สมัครงานกับทีมงานบ้านไม่บาน คลิกอ่านรายลัเอียดด้านใน

โปรดระวังบุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว   ชอบช่วย หรือ   ผศ.ดร.ภัทรพล   เวทยสุภรณ์  และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง  ฯลฯ  ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ  ทั้งสิ้น  หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์   02-2451399  หรือ  02-6441478  เท่านั้น
บุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว ชอบช่วย หรือ ผศ.ดร.ภัทรพล เวทยสุภรณ์ และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง ฯลฯ ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์ 02-2451399 หรือ 02-6441478 เท่านั้น

ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ "ตักศิลา คเณศ์ธร"

  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
ครบรอบ 120 ปี “ศิลป์ พีระศรี”
ครบรอบ 120 ปี "ศิลป์ พีระศรี"

การบรรยาย “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” ที่แฟน ๆ มาร่วมฟังกันบาน (I)

          สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" สำหรับสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้ก็เป็น "ควันหลง" จากงานบรรยายในหัวข้อ "รวยซะให้เข็ด" กับการลงทุน "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" , "บูทิคอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" , "บูทิคโฮเทลไม่บาน" , "คอนโดมิเนียมไม่บาน" ที่คุ้มค่าราคาประหยัด (Budget Real Estate) ด้วย "อาวุธลับ 8 ประการ" ที่จัดขึ้นที่ "โรงแรมมิราเคิลแกรนด์" ซึ่งผมได้บรรยายร่วมกับ "คุณรวิโรจน์ อัมพลเสถียร" ซึ่งวิทยากรท่านนี้เมื่อหลายปีก่อนก็ได้เข้ามาเรียนรู้การลงทุนทำ "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" จากการบรรยายของผม และก็ได้นำความรู้ที่ได้รับไปต่อยอด จนในปัจจุบันมีอพาร์ทเม้นท์ที่เปิดให้บริการแล้ว 3 แห่ง และกำลังก่อสร้างอีกหลายแห่ง (ซึ่งมีมูลค่ารวมเกือบ 300 ล้านบาท) และยังเป็นนักเขียนเผยแพร่ความรู้การลงทุนทำ "อพาร์ทเม้นท์" จนติดอันดับหนังสือ "Best Seller" ก็เป็นความภูมิใจลึก ๆ ของผมครับที่มีส่วนในการสร้าง "เศรษฐีน้อยร้อยล้าน" ขึ้นมาประดับวงการอสังหาฯ มาอีกคนหนึ่ง โดยเริ่มจากไม่ได้เกิดมามีเงินถุงเงินถัง แต่มีความมุ่งมั่นและมีความเพียร หลังจากทุ่มเททำงานหนักก็บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ครับ ผมพูดเสมอครับว่า "ไม่ยอมแพ้ก็ไม่พ่ายแพ้" และ "ไม่ล้มเลิกก็ไม่ล้มเหลว" และ "คุณรวิโรจน์" ก็เป็นหนึ่งในนั้นครับ

การบรรยาย “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” ที่แฟน ๆ มาร่วมฟังกันบาน (I)

          การบรรยายของผมในครั้งนี้รับจำนวนจำกัดครับ โดยกะเอาไว้ประมาณ 30 ท่าน แต่มาจริง ๆ รวมไปรวมมาก็บานไปร่วม 40 ท่าน เหตุผลสำคัญที่รับจำนวนจำกัดก็เพราะที่นั่งเต็มรถบัสโดยสารพอดี เนื่องจากหนึ่งในกิจกรรมของการบรรยายของผมมีการพาไปดูงานนอกสถานที่ ซึ่งในครั้งนี้ก็พาไปดูกันตั้งแต่เก้าโมงเช้าครับ จนแล้วเสร็จก็ราว 2 ทุ่ม เพราะเดินทางไปดูโครงการจริงสถานที่จริงถึง 7 โครงการ โดยเริ่มตั้งแต่โครงการที่มีขนาดเล็กมีมูลค่า 2-3 ล้านบาท ขนาดกลางมูลค่า 20-30 ล้านบาท และขนาดค่อนข้างใหญ่มีมูลค่า 50-60 ล้านบาทไปจนถึงโครงการที่ใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 80-120 ล้านบาท ใครชอบลงทุนทำโครงการขนาดไหน S,M,L หรือ XL ก็แล้วแต่กำลังทรัพยากรและกำลังสติปัญญาของท่านครับ อย่างน้อยท่านต้องกล้าที่จะตัดสินใจลงมือทำ ซึ่งขนาดของโครงการนั้นจะว่าไปแล้วจะมีขนาดเล็กหรือใหญ่ไม่ใช่ปัญหาแต่ประการใด การตัดสินใจว่าจะลงมือทำดีหรือไม่ทำดีต่างหากเป็นตัวแปรสำคัญ ก็เปรียบเสมือนกับทีมฟุตบอล "เลสเตอร์ ซิตี้" ครับ เมื่อฤดูกาลที่แล้วยังอยู่ท้ายตารางของ "พรีเมียร์ลีก" ต้องดิ้นรนเพื่อไม่ให้ตกชั้นลงไป "ดิวิชั่น 1" แต่ทำไปทำมา "แข่งเรือแข่งพาย แข่งควายก็ยังแข่งได้ แต่แข่งบุญแข่งวาสนานั้นแข่งได้ยาก" กลายเป็นแชมป์ "พรีเมียร์ลีก" ได้ในที่สุด สำหรับผมแล้วการตัดสินใจลงมือทำจึงเป็นเรื่องที่ยากที่สุดของการลงทุน "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ครับ

การบรรยาย “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” ที่แฟน ๆ มาร่วมฟังกันบาน (I)

          สาระน่ารู้แบบย่อ ๆ สั้น ๆ ของการบรรยายของผม 2 วันเต็มในครั้งนี้ ประกอบไปด้วย วันที่ 1 เริ่มจากการโหมโรงในเรื่อง "ความฝันความหวังเป็นของฟรี" ซึ่งเป็นการปรับทัศนคติทั้ง "ความคิด" และ "ความเชื่อ" (Myth + Mindset) อันเป็นการเปลี่ยนทั้ง "วิสัยทัศน์" และ "กระบวนทัศน์" (Vision + Mission) รวมทั้งการให้ความรู้เกี่ยวกับ "Crisis Management" เป็นการ "เหลียวหลัง แลหน้า" แบบ "รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง" ของการลงทุนใน "อสังหาฯไม่บาน" หรือ "อสังหาฯ คุ้มค่าราคาประหยัด" (Budget Real Estate) ประเภท "มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน", "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน", "บูทิคอพาร์ทเม้นท์" + ไบูทิคโฮเทลไม่บาน", "คอนโดมิเนียมไม่บาน" , "โฮมส์ออฟฟิศ" + "อาคารพาณิชย์ไม่บาน" ฯลฯ เพื่อให้เกิดความรู้และความเข้าใจว่า, "อสังหาฯไม่บาน" ในสไตล์ "อกาลิโก+ไฮโซ+โลว์คอส" คืออะไร, "อาวุธลับ 8 ประการ" ของการลงทุน "อสังหา ฯไม่บาน" คืออะไร, การเตรียมการโดยไม่ประมาทกับความผันผวนไม่แน่นอนของเศรษฐกิจอย่างรู้เท่าทันควรทำอย่างไร,การเปิด "ทางหนี ทีไล่" ใน การลงทุนทำ "อสังหาฯ ไม่บาน" ที่ "คุ้มค่าราคาประหยัด"อย่างไรให้อยู่รอดปลอดภัยและคืนทุนไวครับ

การบรรยาย “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” ที่แฟน ๆ มาร่วมฟังกันบาน (I)

          นอกจากนั้นผมยังได้บรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับแนวคิดใหม่ในการลงทุน "อสังหา ฯ ไม่บาน" ที่ "คุ้มค่าราคาประหยัด" (Budget Real Estate) ในรูปแบบต่าง ๆ ตลอดไปจนถึงการลงทุนใน "อาคารพาณิชย์" + "โฮมส์ออฟฟิศไม่บาน" สายพันธุ์ใหม่ รวมถึงระบบ "การก่อสร้างสำเร็จรูป" (Pre-Fabrication) ที่ผมเชื่อว่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกอันเป็นทางรอดในการลงทุน "อสังหาฯ ไม่บาน" ที่คุ้มค่าราคาประหยัดครับ

          สำหรับในวันที่ 2 ผมได้พาผู้เข้าร่วมฟังการบรรยายเดินทางไปดูสถานที่จริง โดยเริ่มจาก "โครงการเก้าพอเพียง" ย่าน "รังสิต คลอง 7" ต่อด้วย โครงการ"นาโนเพลส" ที่ "แหลมฉบัง ศรีราชา" จากนั้นเดินทางต่อไปที่ โครงการ"ชีวาปุรีเรสซิเด้น I" ต้นแบบ "Hotap" ซึ่งเป็นลูกผสมระหว่าง "บูทิคอพาร์ตเม้นท์ + เซอร์วิสอพาร์ตเม้นท์ + โรงแรม" และ "ชีวาปุรีเรสซิเด้น II" , "ชีวาปุรีเรสซิเด้น III" ตั้งอยู่ใจกลาง "บางแสน" ต่อจากนั้นไปที่โครงการ "H.1" และ "H.2" ที่หาด "แหลมแท่น" และสุดท้ายได้ไปดู โครงการ"Kotobuki" ที่ "หาดแหลมแท่น" รวมแล้ว 7 โครงการครับ

          สารภาพตามตรงครับว่าการบรรยายแต่ละครั้งผมเองก็ได้รับความรู้มากมายจากบรรดาผู้เข้าฟังที่มีหลากหลายอาชีพ บางท่านอายุ 60 ปี กว่าแล้ว เป็นนายแพทย์อาวุโสอยู่ที่ "รามาธิบดี", บางท่านก็เป็นแพทย์จบใหม่จาก "ศิริราช", บางท่านก็จบเภสัชจาก "มหิดล", บางท่านมีดีกรีเป็นถึงระดับดอกเตอร์ในด้านวิศวกรรมโทรคมนาคมสื่อสาร ทำงานที่ "กสทช.", หลายท่านก็อุตส่าห์เดินทางไกลมาจากขอนแก่น, ชลบุรี, เลย, เชียงใหม่, โคราช, หาดใหญ่ ฯลฯ แต่ที่เหมือนกันคือทุกท่านที่เข้ามาฟังการบรรยายของผมก็ล้วนแล้วแต่มีความฝันอยากเป็นเจ้าของ "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน", "บูทิคโฮเทลไม่บาน", "บูทิคโฮสเทลไม่บาน" ฯลฯ ฝันของใครก็เป็นของคน ๆ นั้นครับ หน้าที่ผมก็คือช่วย เติมเต็มความฝันของท่าน สานฝันของท่านทำให้เป็นจริงขึ้นมาได้ครับ

          สำหรับสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้ก็คงมีเพียงเท่านี้ สำหรับท่านที่สนใจอยากเข้าร่วมฟังการบรรยายของผมในครั้งหน้าก็คงต้องติดตามกันอย่ากระพริบตาครับ เพราะมาเร็วเต็มเร็วเหลือเกินครับ ส่วนท่านที่สนใจศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมก็สามารถเข้าไปชมได้ใน "เว็ปไซต์" ยอดฮิตของชาว "คนรักบ้าน" www.homeloverthai.com แล้วพบกันใหม่ในอีก 2 สัปดาห์หน้าครับ

“แจ๊ค หม่า” กับการ “โม้”

          จะว่าไปแล้วหลายเดือนที่ผ่านมาผมได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับ "แจ๊ค หม่า" หลายต่อหลายเล่ม ผู้ก่อตั้งอาณาจักร "อาลีบาบา" อันยิ่งใหญ่ที่กำลังเขย่าโลกทุนนิยม และยิ่งในช่วงหลัง ๆ ยิ่งมีความสนใจในตัวคน ๆ นี้เพิ่มมากขึ้น เพราะจากการที่ "อาลีบาบา" ของ"แจ๊ค หม่า" ได้เข้ามาซื้อ "ลาซาด้า" คือ "เว็ปไซต์" ขายสินค้า "ออนไลน์" ในบ้านเราซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายเป็นอย่างยิ่งครับเพราะเป็นการรุกคืบของ "ทุนใหญ่"จากต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก "จีน" เชื่อว่าบรรดา "โชห่วย" ก็คงล้มอย่างระเนระนาด ไม่ช้าก็เร็วครับ สิ่งหนึ่งที่ผมชอบเกี่ยวกับ "แจ๊ค หม่า" คือ เป็นคนชอบ "โม้" จะทำการ "โม้" ทุกครั้ง ทุกที่ที่มีโอกาส แต่การ "โม้" ของ "แจ๊ค หม่า" นั้นยิ่งใหญ่และลึกซึ้งต่างจากการ "โม้" ของคนทั่วไปแบบเรา ๆ ท่าน ๆ ครับ เพราะเป็นการ "โม้" แล้วลงมือทำตามที่ตัวเองได้ "โม้" เอาไว้ โดยไม่สนใจว่าผลลัพธ์ที่ออกมาจะนำมาซึ่งความสำเร็จหรือล้มเหลว

“แจ๊ค หม่า” กับการ “โม้”

          ผมตีความการ "โม้" ของ"แจ๊ค หม่า" เหมือนกับการตั้ง "เป้าหมาย" ที่ยากมากถึงยากที่สุดและสนุกกับการไล่ล่า ตามหา "เป้าหมาย" แท้จริงแล้ว"แจ๊ค หม่า" เป็นคนที่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่อง "ไอที" น้อยมากครับ เพราะโดย "แบล็คกราว" ที่จบจากโรงเรียนฝึกหัดครูที่ "หางโจว" พอจบมาก็มีอาชีพเป็นล่ามและครูสอนภาษาอังกฤษครับ มีความรู้น้อยนิดเกี่ยวกับ "Software" ที่เป็นระบบปฏิบัติการของคอมพิวเตอร์รวมทั้งเกี่ยวกับ "อินเตอร์เน็ต" ว่ากันว่าถ้า "โปรแกรม" ไหน"แจ๊ค หม่า" สามารถใช้ได้ ก็เชื่อได้ว่าคนส่วนใหญ่ทั้งโลกก็ต้องใช้ได้ การที่ "แจ๊ค หม่า" วาดฝันที่จะสร้างอาณาจักร "อาลีบาบา" อันยิ่งใหญ่ก็เป็นการ "โม้" ที่มีทั้งคนชื่นชมและคนหมั่นไส้ แต่ "แจ๊ค หม่า" ก็ไม่สนใจครับ มุ่งมั่นทำงานไปตามที่ "โม้"

            สำหรับตัวผมเชื่อว่าการ "โม้" นั้นก็คือ "ความฝัน + ความหวัง" อันเป็น "ของฟรี" การ "โม้" จึงเปรียบเสมือนการถ่ายทอด "ความฝัน + ความหวัง" ของเราให้ผู้อื่นได้รับรู้ รับทราบ ซึ่งก็เป็นหนึ่งในกิจกรรมการ "โม้" ซึ่งตัวผมเองแล้วในบางอารมณ์ก็ "โม้" อยู่เรื่อย ๆ ทุกครั้ง ทุกที่ที่มีโอกาส ก็มีคนชอบบ้างไม่ชอบบ้างกับการ "โม้" ของผม ก็ไม่เป็นอะไรเพราะผมไม่ได้เสียตังค์แต่ประการใดครับ แต่คนส่วนใหญ่ก็กลับรู้สึกละอายที่จะ "โม้" แต่ถ้าคิดอย่างผมหรือคิดอย่าง"แจ๊ค หม่า" ที่เห็นว่าการ "โม้" คือการ "ตั้งเป้าหมาย" ให้กับตัวเองและได้ประกาศเป้าหมายออกไปและลงมือทำตามสิ่งที่ตัวเองโม้อย่างเต็มที่และอย่างทุ่มเท เมื่อเป็นพันธกิจถ้าไม่ทำตามที่ "โม้" ก็จะ "เสียชื่อ" และ "เสียเชิง" จะว่าไปแล้วการที่จะ "โม้" อย่างเป็นจริงเป็นจัง เป็นตุ เป็นตะได้นั้นจะต้องอาศัย "จินตนาการ" ในการ "โม้" เป็นอย่างมากครับ แม้แต่ "ไอน์ สไตน์"ได้เคยกล่าวว่า "จินตนาการนั้นมีค่ามากกว่าความรู้ (และเหตุผล)" อีกครับ

            การ "โม้" สำหรับผมแท้จริงแล้วคือ " สะพานเชื่อมโลกแห่งความเป็นจริงกับโลกแห่งจินตนาการ" จะว่าไปแล้วเด็ก ๆ ทุกคนก็ล้วนแล้วแต่มีนิสัย "ขี้โม้" กันทั้งนั้นแหละครับ ต่างกันเพียงแค่มากหรือน้อยเท่านั้นครับ พวกเด็ก ๆ จะเล่าเรื่องตาม "จินตนาการ" โดยไม่มีความหวาดกลัวใด ๆ และอับอายใด ๆ ทั้งยังไม่มีขอบเขตสำหรับ "จินตนาการ" อีกด้วยครับ ในศาสตร์ทาง "มานุษยวิทยา" (Anthropology) บรรดานิยายหรือนิทานปรัมปราที่เล่ากล่าวขานสืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ก็มีการ "ใส่สีตีไข่" ก็เป็นการ "โม้" ทั้งนั้นครับ จะว่าไปแล้วในบางอารมณ์บางโอกาสการ "โม้" ก็เป็นเรื่องที่ดีมิใช่น้อย บางครั้งในชีวิตของเราเมื่อถึงคราวตกอับ จนตรอก การ "โม้" อย่างเพ้อฝันถึงวันพรุ่งนี้ที่ดีขึ้นก็เป็นสิ่งเดียวที่ปลอบประโลมจิตใจที่กำลังอ่อนแอพ่ายแพ้ให้มีพลังที่จะยืนหยัดขึ้นมาใหม่ สามารถเผชิญกับปัญหาและอุปสรรคอย่างทระนงองอาจแบบ "ไม่ยอมแพ้ ก็ไม่พ่ายแพ้" รวมทั้ง "ไม่ล้มเลิกก็ไม่ล้มเหลว" ที่ทำได้ก็เพราะพลังแห่งการ "โม้" นี่แหละครับ ที่ค้ำเราอยู่

            "แจ๊ค หม่า" ถือว่าเป็นสุดยอด "นักโม้" ทั้งที่ตัวเองจบจากโรงเรียนฝึกหัดครูก็เหมือน "ราชภัฏ" หรือ "วิทยาลัยครู" บ้านเรานี่แหละครับ จบมาแล้วก็เป็นล่ามแปลภาษาและครูสอนภาษาอังกฤษ ทุกครั้งทุกที่ที่มีโอกาส "แจ๊ค หม่า" ก็จะ "โม้" ถึงศักยภาพโครงข่าย "อินเตอร์เน็ต" ที่ได้ไปเห็นมา ที่ "สหรัฐอเมริกา" ตอนที่ไปทำหน้าที่เป็นล่ามแปลภาษาอังกฤษเป็นภาษาจีน ตอนที่ "โม้" ช่วงแรก ๆ ก็ล้มลุกคลุกคลานอยู่พักใหญ่ ๆ ครับ แต่ไม่มีช่วงเวลาไหนที่ "แจ๊ค หม่า" ไม่ "โม้" ยิ่งสนิทกับ "กิมย้ง" สุดยอด "นักโม้" + "นักเพ้อฝัน" + "นักจินตนาการ" มีปากกาเพียงด้ามเดียวกับกระดาษก็สามารถแต่งนิยายกำลังภายในได้มากมายหลายเรื่อง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ "มังกรหยก" ที่จัดได้ว่าเป็น "มหากาพย์" กำลังภายในที่รู้จักกันทั่วไป แสดงให้เห็นว่าบรรดาพรรคพวกเพื่อนฝูงรอบ ๆ "แจ๊ค หม่า" ก็ล้วนแล้วแต่เป็น "นักโม้" ขั้นเทพทั้งนั้น ดังนั้นอย่าตีความคำว่า "โม้" ผิดไปนะครับ เพราะ "โม้" ในความหมายของผมสั้น ๆ คือ "การตั้งเป้าหมายโดยใช้จินตนาการที่ไร้ขอบขีดจำกัด" จึงทำให้ เป็นการตั้งเป้าหมายที่ทำได้ยากยิ่ง มีความสลับซับซ้อนเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นก็ไม่แปลกใจครับว่าคนส่วนใหญ่ไม่กล้า "โม้" เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าจะทำตามที่ตัวเองโม้ได้ยากเป็นอย่างยิ่งครับ

            ผมก็เป็น "นักโม้" ครับ แต่ในบางอารมณ์บางโอกาสก็มักจะถูกคนรอบข้างแอบหมั่นไส้บ้างเล็กน้อยว่าเป็น "ไอ้ขี้โม้" แต่บรรดาคนที่ผมรู้จักหลายคนที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในชีวิต ก็ล้วนแล้วแต่เป็น "คนขี้โม้" ทั้งสิ้น และที่สำคัญคือ บรรดา "นักโม้" เหล่านี้สามารถทำได้สำเร็จตามที่ได้โม้เอาไว้ หากท่านผู้อ่านรู้สึกสับสนมึนงงกับชีวิตและสับสนกับอนาคต คิดอะไรไม่ออกบอกไม่ถูกว่าจะทำอย่างไรก็ลองเริ่มที่จะ "โม้" ดูครับ ในตอนแรก ๆ อาจจะเคอะเขินบ้าง เพราะเป็นการคิดที่จะทำอะไรที่มักจะใหญ่เกินตัว แต่หากท่านที่กล้า "โม้" กล้าลงมือทำตามที่ตัวเอง "โม้" หากสักวันท่านจะประสบความสำเร็จตามที่ท่านโม้ ได้บ้างไม่มากก็น้อยแม้แต่มหาเศรษฐี "ฟอร์ด" ก็ยังสอนให้ "โม้" สอนให้เรา "Think Big !!! " โดยการคิดให้ใหญ่ ฝันให้ไกล ไปให้ถึง จะว่าไปแล้วสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้ก็ล้วนแล้วแต่ก็เป็นเรื่องของการ "โม้" ล้วน ๆ เราน่าจะมาเริ่มต้น "โม้" กันเถอะครับ

“บ้านสุขภาพดีไม่บาน” ของ ดร.ไก่” ที่ “เขาใหญ่”

         สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว "บ้านไม่บาน" สำหรับสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้ ผมรายงานความคืบหน้าที่น่าพึงพอใจของ "บ้านไม่บาน" ในฝันของ "ดร.ไก่" ที่ "เขาใหญ่" ที่จัดได้ว่าเป็นหนึ่งในรูปแบบ "บ้านไม่บาน" แบบ "Anti - Aging" และ "Revitalization" ซึ่งหมายถึง "การไม่ยอมแก่" และ "การย้อนวัย" จะว่าไปแล้วโครงการ "บ้านสุขภาพดีไม่บาน" หรืออาจจะเรียกว่า "บ้านพักตากอากาศไม่บาน" ของ "ดร.ไก่" จะว่าไปแล้วก็เป็น "บ้านไม่บาน" ในฝันของใครอีกหลายคนที่ต้องการบ้านพักตากอากาศในช่วงชีวิตหลังเกษียณ เพราะทำงานเหนื่อยมามากแล้ว ก็อยากจะมีชีวิตที่ "ชิลล์ ๆ" แบบมีสุขภาพดี สำหรับ "ดร.ไก่" ซึ่งท่านเป็นอาจารย์สอน "คณะแพทย์ศาสตร์" ที่มหาวิทยาลัย "ธรรมศาสตร์" และมีเพื่อนที่รู้ใจคือ "ดร.คริส" ที่มีดีกรีจบจากสถาบันชั้นนำของโลก คือ "มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์" นักวิชาการทั้งสองท่านมีความฝันร่วมกันที่จะสร้าง "บ้านพักตากอากาศไม่บาน" อยู่ในบริเวณพื้นที่ "เขาใหญ่" ติดกับ "ลำตะคอง" จึงเป็นผลให้เป็นพื้นที่ดินที่มีดินดำ น้ำชุ่ม และเขียวชอุ่มตลอดปีครับ

“บ้านสุขภาพดีไม่บาน” ของ ดร.ไก่” ที่ “เขาใหญ่”

         ผมมักพูดอยู่เสมอ ๆ ครับว่า "ความฝัน" + "ความหวัง" นั้นเป็น "ของฟรี" โครงการ "บ้านสุขภาพดีไม่บาน" ที่ "เขาใหญ่" จึงเป็นหนึ่งในความฝันที่ "ดร.ไก่" มุ่งมั่นว่าจะทำให้สำเร็จให้จงได้ และผมก็โชคดีที่ได้มีโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วมในการสานฝันตั้งแต่วันแรก ๆ คือ การเลือกซื้อที่ดินในทำเลที่เหมาะสม ตลอดไปจนถึงการวางผังและออกแบบ "บ้านไม่บาน" สำหรับการพักผ่อนตากอากาศสูด "โอโซน" สุด "คลาสสิก" บริเวณอุทยานแห่งชาติ "เขาใหญ่" ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น "มรดกโลก" ในความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศวิทยาครับ

         จะว่าไปแล้ว "บ้านสุขภาพดีไม่บาน" หลังนี้ พอผมออกแบบเสร็จก็รู้สึกหลงรักในความ "แตกต่าง" และ "ดีกว่า" เมื่อเทียบกันกับบ้านตากอากาศที่มีอยู่เกลื่อนกลาดดาษดื่นโดยทั่วไป ซึ่ง "บ้านสุขภาพดีไม่บาน" แต่ละหลังผมได้ออกแบบให้มีสระว่ายน้ำเล็ก ๆ สำหรับการออกกำลังกายสำหรับบรรดา "สว." (สูงวัย) ทั้งหลายที่ต้องการเดิน ว่าย ออกกำลังกายในน้ำ สำหรับบรรดาผู้สูงอายุจัดได้ว่าเป็นการออกกำลังกายที่ดีที่สุด เพราะไม่ทำร้ายข้อ ไม่เหมือนการเล่นกีฬาหนัก ๆ ต่าง ๆ ทั่วไป เช่น ตีเทนนิส, วิ่ง หรือแม้กระทั่งไดร์ฟกอล์ฟ เพราะต้องใช้พลังงานเป็นอย่างมาก อาจส่งปัญหาถึงเรื่องข้อและกล้ามเนื้ออักเสบ พออายุอานามเริ่มมากขึ้นแล้ว ก็อย่าเสี่ยงโดยไม่จำเป็นกันเลยครับ ควรที่จะต้องถนอมรักษาเอาไว้ใช้นาน ๆ เพื่อให้เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้กับบรรดาลูก ๆ หลาน ๆ ครับ

“บ้านสุขภาพดีไม่บาน” ของ ดร.ไก่” ที่ “เขาใหญ่”

         นอกจากนั้น "บ้านตากอากาศไม่บาน" ของ "ดร.ไก่" ที่ "เขาใหญ่" หลังนี้ยังถูกออกแบบโดยใช้แนวคิด "อารยะสถาปัตย์" หรือ "Universal Design" ที่ได้รับการออกแบบให้ทั้งเด็กเล็ก สตรีมีครรภ์ ผู้สูงวัย สามารถใช้พื้นที่ทุกพื้นที่ในบ้านและรอบ ๆ บ้านได้อย่างปลอดภัยไร้กังวล รวมทั้งมีบริเวณทางลาดเตรียมเอาไว้ เผื่อวันใดวันหนึ่งจำเป็นต้องใช้รถเข็นก็สามารถใช้งานได้สะดวก ก็ถือว่าครบถ้วนถึงพร้อมในทุก "มิติ" ของการใช้ชีวิตและการพักผ่อนตากอากาศครับ

         อีกทั้งรูปลักษณ์ของ "บ้านไม่บาน" หลังนี้ ที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร สวยเด่นสะดุดตามาแต่ไกล ทั้งยังกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมโดยรอบ ทั้งยังเป็น "บ้านไม่บาน" ที่มีความเป็น "มนุษย์" (Humanist) สูง ที่อ่อนน้อมถ่อมตน ให้เกียรติกับสรรพสิ่ง รวมทั้งให้เกียรติกับสภาพภูมิประเทศของ "เขาใหญ่" ที่หน้าร้อนแดดแรง พอเข้าหน้าฝน ฝนก็ตกชุก สภาพอากาศโดยรวมก็มีความชื้นสูง ดังนั้นจึงต้องเป็น "บ้านสุขภาพดีไม่บาน" รวมทั้งเป็น "บ้านตากอากาศไม่บาน" ที่สะท้อนความเป็น "สถาปัตยกรรมเมืองร้อน" พอได้ก่อสร้างจนเกิดเป็นผลลัพธ์ที่ออกมาก็เป็นไปตามใจที่ผมวาดฝันไว้ครับ

         สำหรับในสัปดาห์นี้ผมขอนำเสนอ "บ้านตากอากาศไม่บาน" ที่เป็นทั้ง "บ้านสุขภาพดีไม่บาน" และ "บ้านไม่บาน" ในฝันของ "ดร.ไก่" ที่ "เขาใหญ่" พอได้สร้างแล้วใครเห็นใครก็ชอบ ใครเห็นใครก็ชม เป็นที่นิยมกันไปทั่ว เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งใน "บ้านไม่บาน" ที่ "สวยที่สุดในซอย" ในสไตล์ "อกาลิโก+ไฮโซ+โลว์คอส" นี่ขนาดยังไม่เสร็จนะครับ หากแล้วเสร็จคงเป็นที่ประทับใจของใคร ๆ ทั่วไปอย่างแน่นอนครับ และผมเชื่อมั่นว่าหากใครมีบุญวาสนาได้อยู่ใน "บ้านสุขภาพดีไม่บาน" แบบ "ดร.ไก่" ก็ถือว่าเป็นการใช้ชีวิตในช่วงใกล้เกษียณและหลังเกษียณอย่างสมบูรณ์แบบท่ามกลางอ้อมกอดของธรรมชาติที่ "เขาใหญ่" สายลมเย็นเอื่อย ๆ จาก "ลำตะคอง" เป็นการใช้ชีวิตที่ถึงพร้อมทั้งสุขภาพที่ดีทั้งกายและใจครับ

“วิถีไทย” ของ“เลสเตอร์ ซิตี้” (Laeicester City) หรือ “จิ้งจอกสยาม” (Siamese Foxes)

            ต้องขอแสดงความยินดีกับสโมสร "เลสเตอร์ ซิตี้" (Leicester City) ที่มีฉายาว่า "จิ้งจอกสยาม" (Siamese Foxes) เป็นทีมฟุตบอลเล็ก ๆ ที่จัดได้ว่าเป็น "ม้านอกสายตา" สามารถสร้างประวัติศาสตร์ให้วงการฟุตบอลทั้งโลกต้องตกตะลึงด้วยการคว้า "แชมป์พรีเมียร์ลีก" มาครองเป็นการแน่นอนแล้ว ถึงแม้ว่าจะเหลือเกมส์อีก 2 นัด ที่จะต้องเจอกับ "เอฟเวอร์ตัน" กับ "เชลชี" ถึงแม้จะชนะ,เสมอ หรือแพ้ ก็ไม่มีผลอะไร แม้แต่นายกรัฐมนตรีอังกฤษ "เดวิด คาเมรอน" ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ในครั้งนี้ว่า เป็นปรากฏการณ์ที่พิเศษมหัศจรรย์ (Extraordinary) ที่เกิดขึ้นกับทีมฟุตบอลเล็ก ๆ แต่เหมาะสมแล้วที่ได้แชมป์

“วิถีไทย” ของ“เลสเตอร์ ซิตี้” (Leicester City) หรือ “จิ้งจอกสยาม” (Siamese Foxes)

            นอกจากนั้นยังส่งผลให้ "คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา" เจ้าของสโมสร รวมทั้ง "เจ้าคุณธงชัย" หรือ พระพรหมมังคลาจารย์ แห่ง "วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร" ย่าน "หัวลำโพง" มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก บรรดาสื่อยักษ์ใหญ่ต่าง ๆ เข้ามาสัมภาษณ์ถึงความมหัศจรรย์ของ "วิถีไทย" ที่ทำให้สโมสรฟุตบอลเล็ก ๆ ของเมืองเล็ก ๆ อย่าง"เลสเตอร์" ที่ตั้งขึ้นมากว่า 132 ปี ไม่มีทีท่าว่าจะได้เป็น"แชมป์พรีเมียร์ลีก" (ความเป็นไปได้คือ 1 ต่อ 5,000) สามารถคว้า "แชมป์พรีเมียร์ลีก" ซึ่งทาง "เจ้าคุณธงชัย"ท่านก็บอกว่าไม่ใช่เรื่องมหัศจรรย์อะไร แต่เป็นเรื่องของกำลังใจและความมุ่งมั่นในการทำงานร่วมกันของทุกฝ่ายอย่างเป็นหนึ่งเดียว ที่จะทำหน้าที่เพียงแค่ไม่ให้ทีมฯ ตกชั้นจาก "พรีเมียร์ลีก" (เพราะฤดูกาลที่ผ่านมาก็อยู่ในกลุ่มทีมรั้งท้าย)

            ในส่วนตัวที่ "เจ้าคุณธงชัย" เองก็ได้รับกิจนิมนต์เดินทางจากไทย ไปอังกฤษ เทียวไปเทียวมาอยู่หลายครั้ง เพื่อทำพิธีสวดชัยมงคลคาถากลางสนามฟุตบอลและประพรมน้ำพระพุทธมนต์ ก็ล้วนแต่เป็นเรื่องของการให้กำลังใจตามแบบพุทธ อันเป็นประเพณีปฏิบัติมาเนิ่นนานของคนไทย (ภาษาอังกฤษเรียกว่าเป็นการ "Blessing") ให้ศีลให้พร ซึ่งโดยปกติในหมู่ชาวไทยก็ทำกันเป็นประจำอยู่แล้ว เป็นเสมือนการเรียกขวัญและกำลังใจให้มีแต่สิ่งดี ๆ ให้เข้ามาในชีวิต ในขณะเดียวกันก็เป็นการขจัดปัดเป่าสิ่งที่ไม่ดีให้ออกไป

            จะว่าไปแล้วสโมสร "เลสเตอร์ ซิตี้" เมื่อหลายปีก่อนเป็นทีมที่อยู่ในสภาวะย่ำแย่ในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการถูกจัดอันดับที่อยู่ในกลุ่มท้ายตาราง ไม่ว่าจะเป็นฐานะทางการเงินก็ย่ำแย่ จนกระทั่งถูกเศรษฐีชาวไทยเจ้าของ "คิงพาวเวอร์" คือ "คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา" ได้เข้ามาซื้อด้วยเงินไม่มากหากเทียบกับสโมสรอื่นใน "พรีเมียร์ลีก" (ด้วยเงินประมาณ 20 ล้านปอนด์) ว่ากันว่าตอนที่ซื้อก็ไม่ได้สนใจทีมฟุตบอลเท่าใดนัก คิดว่าแค่ค่าที่ดินและค่าสิ่งปลูกสร้างของสนามฟุตบอลก็คุ้มเกินคุ้มแล้ว ต่อมาก็ได้ว่าจ้างผู้จัดการชาว "อิตาลี" ชื่อ "เคลาดิโอ รานิเอรี่" (CLAUDIO RANIERI) ซึ่งจะว่าไปแล้วที่ผ่านมาก็มีผลงานย่ำแย่ เคยถูกไล่ออกจากหลายสโมสร และไม่มีประวัติว่าเคยพาทีมใดได้แชมป์เลยสักครั้ง ตอนที่เข้ามาบริหารทีม "เลสเตอร์ ซิตี้" มีสัญญาใจกับเจ้าของสโมสรเพียงแค่จะไม่ทำให้ทีม "เลสเตอร์ ซิตี้" ตกจาก "พรีเมียร์ลีก" เท่านั้นก็พอ ซึ่งเป็นการตั้งเป้าที่ต่ำต้อยมากครับ หากเปรียบเทียบกับบรรดาสโมสรยักษ์ใหญ่ที่ต่างก็มุ่งมั่นจะเป็นแชมป์ในรายการต่าง ๆ และสิ่งหนึ่งที่ผมประทับใจมากที่สุดก็คือ การที่ตั้งเป้าไม่สูงจนเกินไปก็ไม่สร้างแรงกดดันอะไรมากจนเกินไป มีการวางแผนอย่างรัดกุมทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง แต่ไม่เน้นระยะยาวเท่าใด เพราะเมื่อประเมินตัวเองแล้วไม่รู้ว่าจะสู้กับบรรดาทีมยักษ์ใหญ่ได้อย่างไร นอกจากนั้นการที่มุ่งมั่นในการแข่งขันฟุตบอลใน "พรีเมียร์ลีก" เพียงถ้วยเดียว เลยทำให้ไม่เหมือนกับทีมอื่นใน "พรีเมียร์ลีก" ที่ต้องใช้บรรดานักเตะที่ถูกทุ่มทุนซื้อมาด้วยราคาแพงอย่างคุ้มค่า ทำให้ต้องแข่งหลายถ้วย เลยมีโปรแกรมการแข่งยาวเหยียดตลอดฤดูกาลแข่งขัน ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ทีม "เลสเตอร์ ซิตี้"สามารถ "โฟกัส"เรื่องที่เป็น "สาระ" จริง ๆ คือ ทำอย่างไรก็ได้แต่ "จะไม่ยอมตกชั้น" เพียงแค่นี้แหละครับ ก็สร้างประวัติการณ์เขย่าวงการสะท้านสะเทือนเลื่อนลั่นกันไปทั้งโลก ขึ้นข่าวหน้าหนึ่งของสื่อทุกฉบับ เพราะอย่าลืมนะครับว่า "พรีเมียร์ลีก" ของ "อังกฤษ" นั้นถือว่าเป็นลีกที่ได้รับความนิยมสูงสุด และใช้เงินมากมายมหาศาลมากที่สุด

            จะว่าไปแล้วทีม "เลสเตอร์ ซิตี้" ก็สอนอะไรกับผมมากมายครับ บทสรุปในกรณีสโมสร "เลสเตอร์ ซิตี้" ได้เป็นแชมป์ "พรีเมียร์ลีก" ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าในโลกของ "ทุนนิยม" ที่เงินมีบทบาทมากมายมหาศาลนั้นเงินแต่เพียงอย่างเดียวไม่สามารถซื้อความสำเร็จได้เสมอไป สุดท้ายความสำเร็จที่แท้ก็อยู่ที่ "อุดมการณ์" และ "กำลังใจ" รวมถึง "ความมุ่งมั่น" ตลอดจน "ความเชื่อ" เพราะฉะนั้นจะทำกิจการงานใดให้ประสบความสำเร็จได้นั้นต้องมี "อุดมการณ์" และ "กำลังใจ" กับ "ความมุ่งมั่น" ครับ ที่ผ่านมาใน "พรีเมียร์ลีก" เรามักจะเห็นบรรดาสโมสรต่าง ๆ ของบรรดาเจ้าบุญทุ่ม ที่ใช้เงินซื้อทุกอย่าง แต่ในทางกลับกันสโมสร "เลสเตอร์ ซิตี้" กลับไม่ใช้เงินทุ่ม รวมทั้งไม่กดดันตัวเอง ไม่กดดันผู้จัดการทีม ไม่กดดันบรรดานักเตะ ขอเพียงแค่ไม่ตกชั้นก็พอแล้ว มีความสุขแบบ "พอเพียง" มิหนำซ้ำยังนำเอา "วิถีไทย" เอาความเชื่อแบบไทย เอาสิริมงคลแบบไทย โดยการนิมนต์ "เจ้าคุณธงชัย" ไปสวดชัยมงคลคาถา ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ ถึงสนาม "King Power" นอกจากนั้นประธานสโมสรที่เป็นคนไทยยังให้ความเป็นกันเองกับบรรดาลูกทีม โดยการเข้าไปไต่ถามสาระทุกข์สุขดิบถึงห้องแต่งตัวของบรรดานักเตะ ให้กำลังใจยามอ่อนแอและท้อแท้ รวมถึงในบางเวลาก็พาไปทานอาหารและแน่นอนว่าบางมื้อคงเป็นอาหารไทย เป็นการเอา "ใจไปแลกใจ" ซึ่งจะว่าไปแล้วก็เป็นนิสัยของคนไทยแท้ ๆ ที่ทำกันเป็นปรกติอยู่แล้วเป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้อง เป็นเสมือนญาติสนิทมิตรสหาย

            สุดท้ายสิ่งมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้นครับ ใครจะเชื่อว่าทีมเล็ก ๆ ที่เป็น "ม้ามืดนอกสายตา" ก็มาแรงแซงโค้งได้เป็นแชมป์ "พรีเมียร์ลีก" ก็เป็นหนึ่งในข่าวดีเป็นอย่างยิ่งที่คนไทยควรภาคภูมิใจและสอนเราว่าไม่ควรทิ้ง "วิถีไทย" ที่ปรากฏการณ์ในครั้งนี้ทำให้ผมเชื่อว่าหากคนไทย "รู้รักษ์สามัคคี" สามารถรวมตัวกันเป็น "น้ำหนึ่งใจเดียว" กันได้เมื่อไรก็จะเป็นหนึ่งไม่เป็นสองรองใครเลยครับ

อ่ า น ต่ อ . . .
“มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน”ขนาด 20 ห้อง ย่าน “คลองประปา ,ประชานิเวศน์”

          สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" สำหรับในสัปดาห์นี้ผมขอเอาอกเอาใจแฟน ๆ ที่จัดอยู่ในกลุ่มชาว "บางสตางค์น้อย" ด้วยการนำเสนอรูปแบบและแนวทางในการพัฒนา "มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ย่าน "คลองประปา , ประชานิเวศน์" เป็นผลมาจากสองสามีภรรยาคู่หนึ่งแต่งงานอยู่กินกันมานานนับ 10 ปี แต่ไม่มีบุตร อายุอานามก็ล่วงเลยไปไกลใกล้วัยทองแล้ว ทำให้ความหวังที่จะมีบุตรสักคนสองคนเอาไว้ดูแลยามแก่เฒ่าก็ดูจะริบหรี่ลงทุกที ก็เลยต้องตัดใจใช้แนวคิด "อัตตาหิ อัตตโนนาโถ" คือ "ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน" เพราะเมื่ออนาคตหวังพึ่งใครไม่ได้ก็จำเป็นต้องพึ่งตัวเองครับ ก็เลยมาปรึกษาผมว่าจะทำอย่างไรดีกับที่ดินและทุนทรัพย์พอประมาณเท่าที่มี หลังจากที่ผมได้พินิจพิจารณาอย่างรอบคอบในทุกด้านแล้ว ก็เลยฟันธงลงไปว่าบ้านเดิมในปัจจุบันที่พักอาศัยอยู่ ก็มีพื้นที่กว้างขวางไม่น้อยกว่า 100 ตารางวา ก็เลยตัดสินใจเจียดที่ดินมาสัก 50 ตารางวา โดยยังคงเก็บบ้านแสนรักเดิมเอาไว้ แล้วทำการสร้าง "มินิอพาร์ทเม้นท์" ความสูง 4 ชั้น พร้อมดาดฟ้าที่อาจเรียกว่าชั้นที่ 5 หรือ "Penthouse" ก็ได้ครับ ตั้งใจไว้ว่าจะทำเป็นห้องเอนกประสงค์ รวมทั้งทำเป็นสวนลอยฟ้าไว้นั่งเล่น กินลมชมดาวในคืนเดือนมืดและชมจันทร์กระจ่างฟ้าในช่วงเวลาคืนเดือนหงาย บนพื้นที่ดินที่ตัดมาจากของเดิมที่เคยมีหน้าแคบเพียง 14 เมตร ลึก 15 เมตร (ที่เป็นที่ดินประมาณ 53 ตารางวา) ผมสามารถออกแบบให้เป็น "มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ได้ถึง 20 ห้อง แต่แท้จริงแล้วให้เช่าได้เพียง 19 ห้อง เพราะอีก 1 ห้อง ใช้เป็นส่วนต้อนรับ เป็นล๊อบบี้ เป็นพื้นที่เอนกประสงค์ แต่ในอนาคตก็สามารถเพิ่มพื้นที่ใช้สอยได้อีก 5 ห้อง คือ การปรับปรุงดัดแปลงห้องเอนกประสงค์และสวนลอยฟ้าให้เป็นห้องพักเพิ่มขึ้น ซึ่งดูผิวเผินก็อาจจะไม่มีอะไรสำคัญนักจากการที่มีห้องพัก 19-25 ห้อง หากค่าเช่าห้องโดยเฉลี่ย 4,000++ บาท ต่อเดือน ก็จะทำให้มีรายได้รวมกันกว่า 100,000 บาทต่อเดือนก็ถือว่าไม่น้อยเลยทีเดียวครับ และก็น่าจะเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายและค่ารักษาพยาบาลดูแลสุขภาพในยามแก่เฒ่า โดยไม่เป็นภาระกับใคร โดยการนำเอาพื้นที่สนามหญ้าที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์มากนักนำมาก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น

“มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน”ขนาด 20 ห้อง ย่าน “คลองประปา ,ประชานิเวศน์”

          ผมมีความรู้สึกว่ารูปแบบ "อพาร์ทเม้นท์ไม่บานขนาดเล็ก" หรือ "มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" บนพื้นที่ประมาณ 50 ตารางวาที่ผมนำเสนอในสัปดาห์นี้ก็น่าจะเป็นอีกหนึ่ง "ทางเลือกอันเป็นทางรอด" สำหรับแฟน ๆ ชาว "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" หลายท่าน โดยใช้งบในการลงทุนประมาณ 6-8 ล้านบาทก็น่าจะเพียงพอ ซึ่งท่านอาจจะมีเงินสดเพียง 1.5 - 2 ล้านบาท และในส่วนที่เหลือก็ขอสนับสนุนเงินกู้จากสถาบันการเงินหรือจากธนาคาร แล้วให้สินทรัพย์ดังกล่าวผ่อนตัวเอง ซึ่งในทางปฏิบัติแล้วมูลค่าทรัพย์สินที่ทวีมูลค่าสูงขึ้นหรือ "Capital Gain" ก็จะเพิ่มมูลค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่มีอัตรา "เงินเฟ้อ"(Inflation) อยู่ในระดับสูงดังเช่นเป็นอยู่ในปัจจุบัน ทำให้เงินก็จะด้อยค่าลงไปตามกาลเวลา ทำให้แนวทางในการพัฒนา "อสังหาฯ ไม่บาน" ในรูปแบบ "มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งและมีความเสี่ยงที่ต่ำเป็นอย่างยิ่ง เหมาะกับสภาพเศรษฐกิจที่กำลังชะลอตัวในปัจจุบันเป็นอย่างยิ่งครับ

“มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน”ขนาด 20 ห้อง ย่าน “คลองประปา ,ประชานิเวศน์”

          นอกจากนั้นยังเป็นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างรู้คุณค่าและคุ้มค่า โดยการนำเอาที่ดินที่เหลืออยู่ไม่ได้ใช้ประโยชน์อันใดนอกจากทำเป็นสนามหญ้า นำมาใช้ประโยชน์และในอนาคตก็มีความเป็นไปได้ที่จะแปรสภาพเป็น "บูทิคโฮสเทล" หรือ จะปรับเปลี่ยนเป็น "สถานบริบาลผู้สูงอายุ" ก็ยิ่งจะทำให้รายได้เพิ่มสูงขึ้นอีกหลายเท่าครับ แต่ในขณะเดียวกันต้องทำใจยอมรับว่าความยากลำบากในการบริหารจัดการก็เพิ่มมากขึ้นเป็นเงาตามตัวเช่นกัน เพราะต้องมีพนักงานคอยดูแลเอาใจใส่ตลอด 24 ชั่วโมง จะว่าไปแล้วก็อยู่ที่ความพร้อมของแต่ละท่านครับ แต่สำหรับมือใหม่หัดขับก็ยังคงต้องเริ่มจากการเป็น "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ปล่อยห้องให้เช่าเป็นรายเดือนไปก่อน แล้วค่อย ๆ เรียน ค่อย ๆ รู้ ค่อย ๆ ฝึกฝนไปจนกระทั่ง คุ้นเคยกับกิจกรรมที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการห้องให้เช่าจะเป็นรายวันหรือรายเดือนก็แล้วแต่ พอจับทางได้แล้วว่าแท้จริงแล้วชอบอะไรหรือไม่ชอบอะไรกันแน่ ก็ลงมือทำตามสิ่งที่ตัวเองชอบ และนี่คือ "คีย์เวิร์ด" อันเป็น "หัวใจ" สำคัญของธุรกิจการลงทุน "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ที่เกี่ยวข้อง "Hospitality" หรือ ธุรกิจการให้บริการ ซึ่งจะว่ายากก็ไม่ยากจนเกิดความสามารถครับ หากมี "ระบบ" บริหารจัดการที่ดี มี "โค้ช" ที่ดี ก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงครับ

          สำหรับแฟน ๆ ชาว "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ที่สนใจในแนวคิดและรายละเอียด "มินิอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" หลังนี้ก็สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ "เว็ปไซต์" ยอดฮิตของ "คนรักบ้าน" www.homeloverthai.com หรือสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 081-4218323 ยินดีตอบทุกคำถามข้อข้องใจโดยไม่ปิดบังอะไรครับ แล้วพบกับสาระน่ารู้กันได้ใหม่อีกสองสัปดาห์หน้าครับ

อ่ า น ต่ อ . . .
<< Start < Previous 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 Next > End >>

Results 1 - 10 of 1748
บ้านไม่บานยอดนิยม อพาร์ตเม้นท์ไม่บานยอดนิยม พิมพ์เขียวแบบบ้าน 999 บาท

หนังสือ “อัศวินอสังหาฯ พารวยกับ อ.เชี่ยว ชอบช่วย” ....ใครลงทุนทา “อสังหาฯไม่บาน” แล้วขาดทุนหรือเจ๊ง... โคตรเก่งเลย!
สามารถอ่าน บทความแนะนำหนังสือ จาก เว็บไซต์ชี้ช่องรวยได้ที่นี่

เปิดตัวแล้วสำหรับ หนังสือรวม  52  รูปแบบ “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน”  กับอาจารย์ “เชี่ยว  ชอบช่วย”

“HOTAP + CONDO” แดงแรงฤทธิ์ @ บ้านฉาง”

บ้านไม่บานอัพเดต

“บ้านสุขภาพดีไม่บาน” ของ ดร.ไก่” ที่ “เขาใหญ่”

“บ้านสุขภาพดีไม่บาน” ของ ดร.ไก่” ที่ “เขาใหญ่”

          สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว "บ้านไม่บาน" สำหรับสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้ ผมรายงานความคืบหน้าที่น่าพึงพอใจของ "บ้านไม่บาน" ในฝันของ "ดร.ไก่" ที่ "เขาใหญ่" ที่จัดได้ว่าเป็นหนึ่งในรูปแบบ "บ้านไม่บาน" แบบ "Anti - Aging" และ "Revitalization" ซึ่งหมายถึง "การไม่ยอมแก่" และ "การย้อนวัย" จะว่าไปแล้วโครงการ "บ้านสุขภาพดีไม่บาน" หรืออาจจะเรียกว่า "บ้านพักตากอากาศไม่บาน" ของ "ดร.ไก่" จะว่าไปแล้วก็เป็น "บ้านไม่บาน" ในฝันของใครอีกหลายคนที่ต้องการบ้านพักตากอากาศในช่วงชีวิตหลังเกษียณ เพราะทำงานเหนื่อยมามากแล้ว ก็อยากจะมีชีวิตที่ "ชิลล์ ๆ" แบบมีสุขภาพดี สำหรับ "ดร.ไก่" ซึ่งท่านเป็นอาจารย์สอน "คณะแพทย์ศาสตร์" ที่มหาวิทยาลัย "ธรรมศาสตร์" และมีเพื่อนที่รู้ใจคือ "ดร.คริส" ที่มีดีกรีจบจากสถาบันชั้นนำของโลก คือ "มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์" นักวิชาการทั้งสองท่านมีความฝันร่วมกันที่จะสร้าง "บ้านพักตากอากาศไม่บาน" อยู่ในบริเวณพื้นที่ "เขาใหญ่" ติดกับ "ลำตะคอง" จึงเป็นผลให้เป็นพื้นที่ดินที่มีดินดำ น้ำชุ่ม และเขียวชอุ่มตลอดปีครับ . . .

อ่ า น ต่ อ . . .

การบรรยาย "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน"
ที่แฟน ๆ มาร่วมฟังกันบาน (I)

การบรรยาย “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” ที่แฟน ๆ มาร่วมฟังกันบาน (I)          สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" สำหรับสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้ก็เป็น "ควันหลง" จากงานบรรยายในหัวข้อ "รวยซะให้เข็ด" กับการลงทุน "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" , "บูทิคอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" , "บูทิคโฮเทลไม่บาน" , "คอนโดมิเนียมไม่บาน" ที่คุ้มค่าราคาประหยัด (Budget Real Estate) ด้วย "อาวุธลับ 8 ประการ" ที่จัดขึ้นที่ "โรงแรมมิราเคิลแกรนด์" ซึ่งผมได้บรรยายร่วมกับ "คุณรวิโรจน์ อัมพลเสถียร" ซึ่งวิทยากรท่านนี้เมื่อหลายปีก่อนก็ได้เข้ามาเรียนรู้การลงทุนทำ "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" จากการบรรยายของผม และก็ได้นำความรู้ที่ได้รับไปต่อยอด จนในปัจจุบันมีอพาร์ทเม้นท์ที่เปิดให้บริการแล้ว 3 แห่ง และกำลังก่อสร้างอีกหลายแห่ง (ซึ่งมีมูลค่ารวมเกือบ 300 ล้านบาท) และยังเป็นนักเขียนเผยแพร่ความรู้การลงทุนทำ "อพาร์ทเม้นท์" จนติดอันดับหนังสือ "Best Seller" ก็เป็นความภูมิใจลึก ๆ ของผมครับที่มีส่วนในการสร้าง "เศรษฐีน้อยร้อยล้าน" ขึ้นมาประดับวงการอสังหาฯ มาอีกคนหนึ่ง โดยเริ่มจากไม่ได้เกิดมามีเงินถุงเงินถัง แต่มีความมุ่งมั่นและมีความเพียร หลังจากทุ่มเททำงานหนักก็บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ครับ ผมพูดเสมอครับว่า "ไม่ยอมแพ้ก็ไม่พ่ายแพ้" และ "ไม่ล้มเลิกก็ไม่ล้มเหลว" และ "คุณรวิโรจน์" ก็เป็นหนึ่งในนั้นครับ . . .

อ่ า น ต่ อ . . .
คลินิกคนรักบ้าน

"แจ๊ค หม่า" กับการ "โม้"


“แจ๊ค หม่า” กับการ “โม้”        จะว่าไปแล้วหลายเดือนที่ผ่านมาผมได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับ "แจ๊ค หม่า" หลายต่อหลายเล่ม ผู้ก่อตั้งอาณาจักร "อาลีบาบา" อันยิ่งใหญ่ที่กำลังเขย่าโลกทุนนิยม และยิ่งในช่วงหลัง ๆ ยิ่งมีความสนใจในตัวคน ๆ นี้เพิ่มมากขึ้น เพราะจากการที่ "อาลีบาบา" ของ"แจ๊ค หม่า" ได้เข้ามาซื้อ "ลาซาด้า" คือ "เว็ปไซต์" ขายสินค้า "ออนไลน์" ในบ้านเราซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายเป็นอย่างยิ่งครับเพราะเป็นการรุกคืบของ "ทุนใหญ่"จากต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก "จีน" เชื่อว่าบรรดา "โชห่วย" ก็คงล้มอย่างระเนระนาด ไม่ช้าก็เร็วครับ สิ่งหนึ่งที่ผมชอบเกี่ยวกับ "แจ๊ค หม่า" คือ เป็นคนชอบ "โม้" จะทำการ "โม้" ทุกครั้ง ทุกที่ที่มีโอกาส แต่การ "โม้" ของ "แจ๊ค หม่า" นั้นยิ่งใหญ่และลึกซึ้งต่างจากการ "โม้" ของคนทั่วไปแบบเรา ๆ ท่าน ๆ ครับ เพราะเป็นการ "โม้" แล้วลงมือทำตามที่ตัวเองได้ "โม้" เอาไว้ โดยไม่สนใจว่าผลลัพธ์ที่ออกมาจะนำมาซึ่งความสำเร็จหรือล้มเหลว . . .

อ่ า น ต่ อ . . .

Homeloverthai Multimedia
Homeloverthai Multimedia
รายการคนไทยไม่ท้อ >>  

รายการ แผ่นดินพอเพียง   

Homeloverthai Multimedia
Homeloverthai Multimedia
Homeloverthai Multimedia
 

นิตยสารบ้าน+อพาร์ตเม้นท์ไม่บานกับ อ.เชี่ยว ฉบับสะสม
นิตยสารบ้าน+อพาร์ตเม้นท์ไม่บานกับอ.เชี่ยว ฉบับสะสม เหลือเพียง 6 เล่ม
(เล่ม 7,8,9,10,11,12)  ราคาชุดละ 300 บาท  รวมค่าจัดส่งแบบลงทะเบียน
รายละเอียดการโอนเงิน
ชื่อบัญชี ภัทรพล   เวทยสุภรณ์  ธนาคารกรุงเทพ ฯ  สาขาห้วยขวาง  ประเภทสะสมทรัพย์  บัญชีเลขที่  1764267272
แฟกซ์ pay  in
พร้อมระบุชื่อที่อยู่   หมายเลขโทรศัพท์ และ เล่มหนังสือที่สั่งซื้อ   มาที่หมายเลข  02-6441479 หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-2451399 และ 02-6441478 หรือ สำนักงานบ้านไม่บาน  เลขที่ 1  ซ.ประชาสงเคราะห์ 12   แขวงดินแดง  เขตดินแดง  กทม.  10400