สมัครงานกับทีมงานบ้านไม่บาน คลิกอ่านรายลัเอียดด้านใน

โปรดระวังบุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว   ชอบช่วย หรือ   ผศ.ดร.ภัทรพล   เวทยสุภรณ์  และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง  ฯลฯ  ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ  ทั้งสิ้น  หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์   02-2451399  หรือ  02-6441478  เท่านั้น
บุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว ชอบช่วย หรือ ผศ.ดร.ภัทรพล เวทยสุภรณ์ และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง ฯลฯ ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์ 02-2451399 หรือ 02-6441478 เท่านั้น

ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ "ตักศิลา คเณศ์ธร"

  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
ครบรอบ 120 ปี “ศิลป์ พีระศรี”
ครบรอบ 120 ปี "ศิลป์ พีระศรี"

หน้าแรก arrow อ่านบทความย้อนหลังที่นี่ arrow บ้านไม่บาน Update arrow บ้าน “ป้องภัย” อันเป็นของขวัญและกำลังใจที่ให้แก่เพื่อนร่วมทุกข์บนโลก
บ้าน “ป้องภัย” อันเป็นของขวัญและกำลังใจที่ให้แก่เพื่อนร่วมทุกข์บนโลก

                สวัสดีครับแฟน ๆ ชาวคนรักบ้านในสัปดาห์นี้ก็ยังคงวนเวียนอยู่ในบรรยากาศซึม ๆ เศร้า ๆ ทำให้อารมณ์ไม่ใคร่จะสดชื่นรื่นเริงเท่าใด เพราะผมยังติดตามข่าวภัยพิบัติทางธรรมชาติอันเกิดจากแผ่นดินไหวขนาด 6-7 ริกเตอร์ที่มีความลึกห่างจากผิวดินเพียง 10 กิโลเมตรที่ "เฮติ" ทางการ "เฮติ" ได้ประกาศหยุดการค้นหาผู้รอดชีวิตแล้ว ในขณะที่ข่าวบางกระแสก็รายงานว่าการเก็บกู้ซากศพผู้เสียชีวิต พึ่งจะทำได้เพียง 80,000-90,000 ศพ ดังนั้นหมายความว่า ยังมีซากศพผู้เสียชีวิตที่ถูกทับถมในซากปรักหักพังของอาคารบ้านเรือนที่ยังรอการขุดค้นอยู่อีกกว่า 100,000 ศพ ผมลองจินตนาการภาพดู ก็ช่างน่าเอน็จอนาจใจเป็นอย่างยิ่งครับ เพราะ "เฮติ" ในสภาพปัจจุบันดูจะขาดแคลนไปเสียทุกอย่าง แบบที่ท่านสุนทรภู่กล่าวไว้ว่า "ทั้งโรคซ้ำ กรรมซัด วิบัติเป็น ไม่เล็งเห็นที่ซึ่งจะพึ่งพา" อย่างไรก็อย่างนั้น ยิ่งติดตามข่าวก็ยิ่งเศร้าใจครับ เพราะภายใต้ความขาดแคลน คน "เฮติ" ด้วยกันเองที่อดอยาก หิวโหย ก็เริ่มทำร้ายแย่งชิง ปล้น บรรดาอาหาร สิ่งของ เครื่องใช้กันเอง แม้แต่รัฐบาลของ "เฮติ" เองก็ยังไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยของคณะทำงานจากชาติต่าง ๆ ที่หลั่งไหลเข้าไปในดินแดนแห่งภัยพิบัติทางธรรมชาตินี้

บ้าน “ป้องภัย” อันเป็นของขวัญและกำลังใจที่ให้แก่เพื่อนร่วมทุกข์บนโลก

                นอกจากนั้นนับแต่นี้ไป "เฮติ" ยังต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เลวร้ายยิ่งขึ้นไปกว่านี้อีก หากยังไม่สามารถควบคุมสติของฝูงชนที่อดอยาก หิวโหยและไร้ซึ่งความหวังกันไว้ได้ พอถึงจุดนั้น "คน" ก็หมดสภาพความเป็น "มนุษย์" ไม่ได้แตกต่างอะไรไปจาก "สัตว์" ที่จำเป็นต้องต่อสู้ ดิ้นรนเพื่อการอยู่รอด แบบว่าใครแข็งแรงกว่า ดุร้าย โหดเหี้ยมกว่า เฉลียวฉลาดกว่า ก็มีชีวิตรอดไป ที่จะตามมาอีกระรอกก็คือ "เฮติ" ที่เต็มไปด้วย "ซากศพ" ก็จะมีการแพร่เชื้อโรคระบาดต่าง ๆ ที่กำลังจะประดังประเดกันเข้ามา พอดูหนังดูละครแล้วย้อนกลับมาดูตนครับ ถ้าคนไทยไม่อยากตกอยู่ในสภาพสิ้นหวัง ได้แต่นอนรอคอยความช่วยเหลือจาก ภายนอกและสังคมตกอยู่ในสภาพไร้ซึ่งกฎระเบียบดังเช่น "เฮติ" ก็ต้องเตรียมพร้อมโดยไม่ประมาท ที่ผมได้มีโอกาสเสวนากับ คือ ดร.สมิทธิ ธรรมสโรช (ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยแห่งชาติ) ก็ได้ทราบข้อมูลที่น่าสนใจและน่าตระหนกใจลึก ๆ ว่า เมื่อประมาณ 80 ปีที่แล้วเกิดแผ่นดินไหว ขนาด 8 ริกเตอร์ที่ประเทศพม่า ที่นักธรณีวิทยาเชื่อว่า จะเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้อีกทุกรอบ 80-100 ปี และนี่เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่พม่าต้องย้ายเมืองหลวงหนีแผ่นดินไหวจาก "ร่างกุ้ง" ครับ ในการเกิดแผ่นดินไหวแต่ละครั้งนั้น เชื่อกันว่าเป็นกระบวนการสะสมพลังงานที่อัดแน่นอยู่ใจกลางโลกที่อยู่ในสภาพของเหลวและร้อนระอุ เมื่อถึงเวลาอันสมควรก็จะปลดปล่อยพลังงานที่เก็บสะสมเอาไว้ออกมาที่ผิวโลก ผ่านรอยแตกแยกหรือรอยเลื่อนต่าง ๆ หากจะเปรียบให้เข้าใจกันได้ง่าย ๆ แบบชาวบ้าน พลังงานที่สะสมอยู่ใต้พื้นพิภพ เปรียบเสมือนการต้มน้ำเดือดในกาน้ำ

บ้าน “ป้องภัย” อันเป็นของขวัญและกำลังใจที่ให้แก่เพื่อนร่วมทุกข์บนโลก                ดังนั้นการเกิดแผ่นดินไหวในแต่ละครั้งจะรุนแรงมากน้อยเท่าใดขึ้นอยู่กับกาน้ำนั้นจะเป็นกาน้ำขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่มีปริมาณไอน้ำหรือพลังงานสะสมอัดแน่นมากน้อยเท่าใด พอต้มน้ำจนเดือดสักพัก กาน้ำก็จำเป็นต้องเปิดออกให้ไอพวยพุ่ง จะว่าไปแล้วบริเวณกรุงเทพฯ และปริมณฑลนั้นถือว่าโชคดีครับเพราะไม่ได้ตั้งอยู่บนรอยเลื่อนที่ยังมีพลังอยู่ ดังนั้นการเกิดแผ่นดินไหวในบริเวณกรุงเทพฯ จึงมีโอกาสเกิดได้ยากครับ (ในอดีตเคยเกิดแผ่นดินไหวแต่ในปัจจุบันลอยเลื่อนได้หมดฤทธิ์ไปแล้ว) แต่ที่สมควรระวังเป็นอย่างยิ่ง คือ บรรดารอยเลื่อนที่ยังมีพลังถึง 13 รอยเลื่อนและมีหลายรอยเลื่อนที่อยู่ไม่ไกลนักจากกรุงเทพฯ และย่านชุมชน และที่ต้องไม่ประมาทรวมทั้งต้องไม่มองข้ามโดยการรู้เท่าไม่ถึงการณ์อย่างเด็ดขาดคือ รอยเลื่อน "ศรีสวัสดิ์" ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ที่เคยเกิดแผ่นดินไหวมีความรุนแรงรับรู้ได้ถึงกรุงเทพฯ ในปี พ.ศ.2509 ซึ่งบรรดานักธรณีวิทยา ต่างฟันธงและคอนเฟิร์มว่า หากเกิดแผ่นดินไหวเกิน 6 ริกเตอร์ ขึ้นไปเมื่อใด รับรองมีผลกระทบแน่ เพราะอาคารบ้านเรือนส่วนใหญ่ในอดีตไม่ได้ถูกออกแบบทั้งทางสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมให้รองรับแผ่นดินไหว ข้อบังคับในการออกแบบเพื่อรองรับแผ่นดินไหวพึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้เอง คงจำกันได้นะครับถึงครั้งเกิดเหตุแผ่นดินไหวที่ "โกเบ" ประเทศญี่ปุ่น ก็เป็นที่ทราบกันดีครับว่า มาตรฐานในการก่อสร้างที่ญี่ปุ่นนั้นมีความแข็งแรงและปลอดภัยสูงระดับโลก อีกทั้งยังมีการเตรียมการรองรับกรณีเกิดแผ่นดินไหวเป็นอย่างดี ในครั้งนั้น "โกเบ" เผชิญกับแผ่นดินไหวเพียง 6 ริกเตอร์ ผลก็เป็นดังที่ทราบครับ คือ ราบเป็นหน้ากลองไปทั้งเมือง ในทางปฏิบัติทั้งสถาปนิกและวิศวกรต่างก็ทราบกันดีว่า ในกรณีเกิดแผ่นดินไหวขนาดนี้ หากออกแบบเอาไว้ไม่ดีจะทนทานได้ยาก ไม่ว่าจะเป็นที่ซานฟรานซิสโก,ลอสแองเจอลีสหรือที่ไหน ๆ ก็ล้วนแล้วแต่สาหัสกันมาแล้วทั้งนั้น

                สัปดาห์นี้พื้นที่หมดครับ มาต่อกันในสัปดาห์หน้า ในใจลึก ๆ ผมก็รู้สึกทั้งดีใจและเศร้าใจครับ ดีใจที่เหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงนี้ไม่เกิดขึ้นในพระราชอาณาจักรของ "พ่อหลวง" และดีใจที่ได้ทำหน้าที่ "สุนัข เฝ้าบ้าน" ที่กำลังคอยเตือนสติ คุ้มครอง "ป้องภัย" ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต (ถ้าไม่เกิดก็จะดีมากที่สุด แต่หากเกิดก็จะเสียหายน้อยที่สุด) แต่ที่เสียใจคือ องค์ความรู้ที่อาจจะเป็นประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย ที่อาจจะช่วยบรรเทาทุกข์,ช่วยชีวิต ช่วย "คุ้มครองป้องภัย" ให้แก่เพื่อนร่วม(ทุกข์) บนโลก ไม่สามารถส่งต่อไปช่วยเพื่อนชาว "เฮติ" ในบางอารมณ์ก็ร่ำ ๆ อยากไป "เฮติ" ไปสอนให้สร้างบ้านไม่บานที่สามารถ "คุ้มครองป้องภัย" ที่งามง่าย พอเพียง อันเป็นทั้งที่รักและที่พัก อีกทั้งยังสามารถคุ้มแดด,คุ้มฝน ทนทุกสภาวะ เผื่อไว้โอกาสหน้าหากเกิดแผ่นดินไหวขึ้นอีกก็คงจะไม่เสียหายมากมายขนาดนี้ นอกจากนั้นเพียงแค่คิดก็เกิดความปีติ ที่แม้แต่คนที่ไม่ใช่ชาว "เฮติ" ไม่เคยรู้จักกัน ไม่ใช่ญาติกัน แต่ก็ยังอดที่จะห่วงใยกัน เพราะนอกจาก "ข้าวไทย" ที่ส่งไปช่วยชาว "เฮติ" ก็น่าจะมี "บ้านไม่บาน" ของไทยที่คุ้มครอง "ป้องภัย" ตามไปสอนเพื่อนชาว "เฮติ" ให้สร้างบ้านกันอีกระรอก ผมมักจะพูดเสมอครับว่า "ความฝัน ความหวังเป็นของฟรี ยิ่งฝันเรื่องดี ๆ ก็ยิ่งต้องกล้าฝันกล้าที่จะหวัง" ก็ไม่แน่นะครับ ปะเหมาะเคราะห์ดี "บ้านไม่บาน" ของไทยคงมีโอกาสได้ไป "เฮติ" กันในคราวนี้ครับ

                 สำหรับท่านที่สนใจการบรรยายของผมในวันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ ในหัวข้อ บ้านแม่-เมืองพ่อ แบบพอเพียง" ณ หอศิลป์พระพรหมพิจิตร คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ วังท่าพระ มหาวิทยาลัยศิลปากร โดยจะเริ่มการบรรยายในเวลา 14.00 น ในตอนนี้ยอดผู้สนใจสำรองที่นั่งกันมาอย่างล้นหลามเกินกว่า 300 ท่านแล้ว ก็คาดการณ์ว่าน่าจะมีการตีตั๋วยืนกัน ดังนั้นกรุณาไปแต่เนิ่น ๆ ครับ ท่านผู้อ่านที่สนใจร่วมฟังการบรรยายสามารถโทรมาสำรองที่นั่งได้ที่ 02-2451399 และ 02-6441478 โดยด่วนที่สุดครับ

<Previous   Next>