สมัครงานกับทีมงานบ้านไม่บาน คลิกอ่านรายลัเอียดด้านใน

โปรดระวังบุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว   ชอบช่วย หรือ   ผศ.ดร.ภัทรพล   เวทยสุภรณ์  และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง  ฯลฯ  ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ  ทั้งสิ้น  หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์   02-2451399  หรือ  02-6441478  เท่านั้น
บุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว ชอบช่วย หรือ ผศ.ดร.ภัทรพล เวทยสุภรณ์ และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง ฯลฯ ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์ 02-2451399 หรือ 02-6441478 เท่านั้น

ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ "ตักศิลา คเณศ์ธร"

  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
ครบรอบ 120 ปี “ศิลป์ พีระศรี”
ครบรอบ 120 ปี "ศิลป์ พีระศรี"

หน้าแรก arrow อ่านบทความย้อนหลังที่นี่ arrow เรือนชานบ้านเมือง arrow ระวัง !! นโยบาย “ประชานิยม” จะ “ล่มจม”ทั้งประเทศ
ระวัง !! นโยบาย “ประชานิยม” จะ “ล่มจม”ทั้งประเทศ

            จากเหตุการณ์จลาจลที่กำลังเกิดขึ้นและมีทีท่าว่าจะลุกลามบานปลายขยายตัวออกไปอีกที่ "กรีซ" และมีโอกาสลุกลามไปยังประเทศต่าง ๆ ในกลุ่ม "อียู"อันมีสาเหตุมาจาก "การล่มสลายลงทางเศรษฐกิจ" ทำให้ผมได้ฉุกคิด แล้วหันกลับมามองสถานการณ์ในบ้านเมืองของเรา ที่มีบรรยากาศโดยรวมคล้ายคลึงกับช่วงเศรษฐกิจถดถอย ประชาชนส่วนใหญ่ยังระมัดระวังในการใช้จ่ายกันอยู่ เพราะไม่เชื่อมั่นในเสถียรภาพทางการเมืองหลังการเลือกตั้ง รวมไปถึงสภาวะทางเศรษฐกิจในอนาคต ที่ปัจจัยลบต่าง ๆ ก็ยังคงค้างคาอยู่มากมาย จนทำให้บรรดา "กูรู" (หรือ "กูอยากรู้") ทั้งหลาย ไม่สามารถฟังธงลงไปได้ว่าหลังจากการเลือกตั้งครั้งนี้จะสามารถแสวงหาจุดร่วมบนความแตกต่างที่ทุกฝ่ายจะทำใจยอมรับได้หรือไม่ และเศรษฐกิจภายหลังการเลือกตั้งจะถดถอยหรือฟื้นตัว ยิ่งในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง รัฐบาลมัวแต่เล่นเกมส์ทางการเมือง จนลืมนึกถึงปัญหาปากท้องและลืมคิดไปว่าในเมื่อทั่วโลกไม่ว่าจะเป็น "ยุโรป", "ญี่ปุ่น", "จีน" หรือ "อเมริกา" กำลังเผชิญหน้ากับปัญหาการถดถอยทางเศรษฐกิจ ดังจะเห็นได้ชัดเจนจากปัญหา "เงินเฟ้อ" ที่กำลังทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ เป็นผลให้บรรดาประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจหลายต่อหลายประเทศต่างพากันรัดเข็มขัดลดค่าใช้จ่ายโดยเฉพาะบรรดานโยบาย "ประชานิยม" ต่าง ๆ รวมทั้งพากันเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเพื่อรับมือกับ "วิกฤติเศรษฐกิจโลก" ระรอกใหม่

            เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้แล้ว "ไทย" ที่เศรษฐกิจทั้งระบบพึ่งพาอยู่กับการส่งออก จะส่งอะไรไปขาย ในเมื่อไม่มีกำลังซื้อในตลาดโลกหรือกำลังซื้อที่เดิมเคยมีกำลังหดตัวลง อย่างไรก็ดีบรรดารัฐมนตรีในคณะรัฐบาล (รักษาการ)อาจจะรู้แต่แกล้งทำเป็นไม่รู้ จึงไม่ได้มีนโยบายที่ชัดเจนในการเตรียมการรับมืออย่างจริงจังเป็นรูปธรรม ในทางตรงกันข้ามกลับใช้งบประมาณซื้อเสียงผ่านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรูปแบบต่าง ๆ ในลักษณะนโยบาย "ประชานิยม" แบบสุดกู่ โดยไม่สนใจผลกระทบที่จะตามมาจากการใช้จ่ายแบบสุรุ่ยสุร่าย ขอเพียงแค่มีชัยชนะในการเลือกตั้งเท่านั้นก็พอ ส่วนปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้นตามมานั้นเอาไว้ค่อยคิดหาหนทางแก้ไขในอนาคตแบบ "ไปตายเอาดาบหน้า" ใครมาเป็นรัฐบาลใหม่ก็รับภาระหาเงินไปใช้หนี้กันเอาเองตามยถากรรมก็แล้วกัน

            เมื่อ "ดูหนังดูละครแล้วย้อนกลับมาดูตน" รัฐบาล "ไทย" ชุดใหม่ควรที่จะต้องศึกษาเรียนรู้วิกฤติการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นกับ "กรีซ" ที่โครงสร้างทั้งทางเศรษฐกิจ,สังคมและการเมืองมีอันต้องล่มสลายลง เนื่องมาจากการบริหารจัดการที่ผิดพลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายลด แลก แจก แถมในรูปแบบ "ประชานิยม" นอกจากนั้นแล้ว นโยบายทางเศรษฐกิจของ "กรีซ" ยังไม่มีความชัดเจนในการแก้ไขปัญหาทางโครงสร้าง ที่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่เห็นแผนปฏิบัติการแบบจริงจังในการแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจที่กำลังดิ่งลึกลงเหวไปทุกขณะ นอกเหนือไปจากนโยบายการตัดลดงบประมาณรวมไปถึงการปรับลดค่าใช้จ่าย ตลอดจนการตัดลดผลประโยชน์ต่าง ๆ ที่รัฐเคยจัดทำขึ้นในรูปแบบสวัสดิการอื่น ๆ ซึ่งมาตรการต่าง ๆ เหล่านี้กลับไม่มีแผนฟื้นฟูโครงสร้างเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรมแต่อย่างใด

            การล่มสลายลงของเศรษฐกิจ "กรีซ" เป็นกรณีศึกษาที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งที่ "ไทย" ควรที่จะต้องเรียนรู้และนำมาปรับปรุงแก้ไขนอกจาก ความไร้ประสิทธิภาพของหน่วยงานรัฐ ไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจหลักที่นอกจากจะอืดอาด ยืดยาด ล่าช้า ซ้ำซ้อนแล้ว ก็ยังถูกซ้ำเติมด้วย ปัญหาคอรัปชั่น ทั้งแบบทางตรง,ทางอ้อม และที่แฝงอยู่ในนโยบายของรัฐที่แทรกตัวอยู่ในทุกระบบ ก็ยังรวมไปถึงนโยบายการใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย โดยผ่านนโยบาย "ประชานิยม" ที่คงไม่มีใครสามารถปฏิเสธได้ว่าเป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการซื้อเสียง สิ่งต่าง ๆ ที่ได้เอ่ยมาเหล่านี้แหละครับดูเหมือนว่าจะเป็นอุปสรรคสำคัญในการแก้ปัญหาทางโครงสร้างที่ยังคาราคาซังอยู่

            ดูไปดูมา "รัฐบาลกรีซ" ก็ไม่ต่างอะไรจาก "รัฐบาลไทย"ในช่วงนี้ที่กำลังเผชิญกับทั้งวิกฤติเศรษฐกิจ วิกฤติสังคม และวิกฤติทางการเมือง (แบบรับศึกหนักทุกด้านพร้อมกัน) รอเพียงแค่เวลา "ฝีแตก" เท่านั้น ซึ่งในสถานการณ์ที่สับสนวุ่นวายในทุกภาคส่วนดังเช่นทุกวันนี้ ผมต้องสารภาพตามตรงครับว่ามีความกังวลใจเป็นอย่างยิ่งและไม่อยากให้ "ไทย" มีอันเป็นไปเหมือน "กรีซ" ครับ

<Previous   Next>