สมัครงานกับทีมงานบ้านไม่บาน คลิกอ่านรายลัเอียดด้านใน

โปรดระวังบุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว   ชอบช่วย หรือ   ผศ.ดร.ภัทรพล   เวทยสุภรณ์  และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง  ฯลฯ  ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ  ทั้งสิ้น  หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์   02-2451399  หรือ  02-6441478  เท่านั้น
บุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว ชอบช่วย หรือ ผศ.ดร.ภัทรพล เวทยสุภรณ์ และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง ฯลฯ ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์ 02-2451399 หรือ 02-6441478 เท่านั้น

ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ "ตักศิลา คเณศ์ธร"

  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
ครบรอบ 120 ปี “ศิลป์ พีระศรี”
ครบรอบ 120 ปี "ศิลป์ พีระศรี"

หน้าแรก arrow เรือนชานบ้านเมือง arrow ขบวนรถไฟใน “ยูโรโซน” กำลังตกรางแบบ “สโลโมชั่น”
ขบวนรถไฟใน “ยูโรโซน” กำลังตกรางแบบ “สโลโมชั่น”

                กรณีวิกฤติการณ์ทางการเงินที่กำลังเกิดขึ้นใน "ไอร์แลนด์" เป็นอุทาหรณ์สอนใจที่เมื่อใดก็ตามธนาคารพาณิชย์ไม่ว่าจะอยู่ในประเทศใดในโลก มีสัดส่วนของหนี้สินสูงกว่าเงินฝากมากกว่า 160 เปอร์เซ็นต์ โครงสร้างของเศรษฐกิจทั้งระบบก็จะไร้ซึ่งเสถียรภาพไม่สามารถยืนยงธำรงอยู่ได้ ดังนั้นการเข้ามาของ "อีซีบี" และ "ไอเอ็มเอฟ" จึงจำเป็นต้องดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อทำการฟื้นฟูโดย "ผ่าตัดใหญ่" รวมทั้งใช้ "ยาแรง" ซึ่งแน่นอนนำมาซึ่งความเจ็บปวดรวดร้าวอย่างหนักหนาแสนสาหัส ให้กับบรรดาธนาคารใน "ไอร์แลนด์" ทั้งหลาย อีกทั้งยังสร้างความเจ็บปวดให้กับรัฐบาล ด้วยการกดดันให้ปรับลดงบประมาณภาครัฐ รวมทั้งตัดรัฐสวัสดิการต่าง ๆ ออกไป บีบให้ขึ้นภาษีอากร ฯลฯ แต่ก็ยังมีโอกาสฟื้นตัวมากกว่าการรอคอยให้สถานการณ์ย่ำแย่จนเข้าขั้น "โคม่า" ไปมากกว่าที่เป็นอยู่นี้

                แต่ประเด็นที่น่าสนใจคือบรรดา "เจ้าหนี้" หรือ "ผู้ปล่อยกู้" ให้กับรัฐบาลใน "ไอร์แลนด์" ในช่วงก่อนเกิดเหตุการณ์วิกฤติทางการเงิน (ทั้ง ๆที่รู้อยู่แก่ใจว่าต้องเกิดวิกฤติแน่) อย่างเช่นบรรดาธนาคารในประเทศยุโรปอื่น ๆ ที่เข้ามาตักตวงหาผลประโยชน์ในรูปต่าง ๆ อาทิเช่น การเข้ามาซื้อพันธบัตรรัฐบาล "ไอร์แลนด์" กลับไม่แสดงความรับผิดชอบ อีกทั้งยัง "ลอยตัวเหนือปัญหา" อีกทั้งยังไม่เห็นมีใคร "กล้าไปแตะต้อง" นอกจากนั้นวิกฤติการณ์ทางการเงินที่เกิดขึ้นแบบซ้ำซากในลักษณะนี้ได้ก่อเกิดประเด็นที่น่าสนใจคือ การเข้ามาโอบอุ้ม "ไอร์แลนด์" ในครั้งนี้ จะทำให้บรรดา "เจ้าหนี้" หรือ "ผู้ปล่อยกู้" ในรูปของ "ผู้ถือครองพันธบัตร"ทำนองนี้ "ย่ามใจ" มากยิ่งขึ้นหรือไม่ (เพราะรู้ดีว่าถึงที่สุดแล้วอย่างไรก็มีคนมาช่วยชดใช้หนี้จนได้) ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง การช่วย "ไอร์แลนด์" เท่ากับเป็น "กระบวนการเร่งปฏิกิริยา" (CATALYSIS) ให้เกิดลักษณะการดำเนินธุรกรรมทางการเงินในทำนองเดียวกันนี้กับประเทศอื่น ๆ ที่กำลังตกอยู่ในสภาพที่ไม่แตกต่างกับ "ไอร์แลนด์"มากนัก อาทิ "โปรตุเกส" และ "สเปน"

                ประเด็นคำถามที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งก็คือ การเข้าไปให้เงินช่วยเหลือบวกกับเงื่อนไขเพื่อปรับโครงสร้างระบบการเงินตลอดจนการปรับนโยบายการใช้เงินของรัฐบาล "ไอร์แลนด์" ในครั้งนี้ เป็นการแก้ไขปัญหาร่วมกันของกลุ่มประเทศที่ใช้เงินสกุล "ยูโร" อย่างถูกต้องตรงจุดแล้วหรือยัง อีกทั้งไม่มีอะไรบ่งชี้แม้แต่น้อยว่า การเข้าอุ้ม "ไอร์แลนด์" เพื่อช่วยแก้ปัญหาหนี้ที่เกิดขึ้นจะช่วยมิให้เกิดวิกฤติการณ์ทางการเงินใน "โปรตุเกส" และ "สเปน"ได้อย่างไร เนื่องจาก "ไอร์แลนด์" ไม่ใช่ประเทศแรกในกลุ่ม "ยูโรโซน" ที่มีปัญหาทำนองเดียวกันและมีความจำเป็นที่จะต้องเข้าแทรกแซงแก้ไข ด้วยการใช้เงินจาก "อีซีบี"และ "ไอเอ็มเอฟ" เข้าไปช่วยอุ้ม ดังเช่นเมื่อ 7 เดือนก่อนหน้านี้ที่ "กรีซ" หมกเม็ดงบประมาณรายจ่ายของตนเองมานานหลายปี ก็ได้ร้องขอความช่วยเหลือในรูปของเงินกู้กว่า 110,000 ล้านยูโร เพื่อประคองไม่ให้เศรษฐกิจทั้งระบบของตนล่มลง และในเวลาเดียวกันประเทศในกลุ่ม "ยูโรโซน" ยังมี "โปรตุเกส" ที่มีปัญหาหนี้สินทั้งรูปของหนี้ภาคเอกชน หนี้ภาคธุรกิจ และหนี้ภาครัฐอีกจำนวนมากมายมหาศาลเช่นเดียวกัน นี่ยังไม่นับ "สเปน" ประเทศที่คาดว่ากำลังจะมีปัญหา ต้องไม่ลืมเป็นอันขาดนะครับว่า "สเปน" เป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 4 ในกลุ่ม "ยูโรโซน" ชนิดแม้แต่นักเศรษฐศาสตร์ที่เชี่ยวชาญที่สุดยังจินตนาการถึงอนาคตของ "ยูโรโซน" ไม่ออกถ้าหากระบบเศรษฐกิจของ "สเปน" พังทลายลงเหมือนกรณีของ "ไอร์แลนด์" หรือ "กรีซ"

                 วิกฤติการณ์ทางการเงินที่ได้เกิดขึ้นแล้วกับ "กรีซ" และกำลังเกิดขึ้นกับ "ไอร์แลนด์" และกำลังจะเกิดขึ้นกับ "โปรตุเกส" และ "สเปน" ที่จะตามมาในไม่ช้า คือเครื่องเตือนใจให้รำลึกไว้ว่า กลุ่มประเทศที่ใช้เงินสกุล "ยูโร" นั้นต่างตกอยู่ในสภาพเหมือน ขบวนรถไฟใน "ยูโรโซน"ที่กำลังตกราง เพียงแต่ "พลวัตร" ของการตกรางนั้นเป็นไปในแบบ "สโลว์โมชั่น" ดังนั้นเมื่อท้ายขบวนคือ "กรีซ" และ "ไอร์แลนด์" ตกรางไปเรียบร้อยแล้ว รอเวลาที่กลางขบวนและหัวขบวนจะตกรางเมื่อไรเท่านั้นเอง

                หากเป็นเช่นนั้นจริงก็เป็นเรื่องที่น่ากลัวเป็นอย่างยิ่งครับ เพราะเศรษฐกิจทั้งโลกอาจจะเข้าสู่ "สภาวะชะงักงัน" กันอีกรอบ (หลังจากเกิดวิกฤติการณ์ "ซัพไพร์ม" ) ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง "รู้เขา รู้เรา" จะได้เตรียมตัว เตรียมใจ รับมือกับสถานการณ์เลวร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ผมในฐานะ "สุนัขเฝ้าบ้าน" ก็กำลังพยายามเตือนสติเพื่อให้ "ตื่นเถิดชาวไทย" เพราะในมุมมองของผมเชื่อว่าภัยคุกคามอันเกิดจากวิกฤติการณ์ทางการเงินของโลกระลอกใหม่กำลังคืบคลานเข้าใกล้มาทุกขณะแล้วครับ

<Previous   Next>