|
 บุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว ชอบช่วย หรือ ผศ.ดร.ภัทรพล เวทยสุภรณ์ และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง ฯลฯ ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์ 02-2451399 หรือ 02-6441478 เท่านั้น |
|
|
|
 |
| ครบรอบ 120 ปี "ศิลป์ พีระศรี" |
|
|
|
คำเตือนจาก “โจเซฟ สติกลิตส์” |
|
ในสัปดาห์ที่ผ่านมากรุงเทพได้มีโอกาสต้อนรับนักเศรษฐศาสตร์
เจ้าของรางวัลโนเบล ปี 2544 จริง ๆ ผมก็ไม่รู้เรื่องการเดินทางมากรุงเทพของนักเศรษฐศาสตร์ระดับปรมาจารย์ท่านนี้หรอกครับ
แต่บังเอิญในวันศุกร์ที่ผ่านมา ผมต้องไปประชุมทางวิชาการที่ตึกยูเอ็น แถวราชดำเนิน
ก็เลยทราบว่าในช่วงบ่ายมีโปรแกรมที่ โจเซฟ สติกลิตส์ (Joseph Stiglitz) ปรมาจารย์ทางเศรษฐศาสตร์ชื่อก้องโลกท่านนี้ขึ้นพูด
และในวันเดียวกันก็ขึ้นพูดอีกรอบหนึ่ง ในหัวข้อเรื่อง "เอเชียเส้นทางสู่เศรษฐกิจใหม่" จัดขึ้นโดยเดอะเนชั่น ร่วมกับ
เอเชียนิวส์เน็ทเวิร์ค ที่โรงแรมพลาซ่าแอทธินี ย่านถนนวิทยุ
โจเซฟ สติกลิตส์ เจ้าของรางวัลโนเบลอันทรงเกียรติ สาขา เศรษฐศาสตร์ได้ตอกย้ำอีกครั้งต่อสาธารณชนให้ตระหนักถึงความล้มเหลวของระบบทุนนิยม
ที่ได้ก่อให้เกิดวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจแบบซ้ำซากขึ้นกว่า 125 ครั้ง ในต่างกรรมต่างวาระ
อีกทั้งยังได้เตือนสติชาวไทยและชาวเอเชียว่าจำเป็นต้องมีวิสัยทัศน์ หาทิศทางในการพัฒนาให้ได้ว่าเศรษฐกิจสังคมแบบไหนที่เราต้องการ
รวมไปถึงที่คนเอเชียต้องการ ทั้งยังต้องค้นหาสิ่งที่เป็นเครื่องมือในการประเมิน หรือ
ดัชนีชี้วัดความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจที่ทำให้ประชาชนคนหมู่มากกินดี อยู่ดี มีคุณภาพชีวิตที่ดี
สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข โจเซฟ สติกลิตส์ ได้ตอกย้ำและเตือนสติชาวไทยและชาวเอเชียว่า
การเติบโตของตัวเลข จีดีพี
ไม่ใช่เครื่องชี้วัดให้เห็นถึงสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่ดี มีความผาสุข ทั้งยังไม่ใช่ตัวช่วย
ให้สังคมโดยรวมมีความสุขได้ โจเซฟ สติกลิตส์ เชื่อว่าระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมที่กำลังครอบงำโลกอยู่นั้นล้มเหลว
จำเป็นที่จะต้องจัดระบบ ระเบียบทุนนิยมกันใหม่ รวมไปถึงการจัดระเบียบโครงสร้างทางการเงิน
การไหลเวียนของเงินในระบบทุนนิยมแบบเก่า ๆ ที่ก่อให้เกิดปัญหาซ้ำซากอย่างต่อเนื่อง
หนักบ้าง เบาบ้าง มาเป็นระยะเวลากว่า 2 ทศวรรษ ล้วนมาจากกระแสการลงทุนโดยตรงของนายทุนข้ามชาติ
กว่า 80 เปอร์เซ็นต์ อีกทั้งยังเป็นการลงทุนเพื่อควบรวมกิจการแทนที่จะเป็นการลงทุนที่ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริงในเรียวเซ็กเตอร์
เพื่อช่วยส่งเสริมความสามารถในการผลิตและยกระดับมาตรฐาน การกินดี อยู่ดี ในปัจจัยทั้ง
4 ที่สำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์
หากว่ากันตามตรงแล้วสิ่งที่
โจเซฟ สติกลิตส์ นักเศรษฐศาสตร์ชื่อก้องโลกท่านนี้ได้แสดงวิสัยทัศน์ออกมานั้น
ไม่ใช่เรื่องใหม่เลยครับสำหรับคนไทย แท้จริงแล้วเป็นเรื่องเก่าที่เรามองข้ามความสำคัญไป
ที่ โจเซฟ สติกลิตส์ พูดมาทั้งหมดก็ล้วนแต่เป็นแนวคิดในเศรษฐกิจทฤษฎีใหม่ที่เรามักจะเรียกสั้น
ๆ ว่า "เศรษฐกิจพอเพียง" นั่นแหละครับ เป็นเศรษฐกิจแนวทางใหม่ที่ในหลวงได้ทรงพระราชทานให้แก่พสกนิกรของพระองค์และพระองค์ทรงเป็นแบบอย่างมานานหลายสิบปี ท่านจะสามารถเข้าใจปรัชญาการมองของ โจเซฟ สติกลิตส์ ได้ไม่ยากเลยครับ
เพียงแต่ท่องคำว่า "ประโยชน์ กับ ความสุข" คือ การกระทำใดๆ ก็ตามล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์แต่ประโยชน์นั้นก่อให้เกิดความสุขกับตัวท่าน
กับสังคมที่ท่านอยู่หรือไม่
ดังนั้นผมอยากเห็นสังคมไทยมีวิสัยทัศน์ที่จะแสวงหาแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในรูปแบบใหม่
ๆ ที่ก่อให้เกิดความสมดุลระหว่างประโยชน์และความสุข ผมดีใจนะครับที่ โจเซฟ
สติกลิตส์ ได้มาเมืองไทย
เพราะหวังว่าบรรดาคนไทยส่วนใหญ่ที่เห่อฝรั่ง เห็นฝรั่งเป็นเทวดา พูดอะไรออกมาก็ต้องเชื่อ
คราวนี้ฝรั่งระดับรางวัลโนเบลที่ถือว่าเป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก สุดท้ายก็ต้องกลืนน้ำลายตัวเองหันกลับมาพูดเรื่อง
"เศรษฐกิจพอเพียง" อันจะเป็นทางรอดของโลกทุนนิยมในอนาคตที่ถ้าหากยังดื้อดึงขืนฝืนยื้อต่อไป
ก็จะต้องล่มสลายลงเป็นโดมิโนทั้งระบบ เพราะขนาดทุนนิยมตัวแม่อย่างสหรัฐอเมริกาก็ยังจะเอาตัวแทบไม่รอดอยู่ในขณะนี้
คิดไปคิดมาก็น่าขำนะครับสุดท้ายบรรดาฝรั่งตาน้ำข้าวก็ต้องมาตายน้ำตื้นด้วยวิถีคิด
"เศรษฐกิจพอเพียง" ของพระเจ้าอยู่หัว มาถึงอารมณ์นี้ใจของผมก็อดนึกถึงพ่อมดระดับพี่เต้ยของระบบทุนนิยมโลก
คือ จอร์จโซรอซ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยออกมาพูดเหน็บแนมระบบทุนนิยมเอาไว้อย่างเฉียบคมว่า
"ในระบบทุนนิยมนั้นสุดท้ายก็ต้องตายกันหมด" ดังนั้นจงตื่นเถิดชาวไทย อย่ามัวหลับใหลลุ่มหลงหันกลับสู่ "เศรษฐกิจพอเพียง" หันกลับมาแสวงหาความสมดุลของ "ประโยชน์กับความสุข" ทั่วโลกเขาตื่นกันหมดแล้ว คงได้เวลาที่พวกเราชาวไทยควรตื่นกันเสียทีครับ
|
|
|