สมัครงานกับทีมงานบ้านไม่บาน คลิกอ่านรายลัเอียดด้านใน

โปรดระวังบุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว   ชอบช่วย หรือ   ผศ.ดร.ภัทรพล   เวทยสุภรณ์  และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง  ฯลฯ  ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ  ทั้งสิ้น  หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์   02-2451399  หรือ  02-6441478  เท่านั้น
บุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว ชอบช่วย หรือ ผศ.ดร.ภัทรพล เวทยสุภรณ์ และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง ฯลฯ ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์ 02-2451399 หรือ 02-6441478 เท่านั้น

ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ "ตักศิลา คเณศ์ธร"

  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
ครบรอบ 120 ปี “ศิลป์ พีระศรี”
ครบรอบ 120 ปี "ศิลป์ พีระศรี"

“อัศวินอสังหา ฯ”

            คงจะเป็นจริงในคำกล่าวที่ว่าในธุรกิจการลงทุน "อสังหาริมทรัพย์" จะมีรอบของการขึ้นและลงเป็น "วัฏจักร" บางท่านบอกว่าใช้เวลา 9-12 ปี ที่แต่ละรอบจะมาเวียนบรรจบ และเกิดบรรยากาศของ "อสังหาริมทรัพย์" ที่ "บูม" ขึ้นเหมือน "ฟองสบู่" และจะกลับไปซบเซา แล้วก็จะกลับมา "บูม" ขึ้นใหม่เหมือน "ฟองสบู่" อีกครั้ง ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่าง "สิงคโปร์" ในรอบที่ผ่านมานี้ก็ถึงจุดสูงสุดของการ "บูม" ของ "อสังหาฯ" ในปี ค.ศ.2008 ส่วน "มาเลเซีย" ก็ตามมาติด ๆ ถึงจุดสูงสุดของการ "บูม" ของ "อสังหาฯ" ประมาณปี ค.ศ. 2010 ส่วน "อินโดนิเซีย" ก็ไม่น้อยหน้าถึงจุด "บูม" ในช่วง ค.ศ.2012 นอกจากนั้นบรรดาเกจิอาจารย์ที่คร่ำหวอดในวงการ "อสังหาฯ" ก็คาดการณ์ว่า บ้านเรา "อสังหาฯ" จะ "บูม" ในช่วงปี ค.ศ.2014 แต่เนื่องจากมีปัจจัยที่ไม่คาดฝันทางการเมืองที่นอกเหนือการควบคุมและคาดเดา คือ การเล่น "กีฬาสี" ของ "เสื้อเหลือง" และ "เสื้อแดง" ทำให้ "อสังหาฯ" ของประเทศเราย่ำอยู่กับที่,ไม่ก้าวไปไหนและไปไม่ถึงไหนเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน แต่สำหรับผมคาดการณ์ว่า "อสังหาฯ" ของบ้านเราน่าจะ "บูม" หลังจากการเปิด "AEC" เสรีอาเซียน สัก 2-3 ปี ถึงตอนนั้นก็จะส่งผลให้ราคา "อสังหาริมทรัพย์" ในประเทศพุ่งพรวดขึ้นไปอีกอย่างน้อย 20-30% ทำให้ "อสังหาฯ" ทุกประเภทมีราคาพุ่งสูงลิ่ว และเกิดเศรษฐีใหม่จากธุรกิจ "อสังหาฯ" อีกมากมาย และนั่นแหละครับเป็นสิ่งที่ผมกังวลเป็นที่สุด เมื่อลูกโป่ง "อสังหาฯ" พองตัวก็มีวันที่ต้องแฟบหรือถ้าร้ายไปกว่านั้นก็ต้องแตกดังโพละ ที่มักเรียกกันว่าปรากฏการณ์ "ฟองสบู่แตก" บรรดาเศรษฐีทั้งใหม่ทั้งเก่าก็จะกลายเป็น "คนเคยรวย" กลับมาจนเหมือนเดิมหรือจนกว่าเดิมดังที่เคยเป็นมาในอดีต

            จากปรากฏการณ์ดังกล่าวนี้ ทำให้ผมเริ่มตั้งคำถามว่าจะมีการลงทุน "อสังหาฯ" ประเภทใดที่ทำให้นักลงทุนสามารถ "อยู่รอดปลอดภัย" ไม่ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองเป็นเช่นไรหรือแปรผันมากน้อยเพียงไร ถือว่าเป็นโจทย์ที่ท้าทายในการหาคำตอบมากครับ เพราะในส่วนตัวผมที่มีอายุพอจะเรียกว่า "แก่เกินแกง" ก็ว่าได้ ทั้งยังได้ผ่านร้อนผ่านหนาวได้เห็นการล่มสลายครั้งสำคัญ ๆ แบบหนักหนาสาหัสของ "อสังหาฯ" ในประเทศนี้มา 3 ครั้ง 3 ครา ที่ว่าหนักหนาสาหัสกันพอสมควรตั้งแต่ วิกฤติของ "อสังหาฯ" ครั้งแรกที่เกิดมากจากความขัดแย้งอย่างรุนแรงในแถบตะวันออกกลางจนบานปลายกลายเป็น "สงครามอ่าว" (Gulf War) ระหว่างประธานาธิบดี "บุช" (ผู้พ่อ) กับ "ซัดดัม ฮุสเซน" ผู้นำ "อิรัก" ที่บุก "คูเวต" ทำให้นักวิเคราะห์คาดเดาว่า "สงครามอ่าว" นี้จะบานปลายกลายเป็นสงครามโลกครั้งที่ 3 เป็นผลให้เศรษฐกิจทั้งโลกก็เกิดการถดถอยและร่วงพล๋อยลงพร้อม ๆ กัน ก็หนักหนาสาหัสกันไปทั่วถ้วนหน้าครับ วิกฤติของ "อสังหาฯ"ครั้งที่ 2 ที่ทำให้ "อสังหาฯ" ในประเทศชะงักงัน คือ วิกฤติที่เกิดความขัดแย้งของคนไทยด้วยกันเอง เพียงแค่ "คิดต่าง" และไม่ "รู้รักษ์สามัคคี" แต่โชคดีที่มีบารมีของ "พ่อหลวง" ที่ยุติความขัดแย้งนั้นได้อย่างฉิวเฉียด มิฉะนั้นคงหนักหนาสาหัสกันไปมากกว่านี้ เรียกกันว่าเป็นวิกฤติช่วง "พฤษภาทมิฬ" แต่วิกฤติของ "อสังหาฯ" ครั้งที่ 3 นี่แหละครับหนักหนาแสนสาหัสกว่าบรรดาวิกฤติทั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมาถือว่าเป็นการ "เผาหลอก" แต่วิกฤติครั้งที่ 3 นี่แหละครับถือว่าเป็นการ "เผาจริง" ถึงขนาดต้อง "ลอยอังคาร" เลยทีเดียว เป็นวิกฤติที่เกิดจากการ "โจมตีค่าเงินบาท" ในช่วงปี 1997 ของพ่อมดทางการเงิน "จอร์จ โซรอส" ในสมัยรัฐบาล "พ่อใหญ่จิ๋ว" ทำให้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศของเงินบาทเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐจาก 25 บาทต่อ 1 ดอลลาร์ เป็นผลให้เพียงแค่ข้ามคืนอัตราแลกเปลี่ยนก็บานทะโล่เป็น 50 บาทต่อ 1 ดอลลาร์ ใครที่เป็นหนี้ 25 ล้านบาท พอตื่นขึ้นมาตอนเช้าอีกวันหนึ่งหนี้กลายเป็น 50 ล้านบาท ส่งผลให้เศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศเข้าสู่ขั้น "โคม่า" เกือบล้มละลายกันทั้งประเทศ ที่รู้จักกันดีไปทั้งโลกว่า "ต้มยำกุ้งดีซีส" เป็นผลให้ "IMF" ต้องเข้ามาแทรกแซง ก็บอบช้ำกันอย่างแสนสาหัสแบบลืมกันไม่ลงในชาตินี้ไปจนถึงชาติหน้าโน่นครับ

            สำหรับคนที่สารมารถฟันฝ่าวิกฤติใหญ่ ๆ มาได้ถึง 3 ครั้ง 3 ครา เก่งอย่างเดียวไม่พอครับ ต้องเฮงด้วยมิหนำซ้ำยังต้องมีของดีและมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองประเภท "ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้" แต่ส่วนใหญ่ที่ผมรู้จักก็มักจะไม่ได้โชคดีอย่างนั้นครับ นี่ยังไม่นับรวมวิกฤติย่อย ๆ อีกมากมายหลายสิบวิกฤติ เช่น วิกฤติราคาน้ำมันในตลาดโลก,วิกฤติราคาปูนซีเมนต์และเหล็กเส้นขาดแคลน,วิกฤตินโยบายธนาคารไม่ปล่อยสินเชื่อ,วิกฤตความขัดแย้งภายในประเทศ, วิกฤติการทุจริตคอรัปชั่นและอีกหลายวิกฤติน้อยใหญ่แทบจารนัยกันไม่หมด จึงเป็นที่มาของการค้นหานักลงทุนประเภท "อัศวินอสังหาฯ" ถือว่าเป็นโจทย์ที่ท้าทายครับ ที่เราจะ "เรียนรู้" ที่จะ "อยู่ร่วม" และ "อยู่รอด" ได้อย่างไรกับวิกฤติของ "อสังหาฯ" ต่าง ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกอย่างแน่นอนในอนาคต

            ซึ่งวิกฤติที่ผมเป็นห่วงสุด ๆ อีก 2 วิกฤติในอนาคตอันใกล้นี้ คือ "วิกฤติความขัดแย้งทางด้านการเมือง" ที่เป็นเสมือนระเบิดเวลาอาจประทุได้ตลอดเวลาและ "วิกฤติการเปิด "AEC" เสรีอาเซียน" ในสภาพที่เรายังไม่พร้อมอาจจะเสียทีเขาได้โดยง่าย เรื่องที่ผมจะพูดเกี่ยวกับนักลงทุนประเภท "อัศวินอสังหาฯ" นั้นเป็นเรื่องฉกรรจ์และสำคัญมากครับ สัปดาห์นี้พื้นที่หมด เอาไว้ต่ออีกสองสัปดาห์หน้าว่า "อัศวินอสังหาฯ" จะควบ "ม้าขาว" เพื่อกู้วิกฤติของ "อสังหาฯ" ในอนาคตได้อย่างไร จึงห้ามพลาดครับ

“บูทิคอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” สายพันธุ์ใหม่ ประเภท “4 in 1” ย่าน “ปิ่นเกล้า” (II)

          สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว "คนรักบ้าน" เมื่อตอนที่แล้วผมได้นำเสนอ"บูทิคอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ย่าน "ปิ่นเกล้า" ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการนำร่องอันเป็นสายพันธุ์ใหม่ของ "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ที่สามารถปรับเปลี่ยนไปสู่ "เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" และเป็น "บูทิคอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" สุดท้ายก็จะไปจบที่ "บูทิคโฮเทลไม่บาน" ซึ่งการออกแบบอาคาร "ไฮบริด" ประเภท "4 in 1" ภายใต้งบประมาณที่จำกัดแบบนี้ถือว่ายากมากครับ เพราะเป็นการเปิดทั้งทาง "รุก" และทาง "ถอย" ให้กับ "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ธรรมดา ๆ 1 หลัง โดยปกติอพาร์ทเม้นท์ทั่วไปในย่าน "ปิ่นเกล้า" มักจะมีค่าเช่าโดยประมาณ 4,000-5,000 บาท++ ต่อเดือน แต่ถ้าเป็น "เซอร์วิส อพาร์ทเม้นท์" ก็จะมีราคาประมาณ 7,000-9,000 บาท++ต่อเดือน แต่ถ้าเป็น "บูทิคอพาร์ทเม้นท์" หรือ "บูทิคโฮเทล" ก็จะมีรายได้เดือนละ 24,000 - 36,000 บาท++ (โดยเฉลี่ยวันละ 800-1,200 บาท) โดยประมาณ แต่สำหรับประเภท "มือใหม่หัดขับ" ที่เพิ่งได้เข้ามาเรียนรู้และเริ่มทำธุรกิจประเภท "อพาร์ทเม้นท์" ให้เช่า ผมมักจะแนะนำให้เริ่มจากการบริหารจัดการที่ง่าย ๆ ก่อน เมื่อมีประสบการณ์ระดับหนึ่งแล้ว ค่อยพัฒนาตัวเองขึ้นไปทีละขั้นทีละตอน ไม่ต้องเร่งรีบ ค่อย ๆ เรียนค่อย ๆ รู้เป็นการทำงานแบบ "เดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ" และ "ทำทีละเรื่อง" ตามปรัชญาความ "พอเพียง" ของ "พ่อหลวง" ครับ

“บูทิคอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” สายพันธุ์ใหม่ ประเภท “4 in 1” ย่าน “ปิ่นเกล้า” (II)

          ซึ่งที่ผมร่ายมาซะยืดยาวประเด็นที่สำคัญก็อยู่ตรงนี้แหละครับ จะเป็นไปได้หรือไม่ที่ผมจะทำการออกแบบ "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" สายพันธุ์ใหม่ประเภท "4 in 1" ที่สามารถปรับเปลี่ยนตัวเองได้ไม่ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองจะเป็นแบบไหน ก็สามารถประคองตัวให้ "อยู่รอดปลอดภัย" และ "คืนทุนไว" จากการลงทุนไปในครั้งนั้น ๆ ยกตัวอย่างเช่น หากเศรษฐกิจในภาพรวมไม่ใคร่จะดีนักก็เป็น "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ให้เช่ารายเดือนตามปกติ แต่หากเศรษฐกิจดี มีทั้งคนเก่งและคนดีมาช่วยบริหารจัดการให้ทั้งในด้านการตลาดและการบริการก็ปรับตัวเองให้เป็น "เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน", "บูทิคอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" หรือ "บูทิคโฮเทลไม่บาน" ก็จะทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าเลยทีเดียว ซึ่งโครงการ "บูทิคอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ที่ชื่อว่า "เดอะ บางกอก ปิ่นเกล้า" แห่งนี้ผมออกแบบขึ้นภายใต้กรอบแนวคิดดังกล่าวนี้ครับ

          จะว่าไปแล้วในการที่จะเปลี่ยนจาก "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ตามปรกติให้เป็น "เซอวิสอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" แล้วปรับให้เป็น "บูทิคอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" หรือ "บูทิคโฮเทลไม่บาน" นั้น ก็สามารถทำได้ไม่ยาก เพียงแต่เพิ่ม "พล็อบ" และวัสดุตกแต่งประเภท "งานศิลปะร่วมสมัย" เช่น งานปติมากรรมรวมทั้งภาพเขียนและการให้บริการที่พิเศษขึ้น เพียงเท่านี้ก็จะกลายเป็น "เซอวิสอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" แล้วค่อยปรับให้เป็น "บูทิคอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" หรือ "บูทิคโฮเทลไม่บาน" ได้ไม่ยาก เพราะโดยรูปลักษณ์ของ "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" หลังนี้ก็ถูกออกแบบให้ "สวยที่สุดในซอย" นี้อยู่แล้ว หรือถ้าอยากพิเศษมากไปกว่านั้นก็เพิ่มสีสันโดยการเพิ่มในส่วน "Landscape" การจัดสวนหรือเพิ่มสระว่ายน้ำ รวมทั้งการเพิ่มการทำการ "ตลาดออนไลน์" โดยผ่านโครงข่ายทาง "อินเตอร์เน็ต" ประเภท "E-Marketing" และข้อดีอย่างหนึ่งของการทำ "บูทิคโฮเทลไม่บาน" คือ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักเป็นชาวต่างชาติ ทำให้ไม่ต้องการพื้นที่จอดรถมากนัก ในส่วนตัวผมแล้วเชื่อว่าในอีก 2-3 ปี ที่จะถึงกระแส "บูทิคอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" และ "บูทิคโฮเทลไม่บาน" ยังไงก็มาแรงแน่ครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการเปิด "AEC" เสรีอาเซียน อย่างเป็นทางการ ก็จะมีชาวต่างชาติมาเยี่ยมเยียน รวมไปถึงมาทำธุรกิจธุรกรรมในประเทศของเราในแต่ละปีน่าจะ 10 - 20 ล้านคนเป็นอย่างน้อย ดังนั้นการเตรียมการออกแบบอาคารให้ได้มาตรฐานสากลสำหรับนานาชาติจึงเป็นเรื่องที่ห้ามมองข้ามเป็นอันขาดครับ

“บูทิคอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” สายพันธุ์ใหม่ ประเภท “4 in 1” ย่าน “ปิ่นเกล้า” (II)

          จุดสำคัญอีกประการหนึ่งของ "บูทิคอพาร์ทเม้นท์+บูทิคโฮเทลไม่บาน" ย่าน "ปิ่นเกล้า" หลังนี้คือ การที่มีทำเลที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองที่มีสภาพแวดล้อมที่แออัด และวิวทิวทัศน์ก็ดูไม่น่าชมเท่าไหร่ทำให้ผมได้ออกแบบให้แต่ละห้องมีระเบียงค่อนข้างเล็กมีขนาดความกว้างเพียง 1.20 เมตร เป็นผลทำให้ห้องน้ำมีขนาดใหญ่ขึ้น มีความกว้างถึง 2.80 เมตร ผลที่ได้คือทำให้ห้องพักมีอากาศเย็นสบายเพราะความร้อนจากภายนอกถูกกันเอาไว้จากพื้นที่ในส่วนห้องน้ำ และในทางปฏิบัติพื้นที่ในบริเวณห้องน้ำก็ต้องการอากาศร้อนเพื่อจะได้แห้งและต้องสามารถระบายอากาศได้ดีไม่อับชื้น ก็ถือว่าสมประโยชน์กันเป็นอย่างยิ่งครับ นอกจากนั้นการที่มีพื้นที่ระเบียงไม่มากเกินไปก็จะทำให้บรรดาผู้ที่เช่าอยู่ก็จะไม่เอาของที่ไม่ใช้มาวางไว้เต็มระเบียงให้เกะกะและก่อให้เกิดทัศนะอุจาด ดังจะเห็นได้จากอพาร์ทเม้นท์ทั่วไป ที่มีของไม่ใช้แล้ววางกันระเกะระกะเต็มระเบียงไปหมดดูรกรุงรังและไม่งามตาทำให้ภาพลักษณ์โดยรวมเสียไปครับ

“บูทิคอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” สายพันธุ์ใหม่ ประเภท “4 in 1” ย่าน “ปิ่นเกล้า” (II)

          แต่เหนือสิ่งอื่นใด โครงการ "บูทิคอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ย่าน "ปิ่นเกล้า" หลังนี้ผมได้สร้างเด็กหนุ่มขึ้นมา 1 คน มีอายุเพียง 21 ปี เพิ่งจบมหาวิทยาลัยมาหมาด ๆ กำลังสับสนต่อการเดินก้าวต่อไปในอนาคต ผมได้สร้างให้เขาเป็นคนที่มีความรู้ +ความชำนาญเกี่ยวกับ "อสังหาฯ" ได้เรียนรู้ "แก่นแท้" ของคำว่า "การลงทุนในอสังหาฯ" แบบมืออาชีพนั้นแท้จริงแล้วคืออะไรกันแน่ หลังจากที่ได้ทำงานอย่างหนักร่วมกับผมมาเกือบ 2 ปี ทำให้ผมเชื่อมั่นว่าเด็กหนุ่มคนนี้มีอนาคตไกลแน่ครับ หากไม่หลงลืมในสิ่งที่ผมสอนไว้โดยเฉพาะการเปิดทาง "ถอย" เมื่อยามสถานการณ์คับขันหรือคิดอ่านทำการใหญ่เกินตัวไม่ยึดหลัก "ความพอเพียง" ผมเคยถามหนุ่มน้อยคนนี้ว่าเหนื่อยไหม หนักไหม เค้าตอบว่าเหนื่อยและหนัก แต่ก็ไม่ท้อครับ เพราะมีผมเป็นทั้งโค้ชเป็นทั้งอาจารย์เป็นทั้งพี่เลี้ยงที่พร้อมจะช่วยประคองให้ลุกขึ้นยามเพลี่ยงพล้ำ ช่วยชี้นำทางยามเมื่อหลงไปไกล แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือกำลังใจและความรักตลอดจนความเอาใจใส่ทั้งจากแม่และยายที่มีให้กับหนุ่มน้อยคนนี้ เมื่อปัจจัยต่าง ๆ ถึงพร้อมแล้วผลลัพธ์ที่ได้ก็น่าประทับใจครับเมื่อการก่อสร้างอาคารจวนแล้วเสร็จก็มีคนสนใจจับจองเข้ามาพักกันอย่างล้นหลาม ก็รู้สึกว่าได้ทำหน้าที่ที่ควรทำและก็มีความสุขที่ได้ทำหน้าที่นั้น และยิ่งไปกว่านั้นก็ทำให้แม่และยายมีความสุข สำหรับหนุ่มน้อยคนนี้ชีวิตในช่วงเวลานี้ก็คงไม่มีอะไรดีไปกว่านี้แล้วครับ

          จะว่าไปแล้วโครงการนี้ก็เป็นหนึ่งในความทรงจำดี ๆ ในชีวิตการทำงานของผม สำหรับแฟน ๆ ชาว "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ที่สนใจในรายละเอียดเกี่ยวกับการลงทุนทำ "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" สายพันธุ์ใหม่แบบ "ไฮบริด" ประเภท "4 in 1" ก็สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ 081-4218323 หรือ เข้าดูรายละเอียดได้ในเว็ปไซต์ www.homeloverthai.com แล้วพบกันใหม่อีกสองสัปดาห์หน้าครับ

“บ้านไม่บาน” ขวัญใจ “ชาวบางสตางค์น้อย” ที่ทุ่ง “หนองเหียง”

          สวัสดีครับ แฟน ๆ ชาว "บ้านไม่บาน" เมื่อไม่นานมานี้ผมได้นำเสนอ "บ้านไม่บาน" ขวัญใจ "ชาวบางสตางค์น้อย" ที่ทุ่ง "หนองเหียง" อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากนิคมอุตสาหกรรม "อมตะ" ที่ "พานทอง" ก็เป็นที่ถูกอกถูกใจกันพอสมควรครับสำหรับแฟน ๆ ประเภท "เบี้ยน้อยหอยน้อย" ที่ต้องดิ้นรนทำมาหาเลี้ยงชีพแบบปากกัดตีนถีบ ต้องประหยัดมัธยัสถ์และอดออมเพราะไม่ได้คาบช้อนเงินช้อนทองมาแต่เกิด แต่ใจลึก ๆ ก็อยากอยู่บ้านเดี่ยวที่มีบริเวณบนที่ดินกว้าง 150-200 ตารางวา เหมือนบรรดาเศรษฐีคนมีสตางค์ ที่พอจะฝันไกลไปถึงได้ก็เป็นแค่เพียงเจ้าของ "คอนโดมิเนียม" ขนาด 25-30 ตารางเมตรหรือ "ทาวเฮ้าส์" ขนาด 20-25 ตารางวา หากคิดฝันไปไกลกว่านี้ก็จะเป็นฝันที่เกินเอื้อม ก็เลยเป็นที่มาของ "บ้านบางสตางค์น้อย" ที่ทุ่ง "หนองเหียง" และผมเชื่อว่าน่าจะเป็นต้นแบบของหมู่บ้านชาว "บางสตางค์น้อย" ในพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศครับ

“บ้านไม่บาน” ขวัญใจ “ชาวบางสตางค์น้อย” ที่ทุ่ง “หนองเหียง”

          สำหรับ "ไอเดีย" สุดบรรเจิดของผมแบบสวนกระแสที่มุ่งจะรังสรรค์ "บ้านบางสตางค์น้อย" ที่ทุ่ง "หนองเหียง" ก็เพื่อ "เติมเต็มความฝัน" และเป็น "รางวัลแด่คนช่างฝัน" ของบรรดา "คนรักบ้าน" ทั่วประเทศนับหมื่นนับแสนครอบครัว ที่คนเหล่านี้ส่วนใหญ่กำลังอยู่ในช่วงการก่อร่างสร้างชีวิต สร้างครอบครัว เบื่อความแออัดยัดเยียดในย่านชุมชนเมืองที่ต้องอยู่ใน "คอนโด" ราคาประหยัดที่มีขนาดเท่า "รูหนู" หรือ "ทาวเฮ้าส์" ที่มีพื้นที่ดินเท่า "แมวดิ้นตาย" ผมก็เลยลองไปหาที่ดินกลางทุ่ง "หนองเหียง" ที่เดิมในอดีตเป็นพื้นที่ปลูกมันสำปะหลัง แต่ในสภาพปัจจุบันมีการคมนาคมเข้าถึงได้อย่างสะดวกสบายทั้งยังอยู่ไม่ไกลนักจากแหล่งงาน (ใช้เวลาขับรถยนต์หรือขี่มอเตอร์ไซค์ไม่เกิน 30 นาที) โดยผมมุ่งเน้นเฉพาะบ้านเดี่ยวชั้นเดียว มีขนาดใหญ่กว่าบ้านจัดสรรโดยปกติทั่วไป โดยออกแบบให้มีขนาด 3-4 ห้องนอน 1 ห้องรับแขก 2 ห้องน้ำและ 1 ห้องครัว จึงเป็นแบบ "บ้านไม่บาน" ที่มีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง เพราะปลูกสร้างบนที่ดิน 150-200 ตารางวา ทำให้มีที่เหลือเฟือสามารถจอดรถได้ 4-5 คันสบาย ๆ แบบไม่ต้องแย่งกันหาที่จอดแบบบ้านพักอาศัยในชุมชนเมือง เป็นที่ที่คนในบ้าน 3 รุ่น 3 วัย เข้ามาอาศัยร่วมกันอย่างอยู่เย็นเป็นสุขตั้งแต่รุ่น ปู่ , พ่อ, ลูก และอาจจะรวมไปถึงรุ่นหลานในอนาคต เนื่องจากมีบริเวณที่ดินกว้างขวางพอสมควรจึงมีที่เกินพอสำหรับการปลูกผลหมากรากไม้ที่ชื่นชอบ รวมทั้งบรรดาพืชผักสวนครัวรั้วกินได้ หรือในบางอารมณ์ที่บรรดาสมาชิกในบ้านอยากจะเลี้ยงนกเลี้ยงไก่ เลี้ยงหมาเลี้ยงแมวก็ทำได้เต็มที่ ก็ดูเหมือน "บ้านไม่บาน" ในอุดมคติที่เหมาะสมหับสมาชิกทุก ๆ คนครับ

“บ้านไม่บาน” ขวัญใจ “ชาวบางสตางค์น้อย” ที่ทุ่ง “หนองเหียง”

          ผมมักจะบอกกับทุก ๆ คนเสมอครับว่า "ความฝันความหวังเป็นของฟรี" แต่หากเราทำได้แต่ฝันหรือแค่หวังนั่งงอมืองอเท้าไม่ลงมือทำอะไรก็จะกลายเป็นคนเพ้อเจ้อ ดังนั้นจะต้องตัดสินใจลงมือทำจะถูกหรือผิดก็เป็นเพียงผลลัพธ์ที่เราได้เรียนได้รู้ได้มีประสบการณ์ที่จะก้าวต่อไปในภายภาคหน้า นอกจากนั้นยังทำให้เราฉลาดขึ้น อันเป็นผลจากการลงมือทำนี่แหละครับ และผมยังได้ใช้แนวคิด "อกาลิโก" + "ไฮโซ" + "โลว์คอส" ในการออกแบบบ้านที่ทุ่ง "หนองเหียง" ของชาว "บางสตางค์น้อย" ที่ "ร่ำรวยความสุข" นี้จึงเป็นบ้านที่ "สวยทน, สวยทาน, สวยนาน, สวยประหยัด, สวยดูดีและสวยอย่างมีชาติตระกูล" ทั้งยังเป็นบ้านที่ถึงพร้อมทั้ง "ประโยชน์" และ "ความสุข" อย่างแท้จริง ที่ผมกล่าวมานี้ไม่ใช่เกินเลยหรอกครับ เพราะเป็นความรู้สึกแท้ ๆ ที่ผมได้รับจากการได้พูดคุยกับบรรดาเจ้าของ "บ้านไม่บาน" ที่ทุ่ง "หนองเหียง" ถึงขนาดมีบางท่านตัดสินใจเลิกอยู่ "ทาวเฮ้าส์" ในย่านใจกลางชุมชนเมืองแล้วย้ายไปอยู่ที่ทุ่ง "หนองเหียง" เพื่อต้องการหลีกลี้หนีความแออัด สับสนวุ่นวาย ไปสู่สถานที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ ไปอยู่บนพื้นที่ที่น้ำไม่ท่วมและมีสภาพดินดีปลูกอะไรก็ขึ้นได้ง่ายและที่สำคัญเป็นที่ที่สมาชิกในบ้านทั้งลูกเล็กเด็กแดงและหมาแมวที่เลี้ยงไว้มีที่วิ่งเล่นออกกำลังกาย จึงเป็นบ้านที่อบอวลไปด้วยความสุขเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะที่เบิกบาน ที่ไม่ค่อยจะได้ยินกันนักใน "คอนโด"หรือใน "ทาวเฮ้าส์" ที่มีสภาพแออัดท่ามกลาง "ป่าคอนกรีต" และเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด

“บ้านไม่บาน” ขวัญใจ “ชาวบางสตางค์น้อย” ที่ทุ่ง “หนองเหียง”

          สำหรับผมแล้วก็ชื่นมื่น "ม่วนใจ๋" ขนาดครับ โครงการ "บ้านไม่บาน" ของชาว "บางสตางค์น้อย" ก็ได้ก่อร่างสร้างรูปบนผืนดินที่เดิมปลูกมันสำปะหลัง อยู่ในเขตโครงข่ายการคมนาคมที่ดีเยี่ยมจะไปไหนมาไหนก็สะดวกสบาย สภาพแวดล้อมก็ดี, อากาศก็ดี, ดินก็ดี, ผู้คนก็ดี เพียงแค่นี้ก็เกินคำบรรยายแล้วครับ

          สำหรับสัปดาห์นี้ก็ขอนำรูปมาอวดโฉมกัน ย้ำนะครับว่าบางหลังยังสร้างไม่เสร็จดี ก็เพราะมีการต่อเติมเพิ่มขยายไปเรื่อย ๆ ตามใจชอบ ก็ "ปลูกบ้านตามใจผู้อยู่ ปลูกอู่ตามใจผู้นอน" นั่นแหละครับ ใครจะว่าอะไรก็ช่าง แต่สำหรับพวกเขาแล้วนี่คือ "บ้านในฝัน" ที่รอกันมานานกว่าครึ่งค่อนชีวิต เป็น "บ้านไม่บาน" ที่สวยที่สุดในทัศนคติมุมมองของพวกเขา เป็น "บ้านไม่บาน" ที่ใช้ประโยชน์ได้สูงสุด เป็นบ้านที่มีราคาที่ประหยัดสุด เป็นบ้านที่เดินตาม "ทฤษฎีใหม่" ที่ว่าด้วย "ความพอเพียง" ของ "พ่อหลวง" อย่างเคร่งครัดที่สุด ผมขอสารภาพว่าเป็นอีกหนึ่งใน "บ้านไม่บาน" ที่ผมชื่นใจที่ได้ลงมือทำมากที่สุดในระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาครับ

ปี “แพะ” เป็นปีของ “Wealth + Wellness”

            สวัสดีครับท่านผู้อ่านก็ย่างเข้าปี "แพะ" แล้วนะครับ ซึ่งอาศัยประสบการณ์ของผมและความรู้ที่พอมีบ้างเกี่ยวกับธุรกิจและธุรกรรมในการลงทุน "อสังหาริมทรัพย์" ก็ขอทำนายทายทักว่าทิศทางของการลงทุนใน "อสังหาริมทรัพย์" ในปีนี้ที่น่าจับตาเป็นพิเศษ คือ รูปแบบ "อสังหาริมทรัพย์" หรืออาคารบ้านเรือนที่มีรูปแบบที่สามารถตอบโจทย์ที่เกี่ยวข้องกับ "Wealth + Wellness" ซึ่งผมขอขยายความดังนี้ครับ

            "Wealth" หาแปลตรงตัว คือ ความมั่งคั่ง ซึ่งหากพิจารณา รากศัพท์จริง ๆ ของ "อสังหาริมทรัพย์" ที่มักจะเรียกทับศัพท์ว่า "เรียลเอสเตท" (Real Estate) หากแปลกันแบบตรงตัวก็คือ "เอสเตทที่เรียล" ซึ่งหมายถึง อาคารบ้านเรือน รวมทั้งที่ดินที่มีมูลค่าจริง ๆ เป็นของแท้ (ที่ไม่ได้เกิดจากการปั่นราคา) ดังนั้น "Wealth" ในความหมายของผมจึงเป็นการลงทุนใน "อสังหาริมทรัพย์" ที่ต้องทวีมูลค่า ขึ้นหลายเท่าทวีคูณในอนาคต เพราะ "อสังหาริมทรัพย์" ของผมที่จัดว่าเป็น "เรียลเอสเตท" แท้ ๆ นั้น คือ "การลงทุน" ครับ เหมือนเราลงทุนซื้อที่ดินสักแปลง,ซื้อบ้านสักหลังหรือซื้อคอนโดมิเนียมสักห้อง ไม่ว่าจะอยู่เองหรือปล่อยให้เช่าก็คือ "การลงทุน" และใน "การลงทุน" นั้นถ้าเป็นไปได้ก็ไม่ควรที่จะขาดทุน ตอนที่ผมไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ ชาวต่างชาติมองจากซื้อ "อสังหาริมทรัพย์" ในรูปแบบต่าง ๆ คือ "การลงทุน" โดยเริ่มจากการเช่าซื้อห้องพักขนาดเล็ก ๆ อพาร์ทเม้นท์หลังเล็ก ๆ บ้านหลังเล็ก ๆ แล้วก็ขายเพื่อที่จะซื้อทรัพย์สินที่มีมีขนาดใหญ่ขึ้นและก็ขายเป็นการทำกำไรเพิ่มขึ้นแบบเป็นขั้นบันไดต่อเนื่อง ดังนั้นการซื้อ "อสังหาริมทรัพย์" สำหรับผมจึงเป็น "การลงทุน" จัดได้ว่าเป็น "Wealth" ซึ่งจะต้องไม่ลืมในประเด็นนี้เป็นหลักเป็นอันขาด และจะต้องไม่ขาดทุนทั้งในระยะสั้น,ระยะกลางและระยะยาวเป็นอันขาด เอาไว้โอกาสหน้าผมจะมาขยายประเด็นเกี่ยวกับการลงทุนใน "อสังหาริมทรัพย์" ว่าทำอย่างไรให้มีกำไรและไม่มีวันขาดทุนให้ฟังกันแบบลงรายละเอียดอีกทีครับ

            "Wellness" หากแปลเป็นไทย ก็คือ ชีวิตที่มีสุขภาพดีและมีคุณภาพชีวิตสูง ก็เป็นที่ทราบกันนะครับว่าสังคมไทยได้ก้าวเข้าสู่ "สังคมผู้สูงอายุ" อย่างเต็มรูปแบบเมื่อไม่นานมานี้ คำว่า "สังคมผู้สูงอายุ" หมายถึง กลุ่มคนในสังคมผู้สูงวัยทั้งวัยใกล้เกษียณและที่เกษียณแล้ว ซึ่งประมาณการณ์กันอย่างคร่าว ๆ ว่ามีประชากรรวมกันเกือบ 15 ล้านคน อาจเป็นเพราะมาตรฐานการดูแลสุขภาพพลานามัยนั้นดีขึ้น ทำให้คนไทยมีอายุเฉลี่ยสูงขึ้นจาก 67.9 ปีในอดีต ไปถึง 71.1 ต่อปีในปัจจุบัน ซึ่งจะต้องไม่มองข้ามข้อเท็จจริงนี้ เป็นผลให้รูปแบบของ "อสังหาริมทรัพย์" ในอนาคตจะต้องเป็น "อารยะสถาปัตย์" ซึ่งในภาษาเทคนิคในการออกแบบจะเรียกว่า "ยูนิเวอร์ซัลดีไซน์" (Universal Design) จะต้องคิดเผื่อไว้ครับ เพราะว่าไม่ช้าหรือเร็ว วันหนึ่งคุณต้องแก่ต้องเข้าสู่ผู้สูงวัยและต้องเข้าไปใช้ "อสังหาริมทรัพย์" รูปแบบนี้

            ผมจะไม่แปลกใจเลยครับว่าในอนาคตอันใกล้จะมีโครงการพัฒนา "อสังหาริมทรัพย์" ในรูปแบบ "บ้านสำหรับดูแลผู้สูงอายุ" ที่ต่างประเทศเรียกว่า "Nursing home" เพราะเมื่อโครงสร้างของประชากรในสังคมไทยในปัจจุบันเป็นเช่นนี้ ในอนาคตบรรดาลูก ๆ ที่ต้องทำงานแข่งขันกันนอกบ้านก็จะไม่มีเวลาดูแลพ่อแก่แม่เฒ่าที่เฝ้าบ้าน จากเดิมที่เป็นครอบครัว "เชิงขยาย" ที่มักจะมีคนสามวัยอยู่รวมกันในบ้าน คือ วัยสูงอายุ,วัยเจริญพันธ์ และวัยเด็กเล็ก ที่เคยมีสมาชิกในครอบครัวจำนวนมาก เป็นครอบครัวขนาดใหญ่ที่อบอุ่น ในอนาคตครอบครัวจะมีขนาดเล็กลง จะหาบ้านเดี่ยวขนาด 100 ตารางวา หรือ 200 ตารางวา ใจกลางเมืองก็เป็นไปได้ยากขึ้นทุกที เพราะนอกจากที่ดินมีราคาแพงแสนแพง ตารางวาละหลักหมื่นหลักแสนบาทแล้ว จำนวนสมาชิกที่อยู่อาศัยในบ้านก็มีแต่จะลดน้อยถอยลง จะอยู่บ้านเดี่ยวหลังใหญ่บนพื้นที่ดินกว้าง แบบรุ่นปู่,ย่า,ตา,ทวดก็คงเป็นไปไม่ได้ และยังเป็นภาระในการดูแลรักษา ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ก็เลยเป็นผลให้คนรุ่นใหม่วัยเจริญพันธ์ที่ในปัจจุบันต้องอยู่ตึกแถว,ทาวน์โฮมส์,คอนโดมิเนียมหรือ อพาร์ทเม้นท์ กลายสภาพเป็นครอบครัว "เชิงเดี่ยว" มีสมาชิกเพียงแค่ พ่อ แม่ ลูก ซึ่งโดยเฉลี่ยมักจะมีลูกกันไม่มากเพียง 1 หรือ 2 คน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย ไม่เหมือนกับครอบครัวสมัยก่อนที่มีลูกเต็มบ้าน 5 -8 คน ดังนั้นผมเชื่อว่า "อสังหาริมทรัพย์" ที่มีการออกแบบเตรียมการสำหรับ "Wellness" โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดา "ส.ว." (ผู้สูงวัย) ยังไงก็ขอ "ฟันธง" ลงไปว่าการพัฒนา "อสังหาริมทรัพย์" ในรูปแบบนี้ก็จะได้รับความนิยมสูงแน่ครับ

            สำหรับในปี "แพะ" นี้ผมเชื่อไปว่าแนวคิดเกี่ยวกับ "Wealth + Wellness" จะเป็นอีกหนึ่งกระแสที่น่าสนใจและน่าจะมาแรงแซงโค้งสำหรับทิศทางในการพัฒนา"อสังหาริมทรัพย์" ปีนี้ครับ

“บูทิคอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” ย่าน “ปิ่นเกล้า”

          สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว "คนรักบ้าน" สำหรับในสัปดาห์นี้ผมขอนำเสนอ "บูทิคอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" อีกหลังหนึ่งที่ผมชื่นชมและชื่นชอบเป็นอย่างมาก ซึ่งผมได้ลงมือออกแบบเอาไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว และได้ทำการก่อสร้างจนเกือบจะเสร็จสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์เหลือเพียงงานเก็บเล็กน้อย แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาก็นับได้ว่าเกินคาด เพราะมีคนสนใจจับจองห้องกันอย่างล้นหลาม ขนาดยังไม่เสร็จก็จองกันเกือบเต็มแล้วครับ สำหรับการออกแบบ "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" หลังนี้ผมตั้งใจแน่วแน่แต่แรกว่าจะออกแบบให้พิเศษกว่า "อพาร์ทเม้นท์" ทั่วไป คือตั้งธงว่าจะให้เป็น "บูทิคอพาร์ทเม้นท์" และในอนาคตสามารถปรับรูปแบบการใช้งานให้เป็น "เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์" หรือจะเป็น "บูทิคโฮเทล" ซึ่ง "บูทิคอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ย่าน "ปิ่นเกล้า" หลังนี้มีที่ไปที่มาน่าสนใจเป็นอย่างยิ่งครับ เพราะเมื่อปีที่แล้วมีเด็กหนุ่มวัยละอ่อนคนหนึ่ง พยายามติดต่อเข้ามาหาผมเพื่อจะพบปะพูดคุยถึงความเป็นไปได้ที่จะลงทุนทำ "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" สักหลัง ตอนนั้นก็ใส่กางเกงขาสั้น ลากรองเท้าแตะ แต่งตัวแบบสบาย ๆ ในสไตล์วัยรุ่น ที่เพิ่งจบจากรั้วมหาวิทยาลัยมาหมาด ๆ ในชีวิตไม่เคยทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน นอกจากเรียนหนังสืออย่างเดียว เรียกว่าจบแล้วก็ยังงง ๆ ไม่รู้ว่าจะทำอะไรดีหรือ จะหันเข็มทิศชีวิตมุ่งหน้าไปทางไหนดี ก็เป็นเรื่องปกติครับสำหรับเด็กหนุ่มที่มีอายุเพียง 20 ปีต้น ๆ จะว่าไปแล้วบรรดาลูกศิษย์ลูกหาที่คณะสถาปัตย์ ทั้งในระดับปริญญาตรี,ปริญญาโท แม้กระทั่งระดับปริญญาเอกที่ผมสอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยก็ล้วนแล้วแต่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่สับสนกับการก้าวต่อไปของชีวิตเช่นนี้ ผมมักเรียกพวกนี้ว่า "Gen-Y" คือ เป็นคนที่ช่างสงสัยอะไรไปทุกอย่าง (Why?) แต่ที่สงสัยนั้นกลับไม่ได้มุ่งมั่นหาคำตอบจริงจังแต่ประการใดหรอกครับ ส่วนใหญ่เป็นประเภทจับจด ทำอะไรไปได้สักพักพอไม่สบอารมณ์สมดังใจหมายก็มักจะเลิก เกิดความเบื่อหน่ายหันไปทำอย่างอื่น ก็เลยกลายเป็นพวก "สมาธิสั้น" ทั้งยังไม่มีความมุ่งมั่น ทุ่มเท ให้กับอะไรที่เป็นแก่นสาร สนุกเพลิดเพลินกับชีวิตไปวัน ๆ จึงเป็นเรื่องที่น่าห่วงมากครับที่คนรุ่นหนุ่มสาวส่วนใหญ่เป็นอย่างนี้กันทั้งประเทศ อาจจะเป็นผลมาจากระบบการศึกษาที่ล้มเหลวที่ทำให้คนหนุ่มสาวในวัยนี้ ขาดความทุ่มเท ขาดความอดทนกับความเหนื่อยยาก ขาดความมุ่งมั่นจะทำอะไรที่ได้ผลในระยะยาว แต่แท้จริงแล้วพวกเขาเหล่านั้นไม่รู้หรอกครับว่าในโลกแห่งความเป็นจริงไม่มีงานอะไรที่ง่าย ก็เปรียบเหมือนกับการปลูกต้นไม้นั่นแหละครับ ก็เลือกกันเอาเองครับว่าจะปลูก "ไม้ล้มลุก" ที่อาจจะให้ดอกผลไวแต่มีอายุสั้น กับการปลูก "ไม้ยืนต้น" ที่ให้ผลช้า ต้องอดทนดูแลประคบประหงมดูแลรักษา แต่ก็มีอายุยืนยาวเป็นสิบเป็นร้อยปี ให้ดอก ให้ผล ให้ร่มเงาแก่ผู้เป็นเจ้าของ ตลอดไปจนบรรดาญาติพี่น้องและบริวารได้เก็บกินกันไปหลายช่วงอายุคนครับ

“บูทิคอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” ย่าน “ปิ่นเกล้า”

          เด็กหนุ่มคนนี้ก็เล่าให้ผมฟังว่า ในบางครั้งบางอารมณ์ก็รู้สึกว่ายังสับสนมึนงงกับอนาคตเพราะไม่รู้จะมุ่งไปทิศทางไหนหรือจะทำอะไรดี แต่ในใจลึก ๆ ก็อยากลงทุนทำ "อพาร์ทเม้นท์" เผอิญคุณแม่มีที่ดินผืนหนึ่งในย่าน "ปิ่นเกล้า" ก็ถือว่าทำเลดีใช้ได้เลยครับ แต่ปัญหาคือ เข้าซอยค่อนข้างลึก และถนนซอยค่อนข้างจะแคบ มีความกว้างโดยประมาณ 2.5-3 เมตร ก็ถือว่าแคบมากครับ หลังจากที่ได้พิจารณาดูทำเลที่ตั้งและไปตรวจสอบสภาพแวดล้อมจริง ผมก็ "ฟันธง" ลงไปว่าสามารถทำได้ 100 เปอร์เซ็นต์ไม่ขาดทุนแน่ แต่จะต้องเป็น "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ที่ "สวยที่สุดในซอย" และต้องเป็น "อพาร์ทเม้นท์" ในสไตล์ "อกาลิโก" + "ไฮโซ" + "โลว์คอส" ทั้งยังต้องมีระบบการบริหารจัดการที่ดี ผมก็ได้ทำงานร่วมกับเด็กหนุ่มคนนี้มาหลายเดือนและผมก็ค่อย ๆ พยายามปรับเปลี่ยนทัศนคติในการมองโลกและพยายามสร้างความเข้าใจในการลงทุนใน "อสังหาริมทรัพย์" ประเภท "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ถึงขนาดต้องเขียนจดหมายที่ผมเซ็นต์ด้วยตัวเองถึงอาจารย์ที่ผมนับถือ คือ รองศาสตราจารย์มานพ พงศทัต เพื่อรับรองให้เข้าเรียนระดับปริญญาโทในสาขาวิชาเกี่ยวกับการลงทุนใน "อสังหาริมทรัพย์" ที่ "จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย" โดยผมมีความมุ่งมั่นว่าจะฝึกเด็กหนุ่มคนนี้ให้มีความรู้ครบถ้วนถึงพร้อมทั้ง "บู้" ทั้ง "บุ๋น" คือทั้งภาค "ทฤษฎี" และภาค "ปฏิบัติ" ให้จงได้ ก็ได้ผลสำเร็จดังที่ใจหมายครับ ซึ่งจากการที่ผมได้ทำงานร่วมกับเด็กหนุ่มคนนี้เป็นเวลานานนับปีก็ยอมรับครับว่าเหนื่อยพอสมควรครับ แต่ผลที่ได้ก็น่าชื่นใจ แต่จะว่าไปแล้วคนที่อยู่เบื้องหลังที่ต้องขอบคุณอย่างแท้จริงคือ คุณแม่ของน้องคนนี้ ที่เป็นคนกำชับตั้งแต่เริ่มต้นว่าจะต้องมาหาผมให้ได้ และต้องมาร้องขอให้ผมรับปากว่าจะช่วยให้ได้

“บูทิคอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” ย่าน “ปิ่นเกล้า”

          มีคำกล่าวว่า "กาลเวลากลืนกินสรรพสิ่ง" ก็ดูเหมือนจะจริงครับ เผลอแผล็บเดียวเวลาก็ก้าวล่วงไปอีกปี อีกไม่นานหนุ่มน้อยคนนี้ก็กำลังจะจบปริญญาโทระดับมหาบัณฑิตในวิชาการเกี่ยวกับการลงทุน "อสังหาริมทรัพย์" เป็นที่ชื่นอกชื่นใจทั้งคุณแม่และคุณยาย ที่เห็นลูกและหลานได้ทำอะไรอย่างที่ใจมุ่งหมายไว้และประสบความสำเร็จ ผมเพิ่งเข้าไปสัมภาษณ์เด็กหนุ่มคนนี้ เพื่อทำการบันทึกเทปโทรทัศน์รายการ "คนรักบ้าน" ทาง "ช่องเนชั่นทีวี" ซึ่งออกอากาศทุกวันอาทิตย์ในช่วงเวลา 13.30 น. ก็เป็นเรื่องราวที่น่าประทับใจและเต็มไปด้วยความทรงจำดี ๆ ผมได้ย้ำเสมอครับว่าทางเดินที่นำเราไปสู่ความสำเร็จที่แท้จริงนั้น จะไม่มีวันราบเรียบ โรยด้วยกลีบกุหลาบ ปราศจากอุปสรรคใด ๆ แต่ในทางกลับกัน ทางเดินที่จะนำไปสู่ความสำเร็จที่แท้จริงและยั่งยืนได้นั้น มักจะสลับซับซ้อน ขรุขระ วกวน เต็มไปด้วยอุปสรรคนานัปการประการที่จะต้องฝ่าฟันและจำเป็นต้องก้าวไปให้ได้ นี่แหละครับคือหนทางนำไปสู่ความสำเร็จที่แท้จริงครับ

“บูทิคอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” ย่าน “ปิ่นเกล้า”

          สาระน่ารู้ "บูทิคอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ย่าน "ปิ่นเกล้า" ยังมีอีกมากครับ มาดูรายละเอียดในการออกแบบและการออกแบบตกแต่งภายในกันในอีกสองสัปดาห์หน้า ว่าผมทำอย่างไรจึงเป็น "บูทิคอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ที่ "สวยที่สุดในซอย" ในสไตล์ "อกาลิโก" + "ไฮโซ" + "โลว์คอส" สำหรับท่านที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมก็ติดตามรายละเอียดได้ที่เว็ปไซต์ www.homeloverthai.com หรือโทรสอบถามได้ที่ 081-4218323 ยินดีตอบในทุกประเด็นที่สงสัยครับ

<< Start < Previous 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 Next > End >>

Results 1 - 10 of 1643
บ้านไม่บานยอดนิยม อพาร์ตเม้นท์ไม่บานยอดนิยม พิมพ์เขียวแบบบ้าน 999 บาท

เปิดตัวแล้วสำหรับ หนังสือรวม  52  รูปแบบ “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน”  กับอาจารย์ “เชี่ยว  ชอบช่วย”

“HOTAP + CONDO” แดงแรงฤทธิ์ @ บ้านฉาง”

บริการงานออกแบบตกแต่งภายในด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้จริง

บ้านไม่บานอัพเดต

"บ้านไม่บาน" ขวัญใจ "ชาวบางสตางค์น้อย" ที่ทุ่ง "หนองเหียง"

“บ้านไม่บาน” ขวัญใจ “ชาวบางสตางค์น้อย” ที่ทุ่ง “หนองเหียง”              สวัสดีครับ แฟน ๆ ชาว "บ้านไม่บาน" เมื่อไม่นานมานี้ผมได้นำเสนอ "บ้านไม่บาน" ขวัญใจ "ชาวบางสตางค์น้อย" ที่ทุ่ง "หนองเหียง" อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากนิคมอุตสาหกรรม "อมตะ" ที่ "พานทอง" ก็เป็นที่ถูกอกถูกใจกันพอสมควรครับสำหรับแฟน ๆ ประเภท "เบี้ยน้อยหอยน้อย" ที่ต้องดิ้นรนทำมาหาเลี้ยงชีพแบบปากกัดตีนถีบ ต้องประหยัดมัธยัสถ์และอดออมเพราะไม่ได้คาบช้อนเงินช้อนทองมาแต่เกิด แต่ใจลึก ๆ ก็อยากอยู่บ้านเดี่ยวที่มีบริเวณบนที่ดินกว้าง 150-200 ตารางวา เหมือนบรรดาเศรษฐีคนมีสตางค์ ที่พอจะฝันไกลไปถึงได้ก็เป็นแค่เพียงเจ้าของ "คอนโดมิเนียม" ขนาด 25-30 ตารางเมตรหรือ "ทาวเฮ้าส์" ขนาด 20-25 ตารางวา . . .

อ่ า น ต่ อ . . .

"บูทิคอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน"
สายพันธุ์ใหม่ ประเภท "4 in 1" ย่าน "ปิ่นเกล้า" (II)


“บูทิคอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” สายพันธุ์ใหม่ ประเภท “4 in 1” ย่าน “ปิ่นเกล้า” (II)          สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว "คนรักบ้าน" เมื่อตอนที่แล้วผมได้นำเสนอ"บูทิคอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ย่าน "ปิ่นเกล้า" ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการนำร่องอันเป็นสายพันธุ์ใหม่ของ "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ที่สามารถปรับเปลี่ยนไปสู่ "เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" และเป็น "บูทิคอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" สุดท้ายก็จะไปจบที่ "บูทิคโฮเทลไม่บาน" ซึ่งการออกแบบอาคาร "ไฮบริด" ประเภท "4 in 1" ภายใต้งบประมาณที่จำกัดแบบนี้ถือว่ายากมากครับ เพราะเป็นการเปิดทั้งทาง "รุก" และทาง "ถอย" ให้กับ "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ธรรมดา ๆ 1 หลัง โดยปกติอพาร์ทเม้นท์ทั่วไปในย่าน "ปิ่นเกล้า" มักจะมีค่าเช่าโดยประมาณ 4,000-5,000 บาท++ ต่อเดือน แต่ถ้าเป็น "เซอร์วิส อพาร์ทเม้นท์" ก็จะมีราคาประมาณ 7,000-9,000 บาท++ต่อเดือน แต่ถ้าเป็น "บูทิคอพาร์ทเม้นท์" หรือ "บูทิคโฮเทล" ก็จะมีรายได้เดือนละ 24,000 - 36,000 บาท++ (โดยเฉลี่ยวันละ 800-1,200 บาท) โดยประมาณ . . .

อ่ า น ต่ อ . . .
คลินิกคนรักบ้าน

"อัศวินอสังหา ฯ"


               คงจะเป็นจริงในคำกล่าวที่ว่าในธุรกิจการลงทุน "อสังหาริมทรัพย์" จะมีรอบของการขึ้นและลงเป็น "วัฏจักร" บางท่านบอกว่าใช้เวลา 9-12 ปี ที่แต่ละรอบจะมาเวียนบรรจบ และเกิดบรรยากาศของ "อสังหาริมทรัพย์" ที่ "บูม" ขึ้นเหมือน "ฟองสบู่" และจะกลับไปซบเซา แล้วก็จะกลับมา "บูม" ขึ้นใหม่เหมือน "ฟองสบู่" อีกครั้ง ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่าง "สิงคโปร์" ในรอบที่ผ่านมานี้ก็ถึงจุดสูงสุดของการ "บูม" ของ "อสังหาฯ" ในปี ค.ศ.2008 ส่วน "มาเลเซีย" ก็ตามมาติด ๆ ถึงจุดสูงสุดของการ "บูม" ของ "อสังหาฯ" ประมาณปี ค.ศ. 2010 ส่วน "อินโดนิเซีย" ก็ไม่น้อยหน้าถึงจุด "บูม" ในช่วง ค.ศ.2012 นอกจากนั้นบรรดาเกจิอาจารย์ที่คร่ำหวอดในวงการ "อสังหาฯ" ก็คาดการณ์ว่า . . .

อ่ า น ต่ อ . . .

Homeloverthai Multimedia
Homeloverthai Multimedia
รายการคนไทยไม่ท้อ >>  

รายการ แผ่นดินพอเพียง   

Homeloverthai Multimedia
Homeloverthai Multimedia
Homeloverthai Multimedia
 

นิตยสารบ้าน+อพาร์ตเม้นท์ไม่บานกับ อ.เชี่ยว ฉบับสะสม
นิตยสารบ้าน+อพาร์ตเม้นท์ไม่บานกับอ.เชี่ยว ฉบับสะสม เหลือเพียง 6 เล่ม
(เล่ม 7,8,9,10,11,12)  ราคาชุดละ 300 บาท  รวมค่าจัดส่งแบบลงทะเบียน
รายละเอียดการโอนเงิน
ชื่อบัญชี ภัทรพล   เวทยสุภรณ์  ธนาคารกรุงเทพ ฯ  สาขาห้วยขวาง  ประเภทสะสมทรัพย์  บัญชีเลขที่  1764267272
แฟกซ์ pay  in
พร้อมระบุชื่อที่อยู่   หมายเลขโทรศัพท์ และ เล่มหนังสือที่สั่งซื้อ   มาที่หมายเลข  02-6441479 หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-2451399 และ 02-6441478 หรือ สำนักงานบ้านไม่บาน  เลขที่ 1  ซ.ประชาสงเคราะห์ 12   แขวงดินแดง  เขตดินแดง  กทม.  10400