สมัครงานกับทีมงานบ้านไม่บาน คลิกอ่านรายลัเอียดด้านใน

โปรดระวังบุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว   ชอบช่วย หรือ   ผศ.ดร.ภัทรพล   เวทยสุภรณ์  และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง  ฯลฯ  ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ  ทั้งสิ้น  หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์   02-2451399  หรือ  02-6441478  เท่านั้น
บุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว ชอบช่วย หรือ ผศ.ดร.ภัทรพล เวทยสุภรณ์ และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง ฯลฯ ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์ 02-2451399 หรือ 02-6441478 เท่านั้น

ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ "ตักศิลา คเณศ์ธร"

  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
ครบรอบ 120 ปี “ศิลป์ พีระศรี”
ครบรอบ 120 ปี "ศิลป์ พีระศรี"

หน้าแรก arrow อ่านบทความย้อนหลังที่นี่ arrow เรือนชานบ้านเมือง arrow “เอกภาพ” ในการแก้ข้อพิพาท “ไทย” – “เขมร”
“เอกภาพ” ในการแก้ข้อพิพาท “ไทย” – “เขมร”

            อย่าเข้าใจผิดนะครับว่าการที่ "รัฐบาล" และ "กองทัพ" มีจุดยืนที่เป็น "เอกภาพ" จะต้องหมายความว่าต้องทำสงครามเพื่อยึด "พื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร" กลับคืนมา เพราะจะว่าไปแล้ว "เขมร" ก็ได้สร้าง "วัดแก้วสิขาคีรีสวระ" และชุมชนบน "พื้นที่ทับซ้อน" มาเป็นเวลายาวนานเกือบ 40 ปี บนพื้นที่ที่ถูกอ้างเสมอว่าเป็นของ "ไทย" แต่เพราะความไม่ชัดเจนทำให้ขาดนโยบายที่เป็น "เอกภาพ" เพราะหากมีความเป็น "เอกภาพ" แล้ว "รัฐบาล" ต้องมีเป้าประสงค์ที่ชัดเจนมากกว่าที่เป็นอยู่ ในขณะเดียวกัน "กองทัพ" จะต้องมีแผนปฏิบัติการที่สอดคล้องอย่างเป็น "เอกภาพ" กับนโยบาย "รัฐบาล" เพื่อยืนหยัดปกป้องอธิปไตยที่ใครจะล่วงละเมิดไม่ได้ โดยมีแผนปฏิบัติการที่จะรับมือทั้งในเชิงรับและรุกตั้งแต่เบาไปหาหนัก รวมทั้งมีการกดดันอย่างเป็น "เอกภาพ" แบบต่อเนื่องโดยไม่ต้องมานั่งกังวลว่า "เขมร" จะประท้วงอย่างไร ซึ่งในหลักการปฏิบัติของบรรดานานาอารยประเทศที่ปกครองในระบอบประชาธิปไตย  "รัฐบาล" ต้องเป็นผู้นำ "กองทัพ" อีกทั้งยังต้องมีนโยบายที่ชัดเจนสามารถฟันธงลงไปว่าจะต้องปฏิบัติการตามขั้นตอนอย่างไร 

            ต้องไม่ลืมนะครับว่า "เตโชฮุนเซ็น" นั้นครั้งหนึ่งเคยเป็นสมาชิกพลพรรค "เขมรแดง" พอเห็นท่าไม่ดีก็แปรพักตร์ไปเชิญ "เวียดนาม" เข้ามายึด "พนมเปญ" เพื่อขับไล่ "เขมรแดง" ด้วยความที่มีความสัมพันธ์ในขั้นลึกซึ้งกับ "เวียดนาม" เช่นนี้ ทำให้ผมมั่นใจครับว่าหากสถานการณ์การสู้รบครั้งนี้ลุกลามบานปลายขยายตัวออกไปเป็นสงครามเต็มรูปเมื่อไรก็ไม่ต้องสงสัยเลยครับว่า "ไทย" กำลังทำสงครามกับ "ร่างทรง" ของ "เวียดนาม" ซึ่งถึงขั้นนั้นแล้วบรรดาชาติอภิมหาอำนาจไม่ว่าจะเป็น จีน, สหรัฐฯ, รัสเชีย ฯลฯ ที่ต่างมี "ผลประโยชน์ทับซ้อน" มหาศาลในภูมิภาคก็จะโดดเข้ามาร่วมวงเป็นฝ่ายสนับสนุนไม่ทางตรงก็ทางอ้อม ส่วนใครจะเชียร์ใคร ช่วยใคร เลือกถือหางฝ่ายไหนก็พอจะรู้ ๆ กันอยู่ครับ เพราะลำพัง "เขมร"ในความเห็นของผมนั้นไม่ได้มีอะไรเป็น "แก่นสาระ" แต่ประการใด เป็นได้เพียงแค่ "เบี้ย" ตัวหนึ่งบนกระดานเท่านั้น

            ในภาพรวมของความขัดแย้งตามแนวชายแดนในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นชัดเจนถึงความ "ไร้จริยธรรม" ทางการเมืองของ "ไทย" ที่มีการดึงเอา "การเมืองระหว่างประเทศ" เข้ามาสู่เวที "การเมืองในประเทศ" (ซึ่งอันตรายมากครับ) ที่น่าเศร้าใจอีกประการคือบรรดานักการเมือง "ไทย" รวมทั้งฝ่ายความมั่นคงล้วนแล้วแต่มีผลประโยชน์ที่ทับซ้อน ไม่ว่าจะเป็น "บ่อนคาสิโน" ที่มีอยู่มากมายหลายแห่งเรียงรายตลอดแนวตะเข็บชายแดน ตลอดจนผลประโยชน์มหาศาลจากการค้า ทั้ง "เสียภาษี" และ "เลี่ยงภาษี" จึงเป็นสาเหตุสำคัญอีกประการหนึ่งทำให้ไม่สามารถแก้ปัญหาบน "พื้นที่ทับซ้อน" ได้อย่างตรงจุด

            ก็คงต้องยอมรับอย่าง "หน้าชื่นอกตรม" นะครับว่าในทาง "พฤตินัย" นั้นดินแดนที่เป็น "ข้อพิพาท" ดังกล่าว "เขมร" ได้ครอบครองไปแล้ว ดังจะเห็นได้จากการตัดถนนที่มีความยาว 3.5 กิโลเมตรเข้ามา ตลอดจนการสร้าง "วัด"และชุมชน "เขมร" ในพื้นที่ดังกล่าว หากพูดกันตามความเป็นจริงแล้ว แม้แต่ "ทหารไทย" จะเข้าไปในเขต "พื้นที่ทับซ้อน" ก็ยังต้องขออนุญาต "เขมร" เลยครับ ทั้ง ๆ ที่ "รัฐบาล" อ้างเสมอว่าเป็นดินแดนของ "ไทย" ถ้าเป็น "มวย" ก็ถือว่าในยกที่ผ่านมาเราเพลี่ยงพล้ำครับ

            มาถึงตอนนี้ผมนึกถึงพระราชนิพนธ์ของล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 ในบทที่เกี่ยวกับความเป็น "เอกภาพ" ที่ว่า "ชาติใดไร้รักสมัครสมาน จะทำการสิ่งใดก็ไร้ผล" ผมเชื่อว่าการแก้ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นตามแนวชายแดน "เขมร" นั้นแก้ได้ไม่ยากจนเกินความสามารถครับ สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน คือ การสร้างความเป็น "เอกภาพ" ให้ได้ก่อน ขอเพียงแค่นี้ก็จะสามารถกำหลาบ "เขมร" ได้ง่ายเหมือน "พลิกฝ่ามือ" เพราะ "ไทย" เราเหนือกว่าในทุก ๆ ด้าน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ,สังคม ตลอดจนทางการทหารซึ่งจะว่าไปแล้ว "เตโชฮุนเซ็น" เปรียบไปก็เหมือน "ลูกไก่ในกำมือ" ที่จะบีบก็ตายจะคลายก็รอด ที่ไม่สามารถบีบอย่างเต็มมือได้สักที ก็เพราะนิ้วทั้ง 5 ไม่ "สมานสามัคคี" ขาดความเป็น "เอกภาพ" ครับ

<Previous   Next>