สมัครงานกับทีมงานบ้านไม่บาน คลิกอ่านรายลัเอียดด้านใน

โปรดระวังบุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว   ชอบช่วย หรือ   ผศ.ดร.ภัทรพล   เวทยสุภรณ์  และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง  ฯลฯ  ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ  ทั้งสิ้น  หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์   02-2451399  หรือ  02-6441478  เท่านั้น
บุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว ชอบช่วย หรือ ผศ.ดร.ภัทรพล เวทยสุภรณ์ และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง ฯลฯ ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์ 02-2451399 หรือ 02-6441478 เท่านั้น

ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ "ตักศิลา คเณศ์ธร"

  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
ครบรอบ 120 ปี “ศิลป์ พีระศรี”
ครบรอบ 120 ปี "ศิลป์ พีระศรี"

หน้าแรก arrow อ่านบทความย้อนหลังที่นี่ arrow เรือนชานบ้านเมือง arrow  อนาคตที่แสนจะอึมครึมของ “ยูโรโซน” (จาก “กรีซ”ถึง “ไอร์แลนด์” และกำลังจะลามไป “โปรตุเกส” และ “สเปน”)
อนาคตที่แสนจะอึมครึมของ “ยูโรโซน” (จาก “กรีซ”ถึง “ไอร์แลนด์” และกำลังจะลามไป “โปรตุเกส” และ “สเปน”)

            วิกฤติการณ์ทางการเงินที่กำลังเกิดขึ้นใน "ไอร์แลนด์" น่าจะเป็นอุทาหรณ์สอนใจได้เป็นอย่างดีว่า "หนี้" ที่ชาว "ไอร์ริช" ร่วมด้วยช่วยกันกู้โดยย่ามใจอย่างไม่รอบคอบขาดการระมัดระวังนั้น จากชัยมงคลคาถา "เยธัมมาฯ" ที่ว่าด้วย "ธรรม(ชาติ) ใดเกิดแต่เหตุฯ" ปัจจุบันได้กลายเป็นเรื่องคอขาดบาดตายทำให้ "ไอร์แลนด์" จำเป็นต้อง "ยินยอม" สูญเสีย "อธิปไตยทางการเงิน - การคลัง" จะว่ากันไปแล้วผมว่าคนไทยก็ได้เรียนรู้และคงไม่มีวันลืมความเจ็บปวดกับการสูญเสีย "อธิปไตยทางการเงิน - การคลัง" ในสมัยวิกฤติการณ์ทางการเงิน "ต้มยำกุ้ง" ที่ "พ่อใหญ่จิ๋ว" เป็นนายกฯ ที่ "ไทยแลนด์" ก็ตกอยู่ในสภาพย่ำแย่เช่นเดียวกับที่ "ไอร์แลนด์" กำลังประสพอยู่ในปัจจุบันนี้อย่างไม่ผิดเพี้ยน หากมองย้อนกลับไปในช่วงขาขึ้นของเศรษฐกิจซึ่งเป็นช่วงที่ใคร ๆ ก็สามารถกู้หนี้ยืมสินกันได้อย่างสบาย ๆ ง่าย ๆ ได้กลับกลายเป็นภาระหนักอึ้งที่ทุกอย่างดูจะเลวร้ายลงไปเรื่อย ๆ "หนี้ของประชาชน" กลายเป็น "หนี้ธนาคาร" และได้กลายเป็น "หนี้สาธารณะของทั้งประเทศ" เมื่อผู้คนส่วนใหญ่เริ่มไม่ยอมชำระหนี้สินตรงตามเวลา ทำให้พอกพูนกลายเป็นหนี้สินล้นพ้นตัวเกินกว่าที่แต่ละธนาคารจะจัดการแก้ไขด้วยตัวเองได้ หนี้ของธนาคารที่กำลังมีปัญหา ก็เลยกลายเป็นหนี้ของรัฐบาล เมื่อรัฐบาลประกาศอุ้มธนาคารทุกแห่งแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ (คล้ายกับที่รัฐบาลไทยเคยทำมาแล้วในอดีต) เพราะมั่นใจว่าเงินทองที่รัฐบาลมีอยู่เพียงพอต่อการแบกรับภาระทั้งหมดเอาไว้ได้

            แต่ที่ไหนได้จากหนี้สินที่คาดการณ์กันเอาไว้ว่ามีเพียง 10,000 ล้านยูโร บานปลายออกไปกลายเป็น 70,000 ล้านในที่สุด เปรียบประดุจ "ภูเขาน้ำแข็ง" ที่ลอยอยู่ในมหาสมุทรเห็นยอดเขาพ้นผิวน้ำเพียงนิดเดียวแต่ที่ไหนได้ฐานของภูเขาที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวน้ำนั้นช่างใหญ่โตมโหฬารสุดที่จะคาดเดาเสียเหลือเกินครับ ผลคือธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ 4 ใน 6 แห่งตกเป็นรัฐโดยสมบูรณ์ อีก 2 แห่ง รัฐต้องเข้าไปเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และดูเหมือนชะตากรรมจะกำหนดแน่นอนว่าไม่ช้าก็เร็วต้องกลายเป็นธนาคารของรัฐไปทั้งหมด (ก็คล้ายกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในบ้านเรานั่นแหละครับ)

            ดูเหมือนว่าหนี้สินที่เกิดขึ้นในระบบธนาคารของ "ไอร์แลนด์" นั้นจะใหญ่โตเกินกว่าที่รัฐบาลแบกรับไว้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะขนาดมหาศาลของมูลหนี้ อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะกำลังก่อตัวเป็นวิกฤติการณ์ทางการเงินเป็นมหันตภัยคุกคาม "มูลค่า" ของสกุลเงิน "ยูโร" ทั้งระบบ(ที่กำลังขาดเสถียรภาพอย่างหนักและต่อเนื่อง) ส่งผลสะเทือนไปทั่วทั้ง 16 ชาติ "ยูโรโซน" และ 27 ชาติสมาชิก "ยูโร"

            การเข้ามาให้ความช่วยเหลือของ "ธนาคารกลางแห่งยุโรป (อีซีบี)" กับ "กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ)" ผ่านทาง "กองทุนเพื่อเสถียรภาพเงินตราแห่งยุโรป" ที่เพิ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมานั้น ในมุมมองหนึ่งนักเศรษฐศาสตร์หลายสำนักต่างก็เห็นตรงกันว่าเป็น "ความจำเป็น" อย่างเร่งด่วนที่จะต้องทำ เพื่อป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจของ "ไอร์แลนด์" พังทลาย ซึ่งจะส่งผลให้ "สกุลเงินยูโร" ทั้งระบบต้อง "ล้มละลาย" ตามไปด้วย

            แต่ในขณะเดียวกัน นักเศรษฐศาสตร์รวมไปถึงนักวิเคราะห์ทางการเงินอีกหลายสำนักก็เริ่มตั้งคำถามว่า การเข้ามาช่วยเหลือในครั้งนี้ จะก่อให้เกิดผลในทาง "บวก" หรือ "ลบ" ต่อนักลงทุนหลากสัญชาติที่ต่างก็เข้ามาฉกฉวยผลประโยชน์ในทุก ๆ โอกาสทุก ๆ รูปแบบเมื่อรับผลตอบแทนจนคุ้มค่า แล้วก็ปล่อยให้ทั้งระบบล่มสลายลง แล้ว "นั่งอมยิ้มตีขิม" รอคอยความช่วยเหลือแบบ "ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย" ให้ทั้ง "อีซีบี" หรือ "ไอเอ็มเอฟ" เข้ามาอุ้ม เพื่อปล่อยกู้กันอีกระรอกเพื่อฟื้นฟู ซึ่งในทางหนึ่งกลับเป็นการการันตีกลาย ๆ ว่า ในที่สุดแล้วกระบวนการปล่อยกู้แบบ "ใครใคร่กู้ก็กู้" อย่างที่เป็นเคยเป็นมาในอดีต ที่บรรดาสถาบันทางการเงินปล่อยออกไปอย่างย่ามใจ โดยไม่สนใจไยดีว่าสภาพของผู้ที่กู้ยืมไปมีปัญญาใช้คืนหรือไม่นั้น สุดท้ายแล้วก็จะถูกชดใช้คืนได้ในที่สุดครับ

<Previous   Next>