สมัครงานกับทีมงานบ้านไม่บาน คลิกอ่านรายลัเอียดด้านใน

โปรดระวังบุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว   ชอบช่วย หรือ   ผศ.ดร.ภัทรพล   เวทยสุภรณ์  และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง  ฯลฯ  ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ  ทั้งสิ้น  หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์   02-2451399  หรือ  02-6441478  เท่านั้น
บุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว ชอบช่วย หรือ ผศ.ดร.ภัทรพล เวทยสุภรณ์ และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง ฯลฯ ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์ 02-2451399 หรือ 02-6441478 เท่านั้น

ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ "ตักศิลา คเณศ์ธร"

  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
ครบรอบ 120 ปี “ศิลป์ พีระศรี”
ครบรอบ 120 ปี "ศิลป์ พีระศรี"

หน้าแรก arrow อ่านบทความย้อนหลังที่นี่ arrow บ้านไม่บาน Update arrow “อาคารพาณิชย์” + “โฮมส์ออฟฟิศ” แบบ “ไฮโซ+โลคอส” ในสไตล์ “K – II”
“อาคารพาณิชย์” + “โฮมส์ออฟฟิศ” แบบ “ไฮโซ+โลคอส” ในสไตล์ “K – II”

            สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว "คนรักบ้าน" ก็เกิดอาการหนาว ๆ ร้อน ๆ กันไปทั่วโลกอันเป็นผลมาจากวิกฤติ "หนี้สาธารณะของสหรัฐอเมริกา" ทำเอาประธานาธิบดี "บารัค โอบามา" และบรรดาที่ปรึกษาทางด้านเศรษฐกิจต้องพลิกตำรารับมือกันแบบไม่ทัน เป็นผลให้สภาวะเศรษฐกิจโลกตกอยู่ในอาการน่าเป็นห่วง ซึ่งผมเคยพูดทีเล่นทีจริง ว่าขอเพียงแค่ "สหรัฐอเมริกา" เกิดเป็น "ไข้" มีอาการ "ไอ" ก็ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้กับประเทศเล็ก ๆ อย่าง "ไทย" หากควบคุมกันเอาไว้ไม่ดีก็อาจจะต้องหามกันเข้า "ไอซียู" เลยทีเดียวครับ

“อาคารพาณิชย์” + “โฮมส์ออฟฟิศ” แบบ “ไฮโซ+โลคอส” ในสไตล์ “K – II”

            "วิกฤติหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ" ที่บรรดาสมาชิก "สภาครองเกส" ยังคง "ซีเรียส" กับนโยบาย "การเพิ่มเพดานหนี้" จำนวนอภิมหาศาลสูงถึง 14.3 ล้านล้านดอลล่าร์ (เพื่อประกันความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้) นอกจากนั้น "สหรัฐอเมริกา" ยังเจ็บปวดกับการที่ถูก "สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ" อย่าง "เอสแอนด์พี" หรือ "แสตนดาร์ดแอนด์พัวร์ส" ลดอันดับความน่าเชื่อถือลงจาก "ทริปเปิ้ลเอ" เป็น "ดับเบิ้ลเอพลัส" ส่งผลให้บรรดานักลงทุนทั่วโลกต่างพากันเทขายเงินดอลล่าร์เพื่อไปลงทุนใน "ทอง" นอกจากนั้นยังส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ถึงความมั่นใจของนักลงทุน เป็นผลให้อัตราดอกเบี้ยในการกู้ยืมเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ในอนาคตอาจจำเป็นต้องลดค่าเงินดอลล่าร์ (ส่งผลให้ค่าเงินสกุลที่สำคัญต่าง ๆ ของ "เอเชีย" แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับ "ดอลล่าร์" ) สร้างความปั่นป่วนวุ่นวายในตลาดหุ้นและกระทบถึงโครงสร้างของเศรษฐกิจโลกโดยรวม หากมองข้ามไปยัง "วิกฤติหนี้สาธารณะยุโรป" โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ "กรีซ" ที่กำลังถึงจุด "ไคลเม็ก" ถึงแม้บรรดาผู้นำ "ยุโรป" มีมติอนุมัติเงินช่วยเหลือก้อนใหญ่ให้กับ "กรีซ" เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน แต่ผมเชื่อว่า "วิกฤติหนี้สาธารณะยุโรป" ก็จะยังไม่ดีขึ้นและไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อไร ยังจะเห็นได้จาก "สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ" อย่าง "สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ส" ก็ยังประกาศลดเครดิตของ "กรีซ" ลงไปอีก หลังจากสรุปว่าข้อเสนอในการปรับโครงสร้างของ "กรีซ" มีค่าเท่ากับการผิดนัดชำระหนี้บางส่วน ในขณะที่ "สถาบันจัดอันดับความเชื่อถือ" อย่าง "มูดี้ส์ อินเวสเตอร์เซอร์วิส" ก็ได้ลดอันดับของ "กรีซ" ลงเช่นกัน ด้วยเหตุผลว่า "แผนการแลกเปลี่ยนพันธบัตร" ส่วนหนึ่งถือว่าเป็นการผิดนัดชำระหนี้เช่นเดียวกัน จะเห็นได้ว่า "ยุโรป" ต่างก็ตกอยู่ในสภาพเดียวกันกับ "สหรัฐอเมริกา" ที่เศรษฐกิจในภาพรวมกำลังย่ำแย่ลงทุกขณะครับ

            จาก "วิกฤติหนี้สาธาณะ" ที่เกิดขึ้นใน "สหรัฐฯ" อีกทั้งยังได้ถูกซ้ำเติมด้วยวิกฤติ "หนี้สาธารณะ" ในหลายประเทศในกลุ่ม "อียู" (โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ประเทศ "กรีซ" ) ได้ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่อย่างรุนแรง ไม่ว่าจะเป็น "ค่าเงินดอลล่าร์" และ "ค่าเงินยูโร" ที่กำลังตกต่ำลงอย่างน่าใจหาย รวมไปถึงความวุ่นวายที่กำลังเกิดขึ้นในตลาดหุ้น,ตลาดทุนทั่วโลก ก็อยากเตือนสติบรรดาชาว "คนรักบ้าน"ที่เป็น "นักลงทุน" ว่าช่วงนี้ถ้าไม่จำเป็นก็ขออยู่ให้ไกลจาก "ตลาดหุ้น+ตลาดทุน" เพราะกำลังตกอยู่ในสภาพผันผวนเกินการคาดเดา อีกทั้งยังขอให้เดินตาม "เบื้องพระยุคลบาท" ที่ว่าด้วย "ศาสตร์พระราชา" ที่นำมาซึ่งแนวคิด "เศรษฐกิจพอเพียง" (SUFFICIECY ECONMY) รับรองว่าจะไม่บอบช้ำอย่าง "สหรัฐฯ" และหลายประเทศใน "ยุโรป" อีกทั้งยังจะเป็นผู้นำทางด้านความคิดที่จะฟื้นฟูเศรษฐกิจของ "ทุนนิยมโลก"ด้วย "วิถี"แห่ง "ความพอเพียง" ที่สะท้อนออกมาให้เห็นในทุก "มิติ" ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการดำเนินชีวิต ตลอดไปจนถึงรูปแบบของอาคารบ้านเรือน "ไม่บาน" ที่ "งามง่าย พอเพียง" รวมทั้งเป็นการ "ไม่เบียดเบียน" ทั้งตนเองและผู้อื่น

“อาคารพาณิชย์” + “โฮมส์ออฟฟิศ” แบบ “ไฮโซ+โลคอส” ในสไตล์ “K – II”

            ที่ผมอุตส่าห์ร่ายมาเสียยืดยาวก็เพราะต้องการปูพื้นฐานทางความคิดให้บรรดาแฟน ๆ ชาว "คนรักบ้าน" ได้ฉุกคิดหันกลับมาหา "ของดี มีอยู่" ในสังคมไทยที่เคยมีมาในอดีต กลับมา อนุรักษ์ + สืบสาน + พัฒนา รูปแบบอาคารบ้านเรือน "ไม่บาน"ที่ "งามง่าย พอเพียง" ที่ทำให้พวกเราชาว "คนรักบ้าน" อยู่รอดปลอดภัยโดยไม่หวั่นเกรงกับภยันตรายใด ๆ ไม่ว่าสถานการณ์ของเศรษฐกิจโลกจะดีหรือไม่ดี หากเราใช้ชีวิตแบบ "พอเพียง" ก็ได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อยเท่านั้น สำหรับอาคารบ้านเรือนที่ว่านั้นก็คือ "ตึกแถว", "อาคารพาณิชย์" หรือ "โฮมส์ออฟฟิศ" ที่เรา ๆ ท่าน ๆ รู้จักกันดีนั่นเอง เพราะเป็นรูปแบบอาคารที่อยู่คู่คนไทยมานานหลายร้อยปีและก็ยังคงใช้งานได้ดีเป็นอย่างยิ่งจวบจนปัจจุบันครับ

            จะว่าไปแล้วหลักการสำคัญในการพัฒนาอาคารบ้านเรือนที่ "ไม่บาน"ในรูปแบบ "ตึกแถว" นั้น จะประกอบไปด้วยหลักสำคัญ 3 ประการ ซึ่งหลักสำคัญประการที่ 1 คือจะต้องตั้งอยู่ในทำเลที่ดี ถ้าสามารถทำการค้าหรือทำธุรกิจ ธุรกรรมได้ทั้งวันทั้งคืนก็ยิ่งวิเศษ ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องอยู่ในย่านชุมชนที่สามารถเข้าถึงได้โดยสะดวก สำหรับหลักสำคัญประการที่ 2 คือ จะต้องมีราคาไม่แพง ซึ่งสามารถพิจารณาง่าย ๆ คือ ลองเอาที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างไปขอรับการสนับสนุนเงินกู้จากสถาบันการเงินหรือธนาคารต่าง ๆ ก็ขอให้ดูยอดผ่อนในแต่ละเดือนก็จะรู้ได้ทันทีว่าเกินความสามารถในการผ่อนของท่านหรือไม่ จะสามารถผ่อนชำระหนี้ในแต่ละเดือนไหวหรือไม่ และหลักสำคัญประการที่ 3 คือ จะต้องคำนึงถึงรูปลักษณ์ภายนอกของอาคารตลอดจนการจัดพื้นที่ภายในว่าจะสามารถตอบสนองการใช้สอยอย่างคุ้มค่าได้หรือไม่ ซึ่งในความเห็นของผมนั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่อาคารจะต้องดึงดูดและสะดุดตาบรรดาผู้คนที่ผ่านไปมา รวมทั้งจำเป็นต้องมี "เอกลักษณ์" เพราะเป็นอาคารที่ประกอบกิจการค้า เพราะฉะนั้นจำเป็นต้องออกแบบทางสถาปัตยกรรมให้จดจำได้ง่าย ซึ่งหลักสำคัญ 3 ประการนี้ ผมถือว่าเป็น "กฎเหล็ก" ใน "การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์" ในรูปแบบ "ตึกแถว", "อาคารพาณิชย์" หรือ "โฮมส์ออฟฟิศ" ซึ่งรูปแบบที่ท่านเห็นนี้เป็นรูปแบบที่พัฒนาขึ้นจาก สไตล์ "K-I" ที่ได้เคยนำเสนอไปแล้ว ผมจึงเรียกว่า สไตล์ "K-II" โดยได้มีการตัดทอนองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมบางส่วนให้ "งามง่าย" ยิ่งขึ้น เช่น การลดทอนในส่วนโดมทรงสูง เพื่อคุมราคาค่าก่อสร้างไม่ให้บานปลาย เนื่องจากในระยะเวลาเพียงแค่สองสามเดือนที่ผ่านมาบรรดาข้าวของเครื่องใช้และวัสดุก่อสร้างได้ถีบตัวสูงขึ้นกว่า 10-15% ไปเรียบร้อยแล้วครับ และมีทีท่าว่าจะปรับตัวสูงขึ้นอีก จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องควบคุมค่าก่อสร้างให้อยู่ในงบประมาณที่ตั้งไว้ครับ

            สำหรับแฟน ๆ ชาว "คนรักบ้าน" ทั่วประเทศท่านใดที่สนใจ "การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์" ในยุคที่ต้องเผชิญกับ "วิกฤติหนี้สาธารณะ" ที่กำลังเกิดขึ้นที่ "สหรัฐอเมริกา" และ "ยุโรป" ในรูปแบบ "ตึกแถว", "อาคารพาณิชย์" + "โฮมส์ออฟฟิศ" ในสไตล์ "K-I" และ "K-II" ของ อ.เชี่ยว ชอบช่วย ก็สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ คุณเพลินผกา ผิวนวล เบอร์ 081-4218323 แล้วผมจะทำการวิเคราะห์เจาะลึกอย่าง "ตรงไปตรงมา" ให้ว่า "จะทำดีไม่ทำดี" หรือ "จะทำได้หรือไม่ได้" เพื่อให้เป็นการลงทุนที่ "อยู่รอดปลอดภัย" และ "ทำกำไรได้มาก ๆ" ครับ

            สัปดาห์นี้คงมีสาระน่ารู้กันเพียงแค่นี้ ท่านใดที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมก็สามารถเข้าไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ในเว็ปไซต์ยอดฮิตของชาวคนรักบ้าน www.homeloverthai.com สำหรับสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้คงมีแค่นี้แล้วพบกันได้ใหม่ในสัปดาห์หน้าครับ

<Previous   Next>