โปรดระวังบุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว   ชอบช่วย หรือ   ผศ.ดร.ภัทรพล   เวทยสุภรณ์  และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง  ฯลฯ  ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ  ทั้งสิ้น  หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์   02-2451399  หรือ  02-6441478  เท่านั้น
บุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว ชอบช่วย หรือ ผศ.ดร.ภัทรพล เวทยสุภรณ์ และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง ฯลฯ ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์ 02-2451399 หรือ 02-6441478 เท่านั้น

ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ "ตักศิลา คเณศ์ธร"

  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
ครบรอบ 120 ปี “ศิลป์ พีระศรี”
ครบรอบ 120 ปี "ศิลป์ พีระศรี"

“ตึกแถว” สไตล์ “ชิโน+เรเนซองส์คลาสสิค” ที่ “บ้านฉาง”

            ในสภาวะที่เศรษฐกิจของประเทศยังอึมครึมสับสนและหลงทางเสียจนดูเหมือนว่าจะจับต้นชนปลายกันไม่ถูก รวมทั้งกำลังเผชิญการไหลทะลักของเงินทุนต่างชาติสกุลต่าง ๆ เข้ามาจนท่วม “ดินแดนสุวรรณภูมิ ” เป็นผลให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นประวัติการณ์ แม้แต่หน่วยงานต่าง ๆ ที่รับผิดชอบในภาครัฐเองก็ยังมีความเห็นแตกต่างยกตัวอย่างระหว่าง “แบงก์ชาติ ” และ “กระทรวงการคลัง ” ก็กำลังเกี่ยงกันว่าจะมีมาตรการอย่างไรดี ก็อยากเตือนสติบรรดาท่านที่มีอำนาจวาสนาว่า ยิ่งช้าก็ยิ่งไม่ทันการณ์ครับ เพราะบรรดาผู้ส่งออกต่างก็ขาดทุนกันย่อยยับจาก “วิกฤติการณ์ค่าเงินบาท” แข็งค่าขึ้น ในทาง “เศรษฐศาสตร์มหภาค” ก็ถือว่าเป็นหนึ่งในรูปแบบของการโจมตีค่าเงินจากนักค้าเงินต่างชาติที่มาในรูปกองทุนต่าง ๆ เพราะค่าเงินบาทแข็งไปก็ไม่ดี หรืออ่อนเกินไปก็ไม่ดี เหมือนสมัย “พ่อใหญ่จิ๋ว ” ที่ประเทศของเราเคยถูกโจมตีค่าเงินบาทจนถึงขั้นเศรษฐกิจของประเทศตกอยู่ในสภาวะวิกฤติ คราวนี้ไม่ใช่เป็นการโจมตีที่ทำให้ “ค่าเงินบาทอ่อน ” แต่เป็นการทำให้ “ค่าเงินบาทแข็ง” แม้แต่เดี๋ยวนี้ก็ยังตกลงกันไม่ได้ว่าจะมีมาตรการแก้ไขอย่างไร จะใช้ “ยาแรง ” โดยการลดอัตราดอกเบี้ยจะเหมาะสมหรือไม่ หรือใช้มาตรการอื่น แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน นี่ยังไม่นับรวมหนี้สาธารณะที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกในอนาคตอันใกล้ อย่างน้อย 2 ล้านล้านบาท ที่จะส่งผลให้คนไทยต้องเป็นหนี้กันไปอีกอย่างน้อย 50 ปี กว่าจะชดใช้หนี้หมดครับ

“ตึกแถว” สไตล์ “ชิโน+เรเนซองส์คลาสสิค” ที่ “บ้านฉาง”

จะว่าไปแล้วการที่เป็นคนรู้มากเห็นมาก รวมทั้งการที่ได้ผ่านชีวิตมามากอย่างผมในบางทีก็ไม่ค่อยดีนักครับ เพราะทำให้ยิ่งกังวลมากกับความไม่แน่นอนในอนาคต คงต้องยอมรับนะครับว่าสังคมไทยเรากำลังตกอยู่ในสภาวะอันตรายของ “เงินไหล” + “หนี้ล้น” ในสถานการณ์เช่นนี้ก็คงต้องประคองกันไปครับ โดยอาศัย “ศาสตร์พระราชา ” ที่ “ในหลวง ” ทรงพระราชนิพนธ์“พระมหาชนก ” ไว้เป็นคติสอนใจและเป็นแนวทางการใช้ชีวิต คือ แม้เรือสำเภาจะอัปปางล่มจมลงกลางมหาสมุทร แม้จะไม่เห็นฝั่งแต่ก็จะว่ายด้วย “ความเพียรอันบริสุทธิ์ ” ถึงพร้อมทั้ง “สติ ” และ “ปัญญา ” (รวมทั้งการดำเนินชีวิตแบบเดิน “สายกลาง ” อย่าง “พอเพียง ” ที่เรียกว่า “มัชฌิมาปฏิปทา ”) แนวคิดเหล่านี้แหละครับที่นำผมไปสู่ “อสังหาฯ+บูรณาการ ” เป็นการฟื้นคืนชีพที่เปรียบเสมือนการกลับมาใหม่ของอาคารประเภท “ตึกแถว

 

“ตึกแถว” สไตล์ “ชิโน+เรเนซองส์คลาสสิค” ที่ “บ้านฉาง”


            เป็นเรื่องประจวบเหมาะที่ผมตกปากรับคำในการพัฒนารูปแบบ “อาคารพาณิชย์” เรียกให้เข้าใจง่าย ๆ ว่า “ตึกแถว ” ในเขตพื้นที่บ้านฉาง ซึ่งตั้งอยู่ในทำเลที่ดีเยี่ยม เพราะอีกไม่นานก็จะมีโครงการรถไฟความเร็วสูง สาย “กรุงเทพฯ”-“ระยอง ” ทำให้การเดินทางจะสะดวกสบายมากขึ้น จาก “กรุงเทพฯ” ใช้เวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง และจากทำเลที่ตั้งก็อยู่บนถนนสายหลักที่แยกจากถนน “สุขุมวิท” ลงไปยังหาด “พลา” ซึ่งก็มีโรงแรมระดับ 3 ถึง 5 ดาวมากมาย นอกจากนั้นยังอยู่ใกล้กับโรงเรียนนานาชาติ และในเร็ว ๆ นี้ก็จะมีโรงเรียนขนาดใหญ่มาเปิดอีก เช่น โรงเรียนมารีวิทย์ อีกทั้งยังอยู่ใกล้แค่เอื้อมกับสนามกอร์ฟ “อีสเทิร์นสตาร์ ” ซึ่งเป็นสนามระดับมาตรฐานที่สามารถจัดการแข่งขันกอร์ฟระดับนานาชาติได้ และที่สำคัญจากทำเลที่ตั้งใช้เวลาเดินทางเพียง 15 นาที ก็ถึง “สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา ” ซึ่งในอนาคตก็จะเป็นสนามบินนานาชาติที่มีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการรองรับผู้โดยสารนับล้านคนในแต่ละปีที่เดินทางมาทำธุรกิจธุรกรรมและมาท่องเที่ยวในภาคตะวันออก นอกจากนั้นยังอยู่ไม่ไกลนักจาก “พัทยา ” ซึ่งเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่สำคัญบนแผนที่โลกครับ

 

“ตึกแถว” สไตล์ “ชิโน+เรเนซองส์คลาสสิค” ที่ “บ้านฉาง”


จะว่าไปแล้วผมมักจะพูดเสมอว่าหัวใจสำคัญของการลงทุนใน “อสังหาฯ +บูรณาการ” นั้นมีหลักสำคัญยิ่งอยู่ 4 ประการ ดังต่อไปนี้ ประการแรก คือ ทำเลที่ตั้ง จะต้องอยู่ในย่านชุมชนที่เศรษฐกิจกำลังขยายตัวเพราะจะทำให้การลงทุนในอสังหาฯ คืนทุนได้ไวและเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะมูลค่าสินทรัพย์เพิ่มอยู่ตลอดเวลา ประการที่ 2 คือ นอกจากจะต้องสวยงาม เด่น สะดุดตาแล้ว ยังต้องเป็นอาคารมีลักษณะพิเศษอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่ง “ตึกแถว ” ของโครงการ “ชีวาปุรี ” นี้ตึกแถวมีเพียง 8 ยูนิต และมีความพิเศษนอกจากความสวยงามโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์แล้ว คือ ยังสามารถปรับปรุง ให้เป็นอพาร์ตเม้นท์ขนาดเล็ก เพราะนอกจากจะทำการค้าได้แล้วยังสามารถทำเป็นห้องเช่าทั้งรายวันและรายเดือนได้ถึงยูนิตละ 5 ห้องพัก พร้อมห้องน้ำในตัวและระเบียงกว้างทุกห้อง ประการที่ 3 คือ จะต้องมีราคาที่ไม่สูงเกินไป (ในกรณีที่ทำการกู้ยืมจากทางธนาคารก็สามารถผ่อนตัวเองได้ ) ประการที่ 4 ความเชื่อมั่นในตัวผู้ประกอบการที่จะต้องส่งมอบอาคารที่มีคุณภาพให้กับผู้ซื้อตามเงื่อนไขที่กำหนด ดังนั้นหากชาว “คนรักบ้าน ” ท่านใดประสงค์จะลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นประเภทใดก็ลองเอาแนวทาง “อสังหาฯ+บูรณาการ ” ของผมทั้ง 4 ประการมาใช้เป็นเงื่อนไขในการพิจารณาครับ

 

“ตึกแถว” สไตล์ “ชิโน+เรเนซองส์คลาสสิค” ที่ “บ้านฉาง”

            สำหรับในสัปดาห์นี้ก็มาชื่นชมความงามของ “ตึกแถว ” ในสไตล์ ชิโน+เรเนซองส์คลาสสิค ที่ “บ้านฉาง” ระยอง ที่เป็นการต่อยอดทางความคิดมาจาก “ตึกแถว ” ซึ่งเป็น “ของดีมีอยู่ ” ที่คู่กับสังคมไทยมายาวนานหลายร้อยปี ส่วนท่านที่สนใจรายละเอียดของ “ตึกแถว” ในโครงการ “ชีวาปุรี” @ “บ้านฉาง” ก็สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ 086-7925592 คงต้องรีบหน่อยนะครับ ผมก็สอบถามทางโครงการว่า “ตึกแถว ” ดี ๆ แบบนี้ ทำไมทำแค่นี้ ก็ได้รับคำตอบอย่างซื่อตรงว่าที่ดินทำเล “ตึกแถว ” ดี ๆ เช่นนี้หายากและมีราคาแพง มีพื้นที่ดินแค่นี้ก็ทำแบบ “พอเพียง ” แค่นี้ครับ

อ่ า น ต่ อ . . .
“ตึกแถว” ในสไตล์ “ชิโน+เรเนซองส์คลาสสิค”

สำหรับนักวิชาการทางด้านสถาปัตยกรรมและผังเมืองอย่างผมแล้วอาคารประเภท “ตึกแถว” จัดได้ว่าเป็น “สถาปัตยกรรมพื้นถิ่น ” (Vernacular Architecture) อีกประเภทหนึ่งของ “คนเมือง ” ในเขต “เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีเอกลักษณ์ผสมผสานของ “วิถี ” การดำเนินชีวิต ที่สื่อให้เห็นประวัติศาสตร์ของเมืองในท้องถิ่นนั้น ๆ เพราะ “ตึกแถว” เป็นการผสมผสานของที่อยู่อาศัยและทำกิจการค้า ประกอบธุรกิจขนาดย่อม ที่เป็นการขายปลีกเป็นส่วนใหญ่ อยู่ในชุมชนที่หนาแน่น ในแหล่งธุรกิจกลางชุมชนเมือง โดยปรกติแล้วชั้นล่างจะเป็นร้านค้าย่อย ชั้นสองเป็นที่อยู่อาศัย ในกรณีชั้นที่สูงกว่านั้นอาจทำเป็นที่เก็บสินค้า มักมีโครงสร้างเป็น “ก่ออิฐถือปูน ” หรือเป็น “คอนกรีตเสริมเหล็ก (โดยมีวิวัฒนาการมาจาก “ห้องแถวไม้ ”) ก่อเกิดเป็นกระบวนการ “บ้านสวยเมืองงาม ” ดังเช่นย่าน ถนน “เจริญกรุง ” หรือ “New Road ” ในสมัย “พระพุทธเจ้าหลวง ” ที่สองฝั่งฟากถนนก็ล้วนแต่เคยเป็น “ตึกแถว” ในสไตล์ “ชิโน+เรเนซองส์คลาสสิค ” น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่งครับ เพราะถ้าเราสามารถอนุรักษ์อาคารเหล่านี้คนที่เข้ามาเมืองไทยก็มีความประทับใจว่าทำไม “สยามประเทศ ” ถึงมีอาคารบ้านเรือนที่สวยงามและหลากหลายเช่นนี้ ซึ่งจริง ๆ แล้ว สมัย “ล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ” อาคารประเภท “ตึกแถว ” สไตล์ “ชิโน+เรเนซองคลาสสิค” ก็เป็นนิยมกันมากครับ ทำให้ผมเกิดประกายความคิดว่าอาจจะต้องกลับมาฟื้นฟู “ตึกแถว ” ในสไตล์ย้อนยุคขึ้นใหม่ เพื่อให้สามารถรองรับกิจกรรมต่าง ๆ ในการดำเนินชีวิตที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้นในสภาวะสังคม “แดกด่วน ” ดังเช่นในปัจจุบัน

 

“ตึกแถว” ในสไตล์ “ชิโน+เรเนซองส์คลาสสิค”

การเริ่มต้นของการผสมผสานของรูปแบบทาง “ศิลปะสถาปัตยกรรม” ประเภท “ตึกแถว ” แบบก้าวกระโดดนี้ได้เกิดขึ้นเมื่อครั้งที่ “พระพุทธเจ้าหลวง ” เสด็จประพาส “ชวา ” และ “สิงคโปร์ ” ฯลฯ สิ่งใดที่พระองค์ท่านทรงเห็นว่าเป็นประโยชน์เหมาะต่อ “สยาม” ประเทศ ท่านก็ทรงนำเข้ามาปรับปรุง,ดัดแปลง,ประยุกต์ใช้ ซึ่งจะว่าไปแล้ว “ตึกแถว ” ก็เริ่มเบ่งบานกันอย่างจริง ๆ จัง ๆ นับตั้งแต่นั้นมา ก็ลองนับเวลากว่าร้อยปีล่วงแล้วครับ สังเกตได้จาก “ตึกแถว ” บริเวณ “ท่าช้าง ”, “ท่าเตียน ” , ไปตลอดแนวถนน “เจริญกรุง ” ฯลฯ ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการ เพียงแค่อยาก “ทันสมัย” เป็นเหมือนเขาแต่ไม่อยากเป็นอย่างเราก็เลยก่อให้เกิดการพัฒนาแบบ “แดกด่วน” ก็เลยทำไปแบบสิ้นคิดไปทุบทำลาย “ของดี มีอยู่ ” ประเภท “ตึกแถว ” ส่วนใหญ่ทิ้งเสียฉิบ ท่านลองหลับตานึกภาพดูว่าหากตลอดแนวสองข้างทางถนน “เจริญกรุง ” ถ้าในปัจจุบันเราสามารถอนุรักษ์,สืบสานและพัฒนา ยังคงสภาพ “ตึกแถว” ในรัชสมัย “พระพุทธเจ้าหลวง” เอาไว้ได้บ้านเมืองจะมีความสวยสดงดงามขนาดไหน ถ้าเมื่อใดเรากลับไปสู่ “ราก” (ซึ่งก็หมายถึง “ราก” ของ “ตึกแถว” สมัยล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ) เราจะค้นพบ “ของดี มีอยู่ ” ของ “ตึกแถว ” และต่อยอดทางความคิดจาก “ราก ” ที่เข้มแข็งเป็น “ตึกแถวสายพันธุ์ใหม่” ที่สามารถรับใช้ “วิถี ” การดำรงชีวิตรูปแบบใหม่ ๆ ในยุค “โลกาภิวัฒน์ ” ครับ

“ตึกแถว” ในสไตล์ “ชิโน+เรเนซองส์คลาสสิค”

          ในใจลึก ๆ ผมมีความเชื่อว่า “สยาม ” ประเทศของเราถึงแม้จะแปรเปลี่ยนไปมากตามกาลเวลา แต่ยังคงเป็นประเทศที่ร่ำรวยความสุขครับ ถึงจะไม่ร่ำรวยเงินทองอะไรมากมายแบบใคร ๆ แต่ก็ร่ำรวยความสุขขอย้ำประเด็นนี้ครับ เพราะเราเป็นประเทศที่มีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างยิ่งในด้าน “ทรัพยากร ” ทั้งทางธรรมชาติและ “ทรัพยากร” ที่ชนชาว “สยาม ” ได้รังสรรค์ขึ้นจนเป็นที่กล่าวขานกันไปทั้งเจ็ดย่านน้ำว่า เป็นดินแดน “สุวรรณภูมิ ” (ที่บางท่านเรียกว่า “ดินแดนแห่งทองคำ ”) “ตึกแถว ” ก็เป็นหนึ่งใน “ทรัพยากร” อันอุดมที่เราเคยมีอยู่และคงมีอยู่ต่อไป ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ที่เราจะต้องร่วมมือร่วมใจ “อนุรักษ์ สืบสาน ” และ “พัฒนา ” รูปแบบ “ตึกแถว” ในสไตล์ “ชิโน+เรเนซองส์คลาสสิค” ให้พัฒนารูปแบบก้าวไปพร้อมกับสังคมไทยครับ

 

อ่ า น ต่ อ . . .
การตกแต่งภายใน “ตึกแถว” สไตล์ “ชิโน+เรเนซองส์คลาสสิค” ขนาด 3 ชั้น 5 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ

            ผมนึกย้อนกลับไปเมื่อหลายปีล่วงมาแล้ว ครั้งที่ผมได้รับการทาบทามให้ทำการพัฒนารูปแบบ “ตึกแถว” เพื่อเป็นการต่อยอดจากรูปแบบเดิม ๆ ที่ชั้นล่างเป็นพื้นที่สำหรับการประกอบกิจการการค้า ส่วนชั้นบนมักจะเป็นที่พักอาศัยหรือใช้เป็นที่เก็บของ บางทีก็ปิดทิ้งไว้ไม่ได้ใช้งานนานหลายปี จากการที่ผมเป็นนักเดินทางท่องไปเพื่อศึกษาศิลปสถาปัตยกรรมในโลกกว้าง ผมประทับใจ “ตึกแถว ” ในเมืองใหญ่ ๆ ในยุโรป เช่น “ลอนดอน ”, “ฟลอเรนซ์ ”, “ปิซ่า ”, “โรม” , “บาเซโลน่า ”, ฯลฯ โดยเฉพาะที่ “ปารีส” บนถนน “ชองป์เอลิเซ่ ” ที่นำไปสู่ประตูชัย และเป็นย่านการค้าที่สำคัญอันเต็มไปด้วยร้านรวงต่าง ๆ มากมาย แต่ถ้าสังเกตุให้ดี ๆ จะเห็นว่าเป็น “ตึกแถว ” ที่มีลักษณะพิเศษ คือ จะมีประตูเล็ก ๆ ที่จะขึ้นไปบนชั้น 2 ชั้น 3 ชั้น 4 ชั้น 5 ฯลฯ ซึ่งผู้พักอาศัยชั้นบนสามารถขึ้นไปได้โดยตรงจากทางเดินเท้าหรือฟุตบาท

การตกแต่งภายใน “ตึกแถว” สไตล์ “ชิโน+เรเนซองส์คลาสสิค” ขนาด 3 ชั้น 5 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ

ดังนั้น “ตึกแถว ” ในย่าน “ชองป์เอลิเซ่ ” ส่วนใหญ่แล้วชั้นล่างจึงเป็นส่วนแสดงสินค้า มีกระจกบานกว้างเพื่อให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาเห็นบรรดาสินค้าที่จัดแสดงอย่างชัดเจน พอแหงนหน้ามองขึ้นไปตั้งแต่ชั้น 2 ก็จะมีระเบียงหรือราวกันตกที่มักจะเป็นเหล็กหล่อ (Wrought Iron) ที่มีลวดลายสวยงามเป็นเอกลักษณ์ของสกุลช่าง “ฝรั่งเศส ” ที่แสนจะ “โรแมนติก ” และมักจะมีประตูสูงและหน้าต่างที่แคบ ( Bay Window) ซึ่งผมชื่นชอบการออกแบบ “ตึกแถว ” ในรูปแบบนี้มากครับ เพราะสามารถใช้ทุกตารางเมตรอย่างคุ้มค่า เพราะโดยธรรมชาติของการใช้งานของอาคารประเภท “ตึกแถว ” มักจะตั้งอยู่กลางย่าน “การค้า” และ “แหล่งงาน ” ดังนั้นการมีที่พักใกล้ “แหล่งงาน ” เป็นประเภท “อพาร์ตเม้นท์ ” ใจกลางเมืองขนาดกระทัดรัด จึงเป็นเรื่องที่ดีและสะดวกสบายอย่างยิ่งสำหรับผู้พักอาศัยในชุมชนเมือง เพราะสามารถประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางและยังทำให้ชุมชนนั้นคึกคักคึกครื้นตลอดทั้งวันทั้งคืน ดังเช่น “ตึกแถว” ริมถนน ย่าน “ชองป์เอลิเซ่ ” และกลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของ “ปารีส ” โดยปริยาย โดยเฉพาะร้านรวงที่หลากหลายรวมทั้งสินค้าร้านขายสินค้าแบรนด์เนมดัง (ที่มีพวก “ไฮโซ” ทั่วโลกเป็นสาวก) หรือร้านเบเกอร์รี่ ชา กาแฟ เครื่องดื่มต่าง ๆ ขอสารภาพว่าครั้งแรกที่ผมไปเยือน “ตึกแถว ” ย่าน “ชองป์เอลิเซ่ ” ผมก็หลงเสน่ห์ ตกหลุ่มรักแบบแรกพบกับ “ตึกแถว” ของชาว “ปารีสเซียง” จนหมดทั้งตัวและทั้งใจครับ โดยเฉพาะบรรยากาศร้านกาแฟริมถนนที่บรรดาผู้คนต่างนั่งทอดหุ่ยอย่างสบายอารมณ์ค่อย ๆ จิบชื่นชมรสชาติที่ขมขื่นของกาแฟชั้นเลิศไปอย่างช้า ๆ แบบปล่อยให้โลกหมุนไปตามกาลเวลา และที่น่าสนใจคือแทบทุกคนจะนั่งหันหน้าออกไปทางถนน ดูบรรดาผู้คนที่สัญจรเดินทางผ่านไปมา ที่ล้วนแต่แต่งตัวอย่างล้ำสมัยมาอวดประชันกัน ไม่ยอมน้อยหน้า สมศักดิ์ศรี “ปารีส ” ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น “มหานครแห่งแฟชั่น ” จะว่าไปแล้วบรรยากาศก็เหมือนนั่งริม “แคทวอร์ค ” ชมนางแบบ+นายแบบ (ในวัยต่าง ๆ) ที่เดินผ่านฟุตบาทหน้า “ตึกแถว” ทั้งวันทั้งคืน เพราะยิ่งดึกก็ยิ่งคึกครื้นคึกคักเป็นอย่างยิ่งครับ

การตกแต่งภายใน “ตึกแถว” สไตล์ “ชิโน+เรเนซองส์คลาสสิค” ขนาด 3 ชั้น 5 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ

            สัปดาห์นี้ก็มาชื่นชมละเอียด “ตึกแถว” ที่ “บ้านฉาง ” สูง 3 ชั้น ในสไตล์ ชิโน+เรเนซองส์คลาสสิค ทั้ง 8 คูหา (แต่มีเพียง 6 ยูนิต เพราะห้องหัวมุมเป็นห้องละ 2 คูหา) ซึ่งผมทุ่มเทใจเข้าไปใส่ในการออกแบบเพื่อให้ “ตึกแถว” นี้เป็นทั้ง “ที่รัก ” และ “ที่พักอาศัย ” ในขณะที่ชั้นล่างสามารถทำกิจการค้า ส่วนชั้นบนแต่ละยูนิตก็ถูกออกแบบเป็นห้องพักในสไตล์อพาร์ตเม้นท์ รวมแล้วเป็นห้องพัก 5 ห้องนอน และ 5 ห้องน้ำ พร้อมระเบียงกว้างที่เปิดรับสายลมอ่อน ๆ (จากชายทะเลหาด “พลา ” ที่เห็นลิบ ๆ อยู่ไม่ไกล) และแสงแดดอุ่น ๆ ท่านที่สนใจรายละเอียดการตกแต่งภายใน “ตึกแถว” สูง 3 ชั้น แบบ 5 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ ที่ผมได้รับแรงบันดาลใจจากการเดินทางท่อง “ยุโรป ” และได้นำเอา “ของดีมีอยู่ ” ข้ามน้ำข้ามทะเลนำมาประยุกต์ใช้กับ “ตึกแถว” ในบ้านเรา ก็สามารถขอรายละเอียดการตกแต่งภายในเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 086-7925527 ก็อยากให้แฟน ๆ ชาว “คนรักบ้าน ” นำเอาแนวคิดในการตกแต่งภายใน “ตึกแถว ” ของผมไปต่อยอดครับ เพื่อทำให้ “อาคารบ้านเรือน ”ประเภท “ตึกแถว ” ของเราก้าวเข้าไปสู่ “อารยะสถาปัตยกรรม ” ไม่น้อยหน้า “ตึกแถว ” ชาติใดในโลกและที่สุดแล้วก็จะนำเราไปสู่กระบวนการ “บ้านสวยเมืองงาม ” ที่ผมฝันถึง และท่านที่สนใจก็สามารถเข้าไปค้นหาข้อมูลย้อนหลังได้ที่ www.homeloverthai.com ครับ

อ่ า น ต่ อ . . .
“บ้านสวยเมืองงาม” กับ “ The High One” สุด “Hip”

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว “คนรักบ้าน” ก็ต่อจากคราวที่แล้วที่ผมได้นำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับคอนโดฯ สุด “Hip ” ที่ “แหลมแท่น” ชายทะเล “บางแสน” จังหวัดชลบุรี พอได้รับรู้รับทราบถึงกระบวนการออกแบบทางสถาปัตยกรรมแล้ว หลายท่านคงคิดไม่ถึงว่ากว่าจะเป็นคอนโดฯที่สวยสดงดงามหลังหนึ่งนั้นมีกระบวนการทำงานที่ซับซ้อนมิใช่น้อยและมีการพัฒนาการไปตามขั้นตอน ค่อย ๆ เสริมเติมแต่งถึง 7 ครั้ง 7 รูปแบบ จนกระทั่งลงตัวเป็นที่ยอมรับทั้งจากเจ้าของอาคารและจากสถาปนิกผู้ออกแบบ ตลอดจนการตกแต่งภายในที่ลงตัวสุด ๆ จะว่าไปแล้ว “เพชร” ก็ย่อมเป็น “เพชร” แท้ครับ ยิ่งถ้าได้ผ่านการเจียระไนอย่างพิถีพิถันจากช่างเจียระไนมืออาชีพแล้ว ก็ทำให้เมื่อนำมาประดับบนวงแหวนแล้วก็จะเปล่งประกายเจิดจรัสงดงามเป็นที่ต้องตาต้องใจกับบรรดาผู้พบเห็นและจะทรงคุณค่าตราบนานเท่านาน

 

“บ้านสวยเมืองงาม” กับ “ The High One” สุด “Hip”

            การออกแบบทาง “สถาปัตยกรรม” ก็เหมือนกับการเจียรนัย “เพชร” นี่แหละครับ ต้องค่อยเติมเริ่มใส่รายละเอียดจนถึงจุดสูงสุด ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจว่า อาคารบางหลังจึงคงความงามนับร้อยปี เป็น “ศักดิ์เป็นศรี” เป็น “คุณงามความดี” ของเมือง เป็นที่กล่าวขานกันไปทั่วว่ามีความ “ศิวิไลซ์” ทั้งในแง่ “ความคิดสร้างสรรค์” และ “เชิงช่าง” ดังนั้นในส่วนตัวของผมในฐานะ “สถาปนิก” จึงชื่นชอบกับการเดินทางท่องโลกไปเยี่ยมชมอาคารบ้านเรือนในประเทศต่าง ๆ และในขณะเดียวกันก็น้อมศรีษะคาราวะ “สถาปนิก” ผู้ออกแบบที่ได้ทิ้งมรดกทางวัฒนธรรมและความคิดให้คนรุ่นหลังอย่างผมได้เรียนรู้เพื่อนำไปต่อยอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการที่ได้เยี่ยมชมย่านเมืองเก่าไม่ว่าจะเป็นใน ลอนดอน, ปารีส, โรม, กลานาดา , แมดดริด, บาเซโลน่า, ปิซา, เวนิส, ฟลอเรนซ์ ฯลฯ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็น “ตักสิลา” ที่อุดมไปด้วยองค์ความรู้ เป็นมหานครที่ผมหลงใหลและกระหายที่จะได้เข้าไปเรียนรู้และนำเอาบรรดา “ของดีมีอยู่ ” เหล่านั้นมาปรับประยุกต์ใช้ในบ้านเรา ซึ่งผมมักเรียกกระบวนการนี้ว่า “บ้านสวย เมืองงาม ” ครับ

 

“บ้านสวยเมืองงาม” กับ “ The High One” สุด “Hip”

            จะว่าไปแล้วกระบวนการ “บ้านสวย เมืองงาม ” คือ การมุ่งมั่นที่จะทำให้ “บ้านเมือง งดงาม ” ซึ่งจุดเล็ก ๆ จุดนี้แหละครับเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่จะนำไปสู่ชุมชนที่ดี มีวิถีการกินการอยู่ที่ดี มีอาคารบ้านเรือนที่ดีและก็จะนำไปสู่การมีจิตใจที่ดีและรักถิ่นฐานบ้านเกิดในที่สุด ดังนั้นในการออกแบบคอนโดฯ The High One ซึ่งตั้งอยู่บริเวณวงเวียน “แหลมแท่น” ชายหาด “บางแสน” ก็น่าจะพูดได้ว่าเป็นผืนดินที่สวยที่สุดแปลงหนึ่งเลยทีเดียวและโชคดีเป็นอย่างยิ่งที่ลักษณะที่ดินเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ด้านยาวขนานกับชายทะเล ทำให้สามารถออกแบบและวางผังคอนโดมิเนียมสุด Hip หลังนี้เป็นแบบ “Single Loaded Corridor ” (คือมีทางเดินด้านเดียว) ซึ่งระบบ Circulation นี้จะทำให้การสัญจรภายในอาคารไม่อึดอัดสามารถรับทั้งสายลม, แสงแดดและโอโซนของทะเลอย่างเต็มที่ (คอนโดมิเนียมส่วนใหญ่มักจะเป็นแบบ “Double Loaded Corridor ” ซึ่งหมายถึงทางเดินกลางและมีห้องทั้งฝั่งซ้าย ฝั่งขวา โดยการวางผังในลักษณะนี้หากออกแบบบริเวณทางเดินไม่ดีจะอับทึบ) และในขณะเดียวกันในการออกแบบ “ Single Loaded Corridor ” ทำให้ผมสามารถจัดสวนสำหรับการพักผ่อนในอาคารก็ยิ่งทำให้มีสภาพแวดล้อมที่น่าอยู่มากขึ้น นอกจากนั้นผมยังได้เพิ่มเอกลักษณ์ของ The High One” คอนโดมิเนียมสุด “Hip” นี้ คือ ออกแบบให้มีสระว่ายน้ำ แบบ “ซีทรู” ในชั้น 2 ซึ่งน่าจะเป็นสระแรกและสระเดียวใน “บางแสน” ที่เมื่อลงเล่นในสระว่ายน้ำก็จะเห็นทะเลสวยสุดลูกหูลูกตา ตลอดจนการออกแบบอาคารเป็นสไตล์ Modern Contemporary ที่มีความงดงามแบบร่วมสมัยประเภทที่ สวยเย็น สวยลึก และสวยนาน ไม่ว่าจะ “มองผาด” หรือ “มองพิศ” ก็มีความงามน่าประทับใจ เห็นครั้งเดียวก็สามารถจดจำได้ครับ

 

“บ้านสวยเมืองงาม” กับ “ The High One” สุด “Hip”

            สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น ” ครับ ในสัปดาห์นี้ก็มาชื่นชมความงามของ The High One ที่ “แหลมแท่น” กันแบบจุใจ เพื่อที่จะได้นำเอาความคิดไปต่อยอด ทำให้ดีกว่าที่ผมได้ออกแบบ มาแข่งขันกัน ทำให้ “บ้านเมือง สวยงาม ” เป็นสังคม “ศิวิไลซ์” เป็น “ศักดิ์เป็นศรี” และเป็น “คุณงาม ความดี” อาจฟังดูเหมือนจะยากนะครับเพราะหนทางยังอีกไกลกว่าคนไทยจะมีบ้านเมืองสวยงามเทียบเท่าบรรดานานาอารยะประเทศ แต่ถ้าไม่เริ่มตั้งแต่วันนี้ เพราะการเดินทางไกลหมื่นลี้นั้นที่ยากที่สุดก็ลี้แรกนี่แหละครับ สำหรับท่านที่สนใจโครงการคอนโด The High One” คอนโดฯ สุด “ Hip” ที่ “แหลมแท่น” ก็สามารถติดต่อได้โดยตรงที่เบอร์ 087-5395153 หรือท่านที่สนใจเบื้องหลังเบื้องลึกของการทำงานในการออกแบบ รวมทั้งภาพ 3 มิติเสมือนจริง “แอนนิเมชั่น ” ของ The High One ก็สามารถติดต่อขอรับได้โดยตรงที่ อ.เชี่ยว ชอบช่วย หรือ ผศ.ดร.ภัทรพล เวทยสุภรณ์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากรวังท่าพระ ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200 ก็จะจัดส่ง ซีดีไปให้ทุกท่านครับ

อ่ า น ต่ อ . . .
“แห่ถอนเงิน เทขายทอง” ที่ “ไซปรัส” กระเทือน “ไซแอม” (2)

เมื่อสองสัปดาห์ก่อนผมได้พูดถึงวิกฤติการณ์ทางการเงินที่ “ไซปรัส ” ซึ่งส่งผลกระทบมาถึง “สยาม” ประเทศ หรือ “ไซแอม” อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะผมมั่นใจว่าสถานการณ์วิกฤติเช่นนี้อย่างไรเสีย “ธนาคารแห่งประเทศไทย” ก็ต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นแน่แท้ และก็จะส่งผลกระทบให้การขยายตัวของการลงทุนในธุรกิจ “อสังหาริมทรัพย์” ชะลอตัวลง เพราะการขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะส่งผลโดยตรงต่อผู้ซื้อ ที่จะต้องผ่อนแพงขึ้น และยังเป็นมาตรการในการป้องปราม “ฟองสบู่” ของการขยายตัวอย่างเร็วเกินไปของอสังหาริมทรัพย์บางประเภท เช่น คอนโดมิเนียมที่ผุดขึ้นอย่าดาษดื่นในบางพื้นที่ครับ

ซึ่งผมก็เคยเกริ่นไปแล้วว่า “ไซปรัส” เหลือทางออกอีกไม่กี่ทางหรอกครับ อย่างแรก คือ ขอความช่วยเหลือจากสถาบันการเงิน “ยุโรป ” ซึ่งก็ทำได้ไม่ง่ายนัก ประการที่สอง หันไปขอความช่วยเหลือจาก “รัสเซีย” ซึ่งเป็นกลุ่มทุนใหญ่ที่คุ้นเคยกับ “ไซปรัส ” มายาวนานซึ่งก็จะต้องมีเงื่อนไขต่าง ๆ ตามมามากมายที่อาจจะยอมรับได้และไม่ได้ เช่น การเข้าเทคโอเวอร์ธนาคาร เข้าไปเป็นหุ้นส่วนในทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของ “ไซปรัส ” อาทิเช่น แก๊สธรรมชาติ หนักข้อเข้าอาจถึงขั้นตั้งฐานทัพ “รัสเซีย ” ใน “ไซปรัส ” ซึ่งผมเชื่อว่าทาง “ตุรกี” และกลุ่มพันธมิตรใน Nato หัวเด็ดตีนขาดยังไงก็ไม่ยอม ประการที่สาม คือ ขอความช่วยเหลือจากคริสตจักรนิกาย “ออร์โธดอกซ์” ซึ่งว่ากันว่ามีทรัพย์สินมหาศาล (นิกายนี้มีความใกล้ชิดกับ “รัสเซีย” เป็นอย่างยิ่งครับ) ดู ๆ ไปก็เหมือนกับสมัยที่ไทยถูกโจมตีค่าเงินบาทจนสิ้นเนื้อประดาตัวกันไปทั้งประเทศ ถึงขนาดเงินและทองหมดท้องพระคลังหลวง ก็ได้หลวงตา “มหาบัว” (พระป่าสายพระ “อาจารย์มั่น”) ต้องออกมาระดมบริจาค “ทอง” ช่วยชาติ ประการสุดท้าย “ไซปรัส” ตีลูกซึมอย่างที่พี่ไทย “ไซแอม” เคยเล่นมุขนี้มาแล้วคือ “ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย” ยอมล้มละลายอยากได้อะไรก็ยึดเอาไป ขอตัวและหัวใจเอาไว้ก็พอ มุขตีซี้มั่วนิ่มนั่งยิ้มแล้วบอกว่า “ไม่เป็นไร” อย่างนี้คนไทยถนัดที่สุดครับ คน “ไซปรัส ” ก็น่าจะเรียนรู้จาก “ไซแอม” เอาไว้นะครับ

นอกจากนั้นวิกฤติการณ์ทางการเงินใน “ไซปรัส ” ยังทำให้ค่าเงิน “ยูโร ” อ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่องอีกระยะหนึ่ง เลยเป็นผลให้ค่าเงิน “บาท ” แข็งค่าขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจการส่งออกก็เดือดร้อนกันไปทั่วถ้วนหน้าครับ และผมเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้อีกประมาณสองสามเดือนนับต่อจากนี้ ค่าเงิน “ยูโร ” จะยิ่งทวีมีความผันผวนและอ่อนค่ามากยิ่งขึ้น และถ้าหากควบคุมกันไว้ไม่ดีจนลุกลามไปที่ “สเปน” ซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 4 ของกลุ่มประเทศ “ยูโรโซน ” ก็จะเป็นเรื่องที่น่ากังวลใจเป็นที่สุด เพราะอาจเป็นจุดเริ่มต้นของ “วิกฤติเศรษฐกิจและการเงินโลก ” อีกระรอก นอกจากนี้ “ไซปรัส ” ก็ได้ทำให้บรรดานักลงทุนเกิดความกลัวว่า เงินที่ฝากไว้กับธนาคารต่าง ๆ ในยุโรปที่เคยเชื่อว่าปลอดภัยก็จะไม่ปลอดภัยอีกต่อไป

            โศกนาฏกรรมที่ “ไซปรัส ” ก็ยังไม่จบง่าย ๆ ครับ ก็เป็นไปตามคำที่ผมได้ทำนายไว้ในการบรรยายที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ในวันที่ 6 เมษายน ที่ผ่านมา เพราะเมื่อ “ไซปรัส ” หมดหนทางก็ถูกกดดันให้ต้องเททองจำนวน 10 ตัน ออกสู่ตลาด ซึ่งผลก็เป็นอย่างที่เห็นนี่แหละครับ ทำเอาบรรดานักเก็งกำไรทองในบ้านเรา ต่างขาดทุนกันระเนระนาด ถึงขนาดธุรกิจการซื้อขายทองล่วงหน้าที่เรียกว่า Gold Future ” ต้องสั่ง “Circuit Breaker ” คือ “หยุดพักการซื้อขายชั่วคราว” ซึ่งถือเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ ไม่แน่นะครับหากเหตุการณ์รุกลามบานปลายกลายเป็น “โรคระบาดรุนแรงทางเศรษฐกิจ” ก็จะมีอาการเดียวกันเกิดขึ้นอีก คือ เกิดการ “แห่ถอนเงิน” จากบรรดาธนาคารต่าง ๆ รวมทั้ง “เทขายทอง” ขึ้นที่ “สเปน ”และลามไป “อิตาลี ” ต่อไปที่ “ฝรั่งเศส ” ก็เละกันเป็นโจ๊กแน่ครับคราวนี้

ผมเคยพูดไว้เสมอครับว่าเศรษฐกิจของประเทศเราที่ในอดีตเคยกินเคยอยู่แบบ “พอเพียง” แต่ในปัจจุบันต้องพึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก ดังนั้นเมื่อค่าเงินบาทแข็งและผู้ที่เคยซื้อสินค้าใน “ยุโรป ” และ “อเมริกา ” ต่างก็ถังแตก ต้องรัดเข็มขัดระวังการใช้จ่าย ก็อย่าแปลกใจครับว่าอัตราการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปีนี้อย่างไรก็ติดลบ และก็จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาค “อสังหาริมทรัพย์” ที่จะซื้อจะขายก็ยากมากขึ้น อีกทั้ง “ธนาคารชาติ ” ก็จะมีนโยบายคุมเข้มมากขึ้น คิดแล้วก็เหนื่อยครับ

         ผมนึกถึงคำพูดที่ว่า “เด็ดดอกไม้ สะเทือนถึงดวงดาว ” ที่หมายความว่าเหตุเกิดอีกซีกโลกหนึ่งก็ส่งผลกระทบไปยังอีกซีกโลกหนึ่ง อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จะต่างกันแค่จะเร็วหรือช้าจะหนักหรือเบา เพราะถึงยังไงผลกระทบก็ต้องมาแน่ก็ต้องเตรียมรับมือกันให้ดีโดยไม่ประมาทอย่างเด็ดขาดครับ

อ่ า น ต่ อ . . .
<< Start < Previous 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 Next > End >>

Results 1 - 10 of 1501
บ้านไม่บานยอดนิยม อพาร์ตเม้นท์ไม่บานยอดนิยม พิมพ์เขียวแบบบ้าน 999 บาท

“HOTAP + CONDO” แดงแรงฤทธิ์ @ บ้านฉาง”

เปิดบริการแล้ว สำหรับท่านที่ต้องการเป็นเจ้าของโครงการ “โรงแรมสไตล์รีสอร์ทไม่บาน” หรือ “อินฟินิตี้ อินท์”

ออกแบบ+ก่อสร้างอพาร์ตเม้นท์ไม่บานกับอาจารย์เชี่ยว

บริการงานออกแบบตกแต่งภายในด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้จริง

บ้านไม่บานอัพเดต

การตกแต่งภายใน "ตึกแถว" สไตล์ "ชิโน+เรเนซองส์คลาสสิค"
ขนาด 3 ชั้น 5 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ

           การตกแต่งภายใน “ตึกแถว” สไตล์ “ชิโน+เรเนซองส์คลาสสิค” ขนาด 3 ชั้น 5 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ ผมนึกย้อนกลับไปเมื่อหลายปีล่วงมาแล้ว ครั้งที่ผมได้รับการทาบทามให้ทำการพัฒนารูปแบบ “ตึกแถว” เพื่อเป็นการต่อยอดจากรูปแบบเดิม ๆ ที่ชั้นล่างเป็นพื้นที่สำหรับการประกอบกิจการการค้า ส่วนชั้นบนมักจะเป็นที่พักอาศัยหรือใช้เป็นที่เก็บของ บางทีก็ปิดทิ้งไว้ไม่ได้ใช้งานนานหลายปี จากการที่ผมเป็นนักเดินทางท่องไปเพื่อศึกษาศิลปสถาปัตยกรรมในโลกกว้าง ผมประทับใจ “ตึกแถว ” ในเมืองใหญ่ ๆ ในยุโรป เช่น “ลอนดอน ”, “ฟลอเรนซ์ ”, “ปิซ่า ”, “โรม” , “บาเซโลน่า ”, ฯลฯ โดยเฉพาะที่ “ปารีส” บนถนน “ชองป์เอลิเซ่ ” ที่นำไปสู่ประตูชัย และเป็นย่านการค้าที่สำคัญอันเต็มไปด้วยร้านรวงต่าง ๆ มากมาย . . .

อ่ า น ต่ อ . . .

"ตึกแถว" สไตล์ "ชิโน+เรเนซองส์คลาสสิค" ที่ "บ้านฉาง"

“ตึกแถว” สไตล์ “ชิโน+เรเนซองส์คลาสสิค” ที่ “บ้านฉาง”           ในสภาวะที่เศรษฐกิจของประเทศยังอึมครึมสับสนและหลงทางเสียจนดูเหมือนว่าจะจับต้นชนปลายกันไม่ถูก รวมทั้งกำลังเผชิญการไหลทะลักของเงินทุนต่างชาติสกุลต่าง ๆ เข้ามาจนท่วม “ดินแดนสุวรรณภูมิ” เป็นผลให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นประวัติการณ์ แม้แต่หน่วยงานต่าง ๆ ที่รับผิดชอบในภาครัฐเองก็ยังมีความเห็นแตกต่างยกตัวอย่างระหว่าง “แบงก์ชาติ” และ “กระทรวงการคลัง” ก็กำลังเกี่ยงกันว่าจะมีมาตรการอย่างไรดี ก็อยากเตือนสติบรรดาท่านที่มีอำนาจวาสนาว่า ยิ่งช้าก็ยิ่งไม่ทันการณ์ครับ เพราะบรรดาผู้ส่งออกต่างก็ขาดทุนกันย่อยยับจาก “วิกฤติการณ์ค่าเงินบาท” แข็งค่าขึ้น . . .
อ่ า น ต่ อ . . .
คลินิกคนรักบ้าน

"ตึกแถว" ในสไตล์
"ชิโน+เรเนซองส์คลาสสิค"

“ตึกแถว” ในสไตล์ “ชิโน+เรเนซองส์คลาสสิค”         สำหรับนักวิชาการทางด้านสถาปัตยกรรมและผังเมืองอย่างผมแล้วอาคารประเภท “ตึกแถว” จัดได้ว่าเป็น “สถาปัตยกรรมพื้นถิ่น” (Vernacular Architecture) อีกประเภทหนึ่งของ “คนเมือง” ในเขต “เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีเอกลักษณ์ผสมผสานของ “วิถี” การดำเนินชีวิต ที่สื่อให้เห็นประวัติศาสตร์ของเมืองในท้องถิ่นนั้น ๆ เพราะ “ตึกแถว” เป็นการผสมผสานของที่อยู่อาศัยและทำกิจการค้า ประกอบธุรกิจขนาดย่อม ที่เป็นการขายปลีกเป็นส่วนใหญ่ อยู่ในชุมชนที่หนาแน่น ในแหล่งธุรกิจกลางชุมชนเมือง โดยปรกติแล้วชั้นล่างจะเป็นร้านค้าย่อย ชั้นสองเป็นที่อยู่อาศัย ในกรณีชั้นที่สูงกว่านั้นอาจทำเป็นที่เก็บสินค้า . . .

อ่ า น ต่ อ . . .

Homeloverthai Multimedia
Homeloverthai Multimedia
รายการคนไทยไม่ท้อ >>  

รายการ แผ่นดินพอเพียง   

Homeloverthai Multimedia
Homeloverthai Multimedia
Homeloverthai Multimedia
 

สั่งซื้อ VCD บ้านไม่บานและอพาร์ตเม้นท์ไม่บาน กับอาจารย์เชี่ยว
ได้ที่ 02-3383851  หรือ http://www.nationchannel.com

นิตยสารบ้าน+อพาร์ตเม้นท์ไม่บานกับ อ.เชี่ยว ฉบับสะสม
นิตยสารบ้าน+อพาร์ตเม้นท์ไม่บานกับอ.เชี่ยว ฉบับสะสม เหลือเพียง 6 เล่ม
(เล่ม 7,8,9,10,11,12)  ราคาชุดละ 300 บาท  รวมค่าจัดส่งแบบลงทะเบียน
รายละเอียดการโอนเงิน
ชื่อบัญชี ภัทรพล   เวทยสุภรณ์  ธนาคารกรุงเทพ ฯ  สาขาห้วยขวาง  ประเภทสะสมทรัพย์  บัญชีเลขที่  1764267272
แฟกซ์ pay  in
พร้อมระบุชื่อที่อยู่   หมายเลขโทรศัพท์ และ เล่มหนังสือที่สั่งซื้อ   มาที่หมายเลข  02-6441479 หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-2451399 และ 02-6441478 หรือ สำนักงานบ้านไม่บาน  เลขที่ 1  ซ.ประชาสงเคราะห์ 12   แขวงดินแดง  เขตดินแดง  กทม.  10400