สมัครงานกับทีมงานบ้านไม่บาน คลิกอ่านรายลัเอียดด้านใน

โปรดระวังบุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว   ชอบช่วย หรือ   ผศ.ดร.ภัทรพล   เวทยสุภรณ์  และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง  ฯลฯ  ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ  ทั้งสิ้น  หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์   02-2451399  หรือ  02-6441478  เท่านั้น
บุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว ชอบช่วย หรือ ผศ.ดร.ภัทรพล เวทยสุภรณ์ และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง ฯลฯ ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์ 02-2451399 หรือ 02-6441478 เท่านั้น

ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ "ตักศิลา คเณศ์ธร"

  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
ครบรอบ 120 ปี “ศิลป์ พีระศรี”
ครบรอบ 120 ปี "ศิลป์ พีระศรี"

“บ้านมวลชนไม่บาน” แบบ “บ้านแฝด” + “บ้านเดี่ยว”

สวัสดีครับแฟน ๆ  ชาว "คนรักบ้าน"  สำหรับสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้เป็นการเปิดเผยเบื้องหลังเบื้องลึกของกระบวนการออกแบบ "บ้านมวลชนไม่บาน" หลังเล็ก ๆ  ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึง "กรอบทางความคิด" ของผมที่ว่า "ความฝัน+ความหวังเป็นของฟรี"  เพราะถ้ามนุษย์เราขาดทั้ง "ความฝัน"  และ  "ความหวัง"  ทั้งยังไม่กล้าที่จะ  "วาดฝัน" และ "คาดหวัง"  กับการตั้ง "เป้าหมาย" ของชีวิตในอนาคต  หากเป็นเช่นนั้นแล้วชีวิตคงไม่เหลืออะไรให้กับตัวเอง ให้กับพ่อแม่ ให้กับญาติพี่น้องลูกหลานได้ภาคภูมิใจ  เพียงแค่จะ "คิด"และ "ฝัน" ก็ยังไม่กล้าทั้ง ๆ ที่  "ความฝัน+ความหวัง" นั้น "เป็นของฟรี"  ดังนั้นในช่วงเวลาที่ผมสับสน  อ่อนแอหรือท้อแท้     ผมก็มักจะบอกตัวเองเสมอครับว่า  "ความฝัน+ความหวังเป็นของฟรี" ที่สำคัญจะต้องกล้าที่จะ "ฝัน"  และกล้าที่จะตั้ง "ความหวัง"  รวมทั้งกล้าที่จะตั้งเป้าหมาย และกล้าที่จะตัดสินใจลงมือทำตามแนวทางที่ "ฝัน+หวัง" ไว้   และที่สำคัญคือจะต้องตัดสินใจลงมือทำแต่วันนี้  อย่าผลัดวันประกันพรุ่งเป็นอันขาด  มิฉะนั้นชีวิตจะเต็มไปด้วยข้ออ้างและเต็มไปด้วยเหตุผลประเภท "ร้อยเหตุผลเดียว" ที่จะไม่ลงมือทำเสียที  ซึ่งผมก็มักจะเตือนสติกับตัวเองเสมอ ๆ ครับว่า  ลงมือทำชาตินี้ครับอย่าทำชาติหน้า    คือลงมือทำวันนี้   เดี๋ยวนี้   ไม่ใช่พรุ่งนี้  หรือมะรืนนี้ครับ 

การเดินไล่ล่าตามหา  "ความฝัน" และ "ความหวัง"  ของผมมีขั้นตอนง่าย ๆ  คือเมื่อผมได้คิด "ฝัน" และได้วาด "หวัง" ไว้ในสิ่งใด  ผมก็จะหยิบปากกาหรือดินสอลงมือเขียนสิ่งที่ผมคิดและฝันวาดไว้ลงในกระดาษ   ซึ่งจะว่าไปแล้วขั้นตอนนี้จัดได้ว่าเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดครับ  เพราะผมต้องก้าวข้าม  "ความกลัว" ให้ได้เสียก่อนครับ   เพราะแท้จริงแล้วที่ผมยังลังเล    เกิดอาการกลัว ๆ  กล้า ๆ  เพราะกลัวว่าสิ่งที่ลงมือทำนั้นอาจจะล้มเหลว  ทำให้จะต้องสูญเสียทั้งเวลา    ทั้งทรัพย์สินเงินทอง  ทั้งยังอาจจะดูถูกดูหมิ่นดูแคลนว่าไม่มีวันที่ "ความฝัน + ความหวัง" ที่ผมได้ตั้งใจไว้นั้นจะเป็นจริง  ก็เพราะความกลัวอนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั่นเอง  ทำให้ดับทั้งความฝันความหวังของผู้คนไปมากมายนับไม่ถ้วน   

เมื่อผมได้วาด "ความฝัน" และตั้ง"ความหวัง" ไว้ว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะออกแบบสร้างสรรค์  "บ้านมวลชนไม่บาน"  ชั้นเดียวที่ สามารถดัดแปลงให้เป็นทั้ง  "บ้านเดี่ยว"  และ  "บ้านแฝด"   ในสไตล์   "อกาลิโก+ไฮโซ+โลว์คอส"  ที่สุดคุ้มค่ามีราคาแสนประหยัด    นอกจากนั้นยังจะต้อง ดูวันนี้ก็สวย   พรุ่งนี้ก็ดูสวย  อีกสิบปีก็ยังคงสวยสดงดงามอยู่   จะว่าไปแล้วโจทย์ที่ผมได้ตั้งขึ้นนั้นก็นับว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับผมมากครับ  เป็นสิ่งที่ผมได้ครุ่นคิดและคาดหวังมายาวนานและผมก็เชื่อว่าหากทำได้จริงขึ้นมาก็น่าจะเป็นประโยชน์เป็นอย่างยิ่งกับชุมชน "ชาวบางสตางค์น้อย"  ซึ่งหมายถึง   ชนกลุ่มใหญ่ของประเทศ  ที่ยังต้องหาเช้ากินค่ำ   ไม่ได้เกิดมาคาบ  "ช้อนเงินช้อนทอง" มี "เงินถุงเงินถัง"  ที่ผมตั้งท่าลังเลด้วยความกลัวมายาวนาน  เพราะกังวลว่าภายใต้งบประมาณที่ใช้ในการก่อสร้างอันแสนจำกัด  คงจะไม่สามารถออกแบบให้"สวยทน",  "สวยทาน",   "สวยนาน",  "สวยดูดี",  "สวยมีชาติตระกูล" แบบ "อกาลิโก+ไฮโซ+โลว์คอส" อย่างที่ผมต้องการได้   แต่พอตัดสินใจแน่วแน่ว่า "เป็นไงเป็นกัน" พอผมได้ก้าวข้ามความกลัวก็หยิบดินสอ และกระดาษขึ้นมาทำงาน  เป็นการเริ่มต้นจากภาพ "เสก็ต"  ที่มีนัยสำคัญเป็นอย่างยิ่ง   เพราะเมื่ออารมณ์กลัวถูกตัดออกไป  จะเหลือเพียงแต่การมุ่งมั่นเดินหน้าไปสู่เป้าหมาย  คือ  การแสวงหารูปแบบ  "บ้านมวลชนไม่บาน" ชั้นเดียวสไตล์  "บ้านเดี่ยว" +  "บ้านแฝด" แบบ " 2  in 1"  ผมก็ใช้เวลานั่ง "เสก็ต" อยู่เกือบ  3   ชั่วโมง  (โดยไม่ใช้ยางลบ)   ทุกเส้นดินสอที่เขียนลงไปบนกระดาษมีเป้าหมายที่ชัดเจน  เป็นการทำงานอย่างมี "สติ" ที่มั่นคง  ครูบาอาจารย์ผมก็สอนว่าเมื่อมี  "สติ" ที่มั่นคงแล้วก็เกิด  "สมาธิ" และก็นำไปสู่  "ปัญญา"  ในที่สุด    ก็ถือว่าเป็น "บ้านมวลชนไม่บาน"  ประเภท "บ้านเดี่ยว" + "บ้านแฝด" แบบ "2 in 1" ในสไตล์ "อกาลิโก+ไฮโซ+โลว์คอส" ที่เป็นขวัญใจชุมชน  "ชาวบางสตางค์น้อย" โดยแท้จริงครับ  

เมื่อผมทำการ "เสก็ต" โดยไม่มีความหวั่นเกรงกลัวใด ๆ    ผลงานก็ออกมาดังที่ท่านผู้อ่านกำลังได้เห็นครับ  เป็นการเดินไล่ล่าหา "ความฝัน"และ "ความหวัง" อัน  "เป็นของฟรี"  ที่อยากจะช่วยทำให้คนส่วนใหญ่มีบ้านพักอาศัย  ที่สามารถคุ้มแดด คุ้มฝน  ก็สมศักดิ์ศรี  "บ้านมวลชนไม่บาน" ครับ  พอผมได้ทำการ "เสก็ต" แล้วเสร็จ  ผมก็ได้ใช้เทคโนโลยีที่ดีที่สุดที่ผมมีอยู่  ทำการขึ้นเป็นภาพ  "3  มิติ"  โดยใช้โปรแกรมทาง "คอมพิวเตอร์กราฟิก" ที่สามารถดูรอบ ๆ  "บ้านมวลชนไม่บาน" หลังนี้ได้  ยิ่งดูก็ยิ่งเพลิดเพลิน ก็เกิดอาการหลงรักแบบถอนตัวไม่ขึ้นครับ  เพราะเป็น  "บ้านไม่บานมวลชน" ที่ก่อให้เกิด  "ประโยชน์สูงและประหยัดสุด" ในสไตล์  "อกาลิโก+ไฮโซ+โลว์คอส"  ก็โดนใจ "ชาวบางสตางค์น้อย" แบบตรง ๆ  เต็ม ๆ  เป็นอย่างที่ "คาดหวัง" และ "วาดฝัน" ไว้ครับ

สำหรับรายละเอียดของ "บ้านมวลชนไม่บาน" ที่เป็นหนึ่งใน "ความฝัน" + "ความหวัง" ของผมที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อชุมชน "ชาวบางสตางค์น้อย" ในรูปแบบ  "บ้านเดี่ยว" ผสมผสานกับ  "บ้านแฝด"  แบบ  "2  in  1"  คือ  จะเป็น  "บ้านเดี่ยว"  ก็ได้หรือจะเป็น  "บ้านแฝด"  ก็ดี  ท่านใดที่สนใจในรายละเอียดเพิ่มเติม     รวมทั้งรายละเอียดย้อนหลังก็สามารถเข้าไปดูได้ที่ "เว็ปไซต์" ยอดฮิตของชาว "คนรักบ้าน" www.homeloverthai.com   สำหรับสาระน่ารู้ของ "บ้านไม่บาน" ในสัปดาห์นี้ก็คงมีเพียงเท่านี้  พบกับสาระน่ารู้กันได้ใหม่อีกสองสัปดาห์หน้า   แล้วพบกันให้ได้ครับ

คอนโดฯ “รักษ์สุขภาพ” 500,000++ที่ “เขาใหญ่”

สวัสดีครับแฟนๆ ชาว  "คนรักบ้าน" สำหรับในสัปดาห์นี้เป็นการรายงานความคืบหน้าของโครงการคอนโดฯ   "The Chiva  Sanctuary" สำหรับคน "รักษ์สุขภาพ"    ที่ "เขาใหญ่"  ก็น่าชื่นใจครับเพราะการก่อสร้างมีความคืบหน้าไปมาก    ดังที่ผมเคยเรียนให้ทราบว่าในการ  "กินดีอยู่ดี"  ได้อย่างปรกติสุขนั้นจะต้องมี  "อ."ให้ครับทั้ง  "6  อ."   ซึ่งจะขาด "." ใด "." หนึ่งเสียมิได้  "อ.ที่  1"  คือ  "อากาศดี",   "อ.ที่ 2" คือ  "อารมณ์ดี" , "อ.ที่ 3" คือ "อาหารดี" ,  "อ.ที่ 4"   คือ  "การออกกำลังกายดี" ,  "อ.ที่ 5" คือ  "อุจจาระดี" ส่วน  "อ.ที่  6"  คือ  "อยู่อาศัยดี" ที่ต้องถูกสุขลักษณะ ทั้ง   "6  อ." ที่ผมได้กล่าวมานี้นี่แหละครับเป็น "กรอบทางความคิด"  (Configuration) ของโครงการ  "The Chiva  Sanctuary" ตั้งแต่ผมเริ่มเลือกทำเลที่ตั้ง,ออกแบบและวางผังโครงการก็ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะต้องทำให้ครบ  "6  อ." ให้ได้   "อ.ที่1"  คือ  "อากาศ" เพราะ  "เขาใหญ่" เป็นแหล่ง  "โอโซน" อันดับ 7  ของโลก ครับ  ดังนั้นไม่ต้องพูดถึงความบริสุทธิ์ สะอาดของอากาศ   ที่แวดล้อมไปด้วยแมกไม้สีเขียวขจีและทิวเขาที่สลับซับซ้อนสวยงามเหนือคำบรรยายเป็นอย่างยิ่ง  ส่วน "อ.ที่ 2"  คือ "อารมณ์ดี" จะว่าไปแล้วช่วงนี้ผมจะมี "อารมณ์ดี" เป็นพิเศษครับ    ทุกครั้งที่ผมไปพักผ่อนที่ "เขาใหญ่"  เพราะนอกจาก  "อากาศดี" แล้ว  "อารมณ์ก็ดี" ด้วย  ส่วน  "อ.ที่ 3"   คือ  "อาหาร" การกินก็อุดมสมบูรณ์ดีครับ  โดยเฉพาะพืชผัก ผลไม้ปลอดสารพิษ  รวมไปถึงอาหารประเภท "สโลว์ฟูด" (Slow Food) ที่อยู่ตรงข้ามกับพวก "ฟ๊าดฟูด" (Fast  Food)  และ "จั๊งฟูด" (Junk Food)  ที่เรากินกันอยู่ทุกวันในเมือง  "อ.ที่ 4"  คือ  "ออกกำลังกายดี" ส่วน  "อ." ที่ตามมาคือ "อ.ที่5" คือ  "อุจจาระ" สามารถขับถ่ายได้ดี  และ "อ."สุดท้าย "อ.ที่6"   คือ "อยู่อาศัยดี"  ที่ได้รับการออกแบบมาอย่างสวยงามจนถึงกระบวนการก่อสร้างมั่นคงที่แข็งแรงดี  ถูกต้องตามหลัก "วิศวกรรม" และ "สถาปัตยกรรม"  ซึ่งผมตั้งใจใช้ "ระบบก่อสร้างสำเร็จรูป" (Pre-Fabrication)  ทำให้สามารถก่อสร้างได้รวดเร็ว  สามารถคุมต้นทุนได้และไม่รบกวนสภาพแวดล้อม  โดยผมคาดการณ์ไว้ว่าภายใน  3  เดือนจะต้องก่อสร้างให้เสร็จถึงชั้น  7   ซึ่งเป็นชั้นดาดฟ้าก็เป็นเรื่องที่ท้าทายแต่เชื่อว่าไม่เหลือบ่ากว่าแรงและสามารถทำได้ครับ

              "The Chiva  Sanctuary" ที่ "เขาใหญ่"  เป็นโครงการ  "คอนโดมิเนียมสุขภาพดี" ที่ไม่ได้เปิดขายทั่วไป เพราะทางโครงการจะค่อนข้างคัดสรรลูกค้าผู้ที่เข้ามาอยู่ในโครงการ  ต้องเป็นคน "รักษ์สุขภาพ" และ "รักษ์ธรรมชาติ" คล้าย ๆ กัน  นอกจากนั้นยังต้องชอบความสงบเงียบเหมือนกัน   และข้อสำคัญโครงการ  "The Chiva  Sanctuary" ที่ "เขาใหญ่"ในอนาคตจะเป็น "ต้นแบบ" ของ "คอนโดฯรักษ์สุขภาพ" ทั่วประเทศ ที่ครบถ้วนทั้ง  "6 อ."  คือ  "อากาศดี", "อารมณ์ดี", "อาหารดี", "ออกกำลังกายดี"  , "อุจจาระดี"  และ "อยู่อาศัยดี" ก็ถึงพร้อมครบถ้วนในทุก "มิติ" ครับ

            สำหรับสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้ผมขอนำเสนอความคืบหน้าของ"The Chiva  Sanctuary"ที่กำลังจะประกอบติดตั้งเสาชั้น  2  เพื่อรับพื้น ชั้น 3 เป็น "ระบบสำเร็จรูป" ที่เป็นมิตรกับสภาพแวดล้อม  ทั้งยังประหยัดทรัพยากร  และยังสามารถลดความสูญเสียวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อสร้าง  รวมถึงการลดระยะเวลาในการก่อสร้างรวมไปถึงมีความมั่นคงแข็งแรง ทางด้านวิศวกรรมและมีความสวยงามทางด้านสถาปัตยกรรม  แต่ที่ในวงการกำลังทึ่งอึ้งกันอยู่ก็คือ  มีราคาต่อหน่วยเพียง 500,000  บาท++  น่าจะเป็น "คอนโดฯ" ที่คุ้มค่าคุ้มราคาที่สุดที่ "เขาใหญ่" รวมทั้งในสายตานักลงทุนยังเป็น "คอนโดฯ" รักษ์สุขภาพที่น่าลงทุนที่สุด  ก็ฟังดูดีเกินจริงครับ  ถ้าท่านอยากสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและอยากหาคำตอบก็สามารถติดต่อได้ที่เบอร์  063-8032855  หรือ 081-4218323  หรือหากท่านมีโอกาสเดินทางผ่านไปที่บริเวณ "เขาใหญ่" ก็แวะเวียนไปที่โครงการได้ยินดีต้อนรับทุกท่านครับ   หรือท่านใดที่สนใจก็ติดตามรายละเอียดตลอดจนความคืบหน้าของโครงการก็สามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ที่  www.chivagroup.com  ก็ย้ำนะครับว่าอย่า "กระพริบตา" กับโครงการ "The Chiva  Sanctuary" ที่ "เขาใหญ่"  ที่ผมตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะให้เป็น "ต้นแบบ" ของ "คอนโดฯ  ไม่บาน"  ราคาสุดประหยัด  สำหรับ "คนรักษ์สุขภาพ" และ "รักษ์ธรรมชาติ"ที่ถึงพร้อมด้วย  "อ.ทั้ง 6"  สำหรับสาระน่ารู้ในอีกสองสัปดาห์นี่คงมีเพียงเท่านี้  พบกันใหม่ในสัปดาห์หน้าครับ

การ “ให้” คือ “ของขวัญ” ที่ดีที่สุดใน “วันตรุษไทย”

สวัสดี "ปีใหม่ไทย" ครับ  ซึ่ง  "วันตรุษไทย"  หรือ "วันมหาสงกรานต์" ปีนี้ตรงกับวันศุกร์ที่  14  เมษายน เวลา 2 นาฬิกา  49   นาที  12  วินาที  "นางสงกรานต์" นามว่า  "กาฬกิณีเทวี" ทรงพาหุรัด ทัดดอกมณฑา อาภรณ์แก้วมรกต หัตถ์ขวาทรงขอช้าง หัตถ์ซ้ายทรงปืน เสด็จไสยาสน์หลับเนตร  มาเหนือหลังกุญชร เป็นพาหนะ"   ก็เป็นที่วิตกกันว่าสถานการณ์บ้านเมืองจะไม่ใคร่ดี  มีความขัดแย้ง  รวมถึงผลผลิตทางการเกษตรจะได้ผล 1  ส่วน  เสีย  5  ส่วน  ก็เป็นคำทำนายทายทักที่เป็น "โหราศาสตร์" มาแต่โบร่ำโบราณ  บางครั้งคำทำนายทายทักก็ก่อให้เกิดทุกข์ แต่พระอาจารย์ของผมคือ  "ครูบาชัชวาลย์   ฐิตธัมโม"  วัดป่าภูสว่างแสงธรรม    ตำบลนายูง  อำเภอนายูง  จังหวัดอุดรธานี   ได้สอนผมว่า  "ผู้ใดเห็นทุกข์  ผู้นั้นเห็นธรรม" และ   "ผู้ใดเห็นธรรม  ผู้นั้นก็เห็นองค์ศาสดา"  ในช่วงวันหยุด "ตรุษไทย" ปีนี้ผมก็ได้มีโอกาสเดินทางไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่บิดามารดาที่ล่วงลับไปแล้ว  ครั้งท่านมีชีวิตอยู่ในช่วงเวลาวันหยุด "ตรุษสงกรานต์" ก็เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขเป็นอย่างยิ่งครับ  เพราะสมาชิกในครอบครัวต่างก็อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา  เมื่อเวลาล่วงไป   หลายท่านก็ละสังขารไป  ทำให้ในปัจจุบันก็เหลือสมาชิกในครอบครัวกันเพียงไม่กี่คนหรอกครับ  ก็เกิด "ทุกข์"  แต่  "ไม่เห็นทุกข์ก็ไม่เห็นธรรม"  ผมนึกถึงคำสอนของ "ครูบาฯ"   ที่สอนผมถึงการ  "ให้"  ซึ่งเป็นการ  "ให้"  ที่มุ่งแต่จะ  "ให้" อย่างเดียว    ไม่  "รั้ง" ไม่ "รับ" อะไรเป็นการตอบแทนทั้งสิ้น  การ  "ให้" เป็นหนึ่งใน  "ภารกิจ+ภารกรรม"  เป็น  "หน้าที่ทางจริยธรรม" ซึ่งการ "ให้" นั้นจะเสร็จสิ้นสมบูรณ์เมื่อหมดลมหายใจครับ

            แท้จริงแล้วการ "ให้" ก็เป็น "อุบาย" อย่างหนึ่งของการ "ปฏิบัติธรรม"  เพราะส่วนใหญ่ที่คนเรา "ให้" ไปนั้นก็มักหวัง "ผลตอบแทน" เสมอ  เช่น ให้ความรักแก่ใครไปก็หวังว่าจะได้รับความรักนั้นตอบแทนกลับมา  ดูผิวเผินก็เหมือนจะไม่มีอะไรครับ  แต่แท้จริงแล้วการ "ให้" ในลักษณะที่หวังผลตอบแทนนี้คือการกระตุ้น  "ตัวรู้"  ที่อยู่ในใจเรา  "ครูบาฯ" ได้สอนผมว่า  "ตัวรู้"  นั่นแหละครับเป็นตัวก่อให้เกิดความ "ทุกข์" ยิ่ง "ให้มาก" ก็ยิ่ง "ทุกข์มาก"  เหมือนผมให้ความรักแก่บิดามารดาของผมมากเท่าไหร่  ผมก็ยิ่งทุกข์ทรมานมากขึ้นเท่านั้นเมื่อท่านไม่อยู่แล้ว   เพราะ  "ตัวรู้"บอกกับผมเสมอว่าคิดถึงท่านเสียเหลือเกิน  อยากไปรดน้ำขอพรท่านตามประเพณี  แต่ท่านทั้งสองก็ไม่อยู่เสียแล้ว  ก็อดอิจฉาคนที่ยังมีพ่อมีแม่อยู่ครบ    ก็เพราะ  "ตัวรู้" นี่แหละครับ เป็นตัวตอกย้ำความ "ทุกข์" ยิ่งผมรักพ่อแม่มากเท่าไหร่     ผมก็ได้ความรักจากพ่อแม่ผมเป็นการตอบแทนกลับมามากขึ้นเท่านั้น  เป็นความรักที่ดูผิวเผินว่าไม่มีเงื่อนไขแต่แท้จริงแล้วมียิ่งกว่าเงื่อนไข  ยิ่งรักมากก็ยิ่งทุกข์มาก  แต่ในขณะเดียวกัน  "ยิ่งทุกข์มาก  ก็ยิ่งเห็นธรรมมาก" ครับ  ผมเริ่มที่จะลองฝึกที่จะ  "ให้"  โดยไม่หวังผลตอบแทนอะไร    "ให้" แล้วก็ "ให้" เลย  ไม่รั้งไม่รับอะไร   ถึงใครจะ  "ให้"  อะไรตอบแทนกลับมาก็ไม่รับและรับไม่ได้   เพราะ  "ภาชนะ"  คือ  "ตัวรู้" ที่รองรับไม่มี  ว่างเปล่า

            "ตัวรู้" หรือ  "ธาตุรู้"  แท้จริงแล้วคือ  "จิตวิญญาณ" อันเป็นตัวการสำคัญ    บรรดาครูบาอาจารย์หลายท่านสามารถดับ  "ธาตุรู้" หรือ   "ตัวรู้" จน  "ว่างเปล่า" ไม่มีอะไร  ไม่เหลืออะไรให้รู้อีกต่อไป  บางครั้งความหมายที่แท้จริงของการ  "ตรัสรู้"  หมายถึง  "การตัดรู้"   เพราะ "ตัวรู้"  แท้ที่จริงแล้วคือ  "จิตวิญญาณ" ของเรา    เป็น  "กายละเอียด"  เมื่อหลอมรวมกันกับ  "กายหยาบ"  คือ  "ธาตุทั้ง  4"    (ดิน,น้ำ,ลม,ไฟ)  มาประชุมกันก็  "เกิดเป็นเขา" ,  "เกิดเป็นเรา",  "เกิดเป็นฉัน", "เกิดเป็นเธอ" ฯลฯ   เกิดเป็นอะไรต่ออะไรอีกมากมาย   ตามแต่  "ตัวรู้" จะ  "สมมุติ" ขึ้น  ต่างคนต่างแตกต่าง ตาม "สภาวะกรรม"  หากไม่สามารถตัด  "ตัวรู้" ออกไปได้    ก็จะไม่สามารถมี  "สมาธิ" ที่นำไปสู่  "ปัญญา" อันจะนำพาเราไปสู่  "นิพพาน" ได้  ต้องตกอยู่ใน "วงล้อแห่งกรรม" ที่ต้องเวียนว่ายตายเกิดกันอยู่อย่างไม่รู้จบรู้สิ้น   จะเห็นได้ว่าถึง "ธาตุทั้ง  4"  ถึงแม้แตกดับไปแล้วตามกฎแห่ง  "ไตรลักษณ์"  แต่ "ธาตุรู้" คือ  "ตัวรู้" ที่ยังอยู่    ก็ทำให้  "จิตวิญญาณ" ยังต้องเวียนว่ายตายเกิด  เพราะยังมีตัวตน  ยังยึดติด   ว่ากันว่าพอละสังขาร "ตัวรู้" ก็ยังเวียนว่ายตายเกิด   หากพลังบุญสะสมไว้ในชาตินี้ไม่เพียงพอ   ก็จะหาร่างคนลงมาจุติไม่ได้  ก็มาจุติในสัตว์เดรัชฉาน   เช่น   หมู,  หมา,  กา,  ไก่  ฯลฯ   เพราะ "ตัวรู้" หรือ  "ธาตุรู้" ยังคงยึดติดอยู่กับความ  ต้องการกลับมาเกิดอยู่

            ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการ "ให้" อย่างเดียวไม่หวังอะไรตอบแทน  เป็นการลด ละ  เลิก   "ตัวรู้"   ยกตัวอย่างให้เข้าใจง่าย ๆ  เช่น  เราให้เงิน  100  บาท  กับคนขายล็อตเตอรี่  พอได้ล็อตเตอรี่เป็นการตอบแทนจากเงิน  100  บาทที่ให้ไป  "ตัวรู้" ก็บอกว่าถ้าโชคดีก็อาจจะถูกรางวัลใหญ่หลายสิบล้านบาท  ก็เกิดความทุกข์เมื่อไม่ถูก  ถึงถูกก็ทุกข์เพราะมีลาภจำนวนมากมายมหาศาลไม่รู้จะทำอย่างไรดีเพราะไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจไว้  จะเห็นได้ว่าแค่  "ธรรมะ" ที่เกี่ยวกับการ  "ให้" นั้นลึกซึ้งเหลือเกินครับ  ก็ต้องขอขอบคุณช่วงเวลาวันหยุด "ตรุษสงกรานต์" ที่ได้มีเวลาพักผ่อนหลายวันทำให้ได้มีโอกาสทบทวน "ธรรมะ"อันเบิกบานของครูบาอาจารย์ที่ได้สอนผมไว้   ก็นำมาฝากท่านผู้อ่านเป็น  "ของขวัญ"  วันปีใหม่ไทย ให้ลองไปคิดพิจารณาการ  "ให้"  ที่ไม่ต้องการผลตอบแทนใด ๆ  (รวมถึงการ "ให้อภัย" ต่อกัน) ซึ่งเป็น "ธรรมะ" อันวิเศษสุดและผมเชื่อว่า "ธรรมะ" ก็ย่อมคุ้มครอง "ผู้ปฏิบัติธรรม"  ครับ

            ขอให้สุข สดชื่น สมหวังใน "วันขึ้นปีใหม่ไทย" จุลศักราช  1379  กันทั่วถ้วนหน้าครับ  และฝากเตือนสติว่าจะทำการใดก็อย่าทำโดยประมาท   จะขึ้นรถลงเรือไปเหนือล่องใต้ก็ขอให้ระมัดระวัง จะได้เดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย   และสวัสดีมีชัยกันทุกท่านครับ

“ตรึงใจนิรันดร์” กับ “เคล็ดลับของจักรวาล” ที่นำไปสู่ “เคล็ดลับความสำเร็จ”

ผมเป็นคนโชคดีมีบุญวาสนามากครับที่ได้เป็น "ลูกศิษย์" ที่ใกล้ชิดกับ "ครู" ที่เป็นยิ่งกว่า "ครู" ของผม  คือ ท่าน "ศาสตราจารย์ เกียรติคุณ ดร.ตรึงใจ  บูรณสมภพ"  ตลอดระยะเวลากว่า  30  ปี   ผมมีโอกาสได้เรียน  ได้รู้  ได้ร่วมงาน   กับ "ครู"  ซึ่งผมถือว่าเป็นประสบการณ์ตรงที่ทรงคุณค่าอย่างที่สุดที่ไม่อาจประเมินค่าได้ครับ   ภาพของ "ครู"  ตั้งแต่วันแรกที่ได้รู้จัก  "ครู" จนได้มาเป็น "ลูกศิษย์" จวบจนวันสุดท้ายก็ยัง "ตรึงใจนิรันดร์" เหมือนกับเกิดขึ้นเมื่อวานนี้   ซึ่ง  "ครู" ได้สอนผมอะไรต่ออะไรมากมาย  ในทุก ๆ  "มิติ" ตั้งแต่การศึกษาเล่าเรียน,การทำงาน ตลอดจน "วิถีคิด" และ "วิถีปฏิบัติ" ในการดำเนินชีวิตตาม "หน้าที่ทางจริยธรรม"  ที่ทุกคนพึงมีเพื่อยังประโยชน์สุขให้กับสังคมส่วนรวม

            "ครู" ที่เป็นยิ่งกว่า "ครู" ของผมท่านนี้  ได้พร่ำสอนอะไรต่ออะไรให้กับผมมากมาย    และหนึ่งในนั้น คือ "เคล็ดลับของจักรวาล"  ที่จะนำไปสู่ "เคล็ดลับความสำเร็จ"  ทั้งในการทำงานและการใช้ชีวิต  ซึ่งผมได้นำมาปรับประยุกต์ใช้กับชีวิตจริงมาโดยตลอดและเกิดทั้ง "ประสิทธิภาพ"  และ "ประสิทธิผล" ขึ้นจริงแบบดีเกินคาด ซึ่งผมสรุปเป็นหัวข้อหลัก ๆ  พอสังเขปได้ดังนี้ครับ

  • เมื่อใดที่เราสร้าง "ภาพแห่งอนาคตได้ชัดเจน" เท่ากับภาพในอดีต เหมือนกับว่าเคยผ่านประสบการณ์นั้นมาแล้ว รู้สึกว่าเกิดขึ้นจริงแน่นอน เมื่อนั้นเราก็จะสามารถกำหนดอนาคตให้เป็นดั่งภาพใน "จินตนาการ"ได้
  • เคล็ดลับของ "อัจฉริยะ" คือ "การสร้างภาพที่ชัดเจน" ขึ้นในใจให้ได้ก่อนเสมอ
  • มนุษย์มีสิ่งล้ำค่าอย่างหนึ่งนั่นคือ "สติสัมปชัญญะ" ที่คอยควบคุมดูแล "อารมณ์", "ความรู้สึก" ตลอดไปถึง "ความคิด"
  • "ความคิด" ส่งผลต่อเซลล์ทุกเซลล์ ในทุกระบบของร่างกาย และสามารถส่งผลไปถึงเซลล์ของคนอื่นๆด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "เซลล์ในระบบประสาท" ดังนั้นจงพยายาม "คิดบวก" เสมอ
  • "การให้บวก" คือ "การเพิ่มบวก" ในตัวคุณให้เพิ่มขึ้น "การให้ลบ" ลบในตัวคุณก็จะเพิ่ม เช่น ยิ่งให้ยิ่งได้ ยิ่งสอนยิ่งรู้ ยิ่งเรียนยิ่งฉลาด ยิ่งบริจาคยิ่งรวย เป็นต้น
  • "จักรวาล" มี "คลื่นความถี่" ตัวเราเปรียบเสมือน "จอรับภาพ" ถ้าต้องการภาพชีวิตแบบไหนก็เพียงแต่ "ปรับความถี่" ของ "จอรับภาพ" ให้ตรงกับ "คลื่นความถี่ของจักรวาล"
  • "จิตใต้สำนึก" คือ "ฐานข้อมูล" ของ "ความคิด" และ "ความรู้สึก" ที่เกิดขึ้นซ้ำกันบ่อยๆ จน "ตกตะกอน" แล้ว
  • เมื่อเราฝึก "คิดบวก" จนเป็นนิสัย "จิตใต้สำนึก" ก็จะบันดาลให้สิ่งต่าง ๆ ที่เราคิดนั้นเกิดขึ้นได้จริง แล้วเราจะพบว่าสิ่งดีๆเข้ามาสู่ชีวิตเรามากมายอย่างไม่น่าเชื่อ
  • "จิตใต้สำนึก" ทำงานแม้ในขณะหลับ ดังนั้น ในแต่ละวันควรระลึกถึงสิ่งดีๆ ที่ได้ทำลงไปก่อนล้มตัวลงนอน เพื่อจะได้ตื่นเช้าวันใหม่ด้วยความสดชื่น สมองแจ่มใส
  • "จิตใต้สำนึก" มีพลังอำนาจมากกว่า "จิตสำนึก" หลายหมื่น หลายแสนเท่า การทำงานของ "จิตใต้สำนึก" อยู่เหนือ "มิติที่สี่"
  • "จิตใต้สำนึก" เป็นสิ่งที่เราสั่งสมไว้ใน "ภวังคจิต" มานานหลายภพหลายชาติ รวมทั้งชาติปัจจุบัน จึงทำให้เรามี "พื้นฐานจิต", "อุปนิสัย" หรือ "จริต" ที่แตกต่างจากคนอื่นตามประสบการณ์ที่เราสั่งสมมา
  • ทุกครั้งที่ทำความดี จงจดจำความรู้สึกดีนั้นไว้ ให้ประทับอยู่ในใจเรา สิ่งนี้จะเป็นพลังให้เรามีกำลังใจที่จะทำความดีอยู่อย่างสม่ำเสมอ และที่สำคัญกว่านั้น พลังนี้จะดึงดูดสิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นในชีวิตเราอย่างน่าอัศจรรย์

            ถึงแม้วันนี้ "ครู" ที่เป็นยิ่งกว่า "ครู" ของผมได้ก้าวล่วง  "ละสังขาร" ไปแล้วตามกฎของ  "การเดินทางระหว่างเวลา"  ซึ่งผมก็ได้ไปร่วมรับเสด็จ  "สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี"  ที่เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพให้ "ครู"  ที่เป็นยิ่งกว่า "ครู" ของผม    เมื่อวันที่  5  มีนาคม  ที่ผ่านมา   ณ  เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิสริยาภรณ์  วัดเทพศิรินทราวาส   กรุงเทพมหานคร  

"ครู" ก็ยังคงอยู่ในใจของผมเสมอ   ผมขอสัญญากับ "ครู" ว่า ความรู้ต่าง ๆ  ตลอดจนประสบการณ์การทำงานต่าง ๆ  ที่ได้รับจาก "ครู"  ที่ "ครู" ได้พร่ำสอนถ่ายทอดให้จะไม่มีวันสูญเปล่า  "ครู" เป็น "ต้นแบบ" ของผมครับ    ผมได้เห็น  ได้เรียน ได้รู้  ได้มีส่วนร่วมกับหลายต่อหลายโครงการที่ "ครู" ได้ทุ่มเทอย่างเต็มกำลังความรู้ความสามารถ   เพื่อยังประโยชน์ให้แก่สังคมแก่ประเทศชาติถึงแม้ว่าจะอายุมากแล้ว   "ครู" ก็ได้ทุ่มเททำงานหนัก (มาก) จนสังขารของ "ครู"  ทนไม่ไหว และเป็นสาเหตุสำคัญของโรคภัยไข้เจ็บที่ "ครู" ได้รับ  

 ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมได้จาก "ครู" ไม่มีวันสูญไปโดยเปล่าประโยชน์ครับ  ผมจะมุ่งมั่นที่จะเดินตามรอย "ครู" ทำ "หน้าที่ทางจริยธรรม" ของผมให้ดีที่สุด     อย่างเต็มกำลังความรู้ความสามารถ  เพื่อประโยชน์แก่สังคมส่วนรวมและเพื่อเป็นเครื่องบูชา "ครู"  เป็นกุศลผลบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับ "ครู" ที่เป็นยิ่งกว่า "ครู" ที่ยังตรา "ตรึงใจนิรันดร์"  มิรู้ลืมครับ

“บ้านพักตากอากาศไม่บาน”หลังเล็กใน “ป่าใหญ่”

สวัสดีครับแฟน ๆ  ชาว "คนรักบ้าน"  สำหรับสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้ก็เป็นเรื่องเป็นราว เป็นข่าวกันขึ้นมา   สาเหตุเกิดจากการที่แฟน ๆ  รายการโทรทัศน์ "คนรักบ้าน" ที่ออกอากาศเผยแพร่ทาง "เนชั่นทีวี" ทุกวันพุธในช่วงเช้าเวลา  09.30 น. ท่านหนึ่งได้แจ้งความประสงค์มาที่ผมว่า เนื่องจากอายุอานามขึ้นเลข 5  มาสักพักแล้ว  อีกไม่นานเกินรอก็จะเข้าสู่วัยเกษียณ  จึงได้วางแผนการใช้ชีวิตในช่วงเตรียมการก่อนการเกษียณ  โดยได้ซื้อที่ดินแปลงเล็ก ๆ   ประมาณ   300   ตารางวาไว้  1  แปลง    บริเวณ  "เขาใหญ่"  แถว  "วังไทร"  ทางไป "วังน้ำเขียว" ซึ่งเป็นเส้นทางหลักขนานไปกับเส้น "ธนะรัชต์"    เพราะที่ดินในย่านนั้นถือได้ว่าเป็นทำเลที่ดี   การคมนาคมก็แสนจะสะดวกสบาย  ทั้งยังมีราคาที่ไม่สูงไปจนเกินเอื้อมนัก  ก็เลยตัดสินใจซื้อทิ้งไว้พอหลายปีผ่านไป  บรรดาไม้ทั้ง  "3 ด."  คือ  ทั้ง  "ไม้ดู", "ไม้ดม", "ไม้แดก" ที่ได้ปลูกไว้แบบ "เทวดาเลี้ยง" ก็ดูจะเจริญงอกงามดี   เขียวขจีสดชื่นเป็นอย่างยิ่ง     จึงคิดว่าสมควรแก่เวลาที่จะสร้างบ้านพักตากอากาศเล็ก ๆ  สักหลังหนึ่งท่ามกลางแมกไม้   โดยมีงบประมาณที่ได้เตรียมไว้  8  แสนบาท++  จึงได้แจ้งความจำนงมาที่ผมว่า     มีดำริชอบเช่นนี้จะเริ่มดำเนินการอย่างไรดี    ซึ่งผมก็เห็นดีเห็นงามไปด้วย   เพราะจากการพูดคุยก็เห็นว่าแฟนรายการ "คนรักบ้าน" ท่านนี้ได้ทุ่มเททำงานเพื่อก่อร่างสร้างครอบครัวอย่างเหนื่อยหนักมามากแล้วควรพักบ้าง   การมี  "บ้านพักตากอากาศไม่บาน" สักหลังก็น่าจะดี  เพราะบริเวณ  "เขาใหญ่" อันเป็น "มรดกโลก" และบริเวณโดยรอบเป็นแหล่งที่มี "โอโซน" สูงเป็น "อันดับ 7"  ของโลกเลยทีเดียว  

จะว่าไปแล้วผมเองก็ได้มีโอกาสเดินทางไปพักผ่อนตากอากาศที่ "เขาใหญ่" หลายต่อหลายครั้ง  ก็ยอมรับครับว่าทุกครั้งที่ไปก็มีความสุขสดชื่นเป็นอย่างยิ่ง   ทั้งยังมีบรรยากาศเขียวชอุ่มชุ่มชื่นตลอดปี  มิหนำซ้ำในช่วงฤดูหนาวอากาศก็หนาวเย็น บรรยากาศไม่แพ้ทางเหนือเลยทีเดียว  และข้อสำคัญระยะทางไม่ไกลนักเลยใช้เวลาเดินทางไม่มากนักจาก "กรุงเทพฯ"  เพียงชั่วโมงครึ่งก็ถึงแล้ว  และถ้ายิ่ง  "มอเตอร์เวย์สายใหม่" จาก  "กรุงเทพฯ" ไป  "โคราช"  สร้างเสร็จ  การเดินทางไป  "เขาใหญ่"  ก็จะย่นระยะเวลาเพียง  50  นาที   ถึง  1  ชั่วโมงเท่านั้นก็ถึงแล้ว   และยิ่งถ้าหากโครงการ  "รถไฟความเร็วสูง" สร้างเสร็จก็ยิ่งจะสะดวกสบาย   ไปลงที่สถานีรถไฟ  "ปากช่อง"   ด้วยเหตุและผลดังกล่าวจึงทำให้บริเวณ  "เขาใหญ่" และพื้นที่โดยรอบเจริญเติบโตถึงพร้อมทั้ง  "สาธารณูปโภค"  และ  "สาธารณูปการ"  อย่างรวดเร็ว  ทั้งยังมีโครงการ  "อสังหาริมทรัพย์"  น้อยใหญ่เกิดขึ้นมากมายทั่วพื้นที่เป็นที่คึกคักและครึกครื้นเป็นอย่างยิ่งครับ

จากโจทย์ดังกล่าวเนื่องจากมีงบประมาณจำกัดเพียง  8  แสนบาท++  หลังจากที่ผมใช้เวลาครุ่นคิดมาเนิ่นนานร่วมเดือน    ก็  "ตกผลึก"  เป็น "บ้านพักตากอากาศไม่บาน" หลังเล็กใน  "ป่าใหญ่"   ที่ "เขาใหญ่"  จัดได้ว่าเป็น  "บ้านไม่บาน" ที่มีขนาดกำลังพอเหมาะ,พอดี,พอเพียง  ขนาด  2  ห้องนอน  2  ห้องน้ำ   1  ห้องรับแขก  1  ห้องเตรียมอาหารและห้องครัว   พร้อมกับระเบียงกว้างเพื่อไว้รับแดดอุ่นยามเช้า   และนั่งรับลมในยามเย็นที่แดดร่มลมตก    ซึ่งบรรยากาศ "เขาใหญ่" โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงหน้าหนาว    ก็มีความ "โรแมนติก" ไม่น้อยหน้าบรรยากาศหน้าหนาวในภาคเหนือที่  "เชียงใหม่", "เชียงราย" ฯลฯ เพราะมีวิวทิวทัศน์เป็นทิวเขาสลับซับซ้อน  ทั้งยังมีสภาพภูมิประเทศเป็นช่องลมพัดผ่านเย็นสบายตลอดปี    โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูหนาวก็ได้สัมผัสไอหมอกในยามเช้าในบางวันอาจต้องใช้เสื้อกันหนาวและผ้าพันคอกันเลยทีเดียว   ผมจึงออกแบบให้มี  "ปล่องไฟ" หรือ "Chimney"   และบริเวณที่วาง "เตาผิง" ในห้องรับแขก   เอาไว้นั่งเล่นพูดคุยเสวนาสังสรรค์เฮฮากันในฤดูหนาว  สำหรับในฤดูร้อนจะใช้เป็นที่ย่าง  "บาบีคิว"    หรือ ปิ้งมันเผา   หรือจะนั่งล้อมวงนันทนาการกันหน้าเตาผิง    ก็ไม่ผิดกติกาแต่ประการใด     เพราะจะว่าไปแล้วคนไทยเป็นชนชาติที่ชอบดัดแปลง  ปรับปรุง  ประยุกต์ใช้กันไปตามใจชอบ   ใจหนึ่งก็อยากมีบ้านตากอากาศบนเขาแบบ "สวิสเซอร์แลนด์"  ที่มี  "ปล่องไฟ"   แต่ก็ใช้ได้ในช่วงอากาศหนาวเพียงไม่กี่เดือน   พอเข้าฤดูร้อนที่อากาศร้อน  "ตับแล่บ" ก็ปรับประยุกต์ใช้ปิ้งย่างเป็นที่ทำอาหารอย่างสนุกสนาน     นั่งล้อมวงเพื่อรับประทานอาหารร่วมกัน  อย่างคึกคักครึกครื้น  หรือเวลาญาติสนิทมิตรสหายมาเยี่ยมเยียน ห้องนอนที่มีอยู่  2  ห้องอาจจะไม่พอก็สามารถปูเสื่อนอนกันในห้องรับแขก บริเวณหน้าเตาผิงกันได้อีก  6-8  ท่านเลยทีเดียว   ก็ดูจะ "เป็นตาม่วน" กันดีครับ

นอกจากนั้นผมยังจัดให้มีบริเวณสวนโดยรอบ   ที่ผมออกแบบให้เป็น  "Terrace" ที่เป็นระเบียงกว้างเป็นเสมือน "ชานแดด" เอาไว้นั่งกินลมชมสวนในตอนกลางวันหรือในตอนกลางคืนก็นั่งหรือนอนชมดาวนับล้านดวงบนท้องฟ้าในคืนเดือนมืดที่สามารถเห็นได้อย่างชัดเจนที่  "เขาใหญ่" หรือถ้าต้องการมากกว่านั้นก็ลงทุนสร้างสระว่ายน้ำเล็ก ๆ  เอาไว้ออกกำลังกายสำหรับบรรดา "ส.ว." (สูงวัย)หรือผู้ที่จะย่างเข้าวัย  "ส.ว." ได้ออกกำลังกายทุกเช้าทุกเย็น   เพราะในทางการแพทย์ยอมรับว่าสำหรับผู้สูงอายุแล้ว  การได้เดินในน้ำหรือว่ายน้ำ  เป็นการออกกำลังที่ดีที่สุดเพราะมีน้ำช่วยพยุงน้ำหนัก   โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เป็น  "โรคข้อ"  ซึ่งบรรดา  "ส.ว." ล้วนแล้วแต่เป็นทุกคนครับ

จะว่าไปแล้วก็คงไม่มีอะไรดีไปกว่านี้อีกแล้วครับ    สำหรับ  "บ้านพักตากอากาศไม่บาน" หลังเล็กใน  "ป่าใหญ่"  ที่ "เขาใหญ่" หลังนี้   ที่ไป ๆ มา ๆ พอผมออกแบบเสร็จก็เริ่มมีกิเลสอยากจะมีกับเขาบ้างสักหลังหนึ่งครับ  แฟน ๆ ชาว "บ้านไม่บาน"  ท่านใดสนใจก็ลองนำเอาแนวคิดของผมนำไปต่อยอดปรับประยุกต์ใช้กันดูครับ     สำหรับแฟน ๆ ชาว "บ้านไม่บาน" ท่านใดที่สนใจในรายละเอียดเพิ่มเติมรวมทั้งรายละเอียดย้อนหลังก็สามารถเข้าไปดูได้ที่ "เว็ปไซต์" ยอดฮิตของชาว "คนรักบ้าน" www.homeloverthai.com   สำหรับสาระน่ารู้ของ "บ้านไม่บาน" ในสัปดาห์นี้ก็คงมีเพียงเท่านี้  พบกับสาระน่ารู้กันได้ใหม่อีกสองสัปดาห์หน้าแล้วพบกันครับ

<< Start < Previous 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 Next > End >>

Results 1 - 10 of 1814
บ้านไม่บานยอดนิยม อพาร์ตเม้นท์ไม่บานยอดนิยม พิมพ์เขียวแบบบ้าน 999 บาท

 

 

บ้านไม่บานอัพเดต

“บ้านมวลชนไม่บาน” แบบ “บ้านแฝด” + “บ้านเดี่ยว”

การจัดตั้ง “มูลนิธิพูนจิตต์สวัสดิ์”

สวัสดีครับแฟน ๆ  ชาว "คนรักบ้าน"  สำหรับสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้เป็นการเปิดเผยเบื้องหลังเบื้องลึกของกระบวนการออกแบบ "บ้านมวลชนไม่บาน" หลังเล็ก ๆ  ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึง "กรอบทางความคิด" ของผมที่ว่า "ความฝัน+ความหวังเป็นของฟรี"  เพราะถ้ามนุษย์เราขาดทั้ง "ความฝัน"  และ  "ความหวัง"  ทั้งยังไม่กล้าที่จะ  "วาดฝัน" และ "คาดหวัง"  กับการตั้ง "เป้าหมาย" ของชีวิตในอนาคต  หากเป็นเช่นนั้นแล้วชีวิตคงไม่เหลืออะไรให้กับตัวเอง ให้กับพ่อแม่ ให้กับญาติพี่น้องลูกหลานได้ภาคภูมิใจ  เพียงแค่จะ "คิด"และ "ฝัน" ก็ยังไม่กล้าทั้ง ๆ ที่  "ความฝัน+ความหวัง" นั้น "เป็นของฟรี"  ดังนั้นในช่วงเวลาที่ผมสับสน  อ่อนแอหรือท้อแท้     ผมก็มักจะบอกตัวเองเสมอครับว่า  "ความฝัน+ความหวังเป็นของฟรี" ที่สำคัญจะต้องกล้าที่จะ "ฝัน"  และกล้าที่จะตั้ง "ความหวัง"  รวมทั้งกล้าที่จะตั้งเป้าหมาย และกล้าที่จะตัดสินใจลงมือทำตามแนวทางที่ "ฝัน+หวัง" ไว้   และที่สำคัญคือจะต้องตัดสินใจลงมือทำแต่วันนี้  อย่าผลัดวันประกันพรุ่งเป็นอันขาด  มิฉะนั้นชีวิตจะเต็มไปด้วยข้ออ้างและเต็มไปด้วยเหตุผลประเภท "ร้อยเหตุผลเดียว" ที่จะไม่ลงมือทำเสียที  ซึ่งผมก็มักจะเตือนสติกับตัวเองเสมอ ๆ ครับว่า  ลงมือทำชาตินี้ครับอย่าทำชาติหน้า    คือลงมือทำวันนี้   เดี๋ยวนี้   ไม่ใช่พรุ่งนี้  หรือมะรืนนี้ครับ...

อ่ า น ต่ อ . . .

คอนโดฯ “รักษ์สุขภาพ” 500,000++ที่ “เขาใหญ่”

ศึกษาดูงาน “อสังหาฯ มวลชนไม่บานครึ่งราคา”         สวัสดีครับแฟนๆ ชาว  "คนรักบ้าน" สำหรับในสัปดาห์นี้เป็นการรายงานความคืบหน้าของโครงการคอนโดฯ   "The Chiva  Sanctuary" สำหรับคน "รักษ์สุขภาพ"    ที่ "เขาใหญ่"  ก็น่าชื่นใจครับเพราะการก่อสร้างมีความคืบหน้าไปมาก    ดังที่ผมเคยเรียนให้ทราบว่าในการ  "กินดีอยู่ดี"  ได้อย่างปรกติสุขนั้นจะต้องมี  "อ."ให้ครับทั้ง  "6  อ."   ซึ่งจะขาด "." ใด "." หนึ่งเสียมิได้  "อ.ที่  1"  คือ  "อากาศดี",   "อ.ที่ 2" คือ  "อารมณ์ดี" , "อ.ที่ 3" คือ "อาหารดี" ,  "อ.ที่ 4"   คือ  "การออกกำลังกายดี" ,  "อ.ที่ 5" คือ  "อุจจาระดี" ส่วน  "อ.ที่  6"  คือ  "อยู่อาศัยดี" ที่ต้องถูกสุขลักษณะ ทั้ง   "6  อ." ที่ผมได้กล่าวมานี้นี่แหละครับเป็น "กรอบทางความคิด"  (Configuration) ของโครงการ  "The Chiva  Sanctuary"...

อ่ า น ต่ อ . . .
คลินิกคนรักบ้าน

การ “ให้” คือ “ของขวัญ” ที่ดี
ที่สุดใน “วันตรุษไทย”


            สวัสดี "ปีใหม่ไทย" ครับ  ซึ่ง  "วันตรุษไทย"  หรือ "วันมหาสงกรานต์" ปีนี้ตรงกับวันศุกร์ที่  14  เมษายน เวลา 2 นาฬิกา  49   นาที  12  วินาที  "นางสงกรานต์" นามว่า  "กาฬกิณีเทวี" ทรงพาหุรัด ทัดดอกมณฑา อาภรณ์แก้วมรกต หัตถ์ขวาทรงขอช้าง หัตถ์ซ้ายทรงปืน เสด็จไสยาสน์หลับเนตร  มาเหนือหลังกุญชร เป็นพาหนะ"   ก็เป็นที่วิตกกันว่าสถานการณ์บ้านเมืองจะไม่ใคร่ดี  มีความขัดแย้ง  รวมถึงผลผลิตทางการเกษตรจะได้ผล 1  ส่วน  เสีย  5  ส่วน  ก็เป็นคำทำนายทายทักที่เป็น "โหราศาสตร์" มาแต่โบร่ำโบราณ  บางครั้งคำทำนายทายทักก็ก่อให้เกิดทุกข์ แต่พระอาจารย์ของผมคือ  "ครูบาชัชวาลย์   ฐิตธัมโม"  วัดป่าภูสว่างแสงธรรม    ตำบลนายูง  อำเภอนายูง  จังหวัดอุดรธานี   ได้สอนผมว่า  "ผู้ใดเห็นทุกข์  ผู้นั้นเห็นธรรม" และ   "ผู้ใดเห็นธรรม  ผู้นั้นก็เห็นองค์ศาสดา"  ในช่วงวันหยุด "ตรุษไทย" ...

อ่ า น ต่ อ . . .

Homeloverthai Multimedia
Homeloverthai Multimedia
รายการคนไทยไม่ท้อ >>  

รายการ แผ่นดินพอเพียง   

Homeloverthai Multimedia
Homeloverthai Multimedia
Homeloverthai Multimedia
 

นิตยสารบ้าน+อพาร์ตเม้นท์ไม่บานกับ อ.เชี่ยว ฉบับสะสม
นิตยสารบ้าน+อพาร์ตเม้นท์ไม่บานกับอ.เชี่ยว ฉบับสะสม เหลือเพียง 6 เล่ม
(เล่ม 7,8,9,10,11,12)  ราคาชุดละ 300 บาท  รวมค่าจัดส่งแบบลงทะเบียน
รายละเอียดการโอนเงิน
ชื่อบัญชี ภัทรพล   เวทยสุภรณ์  ธนาคารกรุงเทพ ฯ  สาขาห้วยขวาง  ประเภทสะสมทรัพย์  บัญชีเลขที่  1764267272
แฟกซ์ pay  in
พร้อมระบุชื่อที่อยู่   หมายเลขโทรศัพท์ และ เล่มหนังสือที่สั่งซื้อ   มาที่หมายเลข  02-6441479 หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-2451399 และ 02-6441478 หรือ สำนักงานบ้านไม่บาน  เลขที่ 1  ซ.ประชาสงเคราะห์ 12   แขวงดินแดง  เขตดินแดง  กทม.  10400