สมัครงานกับทีมงานบ้านไม่บาน คลิกอ่านรายลัเอียดด้านใน

โปรดระวังบุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว   ชอบช่วย หรือ   ผศ.ดร.ภัทรพล   เวทยสุภรณ์  และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง  ฯลฯ  ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ  ทั้งสิ้น  หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์   02-2451399  หรือ  02-6441478  เท่านั้น
บุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว ชอบช่วย หรือ ผศ.ดร.ภัทรพล เวทยสุภรณ์ และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง ฯลฯ ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์ 02-2451399 หรือ 02-6441478 เท่านั้น

ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ "ตักศิลา คเณศ์ธร"

  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
ครบรอบ 120 ปี “ศิลป์ พีระศรี”
ครบรอบ 120 ปี "ศิลป์ พีระศรี"

4+1 อ.สำหรับ “คนรักษ์สุขภาพ”

4+1 อ.สำหรับ “คนรักษ์สุขภาพ”          สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว "คนรักบ้าน" สำหรับสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเตรียมตัวเตรียมใจสำหรับอนาคตที่ยังไงก็มาแน่เกี่ยวกับจำนวนผู้สูงวัยที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งมีการประมาณการว่า ในปี พ.ศ.2568 โดยอาศัยข้อมูลจากกระทรวงสาธารณะสุขและประชากรในบ้านเราจะมีผู้สูงวัยเพิ่มขึ้นกว่า 14 ล้านคน ซึ่งเป็นตัวเลขมหาศาลครับ ผลที่ตามมาคือ สังคมไทยต้องแบกภาระที่ต้องดูแลเอาใจใส่คนเหล่านี้ หากพูดถึง "เบี้ยยังชีพ" ที่รัฐบาลได้จัดให้สำหรับผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 59 ปี ขึ้นไป จึงได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล เพียงเดือนละ 600 บาท เฉลี่ยวันละ 20 กว่าบาท จนนึกไม่ออกครับว่าจะกินจะอยู่อย่างไร ที่เห็นได้ชัดเจน คือ หากไปตามโรงพยาบาลของรัฐในสถานที่ต่าง ๆ ยกตัวอย่างใน "กรุงเทพฯ" เช่น "โรงพยาบาลศิริราช" , "โรงพยาบาลรามาธิบดี" และ "โรงพยาบาลราชวิถี" ฯลฯ จะเห็นได้ว่าเต็มไปด้วยผู้ป่วยสูงอายุและกำลังเจ็บป่วยในโรคยอดนิยม อาทิเช่น โรคความดัน,โรคเบาหวาน,โรคหัวใจ,โรคตับ, โรคไต และโรคมะเร็ง และโรคอื่น ๆ ที่ตามมาเป็น "แพ็กเก็จ" แบบ "โปรโมชั่น" ซึ่งโรคเหล่านี้ที่ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับบรรดานายแพทย์ทั้งแพทย์แผนปัจจุบัน, แพทย์แผนไทย, แพทย์แผนจีน และแพทย์ทางเลือก ก็มีความเห็นคล้าย ๆ กันครับว่า โรคเหล่านี้นั้นไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค ไม่ว่าจะเป็นโรคความดัน, โรคเบาหวาน, โรคหัวใจ, โรคไมเกรน, โรคเครียด โรคที่เกี่ยวกับคอเลสเตอรอล, ไตรกรีเซอร์ไรด์ ซึ่งลามไปถึงโรคมะเร็ง ซึ่งโรคเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรคที่สามารถติดต่อกันได้ แต่เกิดจากวิถีการกินอยู่ การใช้ชีวิต ตลอดจนการดูแลสุขภาพแบบ "องค์รวม" ผมมีที่ปรึกษาหลายท่านที่มีอายุขึ้นต้นด้วยเลข 6 และ เลข 7 ก็ยังดูดีกระฉับกระเฉง มีสุขภาพทั้งกายและใจดี ดูอ่อนวัยแบบย้อนวัยไปกว่า 20 ปี อะไรคือเคล็ดลับที่สำคัญทำให้ผู้คนเหล่านี้มีสุขภาพดี จริง ๆ แล้วก็เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวแต่เรามักจะคาดไม่ถึงและเรามักจะมองข้าม จากการที่ผมได้คุยกับ "หมอบุณย์" ซึ่งท่านเป็นแพทย์ทางเลือกอันดับต้น ๆ ของประเทศ มีความรอบรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพแบบ "องค์รวม" ท่านให้ข้อคิดที่น่าสนใจ 4 ประการ ที่เรียกว่า "4 อ." ถ้าใครสามารถทำได้ให้ถึงพร้อมรับรองว่า "โรคาพยาธิ" ต่าง ๆ ก็จะไม่มาเบียดเบียน มีสุขภาพทั้งกายและใจที่สมบูรณ์แข็งแรง ไม่เป็นภาระแก่ใคร ทั้งคนใกล้ชิดและลูกหลาน เมื่อถึงเวลาอันสมควรก็เป็นไปตามกฎของธรรมชาติที่ว่าด้วย "ไตรลักษณ์" คือ เกิดขึ้น คงอยู่และแตกดับ ก็ละสังขารไปด้วยอาการสงบสุขและสันติ

  • "อ.ที่ 1" คือ "อากาศ" ซึ่งมีความจำเป็นที่สุดในการดำรงชีวิต หากขาดอากาศหายใจเพียงไม่กี่นาทีก็สิ้นลมกันแล้วครับ ดังนั้นการใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่อากาศบริสุทธิ์ อากาศที่มีการถ่ายเทและอากาศที่ไร้มลพิษจึงเป็นสาระสำคัญอันดับแรก

  • "อ.ที่ 2" คือ "อาหาร" จำเป็นที่จะต้องเป็น "อาหาร" ที่มีสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นอาหารประเภท "ออร์แกนิก" หรือ ปลอดสารเคมีก็จะดีเป็นอย่างยิ่ง ต้องสร้างเสริมนิสัยให้ทานแต่น้อยเน้นคุณภาพไม่เน้นปริมาณหรือรสชาติ ไม่ทานตามปากหรืออารมณ์อยาก ทานเพื่อหล่อเลี้ยงชีวิตให้มีสุขภาพดี

  • "อ.ที่ 3" คือ "อารมณ์" ซึ่ง "อารมณ์" เป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง จะต้องเป็นคนอารมณ์ดี เป็นคนประเภทคิดบวก ต้องท่องคาถาที่ว่า "ปัญหาทุกปัญหา จะไม่ใช่ปัญหา ถ้าเจ้าของปัญหาไม่เป็นตัวปัญหา เป็นการแก้ไขปัญหา" หมายความง่าย ๆ ว่า ทุกปัญหาน้อยใหญ่ทุกครั้งที่เกิดขึ้นก็จะเป็นบ่อเกิดอารมณ์ที่หมองเศร้า ที่ต้องทนทุกข์ทรมานนั้น เมื่อปัญหาเกิดได้ก็แก้ได้และสามารถทำให้ดับลงได้ หากถึงพร้อมด้วย "สติ" และ "ปัญญา" ไม่นำพา "อารมณ์" เข้ามาเกี่ยว เมื่อเราเป็นคนที่มี "อารมณ์" ดีก็จะเป็นที่รักของคนรอบข้าง ใคร ๆ ก็อยากเข้ามาใกล้ชิด จึงทำให้เป็นคนที่อบอุ่นดึงดูดผู้คนจากทั่วทุกสารทิศเข้ามาหา

  • "อ.ที่ 4" คือ "ออกกำลังกาย" ก็ต้องยอมรับนะครับว่า ผู้คนส่วนใหญ่ในปัจจุบันแทบจะไม่ได้ออกกำลังกายกันเลย ถือว่าเป็น บ่อเกิดของบรรดา "โรคาพยาธิ" ทั้งหลายทั้งปวงจากการที่ท่านไม่ได้ "ออกกำลังกาย" นี่แหละครับ

          "อุจจาระ" ซึ่ง " อ." ในข้อนี้หมายถึงการขับถ่ายของเสียทั้ง อุจจาระและปัสสาวะ เพราะทุกสิ่งอย่างที่ท่านรับประทานหรือดื่มเข้าไป เมื่อได้ถูกร่างกายย่อยสลายนำไปใช้งานแล้วก็ต้องขับถ่ายของเสียออกมา ถ้าใครสามารถอุจาระได้ทุกวันก็จะสุขภาพดีโดยอัตโนมัติครับ

          แต่สำหรับผมแล้ว "4 อ." ยังไม่เพียงพอครับ ยังเหลือ "อ." สุดท้าย คือ "อยู่อาศัย" หมายถึงอาคารบ้านเรือนที่ถูกออกแบบและก่อสร้างอย่างถูกสุขลักษณะ สร้างถูกต้องตามหลัก "เคหะศาสตร์" หรือเรียกว่าหลัก "ฮวงจุ้ย" ถ้าแปลตรงตัว คือ "ลม+น้ำ" ซึ่งเป็นคำที่สั้น ๆ ง่าย ๆ แต่ลึกซึ้งมากครับ จะต้องให้ลมสามารถถ่ายเทได้อย่างสะดวกทั้งยังไม่อับชื้น ในทางการออกแบบสถาปัตยกรรมเรียกว่า "Cross Ventilation" รวมไปถึงการออกแบบวางผังอาคารโดยใช้หลัก "Universal Design" ที่หมายถึงอาคารที่เหมาะสมสำหรับทุกเพศทุกวัยบางท่านเรียกว่า "อารยสถาปัตย์" คิดเผื่อทางลาดสำหรับรถเข็น เผื่อว่าในอนาคตจำเป็นต้องใช้

          นี่คือหลัก "4 อ. + 1" ที่ผมนำมาปรับประยุกต์ใช้ก็ได้ผลเป็นอย่างดียิ่งครับ ท่านลองนำเอาไปปรับประยุกต์ใช้กัน หลัก "5 อ." หรือ "4 อ.+1" ก็ขอฟันธงและคอนเฟิร์มว่าท่านได้รับประโยชน์อย่างแน่นอนครับ

“คอนโด ฯ” สุขภาพดี +ราคากำลังดี 499,000 บาท ที่ “เขาใหญ่”

          สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว "คนรักบ้าน" สำหรับสัปดาห์นี้ผมขอนำเสนอ "คอนโดฯไม่บาน" สุขภาพดี + ราคากำลังดี 499,000 บาท ที่ "เขาใหญ่" สำหรับบรรดาคนที่ "รักษ์สุขภาพ" อยากมีพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรงและมีชีวิตที่ยืนยาว อยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้กับลูกหลานไปตราบนานเท่านาน ผมขอสารภาพครับว่า พอถึงจุดหนึ่งของการดำเนินชีวิต พออายุอานามย่างก้าวเข้าสู่วัยที่เริ่มต้นด้วยเลข 4 หรือ ยิ่งเข้าสู่วัยที่เริ่มต้นด้วยเลข 5 หลังจากที่ได้ลงหลักปักฐานหน้าที่การงานและมีรายได้ที่มั่งคงแล้ว ก็ได้เข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการผ่อนคลายจากความกังวลในการทำมาหาเลี้ยงชีวิต เหลือเพียงกังวลเรื่องสุขภาพ ว่าจะทำอย่างไรให้ชีวิตนับจากนี้ไปมีพลานามัยที่แข็งแรงสมบูรณ์ดี มีอายุยืนยาวและข้อสำคัญ คือ ไม่เป็นภาระแก่คนรอบข้างรวมทั้งลูกหลาน มิหนำซ้ำอสังหาฯ ที่ได้ลงทุนซื้อหามาเก็บไว้ยังทวีมูลค่าเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าให้ลูกหลานเป็นสินทรัพย์ได้นำไปใช้เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์

“คอนโด ฯ” สุขภาพดี +ราคากำลังดี 499,000 บาท ที่ “เขาใหญ่”

          ในระยะหลัง ๆ นี้ พออายุอานามเริ่มต้นด้วยเลข 5 ทำให้ผมมักจะเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันกับบรรดาพรรคพวกเพื่อนพ้อง ที่เป็นผู้รู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพว่าจะทำอย่างไรให้ร่างกายแข็งแรง สุขภาพพลานามัยดี มีความสุขสมควรแก่อัตภาพ รวมทั้งการดูแลสุขภาพแบบ "องค์รวม" กับบรรดาหมอ ๆ ไม่ว่าจะเป็นกับ "หมอบุณย์" หรือ "หมอบุณยพร ยี่มี" และอีกหลายหมอ เพื่อศึกษาหาความรู้เพื่อนำไปปรับประยุกต์ใช้ในการออกแบบอสังหาฯ ประเภท "คอนโดมิเนียมไม่บาน" ที่นอกจากก่อให้เกิดประโยชน์สูงแล้วก็ยังประหยัดสุด รวมทั้งยังตั้งอยู่ในทำเลที่เหมาะสม ที่จะช่วยให้สามารถฟื้นฟูสุขภาพได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ซึ่งหลัก ๆ บรรดาหมอ ๆ ก็มีแนวคิดใกล้เคียงกันครับ คือ "4 อ." คือ "อารมณ์", "อากาศ", "อาหาร" และ "อุจจาระ" ซึ่งแท้จริงแล้วสำหรับผมต้องเพิ่มอีก "1 อ." คือ "อยู่อาศัย" ในอาคารบ้านเรือนที่ถูกสุขลักษณะครับ

          นอกจากนั้นแล้วก็เป็นที่ทราบกันว่าประเทศอันเป็นที่รักยิ่งของเราได้เข้าสู่สังคม "Aging Society" หรือ "สังคมผู้สูงวัย" ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขได้ประมาณการว่าในปี พ.ศ. 2568 จะมีจำนวนผู้สูงวัยในบ้านเรามีจำนวน 14-15 ล้านคนเลยทีเดียว ซึ่งก็นับว่าเป็นตัวเลขที่น่าตกใจมิไม่น้อยเลยครับ ถ้าหากบรรดา "ส.ว." กลุ่มนี้ไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างถูกต้องก็จะเกิดเป็นปัญหาสังคมที่ตามมา อย่างเช่นบรรดาหลายประเทศที่เจริญแล้ว เช่น "ญี่ปุ่น" ก็กำลังเผชิญกับปัญหาผู้สูงวัยที่มีอยู่ล้นประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงยุค "Baby Boom" ในช่วงปี ค.ศ. 1960-1970 เป็นช่วงที่ "ญี่ปุ่น" เร่งทุ่มเททรัพยากรทั้งหมดที่มีเพื่อสร้างชาติขึ้นมาใหม่ภายหลัง จากการพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้บรรดาหนุ่มสาว "ญี่ปุ่น" ในยุคนั้นทุ่มเทให้กับการก่อร่างสร้างประเทศ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางอุตสาหกรรมขึ้นมา จนเป็นที่รู้ที่ทราบกันดีครับว่า "ญี่ปุ่น"ได้กลายเป็นหนึ่งใน "มหาอำนาจทางเศรษฐกิจ" ของโลก แต่ผลที่ตามมาคือ หนุ่มสาวชาว "ญี่ปุ่น" ในช่วงนั้น ต่างนิยมมีบุตรกันเพียง 1 คน เพราะไม่ต้องการก่อให้เกิดภาระในการเลี้ยงดู ทำให้ในปัจจุบัน "ญี่ปุ่น" มีผู้สูงวัยกว่า 30 ล้านคนเลยทีเดียวครับ และเป็นภาระอันใหญ่หลวงต่อการดูแล เพราะคนเหล่านี้ในอดีตมักนิยมมีบุตรกันเพียงคนเดียว ทำให้คนหนุ่มสาว "วัยเจริญพันธุ์" ของ "ญี่ปุ่น" ในปัจจุบันไม่มีเวลาดูแลพ่อแม่ที่ชราภาพมากแล้ว ไหนจะต้องดูแลสามีภรรยา รวมทั้งบุตรและธิดา

“คอนโด ฯ” สุขภาพดี +ราคากำลังดี 499,000 บาท ที่ “เขาใหญ่”

          ดังนั้นอย่าแปลกใจครับว่าเรามักจะเห็นบรรดา "ส.ว." ชาว "ญี่ปุ่น" (ผู้สูงวัย) มาอยู่อาศัยในบางพื้นที่ของบ้านเราเต็มไปหมด เพราะปัจจุบันรัฐบาล "ญี่ปุ่น" มีนโยบายผลักดันให้บรรดาผู้สูงอายุที่ยังพอช่วยตัวเองได้ออกนอกประเทศ เพราะถ้ายังอยู่ในประเทศต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลอย่างมหาศาล และปัญหานี้ก็ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นทุกขณะและกำลังเกิดขึ้นกับอีกหลายประเทศทั่วโลก ในความคิดของผมเชื่อว่าอีกไม่นานเกินรอประเทศของเราก็คงจะตกอยู่ในสภาวะเช่นเดียวกันครับ จึงเป็นที่มาของโครงการ "The Chiva Sanctuary" ที่ "เขาใหญ่" เป็น "คอนโดฯ" สำหรับดูแลสุขภาพให้ดีขึ้นแบบ "องค์รวม" โดยมี "โปรแกรมดูแลสุขภาพ" เพื่อรองรับครับ ทั้งยังเป็น "คอนโดฯ" สำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนใน "อสังหาฯ" ประเภท "Wealth & Health" หมายถึง นอกจากได้รับผลตอบแทนของการลงทุนที่คุ้มค่าจากมูลค่าของอสังหาฯ ที่เพิ่มขึ้นแล้วยังได้สุขภาพดีไปด้วยครับ

          สำหรับในด้านการลงทุนของอสังหาฯ ประเภท คอนโดมิเนียมขนาดพื้นที่ใช้สอย 24 ตารางเมตร โดยประมาณ โดยทั่วไปจะมีราคาซื้อขายกันที่ 1,250,000 บาท ถึง 1,450,000 บาท ซึ่งโครงการ"The Chiva Sanctuary" เปิดให้จองสำหรับผู้ที่สนใจในราคาเริ่มต้นเพียง 499,000 บาท (ซึ่งมีราคาถูกกว่าท้องตลาดโดยเฉลี่ยเกือบ 3 เท่า) ซึ่งดูแล้วไม่น่าเป็นไปได้แต่ก็เป็นไปแล้วครับ ซึ่งย้ำนะครับว่าโครงการ "คอนโดมิเนียม" สำหรับท่านที่ "รักษ์สุขภาพ" ที่กล่าวถึงนี้ไม่ได้เปิดขายเป็นการสาธารณะทั่วไป แต่ต้องมีการนัดหมายเท่านั้น เพราะต้องการสังคมที่มีคุณภาพและ "รักษ์สุขภาพ" จริง ๆ เพราะในอนาคตจะมีโปรแกรมในการฟื้นฟูดูแลสุขภาพแบบ "องค์รวม" อย่างต่อเนื่อง สำหรับท่านที่เป็นนักลงทุนประเภทที่ต้องการซื้อเพื่อเป็นสินทรัพย์ที่สามารถทำกำไรได้ในอนาคตทางโครงการก็จะช่วยเป็นภาระในการจัดการหาผู้ซื้อหรือผู้เช่าให้ หลายท่านคงสงสัยว่าทำไมถึงมีราคาถูกขนาดนี้ ก็เพราะเป็นโครงการที่อยากจะช่วยบรรดาคนที่กำลังเข้าสู่ การเป็น "ส.ว." และเป็นการผสมผสานทั้งการลงทุนและการมีสุขภาพดีไปพร้อมกันจึงเป็นโครงการ "นำร่อง" ที่ได้ผ่านกระบวนการคิดในทุก "มิติ" อย่างรอบคอบและเชื่อว่าจะเป็นอีกหนึ่งแรงที่สามารถช่วยแก้ปัญหาสังคม "Aging Society" ในอนาคตได้และยังมีโครงการจะขยายออกไปยังภูมิภาคอื่น ๆ ทั้งภาคเหนือภาคตะวันออกและภาคใต้ครับ

          ท่านผู้ที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่เบอร์ 080-6155641 ย้ำนะครับว่าโปรดแจ้งความจำนงมาก่อนครับ เพราะโครงการนี้ขอสงวนสิทธิ์ที่จะพิจารณาเลือกลูกค้า เพราะต้องการสังคมที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง ประกอบกับทำเลที่ตั้งที่ "เขาใหญ่" สภาพแวดล้อมยังเป็นธรรมชาติที่สมบูรณ์ เป็นแหล่ง "โอโซน" อันดับ 7 ของโลก รับรองว่ามาพักที่นี่สุขภาพดีแน่ ทั้งอยู่ไม่ไกลนักจาก "กรุงเทพฯ" โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อโครงการ "รถไฟความเร็วสูง" รวมทั้งโครงการ "มอเตอร์เวย์" สายใหม่จาก "กรุงเทพฯ" สร้างแล้วเสร็จเชื่อกันว่าใช้เวลาเดินทางเพียงชั่วโมงกว่า ๆ ก็ถึงแล้วครับ นับว่าเป็น "นาทีทอง" ของการลงทุนใน "อสังหาฯ" ที่คุ้มค่าและราคาประหยัดประเภท "Wealth & Health" ย้ำนะครับว่า "โอกาสทอง" ช้าหมดไม่มีอีกแล้ว ท่านที่สนใจก็รีบโทรเข้ามาสอบถามโดยด่วน ช้าหมดอดแน่นอนครับ

ต้นแบบ “โฮมออฟฟิศไม่บาน” ที่กำลัง “ฮ็อท” !!!

          สวัสดีครับแฟนๆชาว "คนรักบ้าน" สำหรับสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้เป็น สาระน่ารู้ที่ควรรู้เกี่ยวกับ "บ้านไม่บาน" ของบรรดาผู้คนในชุมชนเมือง ในสไตล์ "โฮมออฟฟิศไม่บาน" ที่กำลัง "ฮ็อท" !!! ซึ่งนับวันก็ดูว่าจะยิ่งมาแรงแซงโค้งกว่า "บ้านไม่บาน" ในรูปแบบอื่น ๆ อาจเป็นเพราะราคาที่ดินในปัจจุบันก็มักจะมีการปรับราคาขึ้นสูงมากจนแทบจะเกินเอื้อมแล้ว ในอดีตบ้านที่ปลูกสร้างบนที่ดิน 40-50 ตารางวา เดิมอาจจะเป็นบ้านชั้นเดียวหรือสองชั้น ที่มักจะมีขนาดเพียง 2-3 ห้องนอนจึงทำให้ไม่สามารถตอบโจทย์การดำเนินวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ รวมทั้งยังไม่สามารถรองรับสมาชิกของครอบครัวที่เพิ่มมากขึ้นได้ จะไปหาซื้อที่แปลงใหม่บนทำเลที่เหมาะสมก็ยากมากขึ้นทุกที สู้รื้อบ้านเก่าแล้วสร้างขึ้นมาใหม่ดูจะเป็นทางออกที่ดีกว่า และประหยัดกว่าเมื่อพิจารณาในภาพรวม เมื่อมีดำริเช่นนี้ผมก็เลยตั้งคณะทำงาน อันประกอบไปด้วยผมและลูกศิษย์ลูกหาบรรดาสถาปนิกและวิศวกร "บ้านไม่บาน" เพื่อทำการออกแบบอาคารที่เป็น "ต้นแบบ" ของ "โฮมออฟฟิศไม่บาน" สำหรับคนรุ่นใหม่ จากการที่ได้ลงมือลงแรงกันมายาวนานหลายเดือนผลออกมาก็เป็นที่น่าชื่นใจครับ

ต้นแบบ “โฮมออฟฟิศไม่บาน” ที่กำลัง “ฮ็อท” !!!

          ผมและคณะทำงานได้ค้นพบรูปแบบของ "โฮมออฟฟิศไม่บาน" สามารถปลูกสร้างบนพื้นที่เพียง 40-50 ตารางวา บนที่ดินขนาดหน้ากว้างโดยประมาณ 10 เมตร ลึก 15 เมตร ได้ทำการออกแบบให้เป็นอาคารสูง 4 ชั้น มีจำนวนห้องพัก 14 ห้อง และห้องน้ำ 14 ห้อง พร้อมกับห้องเอนกประสงค์ 1 ห้อง รวมทั้งได้จัดบริเวณที่จอดรถยนต์เอาไว้ถึง 4 คัน และมอเตอร์ไซค์ 10 คัน ซึ่งเป็นการใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่าทุกตารางนิ้วโดยแท้จริง ซึ่งสไตล์ที่ออกแบบนี้เรียกว่า "โมเดิร์นคอนเทมโพรารี่" (Modern Contemporary) คือ "มีความทันสมัยแบบร่วมสมัย" ซึ่งถือได้ว่าเป็นหนึ่งในสไตล์ "อกาลิโก+ไฮโซ+โลว์คอส" โดยแท้จริง คือ "สวยประหยัด", "สวยดูดี", "สวยมีชาติตระกูล", นอกจากนั้นยัง "สวยทน", "สวยทาน", "สวยนาน", "สวยไม่สร่าง" กันเลยทีเดียวเชียวครับ

ต้นแบบ “โฮมออฟฟิศไม่บาน” ที่กำลัง “ฮ็อท” !!!

          ดังคำสุภาษิตโบราณที่ได้บอกไว้ครับว่า "สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น" ในสัปดาห์นี้ผมขอพาท่านผู้อ่านมาชื่นชมความงามของ "โฮมออฟฟิศไม่บาน" ในสไตล์สุด "ฮ็อท" ที่ "สวยทน", "สวยทาน", "สวยนาน", "สวยประหยัด" และ "สวยดูดี", "สวยมีชาติตระกูล" แบบ "อกาลิโก+ไฮโซ+โลว์คอส" อย่างแท้จริงครับ

          ท่านที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมก็สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ เบอร์ 081-4218323 หรือ เข้าไปเยี่ยมชมได้ใน "เว็ปไซต์ยอดฮิต" ของชาว "คนรักบ้าน" www.homeloverthai.com และ "เว็ปไซต์" น้องใหม่ล่าสุด www.chivagroup.com แล้วพบกับสาระน่ารู้ของ "บ้านไม่บาน" อันเป็นทั้ง "ที่รักและที่พักอาศัย" กันได้ใหม่ในอีกสองสัปดาห์หน้าครับ

อาคาร 7 ชั้น สไตล์ “นิโอ-ชิโนโปรตุกีส” ข้างวัด “เล่งเน่ยยี่”

          สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว "คนรักบ้าน" เมื่อความเดิมตอนที่แล้ว ผมได้พูดถึงการฟื้นคืนชีวิตใหม่ให้กับอาคารเก่า 7 ชั้น อายุ 80 ปี ที่เดิมเคยประกอบกิจการเป็น "โรงน้ำชา" ติด "วัดเล่งเน่ยยี่" ย่าน "เยาวราช" ให้กลับฟื้นคืนชีวิตในปัจจุบัน สามารถใช้ประโยชน์เป็นพื้นที่พาณิชกรรมและพักอาศัยที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในย่าน "เยาวราช" บนถนน "เจริญกรุง" ครับ พอได้เผยแพร่ผลงานออกแบบชิ้นนี้ของผมออกไปสู่สาธารณะก็มีผู้คนจากทั่วทุกสารทิศต่างก็แสดงความชื่นชมกันมามากมายครับ และหลายท่านได้บอกกับผมว่ากระบวนการ "Revitalization" หรือ "การฟื้นคืนชีวิต" ให้กับอาคารบ้านเรือนที่ถูกทิ้งร้างที่มีทำเลที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองนั้น เป็นเรื่องที่น่าทำ เพราะจะนำไปสู่กระบวนการ "บ้านสวยเมืองงาม" ในที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาคารที่ถูกทิ้งร้าง ตกอยู่ในทัศนะอุจจาด เป็นที่ทิ้งขยะ เป็นที่พักของคนเร่ร่อนจรจัด รวมไปถึงเป็นแหล่งมั่วสุมของมิจฉาชีพและยาเสพติด จึงเป็นพื้นที่ที่ไม่ปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สินของคนในย่านนั้น และไม่สมศักดิ์ศรีของย่าน "ถนนเจริญกรุง" หรือ "New Road" ซึ่งถนนเส้นนี้ได้ถูกตัดขึ้นเพื่อรองรับความเจริญในรูปแบบใหม่ ๆ สมัย "ล้นเกล้ารัชกาลที่ 5" จะว่าไปแล้ว "ถนนเจริญกรุง" ในอดีตถือว่าเป็นย่าน "ไฮโซ" มากครับ ทั้ง รถจักรยาน,รถจักรยานยนต์,รถเจ๊ก,รถลาก, รถราง, รถยนต์ ฯลฯ ก็วิ่งกันขวักไขว่เป็นที่คึกคักคึกครื้น ถือได้ว่าเป็นย่านธุรกิจธุรกรรมที่สำคัญของประเทศจวบจนถึงปัจจุบัน จะว่าไปแล้วย่านนี้ ก็ผ่านร้อนผ่านหนาวกันมายาวนานครับ ผ่านทั้งยุครุ่งเรืองและยุคเสื่อมโทรม พอผ่านยุคต่ำสุดก็จะเจริญรุ่งเรืองขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เป็น "วัฏจักร" ครับ ปัจจุบันอีกไม่นานก็จะมีรถไฟฟ้าใต้ดิน "สถานีวัดมังกรฯ" ความเจริญใหม่ ๆ ก็จะหลั่งไหลเข้ามาอีกรอบครับ

อาคาร 7 ชั้น สไตล์ “นิโอ-ชิโนโปรตุกีส” ข้างวัด “เล่งเน่ยยี่”

อาคาร 7 ชั้น สไตล์ “นิโอ-ชิโนโปรตุกีส” ข้างวัด “เล่งเน่ยยี่”

          สำหรับการออกแบบผมได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบเดิมที่เป็นแบบ "โมเดิร์น" เมื่อ 80 ปีที่แล้วให้เป็นสไตล์ย้อนยุคแบบ "นิโอ-ชิโนโปรตุกีส" ที่ไม่เคร่งครัดมากนัก รวมทั้งไม่เน้นการอนุรักษ์แบบสุดโต่ง เพราะวิถีการใช้ชีวิตของผู้คนในปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปจากอดีตไปมากแล้วครับ การออกแบบในสไตล์ "นิโอ-ชิโนโปรตุกีส" ของผมจึงเป็นแนวคิดในลักษณะ "เดินสายกลาง" แบบ "มัชฌิมาปฏิปทา" เพราะในความเห็นส่วนตัวผมไม่มีอะไรถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์หรือผิดไปหมดร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกครับ มีแต่ใช้ได้ใช้ไม่ได้เหมาะสมหรือไม่เหมาะสม เพราะโลกปัจจุบันทุกสิ่งอย่างทั้งเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองตลอดจนเทคโนโลยีใหม่ ๆ ก็เปลี่ยนแปลงไปเร็วเหลือเกินในบางครั้งก็เพียงแค่พริบตาเท่านั้น บางครั้ง "หลักการ" และ "เหตุผล" ที่เชื่อว่าถูกเพียงไม่กี่ปีก็อาจจะกลายเป็นผิดก็ได้ครับ ก็เหมือนกับ "โรงน้ำชา 7 ชั้น" ซึ่งในอดีตก็เป็นแหล่งการขายบริการทางเพศอยู่ติดกำแพง "วัดเล่งเน่ยยี่" ก็ไม่มีใครคัดค้าน แต่ปัจจุบันไม่เหมาะสมครับ สำหรับสไตล์ดั้งเดิมของอาคารหลังนี้ก็เป็นแบบ "โมเดิร์น" ในยุคเก่าซึ่งในอดีตเคยเป็นสไตล์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง แต่ปัจจุบันก็เชยล้าสมัยเป็นอย่างสูงใช้การไม่ได้แล้ว ในบางอารมณ์ก็ทำให้ผมเริ่มสับสนครับ ที่ว่าถูกในอดีตก็กลับกลายมาผิด ที่ว่าผิดก็กลับมาถูก

อาคาร 7 ชั้น สไตล์ “นิโอ-ชิโนโปรตุกีส” ข้างวัด “เล่งเน่ยยี่”          ก็มีนักวิจารณ์หลายคนบอกว่าไม่ควรเรียกว่าสไตล์ "ชิโนโปรตุกีส" ก็ไม่เป็นไรครับ ผมก็ขอเลี่ยงบาลีเรียกว่าสไตล์ "นิโอ-ชิโนโปรตุกีส" ซึ่งหมายถึง "ชิโนโปรตุกีสใหม่" ก็แล้วกัน เพราะในความเห็นส่วนตัวผมสังคมไทยในปัจจุบันนั้นเต็มไปด้วยนักวิชาการและนักวิจารณ์ที่ไม่ค่อยจะลงมือทำอะไรกันครับ จะว่าไปแล้วคนไทยส่วนใหญ่ชอบพูดมากกว่าทำ ก็เลยอยากให้ท่านลองลงมือทำมากกว่าพูด เพราะเทคนิคและกรรมวิธีในการซ่อมอาคารเก่าที่มีอายุกว่า 80 ปีนั้นยากมากถึงยากที่สุดครับ ต้องใช้ทุก "ศาสตร์" ทุก "ศิลป์" ที่ร่ำเรียนมารวมถึงใช้ความรู้และประสบการณ์ที่ได้เคยลงมือทำมา จนสามารถก่อเกิดผลออกมาได้จนถึงขนาดนี้ อย่างน้อยที่สุดผมก็มีส่วนทำให้สภาพแวดล้อมของเมืองสวยขึ้น ทำให้ "โรงน้ำชา 7 ชั้น" ซึ่งเดิมเป็นแหล่งขายบริการทางเพศในอดีตที่ได้ถูกทิ้งร้างกลับฟื้นขึ้นมาใหม่ ก็พอใจและภูมิใจเป็นอย่างยิ่งครับ จึงเป็นการป่วยการที่จะมานั่งถกกันว่าเป็นสไตล์ไหนขอบัญญัติศัพท์ขึ้นใหม่ก็เรียกกันใหม่ว่า สไตล์ "นิโอ-ชิโนโปรตุกีส" ก็แล้วกันครับ


อาคาร 7 ชั้น สไตล์ “นิโอ-ชิโนโปรตุกีส” ข้างวัด “เล่งเน่ยยี่”

          สำหรับสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้ขอพูดกันด้วยภาพมาดูภาพ "Before" และ "After" และภาพตอนที่อาคารก่อนและหลังตอนที่แล้วเสร็จ ที่ผมได้ออกแบบไว้คงต้องร้องว่า "ยูเรก้า" ที่แปลว่า "ฉันพบแล้ว" หรือ "ฉันโง่มานานแล้ว" กับสไตล์ "นิโอ-ชิโนโปรตุกีส" ที่สุดเจ๋ง ข้าง "วัดเล่งเน่ยยี่" ซึ่งถ้าไม่เจ๋งจริง แน่จริงร้านกาแฟระดับโลกอย่าง "สตาร์บัคส์" ก็คงไม่มาเปิดสาขาที่นี่หรอกครับ แล้วพบกันใหม่อีกสองสัปดาห์หน้าครับ

“MLR” ทางเลือกอันเป็นทางรอดใหม่ของการลงทุน “อสังหาฯ” ในอนาคต

          หลายเดือนที่ผ่านมาผมนั่งคิดพินิจพิจารณาแบบนิ่ง ๆ เงียบ ๆ ว่าอะไรคือคำตอบของการลงทุนใน "อสังหาริมทรัพย์" ในอนาคต พอพูดถึงการลงทุนใน "อสังหาริมทรัพย์" นั้นผมเชื่อว่าทุกท่านจะไม่สามารถหลบลี้หนี้พ้นการลงทุนใน "อสังหา ฯ" น้อยใหญ่ในรูปแบบต่าง ๆ ได้ ซึ่งผมหมายถึงท่านอาจจะเล่นบทบาทในบางโอกาสเป็นทั้งผู้ซื้อ, ผู้ใช้บริการ หรืออาจจะเป็นผู้ขายหรืออาจจะเป็นเจ้าของโครงการ เพราะอย่างไรเสียท่านก็จะเป็นหนึ่งในนั้นครับ สำหรับ "อสังหาริมทรัพย์" ของผมนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะผมถือว่าเป็นหนึ่งใน "ปัจจัย 4" ของมนุษย์ครับ ซึ่งจะว่าไปแล้วก็มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าปัจจัยที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร,เครื่องนุ่งห่ม, (รวมไปถึงเครื่องใช้ไม้สอย) ยารักษาโรคและ "ที่อยู่อาศัย" ซึ่งหมายถึง "อสังหาริมทรัพย์" ครับ จะเห็นได้ว่าในธุรกิจการลงทุนใน "อสังหาฯ" จะประกอบไปด้วย ผู้ที่ลงทุนและผู้ซื้อ ซึ่งเป็นผลผลิตจากการลงทุนไม่ว่าจะเป็น "ที่ดินเปล่า", "บ้านเดี่ยว", "บ้านแฝด", "ทาวเฮ้าส์", "อพาร์ทเม้นท์", "คอนโดฯ", "โฮสเทล", "โรงแรม", "รีสอร์ท" ฯลฯ ซึ่งหมายถึงจะมีทั้งผู้ซื้อและผู้ขายรวมทั้งผู้ใช้บริการรวมกันอยู่ในเวลาเดียวกันเสมอ บางครั้งเราก็เป็นผู้ใช้บริการ เช่น พักในโรงแรม, รีสอร์ท, เช่าอพาร์ทเม้นท์ ฯลฯ ในบางครั้งเราเป็นผู้ขาย เช่น ลงทุนทำตึกแถวขาย,ลงทุนทำทาวเฮ้าส์ขาย หรือ ขายที่ดินเปล่า,ขายบ้านตัวเอง,ขายคอนโดฯ ตัวเอง ฯลฯ เป็นการขายเพื่อปรับเปลี่ยนมือเพื่อที่จะขยับขยายไปสู่ "อสังหาฯ" ที่มีมูลค่าและคุณค่าสูงขึ้น สามารถตอบโจทย์กับรูปแบบชีวิตที่ดีขึ้นและเหมาะสมยิ่งขึ้น

“MLR” ทางเลือกอันเป็นทางรอดใหม่ของการลงทุน “อสังหาฯ” ในอนาคต

            ดังนั้นความเข้าใจให้ถึง "แก่นแท้" ของ "อสังหาฯ" จึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งครับ ไม่ใช่ว่าเป็นแค่สิ่งที่ควรรู้ แต่แท้จริงแล้วเป็นสิ่งที่เราจำเป็นต้องรู้ เพราะตั้งแต่วันแรกที่เราเกิดขึ้นมาลืมตาดูโลก จวบจนวันสุดท้ายที่เราหลับตาละสังขารเดินทางจากโลกนี้ก็ต้องไปเกี่ยวเนื่องไม่ทางใดทางหนึ่งกับ "อสังหาริมทรัพย์" ไม่รูปแบบใดก็รูปแบบหนึ่งครับ จากการที่ผมได้ถูกฝึกมาให้เป็นคนประเภท "น้ำไม่เต็มแก้ว" และสนใจใฝ่รู้ ประกอบกับการที่ผมเป็นคนที่โชคดีมากครับที่รอบ ๆ ตัวผมล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยผู้รู้ระดับ "กูรู" ในศาสตร์ต่าง ๆ หลายหลากแขนง จึงทำให้ผมได้เรียนรู้อะไรต่าง ๆ มากมายที่สามารถนำมาปรับประยุกต์ใช้เกี่ยวกับการลงทุนใน "อสังหาริมทรัพย์" ครับ

          เมื่อเราพบว่า "แก่น" ของ "อสังหาริมทรัพย์" นั้นประกอบไปด้วยทั้ง "ผู้ซื้อ" และ "ผู้ขาย" ในเวลาเดียวกัน การมอง "อสังหาฯ" ในแต่ละประเภทแต่ละโครงการก็จำเป็นจะต้องมองให้ครบถ้วนแบบ 360 องศา ในทุก "มิติ" หรือ "Matrix" ซึ่งผมเรียกว่า "MLR" ซึ่งเป็นศัพท์ใหม่ที่ผมบัญญัติขึ้นครับ คือ "Multi Level Real Estate (Investment)" ซึ่งหมายความถึง "หลายมิติที่ซ้อนทับกันในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์" ซึ่งเราเคยได้ยินคำว่า "MLM" หรือ "Multi Level Marketing" ซึ่งมักใช้ในธุรกิจ "ขายตรง" ที่มีการปันผลเป็นชั้น ๆ ซ้อนทับกันหรือ "MLC" ซึ่งหมายถึง "Multi Level Consumer" แต่สำหรับการลงทุนใน "อสังหาฯ" คือ "MLR" หรือ "Multi Level Real Estate (Investment)" แต่ที่เหมือนกันและคล้ายคลึงกันของทั้ง "MLM", "MLC" และ "MLR" ก็คือ การสร้าง"Networking" หรือ เครือข่ายรวมไปถึง "Plate form" และ "Application" ของทั้ง "ผู้ผลิต", "ผู้จำหน่าย" และ "ผู้ซื้อ" ซึ่งจะก่อให้เกิดผลดีทั้งระบบ นอกจากที่ "ผู้ซื้อ" จะสามารถซื้อ "อสังหาฯ" ในราคาที่ถูกลงจากท้องตลาดที่ประกาศขายอย่างน้อย 20% - 40% ก็ยังจะได้รับข่าวสารข้อมูลเชิงลึกที่ถูกต้องแม่นยำโปร่งใสตรงไปตรงมา รวมถึงได้รับสิทธิประโยชน์คืนกลับไปในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าท่านจะซื้อหรือจะขาย "อสังหาฯ" คำจำกัดความสั้น ๆ ง่าย ๆ รวบรัดตรงไปตรงมาของ "MLR" หรือ "Multi Level Real Estate ( Investment)" คือ "ซื้อก็รวย,ขายก็รวย,อยู่ก็รวย,ร่วมด้วยช่วยกันรวย" เพราะในโลกแห่งความจริงนั้นหากเราเป็น "ผู้ซื้อ" และ "ผู้ขาย" "อสังหาริมทรัพย์" ในทำเลที่ถูกต้อง ในราคาที่ถูกต้อง ในจังหวะและโอกาสที่ถูกต้อง อย่างไรก็กำไรครับ เพราะในแง่ "Capital Gain" นั้น "อสังหาฯ" ในราคาและทำเลที่เหมาะสมถูกต้อง มีแต่ทวีมูลค่าขึ้นตามกาลเวลาไม่มีด้อยค่าลงครับ

          สำหรับสาระน่ารู้ของ "MLR" ที่ผมคิดขึ้นและบัญญัติศัพท์ขึ้นเป็นคนแรก ถือได้ว่าเป็น "นวัตกรรมทางความคิด" ในด้านการลงทุน "อสังหาริมทรัพย์" ในอนาคต ยังมีรายละเอียดที่น่ารู้และควรที่จะรู้อีกมากครับ เพราะพื้นที่หมดโปรดติดตามกันต่อในตอนต่อไป เพื่อไปดูกันว่าการใช้แนวคิดของ "MLR" ของผมจะทำให้ "อสังหาฯ" ที่มีอยู่เกลื่อนกลาดดาษดื่นกันไปทั่วสามารถลดราคาลงได้ถึง 20-40% ได้หรือไม่ และทำได้อย่างไร เช่น คอนโดมิเนียมพื้นที่ 30 ตารางเมตร หากราคาในท้องตลาดตารางเมตรละ 50,000 บาท ถึง 60,000 บาท ก็จะมีราคาประมาณ 1,500,000++ บาท ถึง 1,800,000++ บาท จะมีราคาลดลงเหลือ 700,000++ บาท ถึง 900,000++ บาท กันได้อย่าง ไร และแนวคิดของปรามาจารย์ "ขงจื้อ" เมื่อกว่าสองพันปีล่วงแล้ว ที่ว่าด้วยทฤษฎี "ม้าหิวน้ำ" เกี่ยวข้องอะไรกับ "MLR" ของผม และผมได้นำมา "ต่อยอด" ด้วยการ "ปรับ+ประยุกต์" ใช้อย่างไร ก็ห้ามพลาดตอนต่อไปอย่างเด็ดขาดครับ แล้วพบกันนะครับอีกสองสัปดาห์หน้า

<< Start < Previous 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 Next > End >>

Results 1 - 10 of 1775
บ้านไม่บานยอดนิยม อพาร์ตเม้นท์ไม่บานยอดนิยม พิมพ์เขียวแบบบ้าน 999 บาท

หนังสือ “อัศวินอสังหาฯ พารวยกับ อ.เชี่ยว ชอบช่วย” ....ใครลงทุนทา “อสังหาฯไม่บาน” แล้วขาดทุนหรือเจ๊ง... โคตรเก่งเลย!
สามารถอ่าน บทความแนะนำหนังสือ จาก เว็บไซต์ชี้ช่องรวยได้ที่นี่

“HOTAP + CONDO” แดงแรงฤทธิ์ @ บ้านฉาง”

บ้านไม่บานอัพเดต

ต้นแบบ "โฮมออฟฟิศไม่บาน" ที่กำลัง "ฮ็อท" !!!

ต้นแบบ “โฮมออฟฟิศไม่บาน” ที่กำลัง “ฮ็อท” !!!

          สวัสดีครับแฟนๆชาว "คนรักบ้าน" สำหรับสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้เป็น สาระน่ารู้ที่ควรรู้เกี่ยวกับ "บ้านไม่บาน" ของบรรดาผู้คนในชุมชนเมือง ในสไตล์ "โฮมออฟฟิศไม่บาน" ที่กำลัง "ฮ็อท" !!! ซึ่งนับวันก็ดูว่าจะยิ่งมาแรงแซงโค้งกว่า "บ้านไม่บาน" ในรูปแบบอื่น ๆ อาจเป็นเพราะราคาที่ดินในปัจจุบันก็มักจะมีการปรับราคาขึ้นสูงมากจนแทบจะเกินเอื้อมแล้ว ในอดีตบ้านที่ปลูกสร้างบนที่ดิน 40-50 ตารางวา เดิมอาจจะเป็นบ้านชั้นเดียวหรือสองชั้น ที่มักจะมีขนาดเพียง 2-3 ห้องนอนจึงทำให้ไม่สามารถตอบโจทย์การดำเนินวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ รวมทั้งยังไม่สามารถรองรับสมาชิกของครอบครัวที่เพิ่มมากขึ้นได้ จะไปหาซื้อที่แปลงใหม่บนทำเลที่เหมาะสมก็ยากมากขึ้นทุกที สู้รื้อบ้านเก่าแล้วสร้างขึ้นมาใหม่ดูจะเป็นทางออกที่ดีกว่า และประหยัดกว่าเมื่อพิจารณาในภาพรวม . . .

อ่ า น ต่ อ . . .

"คอนโด ฯ" สุขภาพดี +ราคากำลังดี 499,000 บาท
ที่ "เขาใหญ่"

“คอนโด ฯ” สุขภาพดี +ราคากำลังดี 499,000 บาท ที่ “เขาใหญ่”          สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว "คนรักบ้าน" สำหรับสัปดาห์นี้ผมขอนำเสนอ "คอนโดฯไม่บาน" สุขภาพดี + ราคากำลังดี 499,000 บาท ที่ "เขาใหญ่" สำหรับบรรดาคนที่ "รักษ์สุขภาพ" อยากมีพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรงและมีชีวิตที่ยืนยาว อยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้กับลูกหลานไปตราบนานเท่านาน ผมขอสารภาพครับว่า พอถึงจุดหนึ่งของการดำเนินชีวิต พออายุอานามย่างก้าวเข้าสู่วัยที่เริ่มต้นด้วยเลข 4 หรือ ยิ่งเข้าสู่วัยที่เริ่มต้นด้วยเลข 5 หลังจากที่ได้ลงหลักปักฐานหน้าที่การงานและมีรายได้ที่มั่งคงแล้ว ก็ได้เข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการผ่อนคลายจากความกังวลในการทำมาหาเลี้ยงชีวิต เหลือเพียงกังวลเรื่องสุขภาพ ว่าจะทำอย่างไรให้ชีวิตนับจากนี้ไปมีพลานามัยที่แข็งแรงสมบูรณ์ดี มีอายุยืนยาวและข้อสำคัญ คือ ไม่เป็นภาระแก่คนรอบข้างรวมทั้งลูกหลาน มิหนำซ้ำอสังหาฯ ที่ได้ลงทุนซื้อหามาเก็บไว้ยังทวีมูลค่าเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าให้ลูกหลานเป็นสินทรัพย์ได้นำไปใช้เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ . . .

อ่ า น ต่ อ . . .
คลินิกคนรักบ้าน

4+1 อ.สำหรับ "คนรักษ์สุขภาพ"


4+1 อ.สำหรับ “คนรักษ์สุขภาพ”

        สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว "คนรักบ้าน" สำหรับสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเตรียมตัวเตรียมใจสำหรับอนาคตที่ยังไงก็มาแน่เกี่ยวกับจำนวนผู้สูงวัยที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งมีการประมาณการว่า ในปี พ.ศ.2568 โดยอาศัยข้อมูลจากกระทรวงสาธารณะสุขและประชากรในบ้านเราจะมีผู้สูงวัยเพิ่มขึ้นกว่า 14 ล้านคน ซึ่งเป็นตัวเลขมหาศาลครับ ผลที่ตามมาคือ สังคมไทยต้องแบกภาระที่ต้องดูแลเอาใจใส่คนเหล่านี้ หากพูดถึง "เบี้ยยังชีพ" ที่รัฐบาลได้จัดให้สำหรับผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 59 ปี ขึ้นไป จึงได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล เพียงเดือนละ 600 บาท เฉลี่ยวันละ 20 กว่าบาท จนนึกไม่ออกครับว่าจะกินจะอยู่อย่างไร ที่เห็นได้ชัดเจน . . .

อ่ า น ต่ อ . . .

Homeloverthai Multimedia
Homeloverthai Multimedia
รายการคนไทยไม่ท้อ >>  

รายการ แผ่นดินพอเพียง   

Homeloverthai Multimedia
Homeloverthai Multimedia
Homeloverthai Multimedia
 

นิตยสารบ้าน+อพาร์ตเม้นท์ไม่บานกับ อ.เชี่ยว ฉบับสะสม
นิตยสารบ้าน+อพาร์ตเม้นท์ไม่บานกับอ.เชี่ยว ฉบับสะสม เหลือเพียง 6 เล่ม
(เล่ม 7,8,9,10,11,12)  ราคาชุดละ 300 บาท  รวมค่าจัดส่งแบบลงทะเบียน
รายละเอียดการโอนเงิน
ชื่อบัญชี ภัทรพล   เวทยสุภรณ์  ธนาคารกรุงเทพ ฯ  สาขาห้วยขวาง  ประเภทสะสมทรัพย์  บัญชีเลขที่  1764267272
แฟกซ์ pay  in
พร้อมระบุชื่อที่อยู่   หมายเลขโทรศัพท์ และ เล่มหนังสือที่สั่งซื้อ   มาที่หมายเลข  02-6441479 หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-2451399 และ 02-6441478 หรือ สำนักงานบ้านไม่บาน  เลขที่ 1  ซ.ประชาสงเคราะห์ 12   แขวงดินแดง  เขตดินแดง  กทม.  10400