สมัครงานกับทีมงานบ้านไม่บาน คลิกอ่านรายลัเอียดด้านใน

โปรดระวังบุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว   ชอบช่วย หรือ   ผศ.ดร.ภัทรพล   เวทยสุภรณ์  และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง  ฯลฯ  ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ  ทั้งสิ้น  หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์   02-2451399  หรือ  02-6441478  เท่านั้น
บุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว ชอบช่วย หรือ ผศ.ดร.ภัทรพล เวทยสุภรณ์ และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง ฯลฯ ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์ 02-2451399 หรือ 02-6441478 เท่านั้น

ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ "ตักศิลา คเณศ์ธร"

  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
ครบรอบ 120 ปี “ศิลป์ พีระศรี”
ครบรอบ 120 ปี "ศิลป์ พีระศรี"

“ทรัมป์” เร่งให้เกิดวิกฤติ “โอเว่อร์ซับไพรม์” ในไทย (II)

          สำหรับสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้ก็เป็นภาคต่อจากเมื่อสองอาทิตย์ที่แล้วที่ผมเชื่อว่า "โดนัลด์ ทรัมป์" จะเป็นเสมือน "ตัวเร่งปฏิกิริยา" หรือ "Catalysts" ให้เกิดวิกฤติ "โอเว่อซับไพรม์" ในธุรกิจการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในบ้านเรา ซึ่งในปัจจุบันสถานการณ์ในภาพรวมก็ไม่ใคร่จะดีกันอยู่แล้ว ดังเห็นได้จากสถิติที่ผมได้เก็บเอาไว้ เอาเฉพาะที่เห็นชัด ๆ คือ การลงทุนก่อสร้างโครงการอสังหาฯ น้อยใหญ่ต่าง ๆ เอาเฉพาะปีที่ผ่านมาปีเดียว มีโครงการอสังหาฯ ที่เสนอขายต่อสาธารณะรวมแล้วกว่า 108,000 หน่วย และในปีนี้ก็คาดการณ์ว่าบริษัทอสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ ก็เตรียมจะเปิดโครงการอีกกว่า 122,000 หน่วย จากตัวเลขเชื่อว่ามีโครงการที่แล้วเสร็จพร้อมโอนแต่โอนไม่ได้ เพราะผู้ซื้อไม่ยอมมาโอนถึงแม้ว่าจะจ่ายเงินดาวน์หมดแล้ว หรืออยากจะโอนแต่กู้แบงค์ไม่ผ่าน ทำให้มียูนิตตกค้างกว่า 50,000 หน่วย (ในความเป็นจริงอาจจะสูงถึงเกือบแสนหน่วย)

          เมื่อ "โดนัลด์ ทรัมป์" ได้เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการ ก็ได้ประกาศว่าจะลงมือจัดการกับบรรดาแรงงานต่างชาติอยู่ในประเทศอย่างผิดกฎหมายที่กำลังแย่งงานคน "อเมริกัน" ให้ออกไป จะเห็นได้จากการที่ "ทรัมป์" ได้ประกาศแข็งกร้าวว่าจะสร้างกำแพงปิดกั้นพรมแดนกับ "เม็กซิโก" เพื่อมิให้แรงงานชาว "เม็กซิกัน" ที่เข้ามาโดยผิดกฎหมาย กว่า 5.8 ล้านคน เข้ามาแย่งงาน ซึ่งกำแพงดังกล่าวมีความยาวตั้งแต่รัฐ "เท็กซัส" , "นิวเม็กซิโก", "แอริโซนา" ไปจนจรด "แคลิฟอร์เนีย" เลยทีเดียว

          ในขณะเดียวกัน "ทรัมป์" ก็ได้ประกาศถอนตัวและลดบทบาทจากหลาย ๆ องค์การค้าระหว่างประเทศ เช่น การถอนตัวจาก "TPP" (ข้อตกลงการค้าเสรีหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก) และการลดบทบาท "NAFTA" (ข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ) ผลคือ สภาพคล่องในตลาดโลกจะลดฮวบลงทันที เพราะ "สหรัฐอเมริกา" ถือได้ว่าเป็น "พี่เบิ้ม" ที่ควบคุมกว่า 20% ของ GDP ทั้งโลก โดยจะหันกลับไปสนใจการลงทุนในประเทศตัวเอง

          นอกจากนั้นในอนาคตอันใกล้จะเห็นการเผชิญหน้ากันอย่างรุนแรงในทุก "มิติ" ระหว่าง "สหรัฐอเมริกา" กับอภิมหาอำนาจอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "จีน" ซึ่งเป็น "จุดเริ่มต้นของสงครามทางการค้า"อย่างเป็นทางการ!!! ภายใต้ความคิดของ "ธุรกิจการเมือง" แบบ "ชาตินิยม" อย่าง "สุดขั้ว" ซึ่งในความเห็นของผมมีความสุ่มเสี่ยงเป็นอย่างยิ่ง ที่ความขัดแย้งอาจจะลุกลามบานปลายออกไปจนยากเกินจะเยียวยาและควบคุม ซึ่งก็ไม่แน่นะครับ เพราะจากบทเรียนในอดีตที่ผ่านมา ประวัติศาสตร์อันยาวนานของมวลมนุษย์ชาติก็ได้สอนเราว่า "สงครามทางการค้า" จะนำมาซึ่งความขัดแย้งที่ค่อย ๆ ขยายตัวจนบานปลายเกิดเป็น "สงครามที่ใช้อาวุธ" ในที่สุด

            ในกลุ่มประเทศ "อาเซียน" คู่ค้าที่สำคัญกับ "จีน" ก็มี 3 ประเทศหลัก ๆ คือ "ไทย" , "สิงคโปร์" และ "มาเลเซีย" ซึ่งส่งสินค้าไปขายใน "จีน" ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าประเภท "วัตถุดิบ" ซึ่ง "จีน" ก็นำสินค้าเหล่านี้นำไปแปรรูปผลิตต่อยอด เป็นสินค้าทางอุตสาหกรรมและส่งไปขายทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "สหรัฐอเมริกา" ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ของ "จีน" เมื่อ "ทรัมป์" เริ่มใช้ "นโยบายกีดกันการค้าเสรี" แบบ "ชาตินิยม" สุดขั้ว สุดท้ายก็จะส่งผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้กับเศรษฐกิจของประเทศเล็ก ๆ อย่างบ้านเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งออกไป "จีน"

          ดังนั้นในอนาคตไม่ต้องพูดถึงหรอกครับว่านโยบายของ "ทรัมป์" จะส่งผลกระทบต่อการลงทุนในธุรกิจอสังหาฯ ของบ้านเราหรือไม่ เอาเป็นว่าจะส่งผลกระทบมากกระทบน้อยเท่าไหร่หรือหนักหนาสาหัสขนาดไหนกันดีกว่า เมื่อเศรษฐกิจชะลอตัวกำลังซื้อของคนไทยก็ลดลง ในสถานการณ์เช่นนี้ก็ค่อย ๆ ก่อตัวเกิดวิกฤติ "โอเว่อร์ซับไพรม์" ส่วน "โดนัลด์ ทรัมป์" ก็เหมือน "ตัวอันตราย" ที่ "เร่งปฏิกิริยา" ให้เกิดวิกฤติเร็วยิ่งขึ้น

         เมื่อ "สหรัฐอเมริกา" เริ่มเดินหน้าเต็มสูบกับ "นโยบายกีดกันการค้าเสรี" และเมื่อทุนหรือเงินดอลล่าร์จำนวนมหาศาลของ "สหรัฐอเมริกัน" ได้ถอนตัวจากภูมิภาค "อาเซียน" ไหลกลับไปเพื่อฟื้นฟูพัฒนาประเทศก็จะเกิดเป็น "สุญญากาศ" ของการลงทุน บรรดานักลงทุนในธุรกิจอสังหาฯ ไม่ว่าจะเป็น "ผู้ขาย" คือบรรดาเจ้าของโครงการน้อยใหญ่ต่าง ๆ หรือ "ผู้ซื้อ" ก็ต้องระวังกันให้ดีครับ

“มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” สำหรับ “สตาร์ทอัพ”

         สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" สำหรับสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้ ตามคำเรียกร้อง สำหรับคนที่อยากเป็นเจ้าของอพาร์ทเม้นท์สักหลังที่พอจะมีทุนจากการเก็บหอมรอมริบอยู่บ้าง เป็นประเภท "เบี้ยน้อยหอยน้อย" ที่เป็นสมาชิกชุมชนชาว "บางสตางค์น้อย" แต่มีความฝันและความหวัง ซึ่งผมมักจะพูดเสมอครับว่า "ความฝันความหวังเป็นของฟรี" หากแม้แต่ความฝันความหวังเราไม่กล้าที่จะฝันและไม่กล้าที่จะตั้งความหวัง ชีวิตจะเหลืออะไรให้เราภาคภูมิใจและให้พ่อแม่พี่น้องหรือลูกหลานได้ภูมิใจ เพราะขนาดของฟรีก็ยังไม่กล้าคิดเลยครับ

“มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” สำหรับ “สตาร์ทอัพ”

         "มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" หลังนี้ก็เป็นความฝันและความหวังของหลาย ๆ คน ที่กำลังก่อร่างสร้างชีวิต สร้างครอบครัวให้มั่นคงเป็นปึกแผ่น อาจเป็นเพราะเป็นที่รู้กันว่าการลงทุนทำอพาร์ทเม้นท์นั้นเป็นเสมือนกับการจัดเตรียม "ตู้กับข้าว" เป็นธุรกิจที่ไม่หวือหวาครับ แต่ก็เป็นเสมือน "น้ำซึมบ่อทราย" ที่สามารถเป็นที่พึ่งได้ในยามที่ชีวิตตกอยู่ในห้วงแห่งความยากลำบาก ดังที่ผมกล่าวไว้ว่า การลงทุนทำอพาร์ทเม้นท์เป็นธุรกิจในฝันของใครต่อใครหลายคน ที่ยากที่สุดคือการ ที่จะตัดสินใจลงมือทำและที่ยากไปกว่านั้นคือ ไม่รู้จะทำอย่างไรดี รวมทั้งจะทำอย่างไรให้อยู่รอดปลอดภัยดี เมื่อสร้างเสร็จแล้วลูกค้าจะมาจากที่ไหน จะบริหารจัดการกันอย่างไร จะเต็มไปด้วยคำถาม 108 ประการ ซึ่งผมก็เคยตกอยู่ในสภาวะเช่นนี้ ตอนผมเริ่มลงทุนทำ "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" หลังแรก เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว ก็เป็นประเภท "มือใหม่หัดขับ" นั่นแหละครับ พอตัดสินใจจะซื้อรถ ก็ต้องไปเรียนขับรถ วันแรกที่ขับออกถนนใหญ่ก็ตื่นเต้นตกใจทำอะไรผิด ๆ ถูก ๆ ไปหมด ดังนั้นผมอยากให้เริ่มต้นกับ "อพาร์ทเม้นท์ไม่บานขนาดเล็ก " ซึ่งผมเรียกว่า "มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ลองฝึกฝน ลองทำโครงการเล็ก ๆ ให้ได้เสียก่อน เมื่อเกิดความรู้ความเข้าใจดีแล้ว ซึ่งผมหมายรวมถึง ความเข้าใจตัวเองว่าแท้จริงแล้วชื่นชอบธุรกิจประเภทอพาร์ทเม้นท์หรือไม่ ก็เป็นการทดสอบ แบบ "เดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ ทำทีละเรื่อง" ครับ จะว่าไปแล้วก็ตรงกับแนวคิดเรื่องความ "พอเพียง" ที่ "ในหลวงรัชกาลที่ 9" ทรงพระราชทานแก่พวกเรา เปรียบเสมือน "การเดินทางไกลหมื่นลี้ ก็ต้องเริ่มจากลี้แรกก่อน" เสมอ การที่ท่านจะเป็นเจ้าของอพาร์เม้นท์นับสิบ,นับร้อย,นับพันห้อง ก็เริ่มจากอพาร์ทเม้นท์ห้องแรกให้ได้เสียก่อน ก็เลยเป็นที่มาของ "มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" สำหรับ "สตาร์ทอัพ" บนพื้นที่ 120 ตารางวา ที่ท่านกำลังชื่นชมอยู่ในขณะนี้

“มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” สำหรับ “สตาร์ทอัพ”

         หากพิจารณารูปแบบของ "มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" หลังนี้ ก็เป็นเรื่องที่น่าทึ่งครับ ที่พื้นที่เพียง 100 กว่าตารางวา สามารถออกแบบให้เป็น "มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ที่มีความสูง 5 ชั้น มีห้องพักชั้นละ 7 ห้อง ก็รวมพื้นที่ใช้สอยทั้งหมด 35 ห้อง จะว่าเล็กก็ "เล็กพริกขี้หนู" ครับ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับ "มือใหม่หัดขับ" ให้ลองเข้ามาเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง หากพิจารณารูปลักษณ์จากภายนอก เนื่องจาก "มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" หลังนี้ มีขนาดเล็ก จึงจำเป็นต้องสร้าง "เอกลักษณ์" อันเป็น "อัตลักษณ์" เพื่อให้คนที่ผ่านไปมาสามารถจดจำได้ง่าย ดังนั้นด้านหน้าอาคารผมจึงออกแบบให้เป็นหลังคาทรง "ฮิพรูฟ" แบบสูงชัน เพื่อให้อาคารนั้นดูน่าสนใจยิ่งขึ้น ส่วนบริเวณทางเข้าก็ออกแบบให้มีทั้ง "พาทิโอ" , "คานูปี้" ซึ่งเน้นย้ำบริเวณทางเข้าซึ่งสามารถใช้เป็นที่คุ้มแดดคุ้มฝนให้กับที่จอดรถก็ไม่ผิดกติกาแต่ประการใด

         ดังนั้นจะเห็นได้ว่า "มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" สำหรับ "สตาร์ทอัพ" ซึ่งเป็นอาคารสูง 5 ชั้น มีห้องพักชั้นละ 7 ห้อง รวมแล้ว 35 ห้อง ก็ถึงพร้อมลงตัวเป็นอย่างยิ่งครับ เป็นการลงทุนที่ไม่เบียดเบียนเพราะใช้เงินลงทุนไม่สูงมากนัก ก็ถือว่าเป็นก้าวสำคัญก้าวแรกสำหรับคนที่อยากเป็นเจ้าของอพาร์ทเม้นท์แต่ยังกล้า ๆ กลัว ๆ ซึ่งผมก็มักจะให้ข้อคิดที่สำคัญอีกประการหนึ่งไว้ว่า "ต้องลงมือทำในชาตินี้ ไม่ใช่รอชาติหน้า" ที่ไม่รู้ว่าจะมาถึงหรือไม่ หากพินิจพิจารณาอย่างครบถ้วนแล้วจะเห็นได้ว่า "มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" หลังนี้เป็นการลงทุนที่ไม่ก่อให้เกิดภาระมากจนเกินไปและน่าจะคืนทุนได้ภายใน 8 ปี ตอนนี้ขึ้นอยู่กับท่านผู้อ่านแล้วครับว่าจะทำดีหรือไม่ทำดี หากต้องการคำปรึกษาอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ สามารถโทรมาสอบถามทุกปัญหาและทุกข้อข้องใจในการลงทุนทำ "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ได้ที่ 081-4218323 สำหรับสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้มีเพียงเท่านี้ พบกันใหม่ในอีกสองสัปดาห์หน้าครับ

“โฮมส์ออฟฟิศไม่บาน” เพื่อกิจการ“สตาร์ทอัพ”

            สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว "คนรักบ้าน" สำหรับสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้ก็ขอเอาใจคนรุ่นใหม่ที่รักอิสระ อยากเริ่มต้นธุรกิจของตัวเองด้วยตัวเอง ทั้งยังไม่ชอบที่จะเป็นลูกจ้างใคร จึงเกิดบรรดาพวก "สตาร์ทอัพ" หรือพวก "เริ่มต้นธุรกิจ" จะว่าไปแล้วก็เป็นไปตามกระแสโลกครับ ซึ่งธุรกิจประเภท "สตาร์ทอัพ" ที่ส่วนใหญ่ก็มักจะมีส่วนเกี่ยวข้องไม่มากก็น้อยกับธุรกิจธุรกรรมบน "เว็ปไซต์" ต่าง ๆ และก็จะมักเป็นประเภท "Marketing Online" หรือบางทีก็เรียกว่า "E-Marketing" หรือ "E-commerce" ซึ่งไม่ต้องการเปิดขายสินค้าและการให้บริการหน้าร้านแบบเดิม ๆ ครับ แต่สามารถทำธุรกิจ ธุรกรรมต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกสบาย ผ่านโครงข่าย "อินเตอร์เน็ต" และบรรดา "กูรู" การตลาดหลายท่าน ก็ต่าง "ฟันธง" ลงไปว่าในอนาคต ธุรกิจประเภท "สตาร์ทอัพ" นี่แหละครับต่อไปจะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจเพราะเป็นธุรกิจที่ "ไร้พรมแดน" สามารถขยายตัวอย่าง "ไร้ขอบเขตจำกัด" ถ้าสินค้าและการให้บริการของคุณดีจริงและมีคุณภาพจริงก็มีสิทธิ์แจ้งเกิดได้จริงในช่วงข้ามคืนครับ

“โฮมส์ออฟฟิศไม่บาน” เพื่อกิจการ“สตาร์ทอัพ”

            จะว่าไปแล้วก็มีคนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยที่ประสบความสำเร็จในการลงทุนประเภท "สตาร์ทอัพ" และในจำนวนนี้อีกไม่น้อยอีกเช่นกัน ก็อาศัยบ้านพักอาศัยของตัวเองนี่แหละครับทำเป็นออฟฟิศ เรียกว่าไม่ต้องเดินทางไปไหนไกล ขึ้นลงบันไดเพียงไม่กี่นาทีก็ถึงที่ทำงานแล้ว ก็ถือว่า"โฮมส์ออฟฟิศไม่บาน" เป็นหนึ่งในรูปแบบ "บ้านไม่บาน" ที่ "อกาลิโก" + "ไฮโซ" + "โลว์คอส" อย่างแท้จริง เพราะใช้ประโยชน์ได้จริง คุ้มค่าจริง ประหยัดจริง

            เพื่อเป็นการเอาใจแฟน ๆ ที่ติดต่อเข้ามา อยากให้ผมออกแบบ "โฮมส์ออฟฟิศไม่บาน" สำหรับบรรดาคนที่เริ่มกิจการ "สตาร์ทอัพ" บนเนื้อที่ดินเพียง 40-50 ตารางวา ผมก็ใช้เวลาอยู่หลายเดือนครับ กว่าจะ "ตกผลึก" ทางความคิด จนกลายเป็น "ต้นแบบ" ของ "โฮมส์ออฟฟิศไม่บาน" เพื่อกิจการ "สตาร์ทอัพ" จะว่าไปแล้วตัวผมเองก็ยอมรับอย่าง "หน้าชื่นตาบาน" หลังจากออกแบบ "โฮมส์ออฟฟิศไม่บาน" หลังนี้แล้วเสร็จ อาจเป็นเพราะถูกใจและโดนใจผมเหลือเกินครับ เห็นแล้วก็อดอิจฉาผู้ที่เป็นเจ้าของไม่ได้ เพราะผมเองก็อยากมี "โฮมส์ออฟฟิศไม่บาน" แบบนี้กันกับเขาสักหลัง เพราะออฟฟิศของผมที่ทำงานอยู่ปัจจุบันก็ไม่ได้สวยสดงดงามและลงตัวอย่างนี้หรอกครับ จะเปรียบไปแล้วผมก็เหมือน "พ่อครัว" หรือ "เชฟ" นั่นแหละครับ ถึงแม้จะทำครัวในภัตตาคารชั้นเลิศหรูระดับ 5 ดาว สามารถ ทำอาหารรสเลิศเป็นที่เลื่องลือได้ 108 อย่าง แต่ถึงเวลา "เชฟ" ทำอาหารทานเอง ก็กลับทำอาหารแบบพื้น ๆ ครับ อาทิเช่น ข้าวผัดกระเพราไข่ดาว, ข้าวไข่เจียว, แกงจืด ฯลฯ ก็เป็นเรื่องที่แปลกแต่จริงครับ ตลอดระยะเวลา 25 ปี ผมออกแบบบ้านมานับ 1,000 หลัง แต่บ้านของผมเองน่าจะเป็นบ้านที่สวยน้อยที่สุด ทั้งยังมีรายละเอียดในการประดับประดาน้อยที่สุด ดังนั้น พอเห็นใครเขามี "โฮมส์ออฟฟิศไม่บาน" ที่สวยสดงดงามเช่นนี้ ก็มีบางอารมณ์ที่เกิดอาการอิจฉาเล็ก ๆ ก็เพราะอยากมีกับเขาบ้างครับ

“โฮมส์ออฟฟิศไม่บาน” เพื่อกิจการ“สตาร์ทอัพ”

            สำหรับ "โฮมส์ออฟฟิศไม่บาน" ที่มีขนาดกำลังพอเหมาะ พอดี หลังนี้มีหน้ากว้าง 9 เมตร ลึก 15 เมตร โดยประมาณครับ สำหรับชั้นล่างก็เป็นส่วนต้อนรับและที่ทำงานของพนักงาน ส่วนชั้นที่ 2 ก็เป็นที่ทำงานของผู้บริหาร มีห้องประชุม ห้องแพนทรี่สำหรับชา,กาแฟและของว่าง มีห้องรับประทานอาหารเล็ก ๆ และมุมพักผ่อนเล็ก ๆ ครับ นอกจากนั้น "โฮมส์ออฟฟิศไม่บาน" หลังนี้ ในชั้นที่ 3 และ 4 ผมออกแบบให้เป็นบริเวณพักอาศัย สามารถแบ่งเป็นห้องหับต่าง ๆ ได้ถึง 8 ห้อง 8 ห้องนอน 8 ห้องน้ำ ก็เพียงพอหรือเกินพอ สำหรับชั้นดาดฟ้าหรือชั้น 5 สามารถดัดแปลงเป็นพื้นที่เอนกประสงค์ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่จัดสวน พื้นที่เก็บถังน้ำ พื้นที่ตากผ้า ฯลฯ ก็ถือได้ว่าถึงพร้อมอรรถประโยชน์ในทุก "มิติ" ครับ

            เห็นไหมครับว่าผมไม่ได้พูดเกินความเป็นจริงไปเลยครับว่าช่างน่าอิจฉาเสียนี่กระไรสำหรับท่านที่จะได้เป็นเจ้าของ "โฮมส์ออฟฟิศไม่บาน" ในสไตล์ "Modern Contemporary" เหมาะอย่างยิ่งสำหรับชาว "บ้านไม่บาน" ที่เป็นประเภท "สตาร์ทอัพ" สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างลงตัวเป็นที่สุดครับในสภาวะเศรษฐกิจสังคมที่ขาดเสถียรภาพเช่นนี้ ก็คงไม่มีอะไรดีไปกว่านี้อีกแล้วครับ สำหรับท่านที่สนใจรายละเอียดก็สามารถเข้าไปศึกษาเพิ่มเติมได้ที่เว็ปไซต์ www.homeloverthai.com และ www.chivagroup.com แล้วพบกับสาระน่ารู้กันได้ใหม่อีกสองสัปดาห์หน้าครับ

“ทรัมป์” เร่งให้เกิดวิกฤติ “โอเว่อร์ซับไพรม์” ในไทย

          ผมขอฟันธงลงไปตรงนี้ว่าไม่ช้าหรือเร็วก็น่าจะเกิดสภาวะวิกฤติ "โอเว่อร์ซับไพรม์" ขึ้นในบ้านเรา แต่เป็นวิกฤติที่อาจจะไม่รุนแรงแบบเปรี้ยงปร้างทีเดียวจอด แต่จะส่งผลกระทบอย่างยืดเยื้อ และสุดท้ายแล้วก็จะส่งผลถึงเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวมอย่างรุนแรงหากควบคุมกันไว้ไม่ดี และในปัจจุบันคงต้องยอมรับนะครับว่าการลงทุนในภาค "อสังหาริมทรัพย์" ของบ้านเราตกอยู่ในสภาวะชะลอตัว โดยเฉพาะใน "กรุงเทพฯ" และปริมณฑลที่การซื้อขายคอนโดมิเนียม ในภาพรวมของปีที่ผ่านมาได้ติดลบกว่า 24% ยอดขายคอนโดฯ โดยเฉพาะระดับกลางและล่างที่สร้างเสร็จยังขายไม่ออกหรือขายออกแล้วแต่โอนไม่ได้กว่า 40-50% ทำให้ก้าวไปสู่สภาวะ "โอเว่อร์ซับไพรม์" ซึ่งในปีที่แล้วมีการเปิดตัวคอนโดฯ กว่า 108,000 ยูนิต และในปีนี้คาดการณ์ว่าจะมีการเปิดตัว 122,000 ยูนิต ในปัจจุบัน "อสังหาริมทรัพย์" ประเภท คอนโดฯ ที่สร้างเสร็จและรอการโอนกว่า 40,000-50,000 หน่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาคอนโดมิเนียมที่มีทำเลที่ตั้งเกาะอยู่ตามสถานีรถไฟฟ้าที่เคยผุดขึ้นกันเป็นดอกเห็ดนับร้อยโครงการที่สร้างเสร็จ แต่ผู้ซื้อไม่ยอมมาโอนหรือซื้อแล้ว ผ่อนดาวน์แล้วโอนไม่ได้ เพราะกู้ไม่ผ่าน

“ทรัมป์” เร่งให้เกิดวิกฤติ “โอเว่อร์ซับไพรม์” ในไทย

            เมื่อวันที่ 20 มกราคม ที่ผ่านมาอภิมหาอำนาจ "สหรัฐอเมริกา" ก็ได้ประธานาธิบดีคนใหม่อย่างสมบูรณ์ คือ "โดนัลด์ ทรัมป์" (Donald Trump) ซึ่งผมเชื่อว่า "ทรัมป์" จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดปฏิกิริยาเร่งให้เกิดวิกฤติ "โอเว่อร์ซับไพรม์" ขึ้นในบ้านเรา เหตุผลสำคัญเนื่องจาก "ทรัมป์" มีนโยบายในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ในลักษณะธุรกิจการเมืองแบบ "ชาตินิยม" นั่นหมายถึงในระยะใกล้ "ทรัมป์" จะดำเนินแผนการฟื้นฟูเศรษฐกิจ "สหรัฐอเมริกา" ขึ้นมาใหม่ โดยเริ่มจากการปรับปรุงฟื้นฟู "สาธารณูปโภคพื้นฐาน" (Infrastructure) ในประเทศ ซึ่งต้องใช้เม็ดเงินมหาศาล นั้นหมายถึง การลงทุนของ "สหรัฐอเมริกา" ในภูมิภาคต่าง ๆ แล้วจะไหลกลับ และที่จะตามมาก็คือ จะมีการตั้งกำแพงภาษี การเพิ่มนโยบายกีดกันทางการค้า และพยายามผลักดันแรงงานต่างชาติที่กำลังแย่งงานคน "อเมริกัน" อยู่ในประเทศอย่างผิดกฎหมายให้ออกไป จะเห็นได้จากการที่ "ทรัมป์" ได้ประกาศแข็งกร้าวว่าจะสร้างกำแพงปิดกั้นพรมแดนกับ "เม็กซิโก" เพื่อกั้นมิให้ชาว "เม็กซิกัน" ที่เข้ามาโดยผิดกฎหมาย กว่า 5.8 ล้านคน เข้ามาแย่งงาน ซึ่งกำแพงดังกล่าวมีความยาวตั้งแต่รัฐ "เท็กซัส" , "นิวเม็กซิโก", "แอริโซนา" ไปจนจรด "แคลิฟอร์เนีย" เป็นกำแพงสูงถึง 40 ฟุต ความยาว 2,000 ไมล์ คาดว่าใช้งบประมาณขั้นต่ำ 27,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จะว่าไปแล้วก็น้อง ๆ กำแพง "เมืองจีน" ครับ ในขณะเดียวกัน "ทรัมป์" ก็ได้ประกาศถอนตัวและลดบทบาทจากหลาย ๆ องค์การค้าระหว่างประเทศ เช่น "TPP" (ข้อตกลงการค้าเสรีหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก) และ "NAFTA" (ข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ) ผลคือ สภาพคล่องในตลาดโลกจะลดลง เพราะ "สหรัฐอเมริกา" ซึ่งเป็น "พี่เบิ้ม" ที่ควบคุมกว่า 20% GDP ของโลก โดยจะหันกลับไปสนใจการลงทุนในประเทศตัวเอง นอกจากนั้นในอนาคตอันใกล้จะเห็นการเผชิญหน้ากันอย่างรุนแรงในทุก "มิติ" ระหว่าง "สหรัฐอเมริกา" กับอภิมหาอำนาจอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "จีน" ซึ่งเป็น "จุดเริ่มต้นของสงครามทางการค้า"อย่างเป็นทางการ!!! ของอภิมหาอำนาจในโลกภายใต้ความคิดของธุรกิจการเมืองแบบ "ชาตินิยม" อย่าง "สุดขั้ว" ซึ่งในความเห็นของผมก็มีความเสี่ยงเป็นอย่างยิ่งครับ ที่ความขัดแย้งต่างลุกลามบานปลายออกไปจนยากจะเยียวยาและควบคุม

            ที่เกี่ยวกับประเทศของเราก็คือ ในกลุ่มประเทศ "อาเซียน" คู่ค้าที่สำคัญกับ "จีน"หลัก ๆ ก็มี 3 ประเทศหลัก ๆ ครับ คือ "ไทย" , "สิงคโปร์" และ "มาเลเซีย" ซึ่งส่งสินค้าไปขายใน "จีน" ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าประเภท "วัตถุดิบ" ซึ่ง "จีน" ก็นำสินค้าเหล่านี้นำไปแปรรูปผลิตต่อยอด เป็นสินค้าทางอุตสาหกรรมและส่งไปขายทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "สหรัฐอเมริกา" ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ของ "จีน" เมื่อ "ทรัมป์" เริ่มใช้นโยบายกีดกันการค้าเสรีแบบ "ชาตินิยม" สุดขั้ว สุดท้ายก็จะส่งผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้กับเศรษฐกิจของประเทศเล็ก ๆ อย่างบ้านเรา

          ดังนั้นในอนาคตไม่ต้องพูดถึงหรอกครับว่านโยบายของ "ทรัมป์" จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจบ้านเราหรือไม่ เอาเป็นว่าจะส่งผลกระทบมากกระทบน้อยเท่าไหร่หรือหนักหนาสาหัสขนาดไหนกันดีกว่า เมื่อเศรษฐกิจชะลอตัวกำลังซื้อของคนไทยก็ลดลง บรรดาบ้านจัดสรร,ทาวเฮ้าส์,ทาวโฮมส์,คอนโดมิเนียม ก็จะขายกันไม่ออก บรรดาของเก่าค้างสต๊อกก็ยังเหลือบานเบอะ ก็เป็นปัญหาแบบ "งูกินหาง" ครับ ก็ติดมือกันระนาว (รวมแล้วกว่า 40,000 - 50,000 ยูนิต) จะขายก็ขายทำกำไรไม่ได้เพราะไม่มีใครซื้อ จะโอนก็โอนไม่ได้เพราะเครดิตไม่ดีเลยกู้ธนาคารไม่ผ่าน แต่ที่กู้ผ่านก็หยุดผ่อนแบงค์ เพราะไม่มีกำลังที่จะผ่อนต่อ กลายเป็น "NPL" เกิดเป็นสภาวะ "ติดปลัก" จะเดินหน้าต่อไปก็ไม่ได้ จะถอยหลังก็ไม่ได้ ในสถานการณ์เช่นนี้ก็ค่อย ๆ ก่อตัวเกิดวิกฤติ "โอเว่อร์ซับไพรม์" ก็ทยอยล้มลงกันทีละโครงการแบบ "โดมิโน่" ส่วน "โดนัลด์ ทรัมป์" ก็เหมือน "ตัวอันตราย" ที่เร่งปฏิกิริยาให้เกิดวิกฤติเร็วยิ่งขึ้น เมื่อทุนของ "สหรัฐอเมริกัน" ได้ถอนตัวจากภูมิภาค "อาเซียน" ไหลกลับไปเพื่อฟื้นฟูพัฒนาประเทศก็เกิดเป็นช่องว่างเกิดสุญญากาศของการลงทุน ก็ต้องระวังกันให้ดีครับ

“คอนโดฯ ชีวาแซงทัวร์รี 500,000++” ที่ “เขาใหญ่”

          สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว "คนรักบ้าน" สำหรับในสัปดาห์นี้เป็นความคืบหน้าของโครงการ "คอนโดฯ" ครึ่งราคา "The Chiva Sanctuary" ที่ "เขาใหญ่" ซึ่งจัดได้ว่าเป็น "คอนโดฯ" สุขภาพดี เพราะมีครบ "6 อ." ครับ คือ "อ.ที่ 1" คือ "อากาศ" ซึ่ง "อากาศ" ที่สดชื่นบริสุทธิ์นั้นมีความสำคัญต่อสุขภาพที่ดีมากครับมากกว่าอาหารและน้ำเสียอีก เพราะหากเราขาดอากาศเพียงไม่กี่นาทีก็คงต้องสิ้นชีวิต อากาศที่สดชื่นบริสุทธิ์จึงมีความจำเป็นอันดับหนึ่งของการมีสุขภาพดี และพื้นที่โดยรอบบริเวณที่ "เขาใหญ่" นั้นได้รับการยอมรับว่าเป็นอากาศแสนจะบริสุทธิ์และสดชื่น จนถึงขนาดได้รับการจัดให้เป็นแหล่ง "โอโซน" อันดับ 7 ของโลก สำหรับ "อ.ที่ 2" คือ "อาหาร" ซึ่ง อาหารที่รับประทานเข้าไปต้องปราศจากสารพิษ สารเคมี สารเร่ง รวมไปถึงพวกยาปฏิชีวนะต่าง ๆ "อ.ที่ 3" คือ "ออกกำลังกาย" จะต้องมีสถานที่ที่เพียงพอสำหรับกิจกรรมต่าง ๆ ที่หลากหลายในการออกกำลังกาย "อ.ที่ 4" คือ "อุจจาระ" และ "ขับถ่าย" ก็มีความสำคัญไม่น้อยครับ และ "อ.ที่ 5" ก็มีความสำคัญเช่นกัน คือ "อารมณ์" ที่จำเป็นต้อง มีอารมณ์ดี ไม่เครียด และจะต้องเป็นประเภท "มองโลกในแง่ดี" เสมอครับ ที่คนไทยนับล้านกำลังป่วยเป็นโรค "มะเร็ง" และโรค "ความดันโลหิตสูง" และโรคต่าง ๆ ก็เพราะความเครียดสะสมนั่นแหละครับเป็นสาเหตุหลัก ส่วน "อ.ที่ 6" ซึ่งเป็น "อ." สุดท้าย คือ "อยู่อาศัย" ในอาคารบ้านเรือนที่จะต้องได้รับการออกแบบอย่างถูกต้องและถูกสุขลักษณะตามหลัก "อารยะสถาปัตย์" ซึ่งจำเป็นที่จะต้อง โล่ง, โปร่ง, สบาย เพื่อให้ทั้ง "6 อ." ทำงานร่วมกัน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการนำมาซึ่งสุขภาพดีครับ จึงเกิดเป็นโครงการ คอนโดสุขภาพพลานามัยดี อากาศดี อารมณ์ดี ออกกำลังกายดี อุจจาระขับถ่ายดี รวมกันอยู่ที่ "The Chiva Sanctuary" ที่ "เขาใหญ่" ครับ

“คอนโดฯ ชีวาแซงทัวร์รี 500,000++” ที่ “เขาใหญ่”

          แต่ที่น่าตื่นเต้นไปกว่านั้นทำให้ "อารมณ์" ยิ่งดีขึ้น ก็เพราะเป็น "คอนโดฯ ครึ่งราคา" บางท่านอาจจะเรียกว่าเป็น "คอนโดฯ แบบซื้อ 1 แถม 1" คือ ซื้อ 1 ห้อง (ราคาปรกติ) แถม 1 ห้อง โดยแต่ละห้องถูกออกแบบให้มีลักษณะ "Studio Type" แบบที่กำลังพอเหมาะ พอดี และพอเพียง ไม่ใหญ่เกินไปหรือเล็กจนเกินไป มีพื้นที่ 24 ตารางเมตร ในราคาเพียง 500,000 บาท++ เรียกว่าน่าจะเป็นคอนโดฯ ที่ถูกที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทยก็ว่าได้ครับ ก็เลยเป็นผลให้หลายท่านก็ไม่เชื่อหรอกครับว่าในราคาสุดประหยัดเช่นนี้ผมสามารถทำได้ ในทำเล "เขาใหญ่" ดังนั้นเพื่อเป็นการพิสูจน์ว่าทำได้จริงเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ที่ผ่านมา ก็ได้ฤกษ์ลงเข็มต้นแรก และเมื่อวันอาทิตย์ที่ 29 มกราคม ที่ผ่านมา ได้เริ่มการเทฐานราก 9 หลุมแรก ก็เป็นการตอกย้ำครับว่า สามารถทำได้จริง ๆ คอนโดฯ ราคา 500,000 บาท++

“คอนโดฯ ชีวาแซงทัวร์รี 500,000++” ที่ “เขาใหญ่”

          เหตุผลสำคัญประการหนึ่ง คือ การที่โครงการ "The Chiva Sanctuary" ที่ "เขาใหญ่" ที่สามารถทำได้ในราคา 500,000 บาท++ ก็เพราะทางโครงการ ไม่ได้ใช้เงินกู้จากสถาบันการเงินหรือธนาคารใด ๆ เลย ซึ่งผลดี คือ โครงการไม่มีความกดดันใด ๆ เพราะไม่ต้องแบกภาระดอกเบี้ย เป็นการลงทุนใน "อสังหาฯไม่บาน" ที่เดินตามหลักปรัชญาแห่งความ "พอเพียง" มีที่ดินที่ไม่ได้กู้หนี้ยืมสินใคร มีเงินพร้อมแล้วค่อยดำเนินการก่อสร้าง และสร้างด้วยความรู้ ความเข้าใจทั้งในด้านทาง "สถาปัตยกรรม" และ "วิศวกรรม" รวมทั้งการใช้ระบบโครงสร้าง "Pre-Fabrication" ที่ทำให้รวดเร็ว ประหยัด ทั้งเวลาและทรัพยากรครับ

          โครงการ"The Chiva Sanctuary" เป็น "คอนโดฯ สุขภาพดี" ที่นำมาซึ่ง คุณภาพชีวิตที่ดี ส่งผลให้มีอายุยืนยาวที่ "เขาใหญ่" มีราคาต่อยูนิต 24 ตารางเมตรเพียง 500,000 บาท++ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้นครับ เพราะ "The Chiva Sanctuary" มีการวางแผนที่จะขยายตัวเป็นเครือข่ายไปตามหัวเมืองต่าง ๆ ทั่วประเทศโดยเฉพาะบรรดาหัวเมืองที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว รวมทั้งแถวชานเมืองของ "กรุงเทพฯ" ด้วย ผมมักพูดเสมอครับว่า "ความฝัน ความหวัง เป็นของฟรี" โครงการ "The Chiva Sanctuary" เป็นหนึ่งใน "ความฝันและความหวัง" ของผม เป็นการทำหน้าที่ "ทางจริยธรรม" ของผมที่จะต้องหารูปแบบ "อสังหาฯไม่บาน" ที่ก่อให้เกิด "ประโยชน์สูงสุด"และมี "ราคาประหยัดที่สุด" เพื่อให้ผู้คนทุกหมู่เหล่า ทุกเพศ ทุกวัย ได้มีที่พักอาศัย "ที่ดี คุ้มค่า ราคาประหยัด" กันทั่วทุกคนครับ เพราะฉะนั้นติดตามความคืบหน้าของโครงการ "The Chiva Sanctuary" ที่ "เขาใหญ่" ซึ่งจัดได้ว่าเป็นโครงการนำร่องของ "คอนโดฯ ครึ่งราคา"ให้ดีนะครับ เผลอ ๆ อาจจะไปโผล่อยู่แถว ๆ บ้านท่านก็ได้ครับ

“คอนโดฯ ชีวาแซงทัวร์รี 500,000++” ที่ “เขาใหญ่”

          สำหรับท่านที่สนใจในรายละเอียดต่าง ๆ อยากนำเอาความรู้ในการลงทุนทำ "อสังหาฯไม่บาน" ประเภท "คอนโดฯ ครึ่งราคา" นำไปต่อยอดก็สามารถติดต่อสอบถามกันมาได้หรืออยากไปดูของจริงให้เห็นกับตา ก็สามารถติดต่อสอบถามได้ที่เบอร์ 063-8032855 หรือ 087-0887899 หรือเข้าไปดูรายละเอียดในเว็ปไซต์ www.homeloverthai.com และ www.chivagroup.com ก็ถึงเวลาเสียทีครับที่คนไทยได้มี "อสังหาฯไม่บาน" ประเภท "คุ้มค่าราคาประหยัด" กันครับ แล้วพบกับสาระน่ารู้กันได้ใหม่ในอีกสองสัปดาห์หน้าครับ

<< Start < Previous 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 Next > End >>

Results 1 - 10 of 1802
บ้านไม่บานยอดนิยม อพาร์ตเม้นท์ไม่บานยอดนิยม พิมพ์เขียวแบบบ้าน 999 บาท

 

หนังสือ “อัศวินอสังหาฯ พารวยกับ อ.เชี่ยว ชอบช่วย” ....ใครลงทุนทา “อสังหาฯไม่บาน” แล้วขาดทุนหรือเจ๊ง... โคตรเก่งเลย!
สามารถอ่าน บทความแนะนำหนังสือ จาก เว็บไซต์ชี้ช่องรวยได้ที่นี่

บ้านไม่บานอัพเดต

"โฮมส์ออฟฟิศไม่บาน" เพื่อกิจการ"สตาร์ทอัพ"

“โฮมส์ออฟฟิศไม่บาน” เพื่อกิจการ“สตาร์ทอัพ”

           สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว "คนรักบ้าน" สำหรับสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้ก็ขอเอาใจคนรุ่นใหม่ที่รักอิสระ อยากเริ่มต้นธุรกิจของตัวเองด้วยตัวเอง ทั้งยังไม่ชอบที่จะเป็นลูกจ้างใคร จึงเกิดบรรดาพวก "สตาร์ทอัพ" หรือพวก "เริ่มต้นธุรกิจ" จะว่าไปแล้วก็เป็นไปตามกระแสโลกครับ ซึ่งธุรกิจประเภท "สตาร์ทอัพ" ที่ส่วนใหญ่ก็มักจะมีส่วนเกี่ยวข้องไม่มากก็น้อยกับธุรกิจธุรกรรมบน "เว็ปไซต์" ต่าง ๆ และก็จะมักเป็นประเภท "Marketing Online" หรือบางทีก็เรียกว่า "E-Marketing" หรือ "E-commerce" ซึ่งไม่ต้องการเปิดขายสินค้าและการให้บริการหน้าร้านแบบเดิม ๆ ครับ แต่สามารถทำธุรกิจ ธุรกรรมต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกสบาย ผ่านโครงข่าย "อินเตอร์เน็ต" และบรรดา "กูรู" การตลาดหลายท่าน ก็ต่าง "ฟันธง" ลงไปว่าในอนาคต ธุรกิจประเภท "สตาร์ทอัพ" นี่แหละครับต่อไปจะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจเพราะเป็นธุรกิจที่ "ไร้พรมแดน" สามารถขยายตัวอย่าง "ไร้ขอบเขตจำกัด" ถ้าสินค้าและการให้บริการของคุณดีจริงและมีคุณภาพจริงก็มีสิทธิ์แจ้งเกิดได้จริงในช่วงข้ามคืนครับ . . .

อ่ า น ต่ อ . . .

"มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" สำหรับ "สตาร์ทอัพ"

“มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” สำหรับ “สตาร์ทอัพ”         สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" สำหรับสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้ ตามคำเรียกร้อง สำหรับคนที่อยากเป็นเจ้าของอพาร์ทเม้นท์สักหลังที่พอจะมีทุนจากการเก็บหอมรอมริบอยู่บ้าง เป็นประเภท "เบี้ยน้อยหอยน้อย" ที่เป็นสมาชิกชุมชนชาว "บางสตางค์น้อย" แต่มีความฝันและความหวัง ซึ่งผมมักจะพูดเสมอครับว่า "ความฝันความหวังเป็นของฟรี" หากแม้แต่ความฝันความหวังเราไม่กล้าที่จะฝันและไม่กล้าที่จะตั้งความหวัง ชีวิตจะเหลืออะไรให้เราภาคภูมิใจและให้พ่อแม่พี่น้องหรือลูกหลานได้ภูมิใจ เพราะขนาดของฟรีก็ยังไม่กล้าคิดเลยครับ . . .

อ่ า น ต่ อ . . .
คลินิกคนรักบ้าน

"ทรัมป์" เร่งให้เกิดวิกฤติ
"โอเว่อร์ซับไพรม์" ในไทย (II)


“ทรัมป์” เร่งให้เกิดวิกฤติ “โอเว่อร์ซับไพรม์” ในไทย

             สำหรับสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้ก็เป็นภาคต่อจากเมื่อสองอาทิตย์ที่แล้วที่ผมเชื่อว่า "โดนัลด์ ทรัมป์" จะเป็นเสมือน "ตัวเร่งปฏิกิริยา" หรือ "Catalysts" ให้เกิดวิกฤติ "โอเว่อซับไพรม์" ในธุรกิจการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในบ้านเรา ซึ่งในปัจจุบันสถานการณ์ในภาพรวมก็ไม่ใคร่จะดีกันอยู่แล้ว ดังเห็นได้จากสถิติที่ผมได้เก็บเอาไว้ เอาเฉพาะที่เห็นชัด ๆ คือ การลงทุนก่อสร้างโครงการอสังหาฯ น้อยใหญ่ต่าง ๆ เอาเฉพาะปีที่ผ่านมาปีเดียว มีโครงการอสังหาฯ ที่เสนอขายต่อสาธารณะรวมแล้วกว่า 108,000 หน่วย และในปีนี้ก็คาดการณ์ว่าบริษัทอสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ ก็เตรียมจะเปิดโครงการอีกกว่า 122,000 หน่วย จากตัวเลขเชื่อว่ามีโครงการที่แล้วเสร็จพร้อมโอนแต่โอนไม่ได้ เพราะผู้ซื้อไม่ยอมมาโอนถึงแม้ว่าจะจ่ายเงินดาวน์หมดแล้ว หรืออยากจะโอนแต่กู้แบงค์ไม่ผ่าน ทำให้มียูนิตตกค้างกว่า 50,000 หน่วย (ในความเป็นจริงอาจจะสูงถึงเกือบแสนหน่วย) . . .

อ่ า น ต่ อ . . .

Homeloverthai Multimedia
Homeloverthai Multimedia
รายการคนไทยไม่ท้อ >>  

รายการ แผ่นดินพอเพียง   

Homeloverthai Multimedia
Homeloverthai Multimedia
Homeloverthai Multimedia
 

นิตยสารบ้าน+อพาร์ตเม้นท์ไม่บานกับ อ.เชี่ยว ฉบับสะสม
นิตยสารบ้าน+อพาร์ตเม้นท์ไม่บานกับอ.เชี่ยว ฉบับสะสม เหลือเพียง 6 เล่ม
(เล่ม 7,8,9,10,11,12)  ราคาชุดละ 300 บาท  รวมค่าจัดส่งแบบลงทะเบียน
รายละเอียดการโอนเงิน
ชื่อบัญชี ภัทรพล   เวทยสุภรณ์  ธนาคารกรุงเทพ ฯ  สาขาห้วยขวาง  ประเภทสะสมทรัพย์  บัญชีเลขที่  1764267272
แฟกซ์ pay  in
พร้อมระบุชื่อที่อยู่   หมายเลขโทรศัพท์ และ เล่มหนังสือที่สั่งซื้อ   มาที่หมายเลข  02-6441479 หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-2451399 และ 02-6441478 หรือ สำนักงานบ้านไม่บาน  เลขที่ 1  ซ.ประชาสงเคราะห์ 12   แขวงดินแดง  เขตดินแดง  กทม.  10400