สมัครงานกับทีมงานบ้านไม่บาน คลิกอ่านรายลัเอียดด้านใน

โปรดระวังบุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว   ชอบช่วย หรือ   ผศ.ดร.ภัทรพล   เวทยสุภรณ์  และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง  ฯลฯ  ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ  ทั้งสิ้น  หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์   02-2451399  หรือ  02-6441478  เท่านั้น
บุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว ชอบช่วย หรือ ผศ.ดร.ภัทรพล เวทยสุภรณ์ และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง ฯลฯ ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์ 02-2451399 หรือ 02-6441478 เท่านั้น

ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ "ตักศิลา คเณศ์ธร"

  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
ครบรอบ 120 ปี “ศิลป์ พีระศรี”
ครบรอบ 120 ปี "ศิลป์ พีระศรี"

หน้าแรก arrow อ่านบทความย้อนหลังที่นี่ arrow บ้านไม่บาน Update arrow “บ้านไม่บาน” ในสไตล์ “แทรเวลล์ฮับ” (1)

            สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว "บ้านไม่บาน" เมื่อตอนที่แล้วผมได้พูดถึง "แทรเวลล์ฮับ" ที่พักนักเดินทางที่มีงบประมาณจำกัดรวมไปถึงนักเดินทางประเภท "เซลล์แมน" ในราคาค่าที่พักเริ่มต้นเพียงคืนละ 350 บาท++ ซึ่งผมออกแบบให้เป็นอาคาร "แทรเวลล์ฮับ" ให้มีความสูง 2 ชั้น มีจำนวนห้องพัก 18-20 ห้อง โดยประมาณและใช้งบประมาณก่อสร้างเริมต้นที่ 9 ล้านบาท++ เป็นการก่อสร้างในระบบสำเร็จรูป และสามารถก่อสร้างได้รวดเร็วภายใน 45 วัน++ นอกจากนั้นยังสามารถถอดประกอบเคลื่อนย้ายไปยังสถานที่อื่นเมื่อมีความจำเป็นต้องใช้พื้นที่หรือเมื่อดำเนินกิจการไปแล้วธุรกิจไม่ดีอย่างที่คาด ก็เป็นที่ฮือฮากันไปทั่วประเทศครับ ก็มีหลายท่านได้สอบถามผมว่า หากเป็นชาว "บางสตางค์น้อย" ประเภท "เบี้ยน้อยหอยน้อย" คือไม่มี "เงินถุงเงินถัง" ไม่ได้ "คาบช้อนเงินช้อนทอง" มาแต่เกิด ทำให้ชีวิตต้องต่อสู้ฝ่าฟัน มีเงินเก็บหลักแสนหรืออาจจะพอกู้หนี้ยืมสินได้ในหลักล้านต้น ๆ อยากทำธุรกิจ "แทรเวลล์ฮับ" ที่พักนักเดินทางหรือเซลล์กับเขาบ้างจะทำอย่างไรดี

“บ้านไม่บาน” ในสไตล์ “แทรเวลล์ฮับ” (1)

            เมื่อท่านให้เกียรติติดต่อสอบถามกันเข้ามาก็จัดให้ครับ ในกรณีที่ท่านมีงบประมาณจำกัด ก็ไม่จำเป็นต้องสร้าง "แทรเวลล์ฮับ" ของท่านเป็นอาคาร 2 ชั้น ก็ปรับประยุกต์เป็นชั้นเดียว โดยออกแบบให้เป็นหลัง ๆ ซึ่งแนวคิด "บ้านไม่บาน" ในสไตล์ "แทรเวลล์ฮับ" ที่นอกจากจะสามารถใช้เป็นที่พักอาศัยแล้ว ยังสามารถดัดแปลงเป็นที่พักของนักเดินทางหรือเป็นที่พักรายเดือนในสไตล์รีสอร์ทเป็นหลัง ๆ และที่สำคัญคือ สามารถก่อสร้างได้อย่างรวดเร็วภายในระยะเวลา 15 วัน++ ทั้งยังมีความงดงามทางด้านสถาปัตยกรรมและมีความแข็งแรงทางด้านวิศวกรรมถึงขนาดที่ว่าสามารถต่อกรกับภัยพิบัติที่อาจจะเกิดขึ้นทางธรรมชาติ อาทิเช่น "แผ่นดินไหว" ขนาด 6 ริกเตอร์ หรือ "สึนามิ" หรือ "สตอร์มเซิร์จ" หรือ "พายุโซนร้อน" ฯลฯ ได้อย่างไม่ต้องกังวล ถึงจะเสียหายอยู่บ้างก็น่าจะยืนหยัดอยู่เป็นหลังสุดท้าย เพราะระบบทางวิศวกรรมโครงสร้างของ "บ้านไม่บาน" ในสไตล์ "แทรเวลล์ฮับ" ได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดี โดยฐานรากใช้ระบบ "แมทฟาวร์เดชั่น" ซึ่งสำหรับอาคารบ้านเรือนขนาดเล็กที่มีความสูง 2-3 ชั้น จะสามารถกระจายการรับน้ำหนักได้ดีไม่น้อยหน้าระบบเข็มตอก (เผลอ ๆ ในบางพื้นที่อาจจะดีกว่าเสียด้วยซ้ำครับ) แท้จริงแล้วระบบฐานรากแบบ"แมทฟาวร์เดชั่น" ก็ได้ใช้กันมานานหลายร้อยปีแล้วในประเทศของเรา อาทิเช่น พระปฐมเจดีย์, พระปรางค์วัดอรุณ ฯลฯ ซึ่งจะว่าไปแล้ว ทั้งวัดและวังในสมัยโบราณ ที่ยืนยงคงอยู่มาจวบจนปัจจุบัน ก็ใช้ระบบนี้กันแทบทั้งนั้น เพราะว่ากันไปแล้วระบบเข็มตอกซึ่งเป็นระบบของการรับน้ำหนักเป็นจุด ๆ ตามตำแหน่งฐานรากที่ถ่ายน้ำหนักลงบนเสาเข็มเพิ่งได้เริ่มมาแพร่หลายใน "สยามประเทศ" กันอย่างจริงจังในช่วงรัชสมัย "ล้นเกล้ารัชกาลที่ 6" เพราะในช่วงนั้นเพิ่งจะมีการตั้งโรงงานผลิตปูนซีเมนต์ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศ ในปัจจุบันก็คือ "บริษัทปูนซีเมนต์ไทย" นั่นเอง ดังนั้นคงจะกล่าวไม่ผิดว่าการตอกเข็มเป็นวิธีคิดในเชิงวิศวกรรมที่มีรากฐานแบบตะวันตก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อระบบโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กเริ่มเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย หลังจากเราสามารถผลิตซีเมนต์ผงขึ้นใช้เอง เพราะก่อนหน้านั้นส่วนใหญ่ยังเป็นระบบผนังรับน้ำหนักแบบ "ก่ออิฐถือปูน" ซึ่งใช้กำแพงรับน้ำหนักส่วนใหญ่ใช้เป็นระบบก่ออิฐและการฉาบผนังอิฐก็ใช้ "ปูนตำน้ำอ้อย" เป็น "ปูน" ที่ได้มาจากการเผาเปลือกหอยซึ่งก็ได้ปูนขาวที่เป็นสารทางเคมีเรียกว่า "แคลเซียมคาร์บอเน็ท" (CaCo3) และทำงานร่วมกับตัวเชื่อมประสาน (Mortar) โดยใช้น้ำอ้อย,กาวหนังควาย,เส้นใยธรรมชาติ ฯลฯ ซึ่งจากการศึกษาในเชิงลึกของผมเชื่อว่า "ปูนตำน้ำอ้อย" ที่ช่างไทยโบราณใช้กันนั้นมีความทนทานเหนือกว่าปูนซีเมนต์ผงที่บรรจุถุงขายกันในปัจจุบัน ก็ดูกันง่าย ๆ จากความคงทนแข็งแรงที่ยืนหยัดอยู่มายาวนานหลายร้อยปีครับ ก็เป็นเกร็ดความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เป็น "ของดีมีอยู่" ที่ในปัจจุบันบรรดาสถาปนิกและวิศวกรไทยกลับมองข้ามไป เพราะหลงใหลได้ปลื้มกับความทันสมัย เพราะจะว่าไปแล้วโครงสร้างระบบแบบ "แมทฟาวร์เดชั่น" ก็เป็นหนึ่งใน "ของดีมีอยู่" ที่ผมนำมาปรับประยุกต์ใช้กับการก่อสร้าง "บ้านไม่บาน" ในสไตล์ "แทรเวลล์ฮับ" ของผมครับ

“บ้านไม่บาน” ในสไตล์ “แทรเวลล์ฮับ” (1)

            สำหรับในสัปดาห์นี้ผมขอนำเสนอรูปแบบ "บ้านไม่บาน" ในสไตล์ "แทรเวลล์ฮับ" ซึ่งเป็นการก่อสร้างในระบบสำเร็จรูปที่มีราคาต่อหน่วยประมาณ 5 แสนบาท++ (ถ้าท่านต้องการกี่หลังก็คูณจำนวนหลังเข้าไป) เป็นการลงทุนใน "อสังหาฯ ที่ไม่บาน" แบบ "พอเพียง" ไม่มากจนเกินภาระที่ชาว "คนรักบ้าน" ที่อยู่ในชุมชน "บางสตางค์น้อย" จะแบกรับภาระไหว หากกิจการดีก็ค่อยขยายไปทีละหลังสองหลัง แต่หากกิจการไม่ดีก็อาจจะดัดแปลงเป็นที่พักอาศัย, เป็นสำนักงาน, เป็นร้านกาแฟ, เป็นร้านหนังสือ, เป็นร้านขายของที่ระลึก ฯลฯ หรือ ถ้าไม่ต้องการแล้วก็สามารถเคลื่อนย้ายไปประกอบในสถานที่ใหม่ได้ในระยะเวลาอันสั้น (แต่ละหลังก็ใช้เวลาในการติดตั้ง 15 วัน++ โดยประมาณ) ซึ่งแนวคิดนี้ผมเคยได้นำเสนอในคอลัมน์ "บ้านไม่บาน" ทางหนังสือพิมพ์ "คมชัดลึก" มาก่อนแล้วเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2553 (เผลอแพล็บเดียวเวลาก็ล่วงเลยมา 4 ปีแล้วครับ) ก็ถือได้ว่าเป็นการ "ต่อยอด" ทางความคิด เป็นการปรับประยุกต์รูปแบบและมีการสร้างจริง

            ส่วนรายละเอียดต่าง ๆ ในการก่อสร้าง ซึ่งรวมไปถึงการใช้ระบบฐานรากแบบ "แมทฟาวร์เดชั่น" ตลอดไปจนการยกเคลื่อนย้ายตัวชิ้นส่วนต่าง ๆ ของ "บ้านไม่บาน" หลังนี้ โดยรถเทรนเลอร์ การประกอบติดตั้งด้วยรถเครนจนแล้วเสร็จยังมีสาระอีกมาก เอาไว้ติดตามต่อในสัปดาห์หน้า ซึ่งท่านที่สนใจในรายละเอียด "บ้านไม่บาน" ในสไตล์ "แทรเวลล์ฮับ" ที่นอกจากราคาประหยัดเพียง 500,000 บาท++ ต่อหลัง (ขนาด 4 x 7 เมตร โดยประมาณ) แล้ว ยังสามารถยกเคลื่อนย้ายได้ตามใจปรารถนา ก็สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02-2451399 และ 02-6441478 แล้วผมจะจัดส่ง DVD รายละเอียดการก่อสร้างไปให้ท่านเป็นวิทยาทานเพื่อนำไปต่อยอดโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.homeloverthai.com แล้วพบกันใหม่ในอีกสองสัปดาห์หน้าครับ

<Previous   Next>