สมัครงานกับทีมงานบ้านไม่บาน คลิกอ่านรายลัเอียดด้านใน

โปรดระวังบุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว   ชอบช่วย หรือ   ผศ.ดร.ภัทรพล   เวทยสุภรณ์  และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง  ฯลฯ  ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ  ทั้งสิ้น  หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์   02-2451399  หรือ  02-6441478  เท่านั้น
บุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว ชอบช่วย หรือ ผศ.ดร.ภัทรพล เวทยสุภรณ์ และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง ฯลฯ ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์ 02-2451399 หรือ 02-6441478 เท่านั้น

ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ "ตักศิลา คเณศ์ธร"

  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
ครบรอบ 120 ปี “ศิลป์ พีระศรี”
ครบรอบ 120 ปี "ศิลป์ พีระศรี"

“โฮมส์ออฟฟิศไม่บาน” ใจกลางย่าน “ศรีนครินทร์”

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว "คนรักบ้าน"  สำหรับในสัปดาห์นี้เป็นสาระน่ารู้เกี่ยวกับ  "บ้านของคนเมือง" ที่มีต้นกำเนิดมาจาก "ตึกแถว" ,"อาคารพาณิชย์" นั่นแหละครับที่ได้กลายพันธุ์เป็น "โฮมส์ออฟฟิศ"  ใครจะไปเชื่อครับว่า "โฮมส์ออฟฟิศ" ในปัจจุบัน   ในบางที่  บางทำเล    ก็มีราคาซื้อขายกันหลายสิบล้านบาทต่อคูหา    ยิ่งอยู่ในย่าน "ทำเลทอง" ใกล้  "รถไฟฟ้า" ก็ยิ่งมีราคา   จะว่าไปแล้ว "โฮมส์ออฟฟิศ" ก็เป็นการผสมผสานรูปแบบการใช้ชีวิตของ "คนเมือง"  คือ  บริเวณชั้นล่างสามารถทำกิจการค้าขายหรือเป็นออฟฟิศ    ส่วนชั้นบน ๆ ก็สามารถทำเป็นที่พักและสันทนาการทำให้เกิดความสะดวกสบายเป็นอย่างยิ่ง  ก็ไม่ต้องเสียเวลากับการเดินทาง  ซึ่ง  "โฮมส์ออฟฟิศ"   สมัยใหม่ก็มีพัฒนาการไปไกลเกินกว่าในอดีต   จนจำกันแทบไม่ได้  และก็มีการจัดพื้นที่ใช้สอยได้อย่างสวยงามลงตัว    ทั้งยังมีการเล่นระดับมีชั้นมีเชิงในการออกแบบ  รวมไปถึงการออกแบบให้มีลิฟท์โดยสารภายในอาคารทำให้เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตเป็นอย่างยิ่ง

 "โฮมส์ออฟฟิศไม่บาน" ย่าน  "ศรีนครินทร์" ที่ผมกำลังนำเสนอต่อไปนี้ สามารถตอบโจทย์ในแทบทุกประเด็นครับ   ตั้งแต่การเดินทาง  ทำเลที่สามารถทำธุรกิจธุรกรรมเพราะตั้งอยู่ในแนว  "รถไฟฟ้าสายสีเหลือง"  ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาระบบการจราจรตั้งแต่ "ถนนลาดพร้าว" โดยจะเป็นระบบรถไฟฟ้ายกระดับแบบ "รางเดี่ยว" มีเส้นทางที่สิ้นสุดเส้นทางในย่าน "สมุทรปราการ"  มีจุดเชื่อมต่อกับระบบ "รถไฟฟ้า" สาย "เฉลิมรัชมงคล" (สายสีน้ำเงิน) ที่ทางแยก  "รัชดา-ลาดพร้าว" ไปถึงทางแยก  "บางกะปิ" จากนั้นแนวเส้นทางจะไปทางทิศใต้ตามถนน  "ศรีนครินทร์"  เชื่อมต่อกับโครงการรถไฟฟ้า "สายสีส้ม" ที่ทางแยก "ลำสาลี" เชื่อมต่อกับ  "รถไฟฟ้า" เชื่อมท่าอากาศยาน  "สุวรรณภูมิ"บริเวณทางแยก  "พระราม 9" ไปตามแนวถนน  "ศรีนครินทร์" ผ่านทางแยก "พัฒนาการ" ทางแยก  "สวนหลวง"  จนถึงทางแยก "ศรีเทพา" จากนั้นแนวเส้นทางจะเบนไปทางทิศตะวันตก ตามแนวถนน  "เทพารักษ์" ผ่านจุดเชื่อมต่อกับโครงการ "รถไฟฟ้า" สาย "สีเขียว" ช่วง "แบริ่ง" - "สมุทรปราการ" โดยจุดสิ้นสุดของเส้นทางบริเวณสถานี "สำโรง" ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโครงข่ายการคมนาคมที่สำคัญยิ่ง    ดังนั้นจะเห็นได้ว่าย่าน "ศรีนครินทร์" เป็น  "ทำเลทอง" ที่น่าลงทุนเป็นอย่างยิ่ง  

สำหรับ  "โฮมส์ออฟฟิศไม่บาน" ที่ผมนำเสนอนี้มีขนาด  3  คูหา  แต่ละคูหามีความกว้างขวางเป็นพิเศษเกือบ  6  เมตร  ส่วนคูหาริมมีพื้นที่ดินด้านหน้าเพิ่มขึ้นมาอีก  2  เมตร ทำให้มีหน้ากว้างถึง  8  เมตร  เรียกว่าจอดรถได้  3  คันสบาย ๆ  ผมตั้งใจจะออกแบบให้ดู "ทันสมัยแบบร่วมสมัย"  มีความสูง  4  ชั้นครึ่ง  ไม่นับรวมชั้นดาดฟ้า  ซึ่งผมออกแบบให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเอนกประสงค์  จะเป็นที่เก็บถังน้ำสำรอง,  ที่ตากผ้า, ที่ทำ  "สวนลอยฟ้า" หรือถ้าจินตนาการไปไกลกว่านั้น  ก็สามารถวางติดตั้งอ่างน้ำวน "จากุซชี่"  ทำเป็น "สปา" ส่วนตัว  เอาไว้กินลมชมดาวในสวน    หรือบางท่านที่ฝักใฝ่ทางธรรมก็สามารถสร้างศาลาเล็ก ๆ สำหรับสวดมนต์,  นั่งสมาธิ ก็ว่ากันไปตามแต่ถนัดก็ไม่ผิดกติกาแต่ประการใดครับ

จะว่าไปแล้ว "โฮมส์ออฟฟิศไม่บาน" ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการใช้ชีวิตในชุมชนเมือง  เพราะเป็นการลงตัวที่ผสมผสานกันอย่างพอเหมาะ  พอเจาะ  แบบพอดีและพอเพียง  เป็นการนำเอาสำนักงานและพาณิชยกรรมมารวมกับที่พักอาศัยและสันทนาการมารวมกันเรียกว่าไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทางไปทำงานเลยครับ  นอกจากนั้นอาคารประเภท  "โฮมส์ออฟฟิศไม่บาน" ไม่เพียงแต่เป็นการใช้พื้นที่ในแนวราบอย่างคุ้มค่าและยังเป็นการใช้พื้นที่ในแนวดิ่งอย่างคุ้มค่าเช่นกัน  เพราะมีความสูงถึง  4  ชั้นครึ่ง  ไม่นับชั้นดาดฟ้า   ความสะดวกสบายในการสัญจรในแนวดิ่งก็เป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม  การใช้บันไดในการขึ้น-ลง อย่างเดียวก็คงไม่สะดวกโดยเฉพาะอย่างยิ่ง  บรรดาสมาชิกในครอบครัว  ประเภท  "ส.ว." ("สูงวัย") ประกอบกับปัจจุบันลิฟท์โดยสารขนาดเล็กซึ่งมีความจุ  2-4  คน  ก็มีราคาถูกลงมากและมีความปลอดภัยสูงขึ้นมาก  ก็ได้รับความนิยมขึ้นเรื่อย ๆ ครับ  ดังนั้น "โฮมส์ออฟฟิศไม่บาน" ที่  "ศรีนครินทร์" นี้ผมจึงได้ออกแบบให้มีปล่องลิฟท์โดยสารขนาดเล็กเตรียมเอาไว้ครับ

สำหรับท่านที่สนใจในรายละเอียด  "โฮมส์ออฟฟิศไม่บาน" ว่ามีเบื้องหลังเบื้องลึกอย่างไรที่ก่อให้เกิด  "ประโยชน์สูง" , "ประหยัดสุด"  และ  "สวยที่สุดในซอย"  ก็สามารถโทรมาสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  081-4218323   หรือส่งรายละเอียดมาทางอีเมลล์  ผมยินดีตอบทุกข้อข้องใจครับ 

คอนโดฯ “The Chiva” ที่ “เขาใหญ่”

เมื่อปลายปีที่แล้วผมมีความตั้งใจแน่วแน่และมุ่งมั่นที่จะเดินตามแนวทาง "ทฤษฎีใหม่" และ  "ความพอเพียง" ในการลงทุนใน  "อสังหาไม่บาน"  ประเภท  "คอนโดมิเนียมไม่บาน"   เมื่อคิดรอบคอบในทุกด้านแล้วจึงตัดสินใจตอกเข็มโครงการ "The Chiva"  ( "เดอะชีวา")  ที่ "เขาใหญ่"  โดยถือเอาวันที่  5  ธันวาคม  ปีที่แล้ว เป็นวัน "มหาฤกษ์"  ในการเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ

จะว่าไปแล้วโครงการ  "The Chiva"  ที่ "เขาใหญ่"  ได้มีการคิดริเริ่มตระเตรียมงานกันยาวนานเกือบสองปีที่เดินตามแนวคิดแห่ง "ความพอเพียง"  ในการลงทุน "อสังหาฯไม่บาน" โดยผมได้ตั้งโจทย์ว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะสามารถลงทุนทำ "คอนโดมิเนียมไม่บาน" ในราคาเริ่มต้นที่  499,000  บาท++  (ในขณะที่โครงการรอบ ๆ ขายกันในราคา 1,500,000  บาท++ )  ซึ่งภายใต้กรอบความคิดเดิม ๆ  นั้น เป็นไปไม่ได้     ก็เลยตั้งคำถามว่าถ้าหากจะทำให้เป็นไปได้จะต้องทำอย่างไรแก้ไขที่จุดไหน   จะว่าไปแล้ว "ทฤษฎีใหม่" ที่อยู่บนพื้นฐานของ "ความพอเพียง" นั้น  มีหลักสำคัญคือ  จะต้อง  "เข้าใจ  เข้าถึง"   ให้ได้เสียก่อนแล้วจึงค่อยคิด "พัฒนา"   สำหรับคอนโดฯ ราคา  499,000 บาท++  ซึ่งมีราคาต่ำกว่า "คอนโดฯ" ที่ขายกันทั่วไปในท้องตลาด   2-3  เท่า  ไม่เคยมีใครทำและไม่มีใครที่คิดว่าจะทำได้  

ผมเป็นคนโชคดีมากครับที่ในช่วงหนึ่งของชีวิตมีบุญวาสนาได้มีโอกาสทำงานกับ "มูลนิธิชัยพัฒนา"  ผมได้เห็นหลายสิ่งหลายอย่างซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้และเป็นไปได้ยากแต่ก็เป็นไปได้โดยอาศัย "ความรู้" บวก  "ความเพียรอันบริสุทธิ์"  มุ่งมั่นทุ่มเทไปเพื่อให้บรรลุสู่เป้าหมาย  โดยไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคระหว่างทาง  ไม่ช้าหรือเร็วก็จะสำเร็จ   ยิ่งถ้าหากเป้าหมายที่ตั้งไว้นั้น    เป็นคุณงามความดีต่อสังคม     ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์ก็อย่าลังเลที่จะเดินฝ่าปัญหาอุปสรรค      เมื่อตัดสินใจทำแล้วก็ต้องเดินมุ่งมั่นฟันฝ่าอุปสรรคไปจนประสบผลสำเร็จ

"The Chiva"  ที่ "เขาใหญ่"  เป็นโครงการ  "คอนโดมิเนียมไม่บาน"  นำร่อง    ที่มีเป้าหมายอยากให้คนไทยทั้งประเทศมีที่อยู่อาศัยที่ดีและมีราคาประหยัด   เมื่อ 6  ปีที่แล้ว     ผมได้ทำโครงการ  "บ้านเก้าพอเพียง" ย่าน  "รังสิตคลอง 7"  เป็นหมู่บ้านจัดสรรขนาด  200  หลัง  บ้านแต่ละหลังมีเนื้อที่  50  ตารางวา  เป็นบ้านที่ก่อสร้างใน "ระบบสำเร็จรูป"  ("Pre-Fabrication"   )   มีพื้นที่ใช้สอย  5  ห้องนอน,  2  ห้องน้ำ , 1  ห้องรับแขก,  1  ห้องแพนทรี่และรับประทานอาหาร,  มีที่จอดรถ  6  คัน  โดยเฉลี่ยแล้วบ้านบนเนื้อที่  50  ตารางวา  2  ชั้น  ในย่าน  "รังสิตคลอง 7"  ขายกันในราคา  3.5  ล้านบาท++   แต่  "บ้านเก้าพอเพียง" ที่เดินตาม  "ศาสตร์พระราชา" ว่าด้วย "ความพอเพียง"  ราคาขายเพียง  1,090,000  บาท!!! (หนึ่งล้านเก้าหมื่นบาทถ้วน!!!)   ถูกกว่าชาวบ้านร้านตลาด  3  เท่า    เป็นผลให้ภายในระยะเวลาเพียง  3  ชั่วโมง  ทั้ง  200  หลังก็ถูกจับจองจนหมด  ท่านที่สนใจในรายละเอียดก็สามารถเข้าไปดูใน "YouTube" ค้นหาคำว่า "บ้านเก้าพอเพียง"  ก็เป็นตำนานกล่าวขานกันมาจวบจนทุกวันนี้ครับ

สำหรับโครงการ "The Chiva" ผมตั้งใจจะเดินตาม  "ศาสตร์พระราชา" อีกครั้งเพื่อพิสูจน์ว่าทำได้จริงถึงแม้ว่าจะยากสักหน่อย แต่ก็ไม่เกินความรู้ความสามารถ โครงการ  "The Chiva"  ที่ "เขาใหญ่"     เป็น "คอนโดฯ" ที่มีความสูง  6  ชั้น   มีห้องพัก  79  ห้อง  ตั้งแต่เริ่มตอกเข็มต้นแรกในวันที่  5  ธันวาคม  เมื่อปีที่แล้ว  มาถึงบัดนี้การก่อสร้างได้คืบหน้าไปมาก  ภายในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ก็น่าจะขึ้นไปถึงชั้น  6  ก็ชื่นใจครับ  เพราะผมได้พิสูจน์ว่าของดีราคาประหยัดนั้นมีจริง  สามารถทำได้จริง   ที่ผ่านมาก็มีแฟน ๆ  หลายร้อยท่าน ได้เข้าไปเยี่ยมชม  ก็ต่างประทับใจและอยากให้โครงการดี ๆ เช่นนี้  แพร่กระจายไปในที่ต่าง ๆ 

หลายท่านถามว่าทำไมผมไปสร้าง "The Chiva" ก็มีเหตุผลสำคัญ  2  ประการครับ  ประการแรก "เขาใหญ่" เป็น "ทำเลทอง"  เพราะอีกไม่นานก็จะมีทาง  "มอเตอร์เวย์"   จาก "กรุงเทพฯ" ไป  "โคราช"  และอีกไม่นานก็จะมี  "รถไฟความเร็วสูง"  ซึ่ง  "ครม." ได้อนุมัติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  การเดินทางก็จะสะดวกสบายเป็นอย่างยิ่ง  นอกจากนั้น  "เขาใหญ่" เป็นแหล่ง  "โอโซน" อันดับ  7  ของโลก  จะทำให้ครบหลัก  "6 อ." ของผมที่ทำให้ท่านมีสุขภาพ, แก่ช้า(ชะลอวัย) และสามารถย้อนวัย  คือ  อากาศ,อารมณ์,อาหาร,ออกกำลังกาย,อุจจาระ และอยู่อาศัย  จะเห็นได้ว่าที่  "เขาใหญ่" ครบถ้วนครับ ประการที่  2  ถ้าผมสามารถทำคอนโด ฯ  "The Chiva"  ราคา  499,000  บาท ที่ "เขาใหญ่" ได้สำเร็จผมก็สามารถทำได้ทั่วประเทศได้เช่นกัน 

สำหรับในสัปดาห์นี้ก็เป็นความคืบหน้าของโครงการตามแผนการที่วางไว้ และที่ผมชื่นใจคือ โครงการ "The Chiva"  ได้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ผู้สนใจใฝ่รู้หลายร้อยท่านก็ได้มาเยี่ยมชมโครงการที่ "เขาใหญ่"  แฟน ๆ ทั่วประเทศท่านใดสนใจในรายละเอียดก็สามารถติดต่อได้ที่  02-2451399  ผมยินดีที่จะให้ความรู้โดยไม่ปิดบังใด ๆ  ครับ  น็น


ส่วนท่านที่ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมย้อนหลังสามารถติดตามได้ที่ www.homeloverthai.com  และ  www.chivagroup.com   ครับ

“บ้าน” + “โฮมส์ออฟฟิศ” + “มินิอพาร์ทเม้นท์” ไม่บาน ที่ “บางพลี”

สวัสดีครับแฟนๆ ชาว  "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" สำหรับสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้ที่ภูมิใจนำเสนอก็เป็น "บ้าน" + "โฮมส์ออฟฟิศ" +  "มินิอพาร์ทเม้นท์" ไม่บาน   ซึ่งสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจของบ้านเราในตอนนี้    ที่สภาวะการค้าขายในภาพรวมกำลังชะลอตัว  เงินทองตกอยู่ในสภาพฝืดเคือง    ก็เดือดร้อนกันไปทั่วถ้วนหน้าครับ  ส่งผลกระทบให้ทุกคนก็ต้องประหยัดและก็ต้องรัดเข็มขัด   สำหรับ  "อาคารบ้านเรือนที่ไม่บาน" ของผมก็เช่นกันครับ   ก็ต้องเป็นอาคารที่มี  "ประโยชน์สูง" และ  "ประหยัดสุด"   สามารถเปลี่ยนแปลงการใช้งานได้หลากหลายที่สุด  ก็เหมือนกับ  "บ้าน" +  "โฮมส์ออฟฟิศ" +  "มินิอพาร์ทเม้นท์" ไม่บาน ที่ "บางพลี"  ที่ผมจะนำเสนอนี้ครับ

            ในส่วนตัวนั้นผมเชื่อในความหลากหลายและความสามารถในการปรับเปลี่ยนตัวเองให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป    เพราะยิ่งในสภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้และภายใต้กระแส "โลกาภิวัตน์"  ("Globalization") ที่ถูกครอบงำโดยโครงข่าย "อินเตอร์เน็ต"  เกิดเป็นสังคม "Online" ต่าง ๆ  ในรูปแบบที่หลากหลายของ            "E-Commerce"  และ  "E-Marketing"  ทุกสิ่งอย่างเกิดขึ้นแบบมาเร็วไปเร็วแบบไม่ทันกระพริบตาก็เป็นอันว่าล้าสมัยไปเสียแล้วครับ    ส่งผลให้ธุรกิจและการให้บริการทุกสิ่งอย่างสามารถตกยุคสมัยได้อย่างรวดเร็ว  ความสามารถในการปรับตัวให้อยู่รอดจึงเป็นหนึ่งในสาระที่สำคัญยิ่งที่ห้ามมองข้ามโดยเด็ดขาดครับ

"บ้าน"+ "โฮมส์ออฟฟิศ" + "มินิอพาร์ทเม้นท์" ไม่บาน  ที่  "บางพลี" หลังนี้ก็เช่นกันครับ   ท่านเจ้าของมีอาชีพเป็นนักบัญชีมีชื่อเสียงได้ประกอบสัมมาอาชีวะเปิดสำนักงานบัญชีมายาวนาน     แต่เดิมต้องเช่าออฟฟิศเพื่อประกอบกิจการรับทำบัญชี    ก็ทำกันมานานหลายปี  และกิจการก็เจริญรุ่งเรืองดี    จำเป็นต้องขยับขยายเพราะที่อยู่เดิมค่อนข้างจะคับแคบ     ในขณะเดียวกันก็จำเป็นที่จะต้องหาพื้นที่เพื่อสร้าง "บ้านพักอาศัย"  เพราะที่พักอาศัยเดิมก็เริ่มจะแออัด  (เพราะสมาชิกในบ้านเริ่มเติบโตขึ้นและเพิ่มจำนวนขึ้น)     ก็เลยเกิดเป็นความคิดที่จะสร้าง "บ้าน" +  "โฮมส์ออฟฟิศ" มาผสมผสานกัน  บนผืนดินที่อยู่แถว   ตำบล "บางพลี"   จังหวัด  "สมุทรปราการ"      และนำไอเดียนี้มาปรึกษาผม  ผมก็เลยวิเคราะห์แบบเจาะลึกลงไปว่าเนื่องจากที่ดินแปลงดังกล่าวมีขนาดกำลัง  "พอเหมาะ พอดี"  และอยู่บน "ทำเล" ที่ดี   ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วถ้าได้ทั้ง   "บ้าน"  ได้ทั้ง  "โฮมส์ออฟิศ"  และก็ได้  "มินิอพาร์ทเม้นท์" แถมไปด้วยก็น่าจะดีครับ   เพราะคนที่พักใน "มินิอพาร์ทเม้นท์" หลังนี้ก็ไม่ใช่ใครอื่นไกลหรอกครับ  คือ  พนักงานในออฟฟิศและบรรดาสมาชิกในครอบครัวพวกเขานั่นแหละครับ    เพราะอย่างไรเสีย คนเหล่านี้ก็ต้องไปหาที่พักในอพาร์ทเม้นท์อื่น ๆ  โดยรอบที่ปล่อยให้เช่าเพื่อเป็นที่พักรายเดือนอยู่แล้ว  และข้อสำคัญก็จะเป็นการประหยัดเพราะไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง   ต้องขึ้นรถประจำทาง  ต้องขึ้นมอเตอร์ไซค์ ฯลฯ  หากเดินตามแผนการของผมแค่เพียงเดินลงบันไดหรือลงลิฟท์ เพียง  1-2  นาทีก็ถึงที่ทำงาน   ปรากฏว่าท่านเจ้าของก็เห็นดีเห็นงามไปกับไอเดียของผมไปด้วยครับ 

            นอกจากนั้นผมยังต้องการความเป็น  "เอกลักษณ์" ที่ก่อให้เกิด "อัตลักษณ์" จึงออกแบบเป็นมุข "ปั้นหยา" ทรงสูง  2  ชั้น  ให้สวยเด่นเป็นสง่า  ตั้งแต่ระยะไกล  คือ ตั้งใจที่จะทำให้เป็น "บ้าน" + "โฮมส์ออฟฟิศ" +  "มินิอพาร์ทเม้นท์" ไม่บาน   ที่  "สวยที่สุดในซอย"  ให้จงได้   ซึ่งผมได้ออกแบบให้เป็นอาคาร  4  ชั้น  พร้อมดาดฟ้า  1  ชั้น  (รวมพื้นที่ใช้สอยอาคารเป็น 5  ชั้น)  ชั้นล่างจัดให้เป็นพื้นที่สำนักงานบัญชี  สำหรับชั้นที่  2   เป็นส่วนบ้านพักอาศัย (ขนาด  4  ห้องนอน  4  ห้องน้ำ)  ในส่วนชั้นที่  3  และ  4  เป็นส่วนมินิอพาร์ทเม้นท์ (ขนาด  8  ห้องนอน, 8  ห้องน้ำ)   นอกจากนั้นผมยังออกแบบให้มีการยื่นมุขด้านหน้าอาคารสำหรับเป็นทางเข้าส่วนสำนักงานบัญชีให้ดูเป็นทางการและโอ่โถง  และเพื่อให้เป็นอาคารอนุรักษ์พลังงาน  ผมได้ออกแบบให้มีชายคายื่นยาวรอบอาคารเพื่อกันความร้อนจากแสงแดด  และยังช่วยกันฝนอีกด้วยครับ    พอได้ทำการออกแบบแล้วเสร็จก็รู้สึกชื่นใจเป็นอย่างประหลาดที่ความฝันความหวังของผม  ได้ก่อร่างสร้างรูปจนเกิดเป็นรูปลักษณ์อาคารขึ้นมา   ก็สวยสมใจครับ    และที่สำคัญก็เป็นที่ชื่นชมชื่นชอบของผู้ที่เป็นเจ้าของ  ดังคำพังเพยที่ว่า  "ปลูกเรือนตามใจผู้อยู่  ผูกอู่ตามใจผู้นอน" ครับ

ผมมักพูดเสมอว่า หากเราตั้งใจเอาใจใส่ทุ่มเททำงานอย่างเต็มกำลังความรู้,ความสามารถแล้ว    ผลงานก็ออกมาดีเสมอครับ  ซึ่งจะว่าไปแล้วก็เป็นหนึ่งในกระบวนการ  "บ้านสวย+เมืองงาม"  เพราะผมฝันว่า บ้านเมืองจะสวยงามได้ก็ต้องร่วมกันคนละไม้คนละมือ   ทำให้ "อาคารบ้านเรือน" แต่ละหลังของท่านสวยงาม   และจะส่งผลให้ชุมชนและเมืองก็จะงดงามน่าอยู่ครับ

            สำหรับสาระน่ารู้ของ "บ้าน" + "โฮมส์ออฟฟิศ" +  "มินิอพาร์ทเม้นท์" ไม่บาน ก็มีคงมีแค่นี้  ติดตามสาระน่ารู้กันได้ใหม่ในสองสัปดาห์หน้าครับ  ส่วนท่านที่ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมย้อนหลังสามารถติดตามได้ที่ www.homeloverthai.com  และ  www.chivagroup.com   ครับ

“บ้านไม่บาน” ในระบบฐานราก “ลอยน้ำ”

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว "คนรักบ้าน"  ความเดิมตอนที่แล้วผมได้นำเสนอ "บ้านไม่บาน"  ซึ่งเป็นการศึกษาค้นคว้า,วิจัย,พัฒนา รูปแบบและทดสอบโดยการสร้างบ้าน "ต้นแบบ" ที่ "ร่วมสมัย" ในระบบ "Floating Foundation"  หรือ ฐานราก "ลอยน้ำ" (ในส่วนของฐานรากโดยไม่ใช้ระบบเข็มรับน้ำหนัก)  เพื่อการพัฒนาไปสู่บ้าน "ต้นแบบ" ที่ "เรียนรู้ อยู่ร่วม" กับภัยพิบัติ "น้ำท่วม" และ "แผ่นดินไหว" ตามแนวคิดแบบ "พอเพียง"  ซึ่งก็ได้รับความสนใจจากท่านผู้อ่านเป็นอย่างดี  เพราะสามารถตอบโจทย์บ้านที่กำลังเผชิญกับปัญหา "น้ำท่วม"และปัญหา "แผ่นดินไหว"  ซึ่ง  "บ้านไม่บาน" ที่เป็นบ้าน "ต้นแบบ" หลังนี้เป็นความพยายามครั้งสำคัญของผมที่จะออกแบบ "บ้านไม่บาน" ที่สามารถเรียนรู้อยู่ร่วมกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ  เพราะในส่วนตัวผมนั้น  ภัยพิบัติทางธรรมชาติต่าง ๆ  เหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีอยู่อย่างยาวนาน  จะว่าไปตามความเป็นจริงแล้วไม่มีใครสามารถเอาชนะธรรมชาติได้หรอกครับ  นอกเสียจากเราจะเรียนรู้อยู่ร่วมกับธรรมชาติ  อย่างผสมผสานและกลมกลืนเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน    น่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกอันเป็นทางรอดครับ

การศึกษาค้นคว้าและวิจัยของผมทำให้ผมทราบว่าระบบฐานรากแบบ"Floating Foundation"    หรือ ฐานราก  "ลอยน้ำ" นั้น   ได้ถูกนำมาประยุกต์ใช้กันอย่างแพร่หลายและใช้กันมาอย่างยาวนาน   หลักฐานที่เห็นได้ชัดเจน คือ  "พระปฐมเจดีย์"  ที่มีอายุนับพันปี   ย้อนกลับไป "สมัยทวารวดี" นั่นแหละครับ    จึงเชื่อว่าเป็นเจดีย์รุ่นแรก ๆ ใน "ผืนดินธรรมผืนดินทอง" ที่มักเรียกว่า  "สุวรรณภูมิ"  จึงได้ชื่อว่า "พระปฐมเจดีย์" ที่ได้สร้างขึ้น  ที่จังหวัด "นครปฐม"  ก็ได้ใช้ระบบฐานรากแบบ  "Floating Foundation"  และก็ยืนยงคงอยู่มาตราบจนทุกวันนี้และที่คุ้น ๆ ตากัน คือ  "พระปรางค์วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร"  หรือ  "วัดแจ้ง"  ที่มีอายุกว่า  200  ปี  ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา  มีความสูงเทียบเท่าตึกกว่า   20  ชั้น  มีน้ำหนักหลายพันตัน  ก็ไม่ได้ตอกเข็มแต่ประการใดครับ   เพราะได้ใช้ฐานรากในระบบ "Floating Foundation"  จะว่าไปแล้วอาคารบ้านเรือนทั้งวัด  ทั้งวัง ในสมัยธนบุรีและในสมัยต้นรัตนโกสินทร์  หลังจากที่เสีย "กรุงศรีอยุธยา" ในพ.ศ. 2310  พม่าก็ได้เผาผลาญ "กรุงศรีอยุธยา" ไปจนหมดสิ้น   "ล้นเกล้ารัชกาลที่  1"   ที่ได้สืบทอดพระราชอำนาจจาก "พระเจ้ากรุงธนบุรี" ก็ได้เริ่มสร้างบ้านแปลงเมืองขึ้นมาใหม่  ในสมัยนั้นยังไม่มีใครใช้เข็มในการทำฐานรากอาคารบ้านเรือนกันหรอกครับ   การใช้ฐานรากก็ใช้ระบบ "ลอยน้ำ" แบบ "Floating Foundation"  แม้ "พระที่นั่งอนันตสมาคม" ที่สร้างขึ้นในสมัย  "ล้นเกล้ารัชกาลที่ 5"  ก็ไม่ได้ใช้เข็มครับ  ก็ใช้ฐานรากระบบ  "ลอยน้ำ" หรือ  "Floating Foundation"  เช่นกัน   แต่ไป ๆ มา ๆ  ฐานรากในระบบนี้อยู่ดี ๆ มายาวนานกว่าพันปีก็เลิกใช้ ถูกทดแทนด้วยการ  "ตอกเข็ม"  ซึ่งโดยปกติอาคารบ้านเรือนในเขตที่ราบลุ่มภาคกลางโดยเฉพาะใน  "กรุงเทพฯ"  และ  "ปริมณฑล" จะต้อง  "ตอกเข็ม" ลึกลงไปจากผิวดินตั้งแต่  18  เมตร ถึง  23  เมตร  กระทั่งถึงชั้นดินปนทรายจึงจะสามารถรับน้ำหนักได้  แต่ระบบการรับน้ำหนักฐานรากโดยใช้เข็มก็มีจุดอ่อนนะครับ    เพราะจะรับแรงในแนวนอนไม่ได้  รับได้เฉพาะแนวดิ่งเท่านั้น  ดังนั้นเวลาเกิดเหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติโดยเฉพาะอย่างยิ่งภัยพิบัติทางแผ่นดินไหว  ระบบเข็มจะไม่สามารถต้านทานแรงกระทำในแนวนอนได้     ดังนั้นหากในอนาคตเกิดแผ่นดินไหวขึ้น  เชื่อแน่ว่าบรรดาอาคารบ้านเรือนที่ใช้ระบบฐานรากแบบ "เข็ม" รับน้ำหนักกว่าครึ่งก็จะพังลงมาครับ 

การศึกษา, ค้นคว้า, วิจัยและพัฒนาฐานรากในระบบ "Floating Foundation"  หรือ ระบบฐานราก  "ลอยน้ำ"  ที่ผมได้ทำการทดลองมากว่า  5  ปีนั้น   แท้จริงแล้วก็ไม่มีอะไรใหม่หรอกครับ  เป็นองค์ความรู้ที่มีมาแต่โบราณอันเป็น "ของดี มีอยู่" มายาวนาน เป็นภูมิปัญญาที่บรรดา  "ครูช่าง" ได้เรียนรู้และนำมาปรับประยุกต์ใช้  จะว่าไปแล้วผมเป็นแค่เพียงผู้ "อนุรักษ์สืบสาน และพัฒนา"ระบบ "Floating Foundation"  โดยนำมาใช้กับอาคารบ้านเรือนขนาดเล็กครับ

สำหรับสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้ผมขอนำเสนอการออกแบบและการจัดกลุ่ม "บ้านไม่บาน"  ที่เป็นบ้าน "ต้นแบบ" ในลักษณะ "ไทยประยุกต์"  ซึ่งเป็นบ้าน "ต้นแบบ" ขนาด 3  x  4  เมตร  ซึ่งผมออกแบบให้เป็น  "1  Living Unit"   ที่เป็น  "Modular Co-ordination"   อันประกอบไปด้วย  1  ห้องนอน,1  ห้องน้ำ, 1  ห้องนั่งเล่น พร้อมระเบียงนั่งเล่น      สำหรับสาระน่ารู้ในครั้งหน้าห้ามพลาดโดยเด็ดขาด   ผมจะนำเสนอกระบวนการประกอบติดตั้ง  "บ้านไม่บาน" ที่เป็นบ้าน "ต้นแบบ" ที่ร่วมสมัยในระบบ "Floating Foundation" หรือฐานราก "ลอยน้ำ"  ที่สามารถประกอบติดตั้งได้อย่างรวดเร็วและประหยัด   รวมทั้งสามารถขนส่งไปในที่ต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกครับ 

สำหรับสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้ก็คงมีแค่นี้  พบกับสาระน่ารู้กันได้ใหม่ในสองสัปดาห์หน้าครับ   ท่านที่สนใจรายละเอียดย้อนหลังก็สามารถติดตามได้ใน www.homeloverthai.com และ  www.chivagroup.com   หรือต้องการติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ Fan Page https ://www.facebook.com/อ-เชี่ยว-ชอบช่วย  ครับ


“นวัตกรรมอสังหาริมทรัพย์”

การลงทุนอสังหาริมทรัพย์โครงการน้อยใหญ่ไม่ว่าจะเป็น "บ้านเดี่ยว", "บ้านแฝด", "ทาวเฮ้าส์", "อาคารพาณิชย์",  "โฮมส์ออฟฟิศ",  "มินิอพาร์ทเม้นท์",  "อพาร์ทเม้นท์",  "บูทิคอพาร์ทเม้นท์",  "เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์",  "บูทิคโฮเทล",  "โรงแรม",  "รีสอร์ท",  "คอนโดมิเนียม",   "บ้านจัดสรร"  ฯลฯ   ไม่ว่าจะต้องใช้งบประมาณในการลงทุนมากหรือน้อยเพียงใดสำหรับผมแล้วทุกโครงการจะต้องเป็น "นวัตกรรมอสังหาริมทรัพย์" หรือ  "Real Estate Innovation"  เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุด  เป็นเสมือนการเตรียมการที่จะกลัด "กระดุมเม็ดแรก"  ซึ่ง  "ดร.สุเมธ  ตันติเวชกุล" ซึ่งท่านดำรงตำแหน่งเป็น "เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา"  ได้เคยสอนผมครั้งเมื่อผมทำงานกับ "มูลนิธิชัยพัฒนา" ว่า   "กระดุมเม็ดแรก  หากกลัดผิด  กระดุมเม็ดที่  2,3,4  ถัดมา  ถึงจะตั้งใจทุ่มเททั้งความรู้ความสามารถมากเท่าไรก็จะผิดหมด"  ดังนั้นการตั้ง "สมมุติฐาน" (Hypothesis) ที่มีความเป็นไปได้จะต้องมาจากพื้นฐานของความเป็น "นวัตกรรม" อันเป็นความคิด "สร้างสรรค์" เท่านั้น    และ "นวัตกรรม" จำนวนไม่น้อย  ล้วนแล้วแต่เป็น "นวัตกรรม" ที่คิด  "นอกกรอบ" นำมาซึ่งการปฏิวัติและปฏิรูปทั้งในด้านศิลปะและวิทยาการครั้งสำคัญและก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญให้กับโลก  เช่น    "Smart Phone"  ที่  "สตีฟ จอบส์" เป็นผู้คิดค้น "นวัตกรรม" ชิ้นนี้ขึ้นได้  ส่งผลกระทบในมุมกว้างไปทั่วโลก  และเมื่อ "นวัตกรรม" ได้เกิดแล้วจะไม่มีวันย้อนกลับมาอีกครับ


บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับแนวหน้าของโลกก็ล้วนแล้วแต่เป็นเจ้าแห่ง "นวัตกรรม"  ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็ต้องอาศัย "พื้นฐานความรู้" และ "การลงทุน"  ถ้าหากผลงานวิจัย ค้นคว้าชิ้นเยี่ยมจบลงแค่วิทยานิพนธ์  1  หรือ 2  เล่ม ในห้องสมุดก็จะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อันใดในวงกว้าง     เป็นได้เพียงแค่บทความที่กล่าวอ้างถึงในวงวิชาการ  ที่ทำอะไรไม่ได้  ทำอะไรไม่เป็น เป็นสถานการณ์ที่เรียกว่า  "ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด"   ดังนั้น  "นวัตกรรมอสังหาริมทรัพย์" ในมุมมองของผมจะต้องก่อให้เกิดผลกระทบทั้งแนวกว้างและลึกและก่อให้เกิดรายได้นำมาซึ่ง  "ประโยชน์"  และ  "ความสุข"  ให้แก่เจ้าของ "นวัตกรรม" เองและแก่สังคมโดยรวมครับ 

ผมยกตัวอย่าง  "นวัตกรรมอสังหาริมทรัพย์" ที่เห็นได้อย่างชัดเจน คือ  "นวัตกรรม" ในการก่อสร้าง "ระบบสำเร็จรูป" ("Pre-Fabrication" ) ซึ่งได้เข้ามาอย่างแพร่หลายอย่างรวดเร็วในระยะเวลาเพียง 10  กว่าปี  โดยเข้ามาแก้ไขปัญหาเรื่องการขาดแคลนแรงงาน,  การควบคุมคุณภาพ, การควบคุมเวลาและการควบคุมการใช้ทรัพยากร  นี่เป็นตัวอย่างที่เห็นได้อย่างชัดเจนใน "นวัตกรรม" ที่เกิดขึ้นและเกี่ยวข้องโดยตรงกับการลงทุน "อสังหาริมทรัพย์"    

หลังจากที่ได้ตัดสินใจลงทุนทำแน่แล้ว     จำเป็นต้องหา  "นวัตกรรมอสังหาริมทรัพย์"  ที่ทำให้มีชัยชนะเหนือคู่แข่ง แบบ  "รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง  ชนะร้อยครั้ง"  ซึ่ง  "นวัตกรรมอสังหาริมทรัพย์" ทั้ง  8  ข้อ  ประกอบด้วยสาระสำคัญดังนี้


นวัตกรรมข้อที่  1   "Real Estate  Hypothesis  Innovation"  ซึ่งหมายถึง  การสร้าง "สมมุติฐาน" ซึ่งนำไปสู่การสร้าง "นวัตกรรมอสังหาริมทรัพย์"  

นวัตกรรมข้อที่  2  "Real Estate  Feasible + Business  Model  Innovation"   ซึ่งหมายถึง  การศึกษาความเป็นไปได้และโมเดลธุรกิจที่เป็น "นวัตกรรมอสังหาริมทรัพย์"   

นวัตกรรมข้อที่  3   "Real Estate  Architectural  Design  Innovation"   ซึ่งหมายถึง รูปแบบทางสถาปัตยกรรมซึ่งเป็น "นวัตกรรมอสังหาริมทรัพย์"  

นวัตกรรมข้อที่  4  "Real Estate  Construction  Innovation" ซึ่งหมายถึง  ระบบการก่อสร้างที่เป็น "นวัตกรรมอสังหาริมทรัพย์"  

นวัตกรรมข้อที่  5  "Real Estate  Working Process  Innovation"  ซึ่งหมายถึง  ขั้นตอนการทำงานอย่างเป็นระบบระเบียบในการพัฒนา "นวัตกรรมอสังหาริมทรัพย์"   

นวัตกรรมข้อที่  6  "Real Estate  Marketing  +  Service   Innovation"    ซึ่งหมายถึง   การทำตลาดและการให้บริการต่าง ๆ แก่ลูกค้า  ที่เป็น "นวัตกรรมอสังหาริมทรัพย์" 

นวัตกรรมข้อที่  7   "Real Estate   Flexible  Innovation"  ซึ่งหมายถึง  ความสามารถในการปรับเปลี่ยนตัวเองเมื่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ  สังคม  เปลี่ยนไปของ "นวัตกรรมอสังหาริมทรัพย์"     นวัตกรรมข้อที่  8  "Real Estate   Assessment Innovation"  ซึ่งหมายถึง  กระบวนการตรวจสอบและประเมินสถานการณ์อยู่ตลอดเวลาในการพัฒนา "นวัตกรรมอสังหาริมทรัพย์"   

ซึ่ง "นวัตกรรมอสังหาริมทรัพย์" ทั้ง  8  ข้อนี้แหละครับที่ผมจำเป็นต้อง "หาให้ได้  หาให้เจอ หาให้พบ" ก่อนตัดสินใจลงทุนทำ "อสังหาริมทรัพย์" ไม่ว่าจะเป็นโครงการน้อยใหญ่  เป็นกระบวนการที่สำคัญในการกลัด "กระดุมเม็ดแรก" ของผม ซึ่งหากน้อยกว่านี้ก็ไม่เอา จะต้องทำอย่างน้อยให้ได้เท่านี้หรือทำได้มากกว่านี้  ท่านผู้อ่านก็ลองนำเอาไปพิจารณากันดูครับ  และนำไปปรับประยุกต์ใช้ก็น่าจะเกิดประโยชน์ผมลองนำไปปรับประยุกต์ใช้กับตัวเองแล้วเกิดผลดีเป็นอย่างยิ่งครับ



<< Start < Previous 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 Next > End >>

Results 1 - 10 of 1839
บ้านไม่บานยอดนิยม อพาร์ตเม้นท์ไม่บานยอดนิยม พิมพ์เขียวแบบบ้าน 999 บาท

 

 

คนรักบ้าน : เจาะลึกเคล็ดลับที่ไม่ลับ กับ โครงการ The Chiva Sanctuary  ตอนที่ 1

 

 

คนรักบ้าน : เจาะลึกเคล็ดลับที่ไม่ลับ กับ โครงการ The Chiva Sanctuary  ตอนที่ 2

 

 



 

 

บ้านไม่บานอัพเดต


สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว "คนรักบ้าน"  สำหรับในสัปดาห์นี้เป็นสาระน่ารู้เกี่ยวกับ  "บ้านของคนเมือง" ที่มีต้นกำเนิดมาจาก "ตึกแถว" ,"อาคารพาณิชย์" นั่นแหละครับที่ได้กลายพันธุ์เป็น "โฮมส์ออฟฟิศ"  ใครจะไปเชื่อครับว่า "โฮมส์ออฟฟิศ" ในปัจจุบัน   ในบางที่  บางทำเล    ก็มีราคาซื้อขายกันหลายสิบล้านบาทต่อคูหา    ยิ่งอยู่ในย่าน "ทำเลทอง" ใกล้  "รถไฟฟ้า" ก็ยิ่งมีราคา   จะว่าไปแล้ว "โฮมส์ออฟฟิศ" ก็เป็นการผสมผสานรูปแบบการใช้ชีวิตของ "คนเมือง"  คือ  บริเวณชั้นล่างสามารถทำกิจการค้าขายหรือเป็นออฟฟิศ    ส่วนชั้นบน ๆ ก็สามารถทำเป็นที่พักและสันทนาการทำให้เกิดความสะดวกสบายเป็นอย่างยิ่ง  ก็ไม่ต้องเสียเวลากับการเดินทาง  ซึ่ง  "โฮมส์ออฟฟิศ"   สมัยใหม่ก็มีพัฒนาการไปไกลเกินกว่าในอดีต   จนจำกันแทบไม่ได้  และก็มีการจัดพื้นที่ใช้สอยได้อย่างสวยงามลงตัว    ทั้งยังมีการเล่นระดับมีชั้นมีเชิงในการออกแบบ  รวมไปถึงการออกแบบให้มีลิฟท์โดยสารภายในอาคารทำให้เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตเป็นอย่างยิ่ง

 

อ่ า น ต่ อ . . .


“คอนโดฯ “The Chiva” ที่ “เขาใหญ่”

เมื่อปลายปีที่แล้วผมมีความตั้งใจแน่วแน่และมุ่งมั่นที่จะเดินตามแนวทาง "ทฤษฎีใหม่" และ  "ความพอเพียง" ในการลงทุนใน  "อสังหาไม่บาน"  ประเภท  "คอนโดมิเนียมไม่บาน"   เมื่อคิดรอบคอบในทุกด้านแล้วจึงตัดสินใจตอกเข็มโครงการ "The Chiva"  ( "เดอะชีวา")  ที่ "เขาใหญ่"  โดยถือเอาวันที่  5  ธันวาคม  ปีที่แล้ว เป็นวัน "มหาฤกษ์"  ในการเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ...

 

อ่ า น ต่ อ . . .
คลินิกคนรักบ้าน

“นวัตกรรมอสังหาริมทรัพย์”

การลงทุนอสังหาริมทรัพย์โครงการน้อยใหญ่ไม่ว่าจะเป็น "บ้านเดี่ยว", "บ้านแฝด", "ทาวเฮ้าส์", "อาคารพาณิชย์",  "โฮมส์ออฟฟิศ",  "มินิอพาร์ทเม้นท์",  "อพาร์ทเม้นท์",  "บูทิคอพาร์ทเม้นท์",  "เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์",  "บูทิคโฮเทล",  "โรงแรม",  "รีสอร์ท",  "คอนโดมิเนียม",   "บ้านจัดสรร"  ฯลฯ   ไม่ว่าจะต้องใช้งบประมาณในการลงทุนมากหรือน้อยเพียงใดสำหรับผมแล้วทุกโครงการจะต้องเป็น "นวัตกรรมอสังหาริมทรัพย์" หรือ  "Real Estate Innovation"

 

อ่ า น ต่ อ . . .

Homeloverthai Multimedia
Homeloverthai Multimedia
รายการคนไทยไม่ท้อ >>  

รายการ แผ่นดินพอเพียง   

Homeloverthai Multimedia
Homeloverthai Multimedia
Homeloverthai Multimedia
 

นิตยสารบ้าน+อพาร์ตเม้นท์ไม่บานกับ อ.เชี่ยว ฉบับสะสม
นิตยสารบ้าน+อพาร์ตเม้นท์ไม่บานกับอ.เชี่ยว ฉบับสะสม เหลือเพียง 6 เล่ม
(เล่ม 7,8,9,10,11,12)  ราคาชุดละ 300 บาท  รวมค่าจัดส่งแบบลงทะเบียน
รายละเอียดการโอนเงิน
ชื่อบัญชี ภัทรพล   เวทยสุภรณ์  ธนาคารกรุงเทพ ฯ  สาขาห้วยขวาง  ประเภทสะสมทรัพย์  บัญชีเลขที่  1764267272
แฟกซ์ pay  in
พร้อมระบุชื่อที่อยู่   หมายเลขโทรศัพท์ และ เล่มหนังสือที่สั่งซื้อ   มาที่หมายเลข  02-6441479 หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-2451399 และ 02-6441478 หรือ สำนักงานบ้านไม่บาน  เลขที่ 1  ซ.ประชาสงเคราะห์ 12   แขวงดินแดง  เขตดินแดง  กทม.  10400