรับครอบครัวเล็ก ๆ ที่กำลังก่อร่างสร้างชีวิตในบริเวณพื้นที่ที่น้ำเคยท่วม  ซึ่งผมรับประกันว่าอย่างไรเสียน้ำก็ต้องกลับมาท่วมอีกแน่นอนครับ  ท่านผู้อ่านก็ลองนำแบบ "บ้านไม่บาน" ทั้งสองแบบนำไปปรับประยุกต์ใช้รับรองว่าดีแน่ 

อีกสองสัปดาห์หน้ามาดูกันว่า แบบ  "บ้านไม่บาน" ที่  "เรียนรู้อยู่ร่วมกับน้ำท่วม" ที่มีขนาดหลังใหญ่ขึ้นจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร  แล้วพบกับสาระน่ารู้ได้ใหม่ในอีกสองสัปดาห์หน้าครับ

<< Start < Previous 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 Next > End >>

Results 1 - 10 of 1829
บ้านไม่บานยอดนิยม อพาร์ตเม้นท์ไม่บานยอดนิยม พิมพ์เขียวแบบบ้าน 999 บาท

 

 

คนรักบ้าน : เจาะลึกเคล็ดลับที่ไม่ลับ กับ โครงการ The Chiva Sanctuary  ตอนที่ 1

 

 

คนรักบ้าน : เจาะลึกเคล็ดลับที่ไม่ลับ กับ โครงการ The Chiva Sanctuary  ตอนที่ 2

 

 



 

 

บ้านไม่บานอัพเดต

บรรยายพิเศษของ “อ.ดร.เชี่ยว  ชอบช่วย” สำหรับแฟน ๆ ชาว “คนรักบ้าน”

การจัดตั้ง “มูลนิธิพูนจิตต์สวัสดิ์”

สวัสดีครับแฟน ชาว "คนรักบ้าน"  สำหรับการบรรยายพิเศษของ "อ.ดร.เชี่ยว  ชอบช่วย" เพื่อให้ความรู้เป็น "วิทยาทาน"  เกี่ยวกับการลงทุน "อสังหาฯบูรณาการ" ในวาระคล้ายเดือนเกิดนั้น    ได้ถูกจัดขึ้นติดต่อกันทุกปี    กลายเป็นงานประจำปีไปแล้วครับครับ  สืบเนื่องจากพอเข้าใกล้เดือน "กรกฎาคม"  ซึ่งเป็นเดือนเกิดของผม    ก็มีบรรดาลูกศิษย์ลูกหา  ญาติสนิทมิตรสหายจะมาร่วมฟังการบรรยายเพื่อเฉลิมฉลองในเดือนเกิดของผมเป็นประจำทุกปี  สำหรับในปีนี้ก็มีลูกศิษย์จำนวนนับร้อยที่มาร้องขอให้ผมจัดการบรรยายให้ความรู้กันอย่างเข้มข้นจุใจกันอีก 

อ่ า น ต่ อ . . .

“ฮ็อตแท็ป(HOTAP)ไม่บาน” สไตล์ “อัลตร้าโมเดิร์น”ที่ “สระแก้ว”

ศึกษาดูงาน “อสังหาฯ มวลชนไม่บานครึ่งราคา”

           สวัสดีครับแฟนๆ ชาว  "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" สำหรับสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้ ก็เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ "ฮ็อตแท็ป (HOTAP) ไม่บาน"  (" HOTAP" คือ  HOTEL + APARTMENT)  สไตล์   "อัลตร้าโมเดิร์น"  ("ULTRA  MODERN") ที่ทั้ง "ล้ำนำสมัย"  ทั้งสวยเท่ห์  เก๋ไม่เป็นสองรองใคร  จะว่าไปแล้ว การที่จะก้าว "ล้ำทันสมัย" ไปไกลกว่าใคร ๆ ก็ไม่ผิดนะครับ   สาเหตุก็สืบเนื่องมาจากเมื่อปีที่แล้วมีแฟนรายการ "Nation  T.V." ท่านหนึ่งได้มาหาผมและบอกว่ามีความฝันที่อยากลงทุนทำ  "อพาร์ทเม้นท์กึ่งโรงแรมไม่บาน"  ที่ผมเรียกเป็นศัพท์เฉพาะของผมว่า "ฮ็อตแท็ป (HOTAP) ไม่บาน"  คือ  เป็นอาคารประเภท "ไฮบริดจ์"  คือ  สามารถเปิดให้บริการเป็น  "โรงแรม"  ก็ได้  หรือ จะปรับเป็น  "อพาร์ทเม้นท์"  ก็ดี    ซึ่งในกระบวนการออกแบบก็ถือว่าเป็นงานที่ยากพอสมควรครับ   เพราะต้องเป็นอาคารประเภทที่สามารถ "ปรับเปลี่ยนการใช้งาน" ได้ (Flexible)    คือเป็นได้ทั้ง "อพาร์ทเม้นท์"รายเดือนก็ได้    เป็น  "เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์" รายสัปดาห์ก็ดี    และเป็น  "บูทิคโฮเทล" รายวัน    ก็สุดแสนที่จะลงตัวครับ

 

อ่ า น ต่ อ . . .
คลินิกคนรักบ้าน

“บันได 5 ขั้น” ที่นำไปสู่ความสำเร็จในการพัฒนาอสังหาฯ อย่างมั่นคงและยั่งยืน

"บันได  5  ขั้น" ที่นำไปสู่ความสำเร็จอย่างมั่นคงและยั่งยืนในการพัฒนา "อสังหาฯแบบบูรณาการ"  ที่ผมจะกล่าวต่อไปนี้เป็นเสมือนการ "ตกผลึก" ทาง  "ความคิด" (อันเป็นผลมาจากประสบการณ์ที่ได้ลงมือปฏิบัติจริง)  นำมาซึ่ง "จินต+วิสัยทัศน์" (Visionary) ที่เป็นบ่อเกิดของ "นวัตกรรม" (Innovation) อันจะนำไปสู่  "กระบวนทัศน์" (Missionary )  อันเป็น  "กรอบ"  (Configuration) ในการ "ลงมือปฏิบัติ"   ซึ่งผมได้ลองทดสอบแนวคิด  "บันได  5  ขั้น"  โดยการนำเอามาปรับประยุกต์ใช้แล้วได้ผลลัพธ์ออกมาดีเกินคาดครับ 

 

 

อ่ า น ต่ อ . . .

Homeloverthai Multimedia
Homeloverthai Multimedia
รายการคนไทยไม่ท้อ >>  

รายการ แผ่นดินพอเพียง   

Homeloverthai Multimedia
Homeloverthai Multimedia
Homeloverthai Multimedia
 

นิตยสารบ้าน+อพาร์ตเม้นท์ไม่บานกับ อ.เชี่ยว ฉบับสะสม
นิตยสารบ้าน+อพาร์ตเม้นท์ไม่บานกับอ.เชี่ยว ฉบับสะสม เหลือเพียง 6 เล่ม
(เล่ม 7,8,9,10,11,12)  ราคาชุดละ 300 บาท  รวมค่าจัดส่งแบบลงทะเบียน
รายละเอียดการโอนเงิน
ชื่อบัญชี ภัทรพล   เวทยสุภรณ์  ธนาคารกรุงเทพ ฯ  สาขาห้วยขวาง  ประเภทสะสมทรัพย์  บัญชีเลขที่  1764267272
แฟกซ์ pay  in
พร้อมระบุชื่อที่อยู่   หมายเลขโทรศัพท์ และ เล่มหนังสือที่สั่งซื้อ   มาที่หมายเลข  02-6441479 หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-2451399 และ 02-6441478 หรือ สำนักงานบ้านไม่บาน  เลขที่ 1  ซ.ประชาสงเคราะห์ 12   แขวงดินแดง  เขตดินแดง  กทม.  10400