สมัครงานกับทีมงานบ้านไม่บาน คลิกอ่านรายลัเอียดด้านใน

โปรดระวังบุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว   ชอบช่วย หรือ   ผศ.ดร.ภัทรพล   เวทยสุภรณ์  และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง  ฯลฯ  ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ  ทั้งสิ้น  หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์   02-2451399  หรือ  02-6441478  เท่านั้น
บุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว ชอบช่วย หรือ ผศ.ดร.ภัทรพล เวทยสุภรณ์ และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง ฯลฯ ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์ 02-2451399 หรือ 02-6441478 เท่านั้น

ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ "ตักศิลา คเณศ์ธร"

  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
ครบรอบ 120 ปี “ศิลป์ พีระศรี”
ครบรอบ 120 ปี "ศิลป์ พีระศรี"

หน้าแรก arrow เรือนชานบ้านเมือง arrow คำเตือนจาก “โจเซฟ สติกลิตส์”
คำเตือนจาก “โจเซฟ สติกลิตส์”

                ในสัปดาห์ที่ผ่านมากรุงเทพได้มีโอกาสต้อนรับนักเศรษฐศาสตร์ เจ้าของรางวัลโนเบล ปี 2544 จริง ๆ ผมก็ไม่รู้เรื่องการเดินทางมากรุงเทพของนักเศรษฐศาสตร์ระดับปรมาจารย์ท่านนี้หรอกครับ แต่บังเอิญในวันศุกร์ที่ผ่านมา ผมต้องไปประชุมทางวิชาการที่ตึกยูเอ็น แถวราชดำเนิน ก็เลยทราบว่าในช่วงบ่ายมีโปรแกรมที่ โจเซฟ สติกลิตส์ (Joseph Stiglitz) ปรมาจารย์ทางเศรษฐศาสตร์ชื่อก้องโลกท่านนี้ขึ้นพูด และในวันเดียวกันก็ขึ้นพูดอีกรอบหนึ่ง ในหัวข้อเรื่อง "เอเชียเส้นทางสู่เศรษฐกิจใหม่" จัดขึ้นโดยเดอะเนชั่น ร่วมกับ เอเชียนิวส์เน็ทเวิร์ค ที่โรงแรมพลาซ่าแอทธินี ย่านถนนวิทยุ

คำเตือนจาก “โจเซฟ สติกลิตส์”                 โจเซฟ สติกลิตส์ เจ้าของรางวัลโนเบลอันทรงเกียรติ สาขา เศรษฐศาสตร์ได้ตอกย้ำอีกครั้งต่อสาธารณชนให้ตระหนักถึงความล้มเหลวของระบบทุนนิยม ที่ได้ก่อให้เกิดวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจแบบซ้ำซากขึ้นกว่า 125 ครั้ง ในต่างกรรมต่างวาระ อีกทั้งยังได้เตือนสติชาวไทยและชาวเอเชียว่าจำเป็นต้องมีวิสัยทัศน์ หาทิศทางในการพัฒนาให้ได้ว่าเศรษฐกิจสังคมแบบไหนที่เราต้องการ รวมไปถึงที่คนเอเชียต้องการ ทั้งยังต้องค้นหาสิ่งที่เป็นเครื่องมือในการประเมิน หรือ ดัชนีชี้วัดความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจที่ทำให้ประชาชนคนหมู่มากกินดี อยู่ดี มีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข โจเซฟ สติกลิตส์ ได้ตอกย้ำและเตือนสติชาวไทยและชาวเอเชียว่า การเติบโตของตัวเลข จีดีพี ไม่ใช่เครื่องชี้วัดให้เห็นถึงสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่ดี มีความผาสุข ทั้งยังไม่ใช่ตัวช่วย ให้สังคมโดยรวมมีความสุขได้ โจเซฟ สติกลิตส์ เชื่อว่าระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมที่กำลังครอบงำโลกอยู่นั้นล้มเหลว จำเป็นที่จะต้องจัดระบบ ระเบียบทุนนิยมกันใหม่ รวมไปถึงการจัดระเบียบโครงสร้างทางการเงิน การไหลเวียนของเงินในระบบทุนนิยมแบบเก่า ๆ ที่ก่อให้เกิดปัญหาซ้ำซากอย่างต่อเนื่อง หนักบ้าง เบาบ้าง มาเป็นระยะเวลากว่า 2 ทศวรรษ ล้วนมาจากกระแสการลงทุนโดยตรงของนายทุนข้ามชาติ กว่า 80 เปอร์เซ็นต์ อีกทั้งยังเป็นการลงทุนเพื่อควบรวมกิจการแทนที่จะเป็นการลงทุนที่ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริงในเรียวเซ็กเตอร์ เพื่อช่วยส่งเสริมความสามารถในการผลิตและยกระดับมาตรฐาน การกินดี อยู่ดี ในปัจจัยทั้ง 4 ที่สำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์

                หากว่ากันตามตรงแล้วสิ่งที่ โจเซฟ สติกลิตส์ นักเศรษฐศาสตร์ชื่อก้องโลกท่านนี้ได้แสดงวิสัยทัศน์ออกมานั้น ไม่ใช่เรื่องใหม่เลยครับสำหรับคนไทย แท้จริงแล้วเป็นเรื่องเก่าที่เรามองข้ามความสำคัญไป ที่ โจเซฟ สติกลิตส์ พูดมาทั้งหมดก็ล้วนแต่เป็นแนวคิดในเศรษฐกิจทฤษฎีใหม่ที่เรามักจะเรียกสั้น ๆ ว่า "เศรษฐกิจพอเพียง" นั่นแหละครับ เป็นเศรษฐกิจแนวทางใหม่ที่ในหลวงได้ทรงพระราชทานให้แก่พสกนิกรของพระองค์และพระองค์ทรงเป็นแบบอย่างมานานหลายสิบปี ท่านจะสามารถเข้าใจปรัชญาการมองของ โจเซฟ สติกลิตส์ ได้ไม่ยากเลยครับ เพียงแต่ท่องคำว่า "ประโยชน์ กับ ความสุข" คือ การกระทำใดๆ ก็ตามล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์แต่ประโยชน์นั้นก่อให้เกิดความสุขกับตัวท่าน กับสังคมที่ท่านอยู่หรือไม่

                ดังนั้นผมอยากเห็นสังคมไทยมีวิสัยทัศน์ที่จะแสวงหาแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในรูปแบบใหม่ ๆ ที่ก่อให้เกิดความสมดุลระหว่างประโยชน์และความสุข ผมดีใจนะครับที่ โจเซฟ สติกลิตส์ ได้มาเมืองไทย เพราะหวังว่าบรรดาคนไทยส่วนใหญ่ที่เห่อฝรั่ง เห็นฝรั่งเป็นเทวดา พูดอะไรออกมาก็ต้องเชื่อ คราวนี้ฝรั่งระดับรางวัลโนเบลที่ถือว่าเป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก สุดท้ายก็ต้องกลืนน้ำลายตัวเองหันกลับมาพูดเรื่อง "เศรษฐกิจพอเพียง" อันจะเป็นทางรอดของโลกทุนนิยมในอนาคตที่ถ้าหากยังดื้อดึงขืนฝืนยื้อต่อไป ก็จะต้องล่มสลายลงเป็นโดมิโนทั้งระบบ เพราะขนาดทุนนิยมตัวแม่อย่างสหรัฐอเมริกาก็ยังจะเอาตัวแทบไม่รอดอยู่ในขณะนี้

                 คิดไปคิดมาก็น่าขำนะครับสุดท้ายบรรดาฝรั่งตาน้ำข้าวก็ต้องมาตายน้ำตื้นด้วยวิถีคิด "เศรษฐกิจพอเพียง" ของพระเจ้าอยู่หัว มาถึงอารมณ์นี้ใจของผมก็อดนึกถึงพ่อมดระดับพี่เต้ยของระบบทุนนิยมโลก คือ จอร์จโซรอซ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยออกมาพูดเหน็บแนมระบบทุนนิยมเอาไว้อย่างเฉียบคมว่า "ในระบบทุนนิยมนั้นสุดท้ายก็ต้องตายกันหมด" ดังนั้นจงตื่นเถิดชาวไทย อย่ามัวหลับใหลลุ่มหลงหันกลับสู่ "เศรษฐกิจพอเพียง" หันกลับมาแสวงหาความสมดุลของ "ประโยชน์กับความสุข" ทั่วโลกเขาตื่นกันหมดแล้ว คงได้เวลาที่พวกเราชาวไทยควรตื่นกันเสียทีครับ

<Previous   Next>