|
สวัสดีครับแฟน
ๆ ชาวคนรักบ้านในสภาวะที่เหตุการณ์บ้านเมืองไม่ปกติสุขเช่นนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาแห่งความสับสนวุ่นวายจับต้นชนปลายไม่ถูกแบบนี้ก็อยากให้กำลังใจกับตัวเองและแฟน
ๆ ชาวคนรักบ้านทั่วประเทศ (ไม่ว่าท่านจะรักใครเชียร์ใครหรือนิยมใส่เสื้อสีอะไร
แต่ต้องไม่ลืมนะครับว่าเราต่างก็เป็นคนไทย มี "พ่อหลวง" องค์เดียวกัน) อีกทั้งผมยังเชื่อว่าหลายท่านต่างก็กำลังรับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ไม่มากก็น้อย
หลายต่อหลายครั้งในยามที่ตัวผมเองรู้สึกสับสนก็ได้รับกำลังใจจากการอ่านบทพระราชนิพนธ์ของล้นเกล้ารัชการที่
6 เกี่ยวกับเรื่องการทำสงครามอันเป็น "ผล" มาจาก "เหตุ" แห่งความขัดแย้ง
ก็คงไม่ผิดอะไรกับสงครามกลางเมืองย่อย ๆ อันเป็นผลมาจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ
ตอนนี้ ซึ่งบทพระราชนิพนธ์ว่าด้วย "ธรรมมาธรรมะสงคราม" หรือ "THE FIGHT FOR RIGHTEOUSNESS" พระองค์ทรงเน้นให้เห็น การเผชิญหน้าระหว่างธรรมกับอธรรม การต่อสู้ระหว่างความดีและความเลว ซึ่งผลสุดท้ายโดยหลักสัจจะแห่งธรรมชาติแล้ว ฝ่ายธรรมะย่อมเป็นฝ่ายมีชัยเสมอครับ
ดังที่ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ตอนหนึ่งว่า
© อันว่ามนุษโลก ยังโชคดีไม่ย่อหย่อน
อะธรรมะราญรอน ก็ชำนะแต่ชั่วพัก
© ภายหลังข้างฝ่ายธรรม จะชำนะประสิทธิ์ศักดิ์
เพราะธรรมะย่อมรักษ์ ผู้ประพฤติ
ณ คลองธรรม

ทุกครั้งที่ผมรู้สึกอ่อนแอ
ท้อแท้ พอได้อ่านพระราชนิพนธ์บทนี้ก็เกิดทั้งความหวังและความปีติสุขเกิดขึ้นในใจอย่างบอกไม่ถูก
เพราะผมเชื่อมั่นว่า สุดท้ายแล้วฝ่ายที่รักษาธรรมโดยบริสุทธิ์ใจก็จะสามารถเอาชนะอุปสรรคทั้งปวงได้ เพราะจากหลักที่ว่าด้วยธรรมใดเกิดแต่ "เหตุ" อีกไม่ช้า "ผล" ของธรรมนั้นก็จะเป็นที่ประจักษ์และเป็นความจริงแท้ คือ "ธรรมก็ย่อมปกปักษ์ผู้ที่รักษาธรรม" ให้อยู่รอดปลอดภัยและสวัสดีมีชัย ไม่ว่าจะใส่เสื้อสีอะไร เพราะผมเชื่อว่าเราสามารถคิดเห็นแตกต่าง
แต่สามารถอยู่ร่วมกันได้โดยไม่แตกแยกครับ
เหตุผลที่ผมกล่าวมาเบื้องต้นเสียยืดยาวนี้
เพราะผมเชื่อว่าไม่ว่าแฟน ๆ ชาวคนรักบ้านทั่วประเทศจะสังกัดสีอะไร จะเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลก็ล้วนแล้วแต่เป็นคนไทยเหมือนกัน
หากท่านประพฤติใน "ธรรม" แล้วไซร้ "ธรรม" ก็ย่อมคุ้มครองท่านครับ เพราะฉะนั้นจงเร่งทำความดีไว้เถิด
ช่วยกันทะนุบำรุงประเทศชาติ ศาสนาและสถาบันพระมหากษัตริย์ ขอย้ำอีกสักครั้งครับว่าถึงแม้จะแตกต่างกันทางความคิด
ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องแตกแยกกันครับ
ในสัปดาห์นี้ผมจึงขอนำเสนอการปรับปรุง
ฟื้นฟู อาคารที่กำลังถูกทิ้งร้างอันเนื่องมาจากได้ถูกเผาทำลายให้เสียหาย เป็นหนึ่งในกระบวนการ
"บ้านสวย เมืองงาม" ที่จะทำให้บ้านเมืองที่บอบช้ำให้ฟื้นคืนกลับมาใหม่
ซึ่งศัพท์ทางเทคนิคในการออกแบบทางสถาปัตยกรรมเรียกว่า "Revitalization"
เพราะในส่วนตัวแล้วผมเชื่อว่าหากร่วมแรงร่วมใจกันเป็นหนึ่งเดียวเราก็จะสามารถฟื้นฟูบ้านเมืองให้ดีกว่าเดิมได้
แม้แต่อาคารที่ถูกเผา ถูกทำลายย่อยยับ ก็สามารถฟื้นคืนกลับมาใช้งานได้ใหม่อีกครั้ง
ซึ่งการกลับมาครั้งใหม่นี้อาจจะดีกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ ยกตัวอย่างเช่น อาคารในย่านสามเหลี่ยมดินแดง
ที่ในช่วงเวลาแห่งความขัดแย้งถือได้ว่าเป็นหนึ่งในพื้นที่อันตรายที่สุด เพราะได้กลายสภาพเป็นสมรภูมิขนาดย่อม
มีผู้คนบาดเจ็บล้มตายกันเป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นอาคารบ้านเรือนในย่านดังกล่าวนี้บางหลังก็ถูกเผาทำลายลง
ซึ่งผมได้เลือกเอาอาคารที่ได้ถูกเผาทำลายลงนี้ นำมาออกแบบปรับปรุงฟื้นฟูให้สามารถฟื้นคืนกลับมาใช้งานได้ใหม่
โดยที่ผมเสนอแนวคิดให้ปรับปรุงเป็นสถานที่พบปะ สังสรรค์กันทางวัฒนธรรม เป็นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนทัศนคติกันทางความคิดโดยปราศจากความรุนแรงใด
ๆ โดยผมขอเรียกสถานที่นี้ว่า เดอะแกลลอรี่ "ธรรมมาธรรมะสงคราม" ที่บันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในยามที่คนไทยไม่ "รู้รักษ์สามัคคี" ทะเลาะกันเอง เพื่อเตือนสติให้คนไทยรุ่นหลังได้รับรู้ว่าหากเราเลือกที่จะแก้ปัญหาโดยใช้ความรุนแรงแล้วผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไร
นอกจากนั้นจะเป็นสถานที่แสดงงานศิลปกรรมในแขนงต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับ "ธรรมมาธรรมะสงคราม" ซึ่งรวมไปถึง ผลงานภาพนิ่ง
และภาพเคลื่อนไหว เล่าเรื่องราวเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ก็ไม่แน่นะครับอาจจะเป็นจุดท่องเที่ยวใหม่ที่ให้ความรู้แก่ผู้คนในสังคมไทย
และต่างชาติ นอกจากนั้นก็ยังสามารถจัดให้เป็นร้านขายหนังสือ ขายของที่ระลึก,
ขายอาหาร,เครื่องดื่ม,น้ำชา,กาแฟ, ตลอดจนห้องสมุด และพื้นที่สำหรับกิจกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
เช่น ห้องประชุมสัมมนาขนาดเล็ก ห้องฉายภาพยนตร์และวีดีทัศน์ขนาดเล็ก เล่าเรื่องราวเหตุการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น
เป็น "ศูนย์การเรียนรู้" เพื่อตอกย้ำว่าสุดท้ายแล้ว
การใช้ความรุนแรงไม่ใช่เป็นการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ทุกฝ่ายต่างพ่ายแพ้ เดอะแกลลอรี่ "ธรรมมาธรรมมะสงคราม" จึงเป็นเสมือนสถานที่ที่ย้ำเตือนให้บรรดาผู้คนในสังคมไทยไม่ให้กระทำความผิดพลาดแบบเดิมซ้ำอีก

ผมขอสารภาพตามตรงครับว่า
ในช่วงนี้ไม่ค่อยอยากจะทำอะไร เพราะจิตใจหดหู่และห่อเหี่ยวเสียเหลือเกินที่เห็นคนไทยทะเลาะกันเอง
ดังนั้นเราต้องร่วมด้วยช่วยกันฟื้นฟูบ้านเมืองโดยเร่งด่วน ซึ่งแนวคิด เดอะแกลลอรี่ "ธรรมมาธรรมะสงคราม" ที่ผมได้นำเสนอนี้
ก็น่าจะเป็นประโยชน์และเป็นส่วนหนึ่งใน "กระบวนการฟื้นบ้าน ฟูเมือง" โดยไม่แบ่งพรรคแบ่งพวก แบ่งฝักแบ่งฝ่าย แบ่งสี เพราะ เดอะแกลอลอรี่ "ธรรมมาธรรมมะสงคราม" จะมุ่งเน้นไปที่การใช้สันติวิธีในการแก้ไขปัญหาและมีความเชื่อว่าถึงแม้สังคมชาวคนรักบ้านถึงจะมีความแตกต่างกันทางด้านความคิด
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องมีความแตกแยกกันในการอยู่ร่วมกันในบ้านหลังใหญ่นี้ ไม่ว่าชาวคนรักบ้านจะใส่เสื้อสีอะไร
มีความคิดแตกต่างกันกันอย่างไร ถ้าท่านปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบตามหน้าที่ของตัวเองให้ถูกต้องตามศีลธรรม
จริยธรรม ภายใต้ความไม่เบียดเบียน สุดท้ายแล้วจากหลัก "ธรรมมาธรรมะสงคราม" ที่ล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ "ธรรมะย่อมรักษ์ผู้ประพฤติ ณ คลองธรรม" เสมอครับ
เดอะแกลลอรี่ "ธรรมมาธรรมะสงคราม" ที่ผมได้นำเสนอในสัปดาห์นี้ สร้างขึ้นมาจากซากปะหรักหักพัง
จากธุลีเถ้าถ่านที่ถูกเผาพินาศด้วยน้ำมือของคนไทยกันเอง ผมมั่นใจเป็นอย่างยิ่งครับว่าเราจะสามารถฟื้นฟูบ้านเมืองที่บอบช้ำได้โดยยึดหลัก
"ธรรมมาธรรมมะสงคราม" ที่ผมได้นำเสนอเป็นแนวทางในการฟื้นฟูอาคารบ้านเรือนที่ถูกเผาทำลายแห่งนี้

สัปดาห์นี้คงมีสาระน่ารู้เพียงแค่นี้แล้วพบกันใหม่ในสัปดาห์หน้าครับ
ก่อนจากกันผมอยากจะฝากแฟน ๆ ชาวคนรักบ้านทั่วประเทศที่มีความคิดเห็นแตกต่างกันขอให้หยุดทะเลาะกันชั่วคราว
มาร่วมด้วยช่วยกันซ่อม สร้างบ้านหลังใหญ่ของเราให้เป็นที่อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุขไปจนถึงรุ่นลูก
รุ่นหลาน กันเถอะครับ
|