สมัครงานกับทีมงานบ้านไม่บาน คลิกอ่านรายลัเอียดด้านใน

โปรดระวังบุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว   ชอบช่วย หรือ   ผศ.ดร.ภัทรพล   เวทยสุภรณ์  และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง  ฯลฯ  ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ  ทั้งสิ้น  หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์   02-2451399  หรือ  02-6441478  เท่านั้น
บุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว ชอบช่วย หรือ ผศ.ดร.ภัทรพล เวทยสุภรณ์ และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง ฯลฯ ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์ 02-2451399 หรือ 02-6441478 เท่านั้น

ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ "ตักศิลา คเณศ์ธร"

  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
ครบรอบ 120 ปี “ศิลป์ พีระศรี”
ครบรอบ 120 ปี "ศิลป์ พีระศรี"

“ฟูจิ” + “เบญจมาศ” + “ซากุระ”

            ก็เป็นเรื่องราวที่น่าสลดใจครับกับการเกิด คลื่นยักษ์ "สึนามิ" และ "แผ่นดินไหว" ที่ช็อคคนทั้งโลกด้วยความรุนแรงกว่า 9.8 ริกเตอร์ นอกจากนั้นถูกซ้ำเติมด้วยการเกิดระเบิดของ "เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์" ในจังหวัด "ฟูกุชิมะ" หลายครั้ง เป็นผลให้สารกัมตภาพรังสีฟุ้งกระจายไปโดยรอบอาณาบริเวณ ทำให้โลกได้รับรู้ถึงภัยพิบัติทางธรรมชาติที่มีอำนาจการทำลายล้างอย่างน่าสะพรึงกลัวที่เกิดขึ้นในเวลาเพียงชั่วพริบตา ก็ทำให้รู้สึกหดหู่ใจเหลือกำลังครับ สำหรับตัวผมกับ "ญี่ปุ่น" นั้นมีความผูกพันธ์กันลึก ๆ ที่แน่นแฟ้นมายาวนาน อีกทั้งยังได้มีโอกาสเดินทางไป "ญี่ปุ่น" หลายครั้ง จากการเดินทางทำให้ผมได้พบ "ของดีมีอยู่" ที่พอจะรับรู้ได้ 3 ประการ อันเป็น "ขวัญกำลังใจ" ของชาว "ญี่ปุ่น" ครับ คือ "ภูเขาไฟฟูจิ", "ดอกเบญจมาศ", และ "ดอกซากุระ" ครับ

            ในห้วงเวลาแห่งภัยพิบัติภาพที่ประทับใจชาวโลกคือ การ "รอคอยอย่างมีสติ" นานหลายชั่วโมงนั่นคือ "ความอดทนอดกลั้น" ของชาว "ญี่ปุ่น" ที่เหนือชาติอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามที่ตกอยู่ในสภาวะวิกฤติเช่นนี้ ผมนึกย้อนกลับไปตอนเกิดน้ำท่วมใหญ่ที่รัฐ "นิวออร์ลีน" ใน "สหรัฐอเมริกา" หรือ การเกิดแผ่นดินไหวที่กรุง "ปอโตแปรงซ์"เมืองหลวงของ "เฮติ" บรรดาผู้คนที่อดอยากหิวโหยและไร้ซึ่งที่พักพิง ต่างพากันตกอยู่ในสภาวะสับสน ทำให้สูญเสียความเป็น "มนุษย์" ควบคุม "สติ" ได้ไม่ดีเท่าคน "ญี่ปุ่น" จะเห็นว่าทั้งที่ "สหรัฐอเมริกา" ซึ่งถือว่าเป็นประเทศที่เจริญแล้วและ "เฮติ" ซึ่งถือว่าเป็นประเทศโลกที่ 3 ที่ยากจนและด้อยพัฒนา แต่พลเมืองของทั้งสองประเทศกลับมีอาการเหมือนกัน คือ "การสูญเสียความรู้สึกผิดชอบชั่วดี" เป็นผลให้มีเหตุการณ์ฉกชิงวิ่งราวปล้นสะดม แบบบ้านป่าเมืองเถื่อน เพียงเพื่อให้ตัวเองมีชีวิตรอด ดังนั้นจะเห็นได้ว่าภาพของคน "ญี่ปุ่น" ที่เข้าคิวกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยนานกว่า 6 ชั่วโมง เพื่อรอความช่วยเหลือรวมทั้งรอซื้อหาเครื่องอุปโภคบริโภคและอาหาร ทำให้ผมนึกถึง "ของดีมีอยู่" ในดินแดน "อาทิตย์อุทัย" ที่หนึ่งในนั้นคือ "ดอกซากุระ" ซึ่งคน "ญี่ปุ่น"ให้ความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า "ภูเขาไฟฟูจิ" และ "ดอกเบญจมาศ" ผมยอมรับว่าเพิ่งมาเข้าใจอย่างถ่องแท้ในยามที่เกิดวิกฤติการณ์ในครั้งนี้ว่า ทำไมคน "ญี่ปุ่น" จึงชื่นชอบความงดงามของ "ดอกซากุระ" ยามผลิบานกันนัก จนถึงขนาดมีประเพณีการชม "ดอกซากุระบาน" ซึ่งในอดีตมีแต่ชนชั้นสูงและชนชั้นปกครองรวมทั้งบรรดา "ซามูไร" เท่านั้นที่มีโอกาส เพราะในมุมมองของชาว "ญี่ปุ่น" นั้น "ดอกซากุระ" เป็นเสมือนจิตวิญญาณของการดำเนินชีวิตแบบ "บูชิโด" จึงแข็งแกร่งอดทนและมุ่งมั่นไม่ย่อท้อต่อปัญหา ซึ่งจะเป็น "พลวัตร" ในการขับเคลื่อนให้สามารถฟื้นตัวจากวิกฤติการณ์ที่เลวร้ายที่สุดและรุนแรงที่สุดในครั้งนี้อย่างรวดเร็ว

            ยิ่งได้ศึกษาเกี่ยวกับ "ดอกซากุระ" ก็ยิ่งเกิดความประทับใจในวิถีชีวิตแบบ "บูชิโด" เพราะชาว "ญี่ปุ่น" เชื่อว่าการมีชีวิตอยู่นั้นจำเป็นต้องยืนยงธำรงอยู่อย่างสง่างาม มีเกียรติและศักดิ์ศรี ดังนั้นเมื่อถึงเวลาที่ต้องพรากจากกันก็ไปอย่างไม่โศกเศร้าอาลัยอาวรณ์ (กันจนเกินควร) ทั้งยังสามารถทำใจยอมรับการเปลี่ยนแปลงอย่างทระนงองอาจ มิหนำซ้ำยังกลับถือว่าเป็น "วัฏจักรของธรรมชาติ" ที่แสนจะ "งามง่าย เรียบง่าย" เปรียบได้ดั่ง "ดอกซากุระ" ซึ่งจะบานอยู่ได้เพียง 5 วัน หลังจากนั้นก็จะร่วงโรยไปในทันทีก่อนช่วงเวลาที่จะเหี่ยวเฉามาถึง (เพื่อมิให้เป็นช่วงเวลาที่น่าเวทนาหรือถูกใครเย้ยหยัน) เมื่อเป็นเช่นนี้ "ดอกซากุระ" ซึ่งเปรียบเสมือนตัวแทนของ "จิตวิญญาณ" ชาว "ญี่ปุ่น" ที่สามารถปลดปล่อยตัวเองและสามารถก้าวอย่างมุ่งมั่นไปข้างหน้าในทันที โดยไม่ยึดติดกับอะไร เมื่อได้ทำหน้าที่ทาง "จริยธรรม" เบ่งบานงดงามจนถึงพร้อมแล้วถึงเวลาอันควรที่จะจากไปโดยไม่โหยหา ซึ่งคล้ายคลึงกับปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่ "ดอกซากุระ" ร่วงโรยราก่อนเหี่ยวเฉา จึงเปรียบได้กับวิถีชีวิตของนักรบ "บูชิโด" โดยแท้ ในแต่ละปีก็จะมีเทศกาลชม "ดอกซากุระ" บาน ชาว "ญี่ปุ่น" นับแสนนับล้านคนจะใช้เวลาช่วงสั้น ๆ เพียงไม่กี่วันที่ "ดอกซากุระ" เบ่งบานเต็มที่นี้ชื่นชมความงดงามอย่างมีความสุข แล้วก็เฝ้ารอที่จะกลับมาชม "ดอกซากุระ" บานกันใหม่ในปีหน้า สำหรับผมเป็นปรัชญาการใช้ชีวิตที่น่าทึ่งครับ เพราะจะพบ "ความงามสมบูรณ์แบบ" ที่พร้อมจะจากไปเหลือเพียง "ความว่างเปล่า" อีกทั้งยังพบกับพลังแห่งความ "สงบนิ่ง" แห่งการรอคอยอย่างมีความหวังที่มาพร้อมกับพลวัตรของการ "เคลื่อนตัว" ไปข้างหน้า

            จะว่าไปแล้วในช่วงวิกฤติชีวิตก็มีความงดงามซุกซ่อนอยู่มิใช่น้อยครับ ตราบใดที่ชาว "ญี่ปุ่น" มี "ของดีมีอยู่" 3 ประการ คือ "ภูเขาไฟฟูจิ" ที่เป็นสัญลักษณ์แทนความหนักแน่นและมั่นคง "ดอกเบญจมาศ" ที่เป็นสัญลักษณ์แทนราชวงศ์อันเป็นศูนย์รวมทางจิตใจ และ "ดอกซากุระ" ที่เป็นสัญลักษณ์ของการดำรงชีวิตแบบ "บูชิโด" ถึงพร้อมเช่นนี้ก็ไม่เหลืออะไรที่น่ากลัวจนเกินแก้แล้วครับ ก็ขอเอาใจช่วยเพื่อน "ร่วมทุกข์" ชาว "ญี่ปุ่น" มา ณ บัดเดี๋ยวนี้

<Previous   Next>