สมัครงานกับทีมงานบ้านไม่บาน คลิกอ่านรายลัเอียดด้านใน

โปรดระวังบุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว   ชอบช่วย หรือ   ผศ.ดร.ภัทรพล   เวทยสุภรณ์  และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง  ฯลฯ  ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ  ทั้งสิ้น  หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์   02-2451399  หรือ  02-6441478  เท่านั้น
บุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว ชอบช่วย หรือ ผศ.ดร.ภัทรพล เวทยสุภรณ์ และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง ฯลฯ ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์ 02-2451399 หรือ 02-6441478 เท่านั้น

ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ "ตักศิลา คเณศ์ธร"

  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
ครบรอบ 120 ปี “ศิลป์ พีระศรี”
ครบรอบ 120 ปี "ศิลป์ พีระศรี"

หน้าแรก arrow อ่านบทความย้อนหลังที่นี่ arrow เรือนชานบ้านเมือง arrow “อสังหาฯ” ในปี “กระต่ายทอง” จะรุ่งหรือร่วง? (2)
“อสังหาฯ” ในปี “กระต่ายทอง” จะรุ่งหรือร่วง? (2)

         จากการเก็บรวบรวมข้อมูลของผม ธุรกิจ "อสังหาริมทรัพย์" ช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา พบว่ามีการเปิดขายโครงการน้อยใหญ่ 139 โครงการ โดยเป็นโครงการขนาดใหญ่ 66 โครงการ มีจำนวนรวม 4.3 หมื่นยูนิต ซึ่งจากปริมาณดังกล่าวดูแล้วน่าจะเป็นผลดีต่อผู้บริโภค เพราะทำให้มีสินค้าทั้ง "คุณภาพ" และ "ราคา" ที่หลากหลายในทำเลที่ตั้งต่าง ๆ กันให้บรรดา "ผู้บริโภค" สามารถเลือกซื้อได้ เนื่องจากในปี "เถาะ" นี้ "ซัพพลาย" กำลังจะแซงหน้า "ดีมาน" ส่งผลให้ในขณะนี้หลายโครงการที่กำลัง "ออกอาการ" ไม่ใคร่ดีจึงมีการเร่งส่งเสริมการขายในทุกรูปแบบ ทั้งการลดแลกแจกแถมกัน เช่น การแจกเฟอร์นิเจอร์ ไม่ต้องดาวน์ คืนเงินจอง การให้อยู่ฟรี 1 ปี ฯลฯ ถือเป็นกลยุทธในการกระตุ้นการขายที่เห็นกันอยู่ทั่วไป หากมองต่างมุมทำให้ผมเชื่อว่าบางโครงการที่ยอดขายไม่สู้จะดีนักก็น่าจะเป็นเพราะการวิเคราะห์โครงการผิดพลาดหรือการตลาดผิดพลาด เพราะในบางโครงการที่ประสพความสำเร็จสามารถปิดการขายได้ในระยะเวลาอันสั้นเป็นเพราะสาเหตุมาจาก "ผู้บริโภค" เป็นผู้ซื้อที่ตั้งใจอยู่จริง ซึ่งผมเชื่อว่าในปี "กระต่ายทอง" นี้ การที่จะเกิดปรากฎการณ์ขายหมดในระยะเวลารวดเร็วดังเช่นที่ผ่านมาในอดีตคงจะเป็นไปได้ยากแล้วครับ โดยเฉพาะตลาด "คอนโดมิเนียม" ที่เคยร้อนแรงก็จะเข้าสู่ "ภาวะปกติ" คือ "สร้างไปขายไป" ตามกฎ "ดีมาน" และ "ซัพพลาย" จริง ทั้งนี้ปัจจุบันมีการประเมินสัดส่วนของผู้ซื้อ "อสังหาฯ" ประเภท "คอนโดมิเนียม" ไว้ว่าเป็นการซื้อเพื่อลงทุนระยะยาวประมาณ 30% ส่วนเก็งกำไรมีแค่ 10% อีก 60% ซื้อเพื่ออยู่จริงครับ

         นอกจากนั้นสถานการณ์ธุรกิจ "อสังหาฯ" ประเภท "คอนโดมิเนียม" ในปี "กระต่ายทอง" คาดว่า "ผู้ประกอบการขนาดใหญ่" จะพัฒนาในรูปแบบอาคารสูงเป็นหลัก ส่วน "ผู้ประกอบการขนาดเล็ก" จะพัฒนาแนวราบไม่เกิน 8 ชั้น ประเภทมีความสูงไม่เกิน 23 เมตร มีจำนวนห้องพักไม่เกิน 80 ห้อง เพราะการทำ "คอนโดมิเนียม" ประเภทอาคารสูงนั้นในอนาคตทำได้ยากมากขึ้นต้องผ่านหลายด่านทั้งการซื้อที่ดินในทำเลที่เหมาะสม นอกจากนั้นการขอไฟแนนซ์ก็จะทำได้ยากมากขึ้นเพราะบรรดาสถาบันการเงินมักไม่ให้ "ผู้ประกอบการขนาดเล็ก" กู้ ในขณะที่รายใหญ่สามารถออกหุ้นกู้ได้ รวมทั้งกฎหมายกำหนดให้ต้องศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ( E.I.A ) ดังนั้น "ผู้ประกอบการขนาดเล็ก" จึงโดนบีบทางอ้อมให้หันไปทำอาคารในแนวราบแบบค่อยเป็นค่อยไปมากกว่า ดังนั้นในปี "เถาะ" นี้ "คอนโดมิเนียม" จึงไม่ใช่โอกาสของ "ผู้ประกอบการขนาดเล็ก" อีกต่อไปอีกทั้ง "ผู้ประกอบการขนาดใหญ่" ก็เริ่มหันมา "กินปลาเล็ก" ทำ "คอนโดมิเนียม" ที่ในแต่ละยูนิตมีขนาดเล็กลงในระดับราคาล้านกว่าบาทแล้ว ดังนั้นไม่ง่ายสำหรับ "ผู้ประกอบการขนาดเล็ก"ที่จะทำ "คอนโดมิเนียม" อีกทั้งยังพบว่าในขณะนี้ "ผู้ประกอบการขนาดใหญ่" ก็เริ่มชะลอตัวในการทำ "คอนโดฯ" ราคาแพงแล้ว และเชื่อว่าในอนาคต "แบงก์ชาติ" จะออกกฎสำหรับ "อสังหาฯ"คอนโดมิเนียม" ที่เข้มข้นขึ้นอย่างแน่นอน ประเภท "

         นอกจากนั้นทั้งภาครัฐและเอกชนมีความเห็นคล้ายกันว่าเศรษฐกิจของบ้านเราในภาพรวมยังมีอัตราการเติบโตค่อนข้างสูง จึงประเมินว่า "ฟองสบู่" จะยังไม่เกิดหรือหากเกิดก็คงเป็น "ฟองสบู่" ขนาดเล็ก ซึ่งไม่เหมือนปี 2540 ดังนั้นผมจึงอยากให้ทั้ง 5 ฝ่ายที่มีส่วนร่วมที่สำคัญในธุรกิจ "อสังหาริมทรัพย์" ว่าจะรุ่งหรือร่วง?คือ "แบงก์ชาติ" , "ผู้ประกอบการ", "ผู้บริโภค", "รัฐบาล" และ "สถาบันการเงิน" ควรจะต้องจับกระแสและทิศทางเคลื่อนไหวของธุรกิจ "อสังหาริมทรัพย์" ใน "มิติ" ต่าง ๆ ด้วยความไม่ประมาท รวมทั้งจับกระแสการไหลทะลักเข้ามาของ "กองทุนจากภายนอก" ให้ดี ถึงแม้ว่าการพิจารณาฐานข้อมูลก็ยังสามารถฟันธงลงไปได้ว่ายังไม่เกิด "ฟองสบู่" ก็ตาม

         อีกทั้ง "อาคารชุด" จดทะเบียนในปีที่ผ่านมาปริมาณยังไม่สูงเท่ากับปี 2540 โดยในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมามีอาคารสูงจดทะเบียนน้อยกว่าแนวราบคือ 2.3 หมื่นยูนิต ขณะที่แนวราบสร้างเสร็จจดทะเบียนมีมากถึง 2.9 หมื่นยูนิต ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมามีการโอนกรรมสิทธิ์ทั้งบ้านเก่าและบ้านใหม่ประมาณ 1.36 แสนยูนิต เพิ่มขึ้น 6 พันยูนิตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งปริมาณดังกล่าวถือเป็นการโอนกรรมสิทธิ์มากที่สุดนับตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจในช่วงปี 2540 ทั้งนี้หากพิจารณาที่ระดับราคาพบว่าในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาบ้านระดับราคา 1-3 ล้านบาทมีการโอนถึง 60% และคาดว่าในปี "เถาะ" นี้ทั้งปีน่าจะมีการโอนกรรมสิทธิ์รวมทั้งสิ้น 1.7 แสนยูนิต

         สรุปในภาพรวมอนาคตของธุรกิจ "อสังหาฯ" ในปี "กระต่ายทอง" นี้ก็จะมีนวัตกรรมใหม่ ๆ มากขึ้น มีความหลากหลายมากขึ้น อีกทั้งยังจะเป็นโครงการที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้นและมีความเป็น "มืออาชีพ" มากยิ่งขึ้นในขณะที่ตลาด "คอนโดฯ" ในปี "กระต่ายทอง" คงไม่มีการร้อนแรงมากเหมือนปีที่แล้ว เพราะผู้ประกอบการจะชะลอการลงทุน แต่ไม่ได้หมายความว่าจำนวนยูนิตของ "คอนโดฯ" สร้างเสร็จจะลดลงกว่าปีที่ผ่านมา เพราะหลายโครงการขนาดใหญ่มีแผนงานจะแล้วเสร็จข้ามปีครับ สรุปในภาพรวมให้ใจชื้นก็คงสามารถฟันธงลงไปว่า สถานการณ์ของธุรกิจ "อสังหาฯ"ในปี "กระต่ายทอง" ยังสามารถเติบโตได้อีก เพราะยังมีความต้องการซื้ออยู่มาก ผมเชื่อว่า "ทาวน์เฮ้าส์" และ "บ้านขนาดเล็ก" จะหวนกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง หากไม่มีโรคแทรกซ้อนทางการเมือง รวมทั้งการรัฐประหาร ในภาพรวมปี "กระต่ายทอง" นี้ธุรกิจ "อสังหาฯ" น่าจะมีอัตราการเจริญเติบโตอยู่ในช่วง 15% ดีกว่าปีที่แล้ว 6-7% ครับ

<Previous   Next>