สมัครงานกับทีมงานบ้านไม่บาน คลิกอ่านรายลัเอียดด้านใน

โปรดระวังบุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว   ชอบช่วย หรือ   ผศ.ดร.ภัทรพล   เวทยสุภรณ์  และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง  ฯลฯ  ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ  ทั้งสิ้น  หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์   02-2451399  หรือ  02-6441478  เท่านั้น
บุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว ชอบช่วย หรือ ผศ.ดร.ภัทรพล เวทยสุภรณ์ และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง ฯลฯ ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์ 02-2451399 หรือ 02-6441478 เท่านั้น

ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ "ตักศิลา คเณศ์ธร"

  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
ครบรอบ 120 ปี “ศิลป์ พีระศรี”
ครบรอบ 120 ปี "ศิลป์ พีระศรี"

“พระราชกระแส” เกี่ยวกับ “โลกาภิวัตน์แบบไทย” กับการแก้ไขปัญหา “น้ำท่วม”ที่ไม่แพร่หลาย (II)

          เมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว ผมได้น้อมนำเอา "พระราชกระแส" ของ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" ที่ทรงได้พระราชทาน ให้แก่พสกนิกรของพระองค์มาเผยแพร่ ถือได้ว่าเป็น "มงคลแห่งชีวิต" ที่มีโอกาสได้รับรู้รับทราบ และยังสะท้อนให้เห็นว่าทรงสนพระราชหฤทัยเอาใจใส่ต่อประโยชน์สุขของบรรดาพสกนิกรของพระองค์นอกจากนั้น ยังได้คลายข้อสงสัยที่มีอยู่ในใจผมมานานว่าทำไมทรงเข้าใจ เข้าถึง ในทุกปัญหาและอุปสรรค ก่อนที่ทรงจะมีพระราชวินิจฉัยหาทางออก ในการลงมือปฏิบัติ เป็นกระบวนเริ่มต้นของการ "ลองลงมือทำดู" ภายใต้กำลังสติปัญญา ความรู้และความเพียร ซึ่งในสัปดาห์นี้ผมขออันเชิญ "พระราชกระแส" บางช่วง บางตอน ที่ไม่ใคร่จะมีการได้เปิดเผยให้ได้รับรู้กันในวงกว้าง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึง ทรงเป็น "ปราชญ์แห่งแผ่นดินสุวรรณภูมิ"ที่ทรงรู้จริง รู้แจ้ง มาจากการที่พระองค์ได้ทรงลงมือศึกษาค้นคว้าหาความจริงที่ซุกซ่อนอยู่ เมื่อทรงรู้ถึงต้นตอของปัญหาแล้ว จึงทรงมีพระราชวินิจฉัยหาวิธีแก้ไขด้วยวิธีปฏิบัติ ทำให้ประหยัดทั้งงบประมาณและเวลา และยังได้ผลดีเป็นอย่างยิ่งอีกด้วย ดัง "พระราชกระแส" ตอนหนึ่งเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมโดยใช้ "โลกาภิวัตน์แบบไทย" ดังนี้

“พระราชกระแส” เกี่ยวกับ “โลกาภิวัตน์แบบไทย” กับการแก้ไขปัญหา “น้ำท่วม”ที่ไม่แพร่หลาย (II)

          "โลกาภิวัฒน์" หมายถึง "หมุนตามโลก" โลกทำอะไร เราก็ทำตามด้วย แต่ "โลกาภิวัฒน์แบบไทย" เราไม่จำเป็นต้องทำตามโลกทุกอย่าง บางครั้งเราทำตามโลกด้วย แต่เราก็หาวิธีพัฒนาของเราเองด้วย อย่างเรื่อง "น้ำท่วม" การแก้ "ปัญหาน้ำท่วม" นี้เห็นชัด ถ้าขืนทำตาม "โลกาภิวัฒน์แบบฝรั่ง" คือทำตามฝรั่ง ป่านนี้เรายังไม่ได้สร้าง ป่านนี้ต้องลงทุนหลายล้านบาท และยังคงต้องศึกษากันอีกยาว ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศมาวางแผนแก้"ปัญหาน้ำท่วม" วางแผนเสร็จต้องสำรวจออกแบบก่อสร้างอีก 2 ปี กว่าจะก่อสร้างเสร็จไปอีก 5 ปี แต่กว่าทุกอย่างจะเสร็จเวลาที่รออีก 5 ปี "น้ำท่วม" เสียหายอีกมหาศาล ฉะนั้น "โลกาภิวัฒน์แบบไทย" คือ เราคิดหาวิธีระบายน้ำออกไปให้เร็ว อย่าปล่อยให้น้ำเอ่อจนผลักดันลงทะเลไม่ได้ ถ้าน้ำทะเลสูงเราต้องปิดกั้นน้ำทะเลไม่ให้เข้า แล้วก็ระดมสูบน้ำระบายออก พอน้ำทะเลลด เราก็ระบายออกตามธรรมชาติ คือ เราต้องศึกษาจากธรรมชาติ ดูจังหวะน้ำขึ้น น้ำลง พยายามทำให้น้ำไม่ไหลออกมาที่เดียว ต้องแยกเป็น สองด้าน ด้านตะวันออก และ ด้านตะวันตก อย่างที่เรียกว่าโครงการ "แก้มลิง" นี่แหละคือ "โลกาภิวัฒน์แบบไทย" เมื่อก่อนผู้เชี่ยวชาญฝรั่งจาก "เอ็มไอที" (สถาบันเทคโนโลยี แมสซาซูเสต-สหรัฐอเมริกา) มาขอพบขอปรึกษาเกี่ยวกับปัญหานี้ เขาสงสัยว่าเหตุใดแผนป้องกัน "น้ำท่วม" ที่คิดขึ้นจึงประสบผลสำเร็จ โดยไม่ต้องตามแบบฝรั่ง ไม่ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศมาวางแผน ซึ่งฝรั่งเขาสนใจขออนุญาตเข้าไปสำรวจศึกษาดูวิธีการของเราเพื่อเอาไปแนวทางบ้าง นี่คือ เราทำของเราเองได้ เราก็แก้ของเราเองได้ เป็น "โลกาภิวัฒน์แบบไทย" บางครั้งเราคิดค้นเองแล้วไม่สำเร็จ เกิดปัญหาขัดข้อง เราก็ต้องมาปรับปรุงแก้ไขกันใหม่ คือ แก้ไขด้วยวิธีปฏิบัติ ประหยัดงบประมาณและประหยัดเวลาอีกด้วย"

          ก็คงไม่มีคำอธิบายใด ๆ ครับ และคงจะไม่มีข้อสงสัยใด ๆ กับ "พระอัจฉริยภาพ" ของ "ปราชญ์แห่งแผ่นดิน" พระองค์นี้ ทรงทำให้ผมเชื่อว่าทุกปัญหาของบ้านเมืองไม่ว่าจะหนักหนาสาหัสสักแค่ไหนเพียงใด ก็สามารถแก้ไขได้ สามารถทำให้ทุเลาเบาบางลงได้ หากเดินตาม "รอยพระบาท"อันเป็น "ศาสตร์พระราชา" ที่บรรดาพสกนิกรจะต้องเรียน, ต้องรู้และ ต้องทำความเข้าใจ เข้าถึง "แก่น" ของปัญหาให้ได้เสียก่อน เมื่อเข้าถึง"แก่น"ที่แท้ได้แล้วจึงค่อยหาวิธีแก้ไขปัญหานั้น ๆ ด้วยกำลังสติ ปัญญา, ความรู้, ความเพียร, ความมุ่งมั่น ไม่ช้าหรือเร็ว ปัญหา อุปสรรคต่าง ๆ ก็จะทุเลาเบาบางลงและหมดไปในที่สุด ในช่วงที่ปัญหาต่าง ๆ พากันรุมเร้าทั้งทาง "เศรษฐกิจ" ที่กำลังชลอตัวและทาง "สังคม" ที่ช่องว่างระหว่างความมั่งมีและยากจนขยายตัวกว้างขึ้นเรื่อย ๆ และทาง "การเมือง" ที่ยังอึมครึม ไม่รู้จะไปทิศทางใด ก็โชคดีครับที่ "มหาราช" ซึ่งเป็น "ปราชญ์ของแผ่นดิน" พระองค์นี้ทรงเป็น "หลักชัย" ให้กับบ้านเมือง ยิ่งพอได้อ่าน "พระราชกระแส" ก็ยิ่งทำให้ได้ฉุกคิด และทำให้เชื่อว่าสังคมไทยจะต้องอยู่รอดปลอดภัยแน่ ไม่ใช่รอดแบบบอบช้ำนะครับ แต่เป็นการแก้ปัญหา ก้าวผ่านวิกฤติได้อย่างสง่างาม ก็ด้วยการอาศัยการเดินตามแนวคิด "โลกาภิวัฒน์แบบไทย" ของ "ปราชญ์แห่งแผ่นดิน" พระองค์นี้ครับ

“บูทิคอพาร์ทเม้นท์ + บูทิคโฮเทลไม่บาน” เบิกบานที่เมือง “สองแคว”

          สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ก็คงมีควันหลงของบรรยากาศแห่งความสุข สดชื่นกันทั่วถ้วนหน้าครับ เพราะในช่วงวันหยุดเฉลิมพระชนม์พรรษา "พ่อหลวง" หลายท่านคงได้มีโอกาสไปกราบและกอด + รดน้ำขอพรจาก "พ่อ" ก็คงกลับมาพร้อมกับกำลังใจที่จะก้าวเดินฝ่าฟันอุปสรรคต่อไปในภายภาคหน้า เพราะถือว่าโชคดีมีบุญวาสนาได้เกิดมาเป็นลูกของ "พ่อ" แล้ว ก็ยิ่งต้องมุ่งมั่น ทำความดี ตาม "หน้าที่ทางจริยธรรม" ไม่ให้เสื่อมเสียชื่อถึง "พ่อ" เป็นอันขาด สำหรับสัปดาห์นี้ผมขอนำเสนอผลงานออกแบบ "บูทิคอพาร์ทเม้นท์ + บูทิคโฮเทลไม่บาน" ที่อีกไม่นานก็จะทำการก่อสร้างขึ้น ที่เมือง "สองแคว" หรือ เมือง "พิษณุโลก" มีขนาดของโครงการที่กำลังพอเหมาะพอดีและ พอเพียง ครับ เพราะไม่เล็กและไม่ใหญ่ จนเกินไป เหมาะสำหรับสุภาพสตรีที่เป็นเจ้าของประเภท "มือใหม่หัดขับ" ที่ถึงแม้จะมีทุนทรัพย์เหลือเฟือแต่ก็ยังไม่พร้อมจะลงทุนมากนัก เป็นเพียงการลองหยั่งเชิงดูหากดีกิจการไปได้สวยก็มีแผนการที่จะขยายต่อ ออกมาเป็นเฟส 2 ครับ

“บูทิคอพาร์ทเม้นท์ + บูทิคโฮเทลไม่บาน” เบิกบานที่เมือง “สองแคว”

          สำหรับ "บูทิคอพาร์ทเม้นท์+บูทิคโฮเทลไม่บาน" สำหรับนักลงทุนประเภท "มือใหม่หัดขับ" ที่เมือง "สองแคว" นี้ ผมได้ออกแบบและวางผังอาคารให้มีส่วนสำคัญ 2 ส่วน ครับ ส่วนแรก คือ บริเวณพื้นที่ต้อนรับซึ่งบริเวณนี้จะมีส่วนรับแขกและร้านกาแฟ+เบอเกอร์รี่ ซึ่งเป็นความฝันของคนรุ่นใหม่ ที่อยากมีร้านกาแฟเล็ก ๆ น่ารัก ๆ ในขณะเดียวกันก็อยากเป็นเจ้าของ "บูทิคอพาร์ทเม้นท์+บูทิคโฮเทลไม่บาน" ที่มีขนาดไม่ใหญ่จนเกินไปนัก ก็เป็นโครงการสานฝันให้เป็นจริง ให้กับสุภาพสตรีที่เป็นเจ้าของ ในส่วนที่สอง คือ ส่วนห้องพักอาศัย ซึ่งแยกตัวออกมา ก็ตั้งใจไว้ว่าชั้นล่างจะให้บริการเป็นที่พักรายวัน ส่วนชั้นบนตั้งใจจะให้เป็น "บูทิคอพาร์ทเม้นท์" หรือ "เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์"หรือ "บูทิคโฮเต็ล" ปรับเปลี่ยนไปตามเงื่อนไขและกลไกทางการตลาด ซึ่งพลิกผันไปตามสถานการณ์เศรษฐกิจ,สังคมและการเมือง โดยส่วนตัวผมแล้วผมชื่นชม ชื่นชอบ กับการลงทุนขนาดนี้เป็นอย่างยิ่งเพราะมีขนาด ไม่เล็กไปไม่ใหญ่ไป ทั้งยังไม่สร้างภาระให้กับผู้ลงทุนมากเกินไป นอกจากนั้นยังพลิ้วไหว สามารถสลับปรับเปลี่ยนการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบครับ

“บูทิคอพาร์ทเม้นท์ + บูทิคโฮเทลไม่บาน” เบิกบานที่เมือง “สองแคว”

          สำหรับรูปลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมที่สวยสดงดงามนี้ ผมก็ได้ออกแบบให้อาคารหลังนี้ออกมาในสไตล์ที่เรียกว่า "อกาลิโก+ไฮโซ+โลว์คอส" คือ "สวยทน สวยทาน สวยนาน สวยประหยัด สวยดูดี สวยมีตระกูล" และ "สวยไม่ตกสมัย" ทั้งยังสามารถดูแลรักษาซ่อมบำรุงได้ง่ายโดยอาศัยช่างทั่วไปที่อยู่ปากซอย, ท้ายซอยก็ซ่อมได้ เป็นความงามแบบเรียบง่ายที่อยู่ได้นาน บางครั้งผมเรียกว่าสไตล์ "โมเดิร์นไทยคอนเทมโพรารี่" (Modern Thais Contemporary) เมื่อผมออกแบบอาคารนี้แล้วเสร็จก็รู้สึกปลื้มใจอยู่ลึก ๆ เพราะรู้ดีว่าเมื่อสร้างเสร็จผลลัพธ์ที่ได้ ก็น่าจะเป็น "บูทิคอพาร์ทเม้นท์+บูทิคโฮเทลไม่บาน" ที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในเมือง "สองแคว" ที่เป็นศักดิ์ เป็นศรี เป็นคุณงามความดี เป็นหนึ่งในกระบวนการที่สำคัญอันจะนำไปสู่ "บ้านสวยเมืองงาม" ซึ่งหากพวกเรา ชาว "คนรักบ้าน" มาช่วยกันคนละไม้คนละมือแล้ว ไม่ช้าหรือเร็วบ้านเมืองของเราคงเป็นบ้านเมืองที่เต็มไปด้วย "อารยะสถาปัตย์" ที่สะท้อนถึงความ "ศิวิไลซ์" ในรูปลักษณ์ของอาคารบ้านเรือน ตลอดจน สะท้อนถึง "วัฒนธรรมการกินอยู่ แบบไทยร่วมสมัย " ที่สามารถอวดสายตาชาวต่างชาติไม่อายใครในโลกสีน้ำเงินเล็ก ๆ ใบนี้ครับ

          สำหรับแฟน ๆ ที่สนใจ "บูทิคอพาร์ทเม้นท์ + บูทิคโฮเทลไม่บาน" ที่เมือง "สองแคว" แห่งนี้ ก็สามารถเข้าไปศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็ปไซต์ยอดฮิตของชาว "คนรักบ้าน" www.homeloverthai.com ที่ในบางปีที่ฮ๊อทๆ มีแฟนเข้ามาเยี่ยมชม+ดาวน์โหลดกว่า 91 ล้านฮิทต่อปี สำหรับสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้ ก็คงมีเพียงแค่นี้ แล้วพบสาระน่ารู้กันได้ใหม่ในอีกสองสัปดาห์หน้าครับ

“บ้าน+ตึกแถวไม่บาน” ย่าน “บางบัวทอง"

           สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว "คนรักบ้าน" สำหรับสัปดาห์นี้ผมภูมิใจนำเสนอรูปแบบ "บ้าน + ตึกแถวไม่บาน" ในฝันของบรรดาแฟน ๆ ประเภทชาวย่านร้านตลาด ที่อาศัยอยู่ในเขตชุมชนเมือง เป็นอาคารประเภท "ไฮบริจลูกผสม" ระหว่าง "บ้านพักอาศัย" กับ "ตึกแถว" หรือเรียกโก้ ๆ ว่าอาคารพาณิชย์,โฮมส์ออฟฟิศ จัดได้ว่าเป็น "บ้านไม่บาน" ประเภท "3 in 1" คือ สามารถทำกิจการการค้า สามารถประยุกต์ดัดแปลงเป็นออฟฟิศ หรือสำนักงานและในขณะเดียวกันก็สามารถใช้เป็นที่อยู่อาศัย จึงจัดได้ว่าเป็นอาคารที่ถึงพร้อมกับกิจกรรมทุกประเภทของการใช้งานอย่างแท้จริง เหมาะสมเป็นอย่างยิ่งในสภาวะปัจจุบันที่เศรษฐกิจตกสะเก็ด การเงินฝืดเคือง ทั้งราคาน้ำมัน ทั้งทอง ทั้งหุ้น ก็พากันตกร่วงกันกราวรูด ในสภาวะที่ "ผลผลิตมวลรวม" ของประเทศชาติหรือเรียกภาษาเทคนิคว่า "จีดีพี" อยู่ในสภาวะถดถอย ที่เคยประเมินไว้ว่าจะเติบโตขึ้น 3-4 % ต่อปีโดยประมาณ แต่ผลออกมากลับตาลปัตรไม่เป็นอย่างที่คาด ผลการขยายตัวของ "จีดีพี" ต่ำกว่า 1% เผลอ ๆ อาจจะติดลบด้วยซ้ำครับ

“บ้าน+ตึกแถวไม่บาน” ย่าน “บางบัวทอง"

           สำหรับผมแล้วในสถานการณ์แบบนี้คงไม่มีอะไรดีกว่าการกลับไปสู่วิถีของความ "พอเพียง" ในการใช้ชีวิต ในทุกมิติของ "ปัจจัย 4" ไม่ว่าจะเป็นข้าวปลาอาหาร จะกินทิ้งกินขว้าง กินกันอย่างสุรุ่ยสุร่าย กินเฉพาะของมีราคาแพง ตามภัตตาคารหรือตามเหลาก็ต้องชะลอไปก่อน คงต้องกลับไปสู่เมนูแบบราคาประหยัดเดิม ๆ สมัยปู่ย่าตาทวด เช่น น้ำพริกปลาทู, ผัดผัก,ไข่เจียว, แกงส้ม, แกงจืด ฯลฯ บรรดา หมูหัน,หูฉลาม, เป่าฮื้อ หรือพระกระโดดกำแพง ที่ต้องจ่ายมื้อละหลักพันหลักหมื่น คงต้องชะลอไปก่อน เอาไว้เศรษฐกิจฟื้นตัวค่อยนัดทานโต๊ะจีนกันใหม่ เป็นเวลาที่ต้องรัดเข็มขัดกันอย่างจริงจังครับ สิ่งใดจำเป็นต้องใช้ก็ใช้ สิ่งใดไม่จำเป็นต้องใช้ก็อย่าคิดอ่านทำอะไรให้เกินตัว ขอให้เดินตาม "ศาสตร์พระราชา" ที่ว่าด้วยความ "พอเพียง" อย่างเคร่งครัด แล้วท่านจะ "อยู่รอด+ปลอดภัย" ส่วนปัจจัยที่ 2 และ 3 คือ เครื่องใช้ไม้สอย เครื่องนุ่งห่ม ตลอดจนยารักษาโรค ก็ต้องพิจารณากันเป็นกรณี ๆ ไปตามความเหมาะสม ส่วนปัจจัย 4 ข้อสุดท้ายที่สำคัญที่สุด คือ ที่อยู่อาศัย ก็ต้องหารูปแบบที่เหมาะสมกับตัวท่านเองและบรรดาสมาชิกในครอบครัวท่าน ตลอดจนงบประมาณที่ท่านมี หากคิดจะเป็นหนี้ก็ต้องเป็นหนี้ที่ต่ำที่สุดและควรจะเป็นหนี้ที่ก่อให้เกิดรายได้ ที่สร้างภาระกับตนเองและครอบครัวน้อยที่สุด จะต้องไม่ "เล็งผลเลิศ" หากคิดอ่านจะทำกิจการงานใด ก็ขอให้ทำด้วยสติและปัญญา รวมทั้งการเปิด "ทางถอย" ครับ

           ในสัปดาห์นี้ผมขอนำเสนอรูปแบบ "บ้านไม่บาน" ที่ไม่มีวันล้มหายตายจากไปบนผืนแผ่นดินไทย เพราะ "บ้าน+ตึกแถวไม่บาน" นี้ได้มาแพร่หลายใน "สยามประเทศ" ตั้งแต่ "ต้นรัตนโกสินทร์" และมาแพร่หลายอย่างจริงจังในสมัย "พระพุทธเจ้าหลวง" เมื่อครั้งเสด็จประภาส " ชวา" และ "สิงคโปร์" ทำให้ "บ้าน+ตึกแถว" ได้เจริญเติบโตเฟื่องฟูขึ้นนับแต่นั้นเป็นต้นมา ดังจะเห็นได้จากการเกิดขึ้นของตึกแถวในย่าน ท่าช้าง, วังหลวง, ท่าเตียน, แพร่งสภา, เจริญกรุง ฯลฯ ที่ยังคงเค้าโครงความงดงามไม่เสื่อมคลายมาจนถึงปัจจุบัน และที่น่าสนใจคือ อาคารประเภทนี้สามารถปรับเปลี่ยนตัวเองให้เข้ากับสภาพ เศรษฐกิจ สังคม ที่แปรเปลี่ยนไป ก็ถือว่าเป็นอาคารไม่กี่ประเภทหรอกครับที่ทั้ง อึด ทั้งทนเป็นที่สุด

“บ้าน+ตึกแถวไม่บาน” ย่าน “บางบัวทอง"

             สำหรับ "ตึกแถวไม่บาน" ในสัปดาห์นี้ เป็น "บ้าน+ตึกแถวไม่บาน" ในย่าน "บางบัวทอง" ที่มีทำเลที่ตั้งอยู่กลางตลาด และมีบรรยากาศของการค้าขาย สำหรับผมแล้วก็ถือว่าเป็นโจทย์ที่ท้าทายเป็นอย่างยิ่งครับ นอกจากจะต้องทำ "บ้าน+ตึกแถวไม่บาน" ให้สวยงามแล้ว จะต้องมีค่าก่อสร้างที่ประหยัด สามารถใช้งานได้จริง โดยเฉพาะชั้นล่างที่ต้องทำกิจการค้า ในพื้นที่ย่าน "บางบัวทอง" นั้น นอกจากยังต้องสามารถสู้กับวิกฤติทางเศรษฐกิจแล้ว ยังต้องสามารถสู้กับภัยทางธรรมชาติ คือ "น้ำท่วม" ซึ่งพื้นที่นี้เคยประสบพบมาอย่างหนักหนาแสนสาหัส กับสภาพน้ำท่วมใหญ่ครั้งที่แล้ว ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการยกพื้นสูงชั้นล่างให้สูงพ้นจากระดับน้ำท่วม แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องออกแบบให้บรรดาผู้ที่จะเข้ามาซื้อหาจับจ่ายใช้สอยสามารถเข้ามาได้สะดวก ก็ถือว่าเป็นโจทย์ที่ท้าทายเป็นอย่างยิ่ง ส่วนชั้น 2 ก็ถูกออกแบบให้เป็นส่วนออฟฟิศที่ทำงาน สำหรับบรรดาลูก ๆ หลาน ๆ ส่วนชั้น 3 และ 4 ก็เป็นบริเวณห้องพัก ก็เรียกว่าถึงพร้อมครับ สำหรับ "บ้าน+ตึกแถวไม่บาน" แบบ "3 in 1" หลังนี้ครับ

            สิ่งที่ผมมีความภูมิใจ+ความสุขใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้สานฝันของเจ้าของ "บ้าน+ตึกแถวไม่บาน" หลังนี้ คือ ผมเห็นความรัก ความผูกพันของคน 3 รุ่น ตั้งแต่รุ่น ย่า รุ่นแม่ และรุ่นลูก ในการประชุมกับผมทุกครั้งก็มีคุณย่า ที่มีอายุ 80 กว่าปี อาจจะหลง ๆ ลืม ๆ ไปบ้างตามสภาวะของสังขาร และรุ่นแม่ที่มีอายุ 40-50 ปี และรุ่นลูกที่มีอายุ 25-30 ปี เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็น เห็นด้วยบ้าง ไม่เห็นด้วยบ้าง ก็เป็นเรื่องปกติของความคิดที่แตกต่างกันของคน 3 วัยครับ ที่ในอนาคตจะต้องใช้ชีวิตร่วมกันอยู่ใน "บ้าน+ตึกแถวไม่บาน" หลังนี้ ในใจลึก ๆ ผมคิดว่าครอบครัวนี้โชคดีนะครับ ที่มีคน 3 รุ่น อยู่รวมกัน อีกไม่นานหากมีรุ่นที่ 4 คือ รุ่นหลานก็ยิ่งจะทำให้ "บ้าน+ตึกแถวไม่บาน" หลังนี้คึกคักครึกครื้น ผมจึงรู้สึกอิจฉาครอบครัวนี้และรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ร่วมงานกับครอบครัวนี้ ถึงงบประมาณในการก่อสร้างจะไม่มากมายนัก เพราะเป็นครอบครัวที่มีทุนทรัพย์ไม่มาก อันเป็นผลมาจากการเก็บหอมรอมริบมาเป็นเวลายาวนานจากการประกอบสัมมาอาชีวะอย่างสุจริต สามารถส่งเสียลูกหลานและเล่าเรียนจบ ได้รับปริญญาตามกำลังความรู้ความสามารถ ก็ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นที่สุดแล้วครับ

           ผมนึกถึงคำสอนของ "พ่อหลวง" ให้เรา "เดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ" และ "ทำทีละอย่าง" จะเห็นได้ว่า "บ้าน+ตึกแถวไม่บาน" หลังนี้สามารถตอบโจทย์ได้อย่างครบถ้วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื่องจากมีข้อจำกัดในเรื่องงบประมาณและไม่อยากเป็นหนี้สินให้เป็นภาระให้กับรุ่นลูกหลาน "สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น" ครับ ท่านผู้อ่านก็ลองพิจารณารูปลักษณ์ภายนอกของ "บ้าน+ตึกแถวไม่บาน" หลังนี้ กันดู สำหรับผมแล้วผมได้ทำหน้าที่ทาง "จริยธรรม" ของผมอย่างดีที่สุดแล้วและผมเชื่อว่าเมื่อก่อสร้างเสร็จก็จะเป็น "บ้าน + ตึกแถวไม่บาน" อีกหลังที่สวยที่สุด สะท้อนถึงความงดงามที่สุดของการใช้ชีวิตและสะท้อนความรักความผูกพันของบรรดาสมาชิกภายในบ้านหลังนี้อย่างสมบูรณ์แบบและถึงพร้อมที่สุดแล้วครับ

“บ้านไม่บาน” ตามแนวทางของ “พ่อ”

            สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว "คนรักบ้าน" เพื่อเป็นการร่วมเฉลิมฉลองในช่วงเวลาที่ดรรชนีแห่งความสุขของคนไทยทั้งประเทศได้พุ่งขึ้นสูงสุด ในช่วงเวลาอันเป็นมงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษาวันที่ 5 ธันวาคมที่เพิ่งผ่านมา ผมเชื่อว่าชาว "คนรักบ้าน" จำนวนไม่น้อยก็คงได้มีโอกาสเดินทางกลับบ้าน ได้กลับไปกราบและกอด "พ่อ" ผู้บังเกิดเกล้าก็ถือว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขโดยแท้จริงครับ จะว่าไปแล้วผมออกจะเป็นคนโชคร้ายสักหน่อย เพราะ "พ่อ" ผมได้ละสังขารไปนานแล้ว จึงไม่มีโอกาสได้ไปกราบและไปกอด "พ่อ" เหมือนกับลูกคนอื่น ๆ ทำได้ก็แค่ทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ท่าน แล้วก็หวังว่าสักวันการเดินทางระหว่างเวลาคงจะได้พาผมไปพบเจอ "พ่อ" อีกครั้ง หากได้พบกันอีก จะขอกราบและกอดให้หนำใจให้หายคิดถึง

“บ้านไม่บาน” ตามแนวทางของ “พ่อ”

            จะว่าไปแล้วคนไทยนั้นโชคดีครับ เพราะมี "พ่อ" อยู่ 2 ท่านครับ ท่านแรกคือ "พ่อบังเกิดเกล้า" ที่ได้ดูแลเลี้ยงดูอุ้มชูเรามาตั้งแต่เล็กจนเติบใหญ่ สำหรับ "พ่อ" แล้วไม่ว่าลูกจะอายุมากเท่าไหร่ก็ยังคงเป็นเด็กในสายตา "พ่อ" เสมอ และ "พ่อ" ท่านที่สอง ก็คือ "พ่อหลวง" ครับ ซึ่งทรงเป็นทั้ง "หลักชัย" และ "แรงบันดาลใจ" เป็นเสมือน "เข็มทิศ" ที่ชี้นำชีวิตให้เดินไปในทางที่ถูกที่ควรและได้ทำ "หน้าที่ทางจริยธรรม" ในฐานะ "ลูก" ที่เป็น "พสกนิกร" ที่ดีมีหน้าที่ต้องร่วมมือกันทะนุบำรุงดูแล "บ้านหลังใหญ่" ของ "พ่อหลวง" คือ "ประเทศชาติ" ให้สังคมโดยรวมอยู่ดีมีสุข ผมเชื่อว่าหากคนไทยทุกคนได้ทำหน้าที่ "ลูก" ที่ดีแล้วสังคมโดยรวมก็คงจะสุข สงบ สันติ มากกว่าที่เป็นอยู่ครับ

            สำหรับสาระน่ารู้ของ "บ้านไม่บาน" ในสัปดาห์นี้ เพื่อเป็นการร่วมเฉลิมฉลองในวาระอันเป็นมงคลยิ่งเนื่องในวโรกาสที่ "วันเฉลิมพระชนพรรษา" ได้เวียนมาบรรจบครบรอบอีกปีหนึ่ง ผมขอนำเสนอรูปแบบที่หลากหลายของ "บ้านไม่บาน" ที่เป็นผลผลิตจากการเดินตามแนวรอยพระบาทของ "พ่อหลวง" ที่ว่าด้วย "ทฤษฎีใหม่" และ "เศรษฐกิจพอเพียง" ซึ่งผมเองก็ไม่เคยปิดบังหรอกครับว่าในการออกแบบ "บ้านไม่บาน" แต่ละหลังนั้นผมมีคำจำกัดความสั้น ๆ อันเป็นกรอบในการทำงานว่า ต้องเป็นบ้านที่ "งามง่าย พอเพียง อันเป็นทั้งที่รักและที่พักอาศัย" ก็มาจากแรงบันดาลใจจาก "ศาสตร์ของพระราชา" ที่ผมได้เรียนได้รู้มาจาก "พ่อหลวง" พระองค์นี้ครับ

“บ้านไม่บาน” ตามแนวทางของ “พ่อ”

            ดังนั้นจะเห็นได้ว่า "บ้านไม่บาน" แต่ละหลังของผมนั้นได้สะท้อนถึงความ "งามง่าย เรียบง่าย พอเพียง" ในการดำรงชีวิต ตลอดไปจนถึงการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าถึงพร้อมทั้งสติและปัญญา รวมถึงการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติรอบตัว อย่างให้เกียรติและอ่อนน้อมถ่อมตน ซึ่งแนวคิดในการออกแบบ "บ้านไม่บาน" ต่าง ๆ เหล่านี้ ผมได้ดำเนินการภายใต้ "ปรัชญาแห่งความพอเพียง" อย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็น "หลักการ" ที่สำคัญ 3 ประการดังต่อไปนี้ ประการที่ 1 "พอประมาณ" , ประการที่ 2 "มีเหตุผล" และประการที่ 3 "มีภูมิคุ้มกัน" และยังต้องดำเนินการภายใต้ "เงื่อนไข" ที่สำคัญอีก 2 ประการ คือ "ความรู้" และ "คุณธรรม" ซึ่งขอสารภาพตามตรงครับว่า ในกระบวนการออกแบบ "บ้านไม่บาน" สักหลัง หากจะให้ครบถ้วนถึงพร้อม ภายใต้กรอบความคิดของ "พ่อหลวง" นับเป็นเรื่องยาก ลำบากไม่ใช่น้อย แต่ถ้าถึงพร้อมครบถ้วนเมื่อไหร่ ผลที่ได้รับก็เป็นดังที่ท่านเห็นนี่แหละครับ จะเห็นได้ว่า "บ้านไม่บาน" เป็นบ้านที่อบอุ่น สะท้อนถึงความเรียบง่ายของการใช้ชีวิต และสะท้อนความสมดุลของ "ประโยชน์" และ "ความสุข" ในการที่ได้มีโอกาสใช้ชีวิตใน "บ้านไม่บาน" เหล่านี้ครับ

            นอกจากนั้น "ศาสตร์พระราชา" ยังสอนผมให้รู้จักการ "แลกเปลี่ยน", "เรียนรู้" และ "แบ่งปัน" แล้วยังทำให้ผมรู้ซึ้งถึงคำจำกัดความสั้น ๆ ว่า "เข้าใจ เข้าถึง แล้วจึงพัฒนา" ดังนั้นในการออกแบบอาคารบ้านเรือนแต่ละหลังหากไม่มีความเข้าใจอย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาพภูมิศาสตร์แบบ "ร้อนชื้น" ที่แดดแรงและ ฝนตกชุก ทั้งมีสภาพน้ำท่วมฉับพลัน การที่ "ไม่เข้าใจ" และ "ไม่เข้าถึง" จึงทำให้คนไทยส่วนใหญ่ในปัจจุบันละทิ้งรูปแบบอาคารบ้านเรือนดั้งเดิมในสมัยปู่ย่าตาทวด ที่มีหลังคาทรงจั่วหรือทรงปั้นหยาที่มีความลาดเอียงสูง ทั้งยังมีการยกพื้นสูง รวมทั้งไม่เข้าใจถึงสภาพดินฟ้าอากาศ ภายใต้อิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และตะวันออกเฉียงเหนือ ที่เป็นสภาพภูมิศสาตร์ในแถบ "เส้นศูนย์สูตร" หรือ "เส้นทรอปิคออฟแคนเซอร์" รวมถึงขาดความเข้าใจในสภาพ "ภูมิบ้าน ภูมิเมือง ภูมิสังคม" ซึ่งรวมไปถึง "วัฒนธรรมการกิน+อยู่" ที่ในบางครั้ง บ้านแบบตะวันตกที่มักเรียกว่าสไตล์ "โมเดิร์น" ไม่สามารถตอบโจทย์เหล่านี้ได้อย่างครบถ้วน จะเห็นได้ว่าบ้านบางหลังที่ดูภายนอกผิวเผินอาจจะดูสวยงามและมีราคาสร้างที่แพงแสนแพง แต่กลับต้องอยู่อย่างไม่สบาย ทนทุกข์ทรมานไปชั่วชีวิต เพราะต้องเผชิญกับสภาวะทั้งอับ ทั้งชื้น ทั้งร้อน และคงไม่แปลกใจครับว่าบ้านสไตล์ "โมเดิร์น" บางหลังจำเป็นต้องติดเครื่องปรับอากาศทั้งหลัง เพราะอากาศไม่ถ่ายเท จึงเป็นบ้านที่สร้างภาระให้แก่เจ้าของบ้าน รวมทั้งค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ก็ยังไม่สายหรอกครับที่จะปรับเปลี่ยนวิถีคิดกันใหม่ และผมหวังใจว่าแฟน ๆ ชาว "บ้านไม่บาน" ทั่วประเทศคงจะนำรูปแบบเหล่านี้มาต่อยอดทางความคิดกันครับ สำหรับท่านที่สนใจรูปแบบ "บ้านไม่บาน" เหล่านี้ก็สามารถเข้าไปดาวน์โหลดแบบได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายในเว็ปไซต์ยอดฮิตของชาว "คนรักบ้าน" www.homeloverthai.com ครับ

            เนื่องในวารดิถีอันเป็นมงคลยิ่งนี้ขอให้บรรดาลูก ๆ ของ "พ่อหลวง" มารวมใจกัน "เป็นหนึ่งเดียว" ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะ "แก้ไขในสิ่งผิด" และมุ่งมั่นที่จะทำ "หน้าที่ทางจริยธรรม" ของ "ลูก" ที่ดี (ที่ใครมีหน้าที่อะไร ถนัดอะไร ก็ทำหน้าที่นั้น ๆ ไป) อย่างสุดกำลังความรู้และความสามารถ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่ "พ่อหลวง"

            ขอทรงมีพระชนมายุยืนนาน มีพระพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง เป็นร่มโพธิ์ร่มไทร ไปชั่วกาลนานเทอญ ขอพระองค์ ทรงพระเจริญ

“พระราชกระแส” ที่ไม่แพร่หลาย (I)

           เป็นที่กล่าวขานกันทั่วไปในหมู่พสกนิกรและมีข้อสงสัยอยู่เสมอว่า เหตุใด "พ่อหลวง" ของเราจึงทรงทราบถึงปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองอย่างถูกต้องชัดเจนและทันเหตุการณ์ ทั้ง ๆ ที่พระองค์ท่านทรงประทับอยู่ในพระราชวัง แต่เหตุไฉนจึงทรงทราบข้อมูลความเป็นไปที่เกิดขึ้นในพระราชอาณาจักรได้ทั่วทุกซอกทุกมุมทุกพื้นที่แม้จะอยู่ห่างไกลและทุรกันดาร นอกจากนั้นยังได้ทรงพระราชทานแนวทางแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้องตรงจุดอย่างน่าพิศวงมากกว่าหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบในพื้นที่ที่มีหน้าที่โดยตรงเสียอีก ยกตัวอย่างเช่น ปัญหาเรื่องน้ำท่วมก็เช่นเดียวกัน ไม่ว่าน้ำท่วมเกิดขึ้นที่ใด ระดับสูงขนาดไหน และสภาพความเดือดร้อนของราษฎรเป็นอย่างไร เป็นที่น่าอัศจรรย์ยิ่งที่ทำไมพระองค์ทรงทราบข้อมูลและสภาพความเป็นจริงอย่างละเอียด และทรงพระปรีชาสามารถวางแนวทางป้องกันปัญหาน้ำท่วมจนประสบความสำเร็จอย่างทันท่วงที นี่คือความสงสัยที่บรรดาพสกนิกรผู้จงรักภักดี ล้วนใคร่ขอพระราชทานคำเฉลยจากพระองค์ท่าน นับเป็นพระกรุณาธิคุณล้นเกล้าฯ หาที่เปรียบมิได้ที่ "พ่อหลวง" ได้ทรงมีพระราชดำรัสเกี่ยวกับเรื่องนี้ กับคณะบุคคลที่ได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐานในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2539 (เมื่อ 18 ปีล่วงแล้ว) จึงใคร่ขออัญเชิญพระกระแสพระราชดำรัสบางตอนซึ่งได้พระราชทาน ไว้ดังนี้ครับ

“พระราชกระแส” ที่ไม่แพร่หลาย (I)

           "พูดถึงเรื่องคลองแสนแสบที่สมเด็จพระเทพฯ เสด็จไปดูมานั้น ความจริงเราไปสำรวจดูก่อนพระเทพฯ เสียอีก ก็เงียบ ๆ นั่งเรือจากวังสระปทุมล่องไปตามคลองแสนแสบ ซึ่งตอนนั้นน้ำเน่าเหม็นมาก ตอนที่ไประดับน้ำค่อนข้างสูงต้องนั่งเรือลอดใต้สะพานต่าง ๆ ซึ่งสกปรกรุงรัง ราชองครักษ์ต้องคอยบอกให้ก้มไม่งั้นจะชนสะพาน ซึ่งก็นับว่าเป็นประโยชน์มาก ได้เห็นสภาพคลองที่แท้จริง ได้เห็นชีวิตใต้สะพานต่าง ๆ ว่าเป็นอย่างไร ก็เดินทางไปไกลไปจนสุดคลองแสนแสบเข้าคลองบางกะปิ ได้รวบรวมข้อมูล และสภาพความเป็นจริงมาพิจารณาแก้ไข ไม่ใช่แต่สำรวจทางอากาศกับทางน้ำเท่านั้นทางบกก็ไป บางครั้งต้องออกไปดูไปสำรวจในจุดที่เกิดปัญหาความเดือดร้อน อย่างน้ำท่วมที่วัดโพธิแมน (ยานนาวา) ก็ไปดูเอง และได้กลับมาวางแผนแก้ไขจนได้ผล หรืออย่างฝั่งธนบุรี ก็ได้นั่งรถไปสำรวจหลายครั้งทั้งทางด้านปัญหาการจราจรและเรื่องน้ำท่วม บางครั้งไปถึงท่าเรือ ไปถึงสถานีรถไฟด้านนอก ๆ ออกไป ก็ได้คุยกับประชาชนว่าเป็นอย่างไร เดือดร้อนอย่างไร ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มา เมื่อตอนน้ำท่วมใหญ่ก็เคยนั่งรถสเตชั่นแวกอนไปดูระดับน้ำ ตอนนั้นระดับน้ำท่วมค่อนข้างสูงมาก รถวิ่งตามถนนที่กลายเป็นคลองไปเรื่อย ๆ รถเมล์วิ่งสวนมาเร็ว ๆ ทำให้เกิดคลื่นใหญ่กระแทกรถสเตชั่นแวกอนที่นั่งจนเซไปเซมา ต้องนับว่าเป็นประสบการณ์ที่แปลก ไม่น่าเกิดขึ้น เพราะนั่งรถยนต์แท้ ๆ แต่เจอคลื่นจากรถเมล์รถเมล์กระแทกเอาได้"

           ในวารดิถีวันเฉลิมพระชนมพรรษาอันเป็นมหามงคลยิ่งนี้ ขอให้ "ปราชญ์แห่งแผ่นดิน" ผู้แบกรับทุกข์ของพสกนิกรพระองค์นี้ทรงพระเจริญยิ่งยืนนานเทอญ

<< Start < Previous 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 Next > End >>

Results 1 - 10 of 1634
บ้านไม่บานยอดนิยม อพาร์ตเม้นท์ไม่บานยอดนิยม พิมพ์เขียวแบบบ้าน 999 บาท

เปิดตัวแล้วสำหรับ หนังสือรวม  52  รูปแบบ “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน”  กับอาจารย์ “เชี่ยว  ชอบช่วย”

“HOTAP + CONDO” แดงแรงฤทธิ์ @ บ้านฉาง”

บริการงานออกแบบตกแต่งภายในด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้จริง

บ้านไม่บานอัพเดต

"บ้าน+ตึกแถวไม่บาน" ย่าน "บางบัวทอง"

“บ้าน+ตึกแถวไม่บาน” ย่าน “บางบัวทอง"              สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว "คนรักบ้าน" สำหรับสัปดาห์นี้ผมภูมิใจนำเสนอรูปแบบ "บ้าน + ตึกแถวไม่บาน" ในฝันของบรรดาแฟน ๆ ประเภทชาวย่านร้านตลาด ที่อาศัยอยู่ในเขตชุมชนเมือง เป็นอาคารประเภท "ไฮบริจลูกผสม" ระหว่าง "บ้านพักอาศัย" กับ "ตึกแถว" หรือเรียกโก้ ๆ ว่าอาคารพาณิชย์,โฮมส์ออฟฟิศ จัดได้ว่าเป็น "บ้านไม่บาน" ประเภท "3 in 1" คือ สามารถทำกิจการการค้า สามารถประยุกต์ดัดแปลงเป็นออฟฟิศ หรือสำนักงานและในขณะเดียวกันก็สามารถใช้เป็นที่อยู่อาศัย จึงจัดได้ว่าเป็นอาคารที่ถึงพร้อมกับกิจกรรมทุกประเภทของการใช้งานอย่างแท้ จริง เหมาะสมเป็นอย่างยิ่งในสภาวะปัจจุบันที่เศรษฐกิจตกสะเก็ด การเงินฝืดเคือง ทั้งราคาน้ำมัน ทั้งทอง ทั้งหุ้น ก็พากันตกร่วงกันกราวรูด ในสภาวะที่ "ผลผลิตมวลรวม" ของประเทศชาติหรือเรียกภาษาเทคนิคว่า "จีดีพี" อยู่ในสภาวะถดถอย ที่เคยประเมินไว้ว่าจะเติบโตขึ้น 3-4 % ต่อปีโดยประมาณ แต่ผลออกมากลับตาลปัตรไม่เป็นอย่างที่คาด ผลการขยายตัวของ "จีดีพี" ต่ำกว่า 1% เผลอ ๆ อาจจะติดลบด้วยซ้ำครับ . . .

อ่ า น ต่ อ . . .

"บูทิคอพาร์ทเม้นท์ + บูทิคโฮเทลไม่บาน"
เบิกบานที่เมือง "สองแคว"


“บูทิคอพาร์ทเม้นท์ + บูทิคโฮเทลไม่บาน” เบิกบานที่เมือง “สองแคว”          สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" ก็คงมีควันหลงของบรรยากาศแห่งความสุข สดชื่นกันทั่วถ้วนหน้าครับ เพราะในช่วงวันหยุดเฉลิมพระชนม์พรรษา "พ่อหลวง" หลายท่านคงได้มีโอกาสไปกราบและกอด + รดน้ำขอพรจาก "พ่อ" ก็คงกลับมาพร้อมกับกำลังใจที่จะก้าวเดินฝ่าฟันอุปสรรคต่อไปในภายภาคหน้า เพราะถือว่าโชคดีมีบุญวาสนาได้เกิดมาเป็นลูกของ "พ่อ" แล้ว ก็ยิ่งต้องมุ่งมั่น ทำความดี ตาม "หน้าที่ทางจริยธรรม" ไม่ให้เสื่อมเสียชื่อถึง "พ่อ" เป็นอันขาด สำหรับสัปดาห์นี้ผมขอนำเสนอผลงานออกแบบ "บูทิคอพาร์ทเม้นท์ + บูทิคโฮเทลไม่บาน" ที่อีกไม่นานก็จะทำการก่อสร้างขึ้น ที่เมือง "สองแคว" หรือ เมือง "พิษณุโลก" มีขนาดของโครงการที่กำลังพอเหมาะพอดีและ พอเพียง ครับ เพราะไม่เล็กและไม่ใหญ่ จนเกินไป เหมาะสำหรับสุภาพสตรีที่เป็นเจ้าของประเภท "มือใหม่หัดขับ" ที่ถึงแม้จะมีทุนทรัพย์เหลือเฟือแต่ก็ยังไม่พร้อมจะลงทุนมากนัก เป็นเพียงการลองหยั่งเชิงดูหากดีกิจการไปได้สวยก็มีแผนการที่จะขยายต่อ ออกมาเป็นเฟส 2 ครับ . . .

อ่ า น ต่ อ . . .
คลินิกคนรักบ้าน
"พระราชกระแส" เกี่ยวกับ
"โลกาภิวัตน์แบบไทย"
กับการแก้ไขปัญหา "น้ำท่วม"
ที่ไม่แพร่หลาย (II)


“พระราชกระแส” เกี่ยวกับ “โลกาภิวัตน์แบบไทย” กับการแก้ไขปัญหา “น้ำท่วม”ที่ไม่แพร่หลาย (II)               เมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว ผมได้น้อมนำเอา "พระราชกระแส" ของ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" ที่ทรงได้พระราชทาน ให้แก่พสกนิกรของพระองค์มาเผยแพร่ ถือได้ว่าเป็น "มงคลแห่งชีวิต" ที่มีโอกาสได้รับรู้รับทราบ และยังสะท้อนให้เห็นว่าทรงสนพระราชหฤทัยเอาใจใส่ต่อประโยชน์สุขของบรรดาพสกนิกรของพระองค์นอกจากนั้น ยังได้คลายข้อสงสัยที่มีอยู่ในใจผมมานานว่าทำไมทรงเข้าใจ เข้าถึง ในทุกปัญหาและอุปสรรค ก่อนที่ทรงจะมีพระราชวินิจฉัยหาทางออก ในการลงมือปฏิบัติ เป็นกระบวนเริ่มต้นของการ "ลองลงมือทำดู" ภายใต้กำลังสติปัญญา ความรู้และความเพียร ซึ่งในสัปดาห์นี้ผมขออันเชิญ "พระราชกระแส" บางช่วง บางตอน ที่ไม่ใคร่จะมีการได้เปิดเผยให้ได้รับรู้กันในวงกว้าง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึง ทรงเป็น "ปราชญ์แห่งแผ่นดินสุวรรณภูมิ"ที่ทรงรู้จริง รู้แจ้ง มาจากการที่พระองค์ได้ทรงลงมือศึกษาค้นคว้าหาความจริงที่ซุกซ่อนอยู่ เมื่อทรงรู้ถึงต้นตอของปัญหาแล้ว จึงทรงมีพระราชวินิจฉัยหาวิธีแก้ไขด้วยวิธีปฏิบัติ ทำให้ประหยัดทั้งงบประมาณและเวลา และยังได้ผลดีเป็นอย่างยิ่งอีกด้วย . . .

อ่ า น ต่ อ . . .

Homeloverthai Multimedia
Homeloverthai Multimedia
รายการคนไทยไม่ท้อ >>  

รายการ แผ่นดินพอเพียง   

Homeloverthai Multimedia
Homeloverthai Multimedia
Homeloverthai Multimedia
 

นิตยสารบ้าน+อพาร์ตเม้นท์ไม่บานกับ อ.เชี่ยว ฉบับสะสม
นิตยสารบ้าน+อพาร์ตเม้นท์ไม่บานกับอ.เชี่ยว ฉบับสะสม เหลือเพียง 6 เล่ม
(เล่ม 7,8,9,10,11,12)  ราคาชุดละ 300 บาท  รวมค่าจัดส่งแบบลงทะเบียน
รายละเอียดการโอนเงิน
ชื่อบัญชี ภัทรพล   เวทยสุภรณ์  ธนาคารกรุงเทพ ฯ  สาขาห้วยขวาง  ประเภทสะสมทรัพย์  บัญชีเลขที่  1764267272
แฟกซ์ pay  in
พร้อมระบุชื่อที่อยู่   หมายเลขโทรศัพท์ และ เล่มหนังสือที่สั่งซื้อ   มาที่หมายเลข  02-6441479 หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-2451399 และ 02-6441478 หรือ สำนักงานบ้านไม่บาน  เลขที่ 1  ซ.ประชาสงเคราะห์ 12   แขวงดินแดง  เขตดินแดง  กทม.  10400