สมัครงานกับทีมงานบ้านไม่บาน คลิกอ่านรายลัเอียดด้านใน

โปรดระวังบุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว   ชอบช่วย หรือ   ผศ.ดร.ภัทรพล   เวทยสุภรณ์  และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง  ฯลฯ  ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ  ทั้งสิ้น  หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์   02-2451399  หรือ  02-6441478  เท่านั้น
บุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว ชอบช่วย หรือ ผศ.ดร.ภัทรพล เวทยสุภรณ์ และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง ฯลฯ ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์ 02-2451399 หรือ 02-6441478 เท่านั้น

ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ "ตักศิลา คเณศ์ธร"

  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
ครบรอบ 120 ปี “ศิลป์ พีระศรี”
ครบรอบ 120 ปี "ศิลป์ พีระศรี"

หน้าแรก arrow อ่านบทความย้อนหลังที่นี่ arrow เรือนชานบ้านเมือง arrow “เหยียดผิว” + “ความยากจน” นำไปสู่การ “จลาจลเผาบ้านเผาเมือง” (2)
“เหยียดผิว” + “ความยากจน” นำไปสู่การ “จลาจลเผาบ้านเผาเมือง” (2)

            เมื่อมนุษย์มีความแตกต่างกันในเรื่องสีผิวก็ก่อให้เกิดการ "เหยียดผิว" และก็นำมาซึ่งความคิดเห็นที่แตกต่างกัน เป็นปฏิปักษ์ต่อกันเกิดการแก่งแย่งผลประโยชน์หรือกีดกันกัน ว่าคนหนึ่งมีสถานภาพทางสังคมต่ำต้อยกว่าอีกคนหนึ่ง ดังจะเห็นได้ว่าคน "ผิวขาว" ในบางประเทศถือว่าคน "ผิวสี" เป็นคนชั้นต่ำ ไม่มีสิทธิเท่าเทียมกันในด้านต่าง ๆ ทั้ง ๆ ที่ปัญหานี้เป็นปัญหาใหญ่ แต่ก็ไม่เคยมีการพูดจากันอย่างจริงจังเลยสักครั้งเพื่อแก้ไขปัญหาในการ "เหยียดผิว" เลย จะเห็นได้ว่าไม่เคยมีการปรึกษาหารือกันว่ามีปัญหาอย่างไร และจะแก้ปัญหากันอย่างไร

            สำหรับเหตุ "จลาจลเผาบ้านเผาเมือง" ใน 11 จุด ทั่ว "ลอนดอน" และในหลายพื้นที่บนเกาะ "อังกฤษ" ถือได้ว่าเป็นการสะท้อนความล้มเหลวทางด้าน "ศีลธรรม"และ "จริยธรรม" ในสังคม "อังกฤษ" ได้เป็นอย่างดี จนถือได้ว่าวิกฤติการณ์ดังกล่าวเป็นการท้าทายความสามารถครั้งสำคัญของนายกรัฐมนตรีคาเมรอน วัย 45 ปี ที่นำพรรค "อนุรักษ์นิยม" หรือ พรรค "คอนเซอร์เวทีฟ" สามารถกลับมาชนะการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี 2553 ที่ผ่านมา นอกจากนั้นยังเป็น "นายกรัฐมนตรี" ที่อายุน้อยที่สุดของ "อังกฤษ" ในรอบ 198 ปี ทำให้ต้องมาเจอศึกหนัก อันเป็นปัญหาใหญ่ จากกลุ่มวัยรุ่น "ผิวสี" ที่ลุกฮือก่อเหตุจลาจลอย่างรุนแรง จะเห็นได้ว่าการขาดซึ่ง "ศีลธรรม" และขาดการยับยั้งชั่งใจของบรรดาเด็กวัยรุ่น "ผิวสี" เหล่านี้ ย่อมมีเหตุมาจากการขาดการอบรมดูแลจากผู้ปกครอง อีกทั้งยังขาดกระบวนการให้ความรู้ การศึกษาและอบรมทาง "จริยธรรม" ตลอดจน "คุณธรรม" นอกจากนั้นแล้วยังถูกซ้ำเติมจากปัญหาทางเศรษฐกิจและการเหยียด "สีผิว" ซึ่งเหตุปัจจัยเหล่านี้ถือได้ว่าเป็นจุดอ่อนด้อยในการดำรงชีวิตอยู่ในโลกของ "ทุนนิยม" ที่น่าสลดใจ คือ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อหาวัยรุ่นชายอายุ 16 ปี คนหนึ่งในข้อหาฆาตกรรมนาย "ริชาร์ด แมนนิงตัน โบเวส" วัย 68 ปี ซึ่งถูกทำร้ายจนเสียชีวิตขณะเกิดเหตุจลาจล และก่อนหน้านี้ ตำรวจได้ตั้งข้อหาวัยรุ่นหนุ่มอายุ 17 ปี ในข้อหาฆาตกรรมชาย 3 คน อีกทั้งมีเด็กหนุ่มวัยรุ่นอายุ 15 ปี ก็ถูกตั้งข้อหาปล้นทรัพย์ ข่มขืนและทำร้ายร่างกายเด็กหญิงวัย 13 ปี บนถนนในที่สาธารณะขณะเกิดเหตุวุ่นวายในกรุง "ลอนดอน"

            หากเปิดใจให้กว้างจะเห็นได้ว่าปัญหาการ "เหยียดผิว" เป็นเรื่องที่สืบเนื่องกันมายาวนานนับพันปีจากชาติพันธุ์ของมนุษย์ หากพิจารณาตาม "สีผิว" ก็จะสามารถแบ่งเป็นสามกลุ่ม คือ "ผิวขาว" (Corcasoid) "ผิวเหลือง" (Mongoloid) และ "ผิวดำ" (Nigroid) คงต้องยอมรับนะครับว่ามนุษย์มีธรรมชาติข้อหนึ่งซึ่งไม่ค่อยจะดีนัก คือ การ "เหยียดสีผิว" รวมทั้งการเหยียดคนที่ต่ำต้อยกว่าตนโดยเฉพาะคนที่ต่าง "สีผิว" กับตน ความคิดในลักษณะ "เหยียดผิว" เช่นนี้ จะหนักหรือเบาก็ขึ้นอยู่กับระดับการอบรมบ่มนิสัย เพาะจิตใจของคนผู้นั้น ตลอดไปจนถึงการศึกษา

            เมื่อยามเศรษฐกิจดี คน "ผิวขาว" ก็เอาคน "ผิวสี" ไปทำงานระดับล่าง แต่เมื่อยามเศรษฐกิจตกต่ำ ทุก "ผิวสี" ต่างก็เดือดร้อนกันไปหมด แม้แรงงาน "ผิวสี" จะต้องทนทุกข์ยากลำบากมากกว่าแรงงาน "ผิวขาว" ก็ตาม แต่คน "ผิวขาว" ก็ยังไปโทษว่าแรงงาน "ผิวสี" เป็นต้นตอปัญหา มาทำให้พวกตนตกงาน หรือหางานทำยากลำบาก ทีนี้ละครับ อารมณ์แค้นเคืองต่อคน "ผิวสี" โดยเฉพาะกลุ่มที่อนุรักษ์ "อัตลักษณ์" ของพวกเขาไว้อย่างเหนียวแน่น อย่างเช่น "อังกฤษ" ความขัดแย้งก็จะปะทุขึ้นได้ง่าย ซึ่งการจลาจลในรูปแบบนี้ ไม่ใช่เกิดขึ้นเฉพาะใน "อังกฤษ" เท่านั้น แท้จริงแล้วเกิดเหตุการณ์เช่นนี้หลายครั้งในหลายประเทศใน "ยุโรป" ดังจะเห็นได้ว่าได้เกิด "การจลาจลเผาบ้านเผาเมือง" ที่คล้ายคลึงกัน ที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นานมานี้ใน "ฝรั่งเศส" ซึ่งก็มีความรุนแรงไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

            เมื่อ "ดูหนังดูละคร" แล้วค่อยย้อนกลับมาดูตน ในบ้านเราก็เช่นเดียวกันจำเป็นต้องบริหารจัดการแรงงานต่างชาติ ตลอดจนวัฒนธรรมที่เกี่ยวพันกับคนต่างชาติที่เข้ามาหางานทำในประเทศของเรา อีกทั้งยังต้องปลูกจิตสำนึกในความเท่าเทียมกันในฐานะความเป็น "มนุษย์" ที่จะทำให้คนไทยกับแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านอยู่ร่วมกันอย่างสงบสันติ ไม่ใช่ถูกกดขี่ขูดรีดเสียจนเคียดแค้นชิงชังคนไทยอย่างเช่นในปัจจุบัน สำหรับเหตุการณ์ "จลาจลเผาบ้านเผาเมือง" ใน "อังกฤษ" ถึงแม้จะสงบลงแล้วก็เป็นการชั่วคราว เพราะตราบใดที่ยังคงมีการ "เหยียดผิว" + "ความยากจน" อันเป็นผลมาจาก "สภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย" บรรดาคนยากจน "ผิวสี" ที่กำลังถูกดูแคลนความเป็น "มนุษย์" ก็จะก่อการประท้วงขึ้นอีกอย่างแน่นอนครับ

<Previous   Next>