สมัครงานกับทีมงานบ้านไม่บาน คลิกอ่านรายลัเอียดด้านใน

โปรดระวังบุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว   ชอบช่วย หรือ   ผศ.ดร.ภัทรพล   เวทยสุภรณ์  และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง  ฯลฯ  ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ  ทั้งสิ้น  หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์   02-2451399  หรือ  02-6441478  เท่านั้น
บุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว ชอบช่วย หรือ ผศ.ดร.ภัทรพล เวทยสุภรณ์ และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง ฯลฯ ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์ 02-2451399 หรือ 02-6441478 เท่านั้น

ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ "ตักศิลา คเณศ์ธร"

  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
ครบรอบ 120 ปี “ศิลป์ พีระศรี”
ครบรอบ 120 ปี "ศิลป์ พีระศรี"

หน้าแรก arrow อ่านบทความย้อนหลังที่นี่ arrow บ้านไม่บาน Update arrow “เรือนขวัญจิตต์” ต้านแผ่นดินไหว “ของขวัญ” จาก “ไทย” ส่งไปปลอบใจ “เนปาล”

          สวัสดีครับ แฟน ๆ ชาว "บ้านไม่บาน" ก่อนอื่นต้องขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับ "เพื่อนร่วมทุกข์" ชาว "เนปาล" โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เมือง "กาฐมาณฑุ" และเมืองอื่นๆ รวมทั้งบริเวณแคมป์ที่พักนักปีนเขา โดยเฉพาะบริเวณทางขึ้น "หิมาลัย" ว่ากันว่าตัวเลขอย่างเป็นทางการจากองการ "สหประชาชาติ" ว่ามีประชากรกว่า 8,000,000 คน ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในครั้งนี้และกว่า 2,000,000 คน ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน รวมทั้งคาดการณ์ว่ามีคนต้องละสังขารจากไปก่อนเวลาอันควรเพราะภัยพิบัติในครั้งนี้กว่า 10,000 คน แต่ตัวเลขจริงของผู้คนที่เสียชีวิตและผู้สูญหายก็น่าจะอยู่ประมาณ 20,000 คนนั่นแหละครับ และมีผู้ประสบภัยพิบัติในครั้งนี้ที่ไร้ที่พึ่งพิงพักอาศัย ต้องนอนอยู่ในเต้นท์ท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บในศูนย์อพยพกว่าสองแสนคน นอกจากนั้นที่น่าสลดใจคืออาคารที่ขึ้นทะเบียนเป็น "มรดกโลก" หลายแห่ง อาทิเช่น "จัตุรัสดูร์บาร์", "สถูปโพธินาถ", "หอธราหาร", "จตุรัสและพระราชวังปาตัน" ฯลฯ ก็มีอันต้องพังทลายลงไปในพริบตา เป็นโศกนาฏกรรมที่น่าเศร้าสลดใจเป็นอย่างยิ่งครับ

“เรือนขวัญจิตต์” ต้านแผ่นดินไหว “ของขวัญ” จาก “ไทย” ส่งไปปลอบใจ “เนปาล”

          สำหรับผมไม่เคยลืมว่าเมื่อปีที่แล้วประเทศของเราก็ได้ประสบกับแผ่นดินไหวที่ "เชียงราย" โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ "พาน" และ "แม่ลาว" ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2557 สามารถวัดแรงสั่นสะเทือนได้ 6.3 แมกนิจูด มีบ้านเรือนต้องพังทลายเสียหาย 8,935 หลัง และก่อนหน้านั้นอีกไม่นานก็เกิดแผ่นดินไหวขึ้นที่ "จีน" ใน "มลฑลเสฉวน" ในวันที่ 12 พฤษภาคม 2551 วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 7.9 แมกนิจูด มีผู้เสียชีวิต 68,516 คน บาดเจ็บ 365,399 คน และสูญหาย 19,350 คน และที่ "นิวซีแลนด์" ที่ "ไครสต์เชิร์ช" ก็ได้เกิดแผ่นดินไหวขึ้นเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 6.3 แมกนิจูด มีผู้เสียชีวิต 185 คน และที่หนักหนาสาหัส คือ แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นที่ "เฮติ" ในวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2553 วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 7.0 แมกนิจูด เป็นผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 250,000 คน และส่งผลให้อาคารบ้านเรือนต้องพังพินาศเสียหายหลายแสนหลังทำให้คนต้องไร้ที่พักนับล้านคนช่างเป็นเหตุการณ์ที่น่าเศร้าสลดใจเป็นอย่างยิ่งครับ

          ผมมักจะเตือนสติบรรดา "ชาวคนรักบ้าน" เสมอ ๆ ครับว่าภัยพิบัติทางธรรมชาติในปัจจุบันนี้ นับวันก็จะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น และก็ดูเหมือนว่าจะมาถี่ขึ้นเรื่อย ๆ เพราะสาเหตุสำคัญนั้นมาจากการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างขาดความ "สมดุล" และ "ยั้งคิด" ทำให้ระบบ "นิเวศวิทยา" ของโลกแปรปรวน ในสถานการณ์วิกฤติเช่นนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง "เรียนรู้อยู่ร่วม" กับภัยพิบัติทางธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นภัย "แผ่นดินไหว" ,ภัยจาก "น้ำท่วมฉับพลัน",ภัยพิบัติที่เกิดจาก "พายุโซนร้อน" นี่ยังไม่นับรวมจากภัยพิบัติที่เกิดจาก "ความแห้งแล้ง" และอีกหลายต่อหลายภัยพิบัติที่กำลังประเดประดังกันเข้ามาอย่างต่อเนื่องกันเป็นระยะ ๆ ดังนั้นจึงเป็น "หน้าที่ทางจริยธรรม" ของพวกเราทุกคนที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นสถาปนิก,วิศวกร ฯลฯ จำเป็นต้องแสวงหาทางออกในการรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เราคาดไม่ถึงในอนาคตครับ

“เรือนขวัญจิตต์” ต้านแผ่นดินไหว “ของขวัญ” จาก “ไทย” ส่งไปปลอบใจ “เนปาล”

          สำหรับสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้ผมขอนำเสนอ "บ้านไม่บาน" ในชุด "เรือนขวัญจิตต์" ซึ่งผมได้มุ่งมั่นที่จะออกแบบให้สามารถต่อกรได้กับภัยพิบัติทางธรรมชาติ โดยผมและคณะทำงานสถาปนิก,วิศวกรของ "บ้านไม่บาน" ทำการออกแบบทั้งทางสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม ภายใต้เงื่อนไขหลักๆ ที่สำคัญ 5 ประการ คือ ข้อ 1 จะต้องมีความแข็งแรง ทนทาน สามารถรองรับภัยพิบัติทางธรรมชาติต่าง ๆ อาทิเช่น ภัยพิบัติที่เกิดจากแผ่นดินไหวขนาด 7-8 แมกนิจูด และภัยพิบัติที่เกิดขึ้นอันเกิดจากพายุโซนร้อนที่มีความเร็วลมเกินกว่า 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ข้อ 2 จะต้องสามารถก่อสร้างได้อย่างรวดเร็วในระยะเวลาอันสั้น ภายใน 10-15 วันต้องสร้างให้แล้วเสร็จ ข้อ 3 จะต้องมีราคาประหยัดและใช้งบประมาณในการก่อสร้างที่ไม่สูงเกินเอื้อม เพราะบรรดาผู้คนที่กำลังประสบกับภัยแผ่นดินไหวหรือภัยพิบัติทางธรรมชาติส่วนใหญ่นั้นก็มักจะอยู่ในสภาพสิ้นเนื้อประดาตัว ไม่มีเงินถุงเงินถัง ที่จะสามารถใช้จ่ายได้อย่างสุรุ่ยสุร่าย ข้อ 4 จะต้องสามารถก่อสร้างได้ง่าย,ไม่ซับซ้อนจนเกินกว่าแรงงานท้องถิ่นสามารถลงมือก่อสร้างได้ ข้อ 5 จะต้องประหยัดพลังงานบรรดาผู้คนที่เข้าไปอยู่อาศัยใน "บ้านไม่บาน" หลังนี้จะต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข เงื่อนไขทั้ง 5 ข้อนี่แหละครับเป็น "กรอบทางความคิด" และ "แนวทางปฏิบัติ" ที่สำคัญซึ่งผมและคณะทำงาน "บ้านไม่บาน" ต้องใช้ระยะเวลานานกว่า 8 ปี กว่าจะประสบความสำเร็จทั้งในการออกแบบทางด้านสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม ซึ่งได้มีการก่อสร้างไปแล้วหลายหลังในที่ต่าง ๆ

          เคล็ดลับของ "บ้านไม่บาน" ต้านภัยพิบัติ ฯ ในชุด "เรือนขวัญจิตต์" ก็คือ การเชื่อมยึดโครงสร้างในระบบต่าง ๆ ทั้งพื้น,ผนังและหลังคาเข้าด้วยกันเหมือน "รังผึ้ง" ที่ทุกส่วนไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ล้วนแล้วแต่มีความสำคัญ ประกอบกันเป็นเสมือนโครงสร้าง "รังผึ้ง" ที่มีความแข็งแรง ทนทาน โดยผมออกแบบให้เป็นโครงสร้าง R.C. หรือโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กถักทอสานกันทั้งหลัง เพราะในอดีตที่ผ่านมาทุกครั้งเมื่อเกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรง มีการเคลื่อนตัวของผิวโลกในแนวราบก่อเกิดแรงกระทำในแนวราบเป็นผลให้ระบบเสา คานและเสาเข็มปกติ ตลอดจนระบบโครงสร้างผนังรับน้ำหนัก จึงไม่สามารถทนต่อแรงเฉือนที่มหาศาลนี้ได้ ก็เหมือนกับระบบการรับน้ำหนักของเก้าอี้ 4 ขานั่นแหละครับ ถ้าขาใดขาหนึ่งหักลง อีก 3 ขา ก็จะล้มลงอย่างระเนระนาด

          "สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น" ครับ สำหรับในสัปดาห์นี้มาชื่นชม "บ้านไม่บาน" ต้านภัยพิบัติทางธรรมชาติ ที่ใช้หลักการในการออกแบบที่ผมเรียกว่า "โครงสร้าง ค.ส.ล. ที่ถักทอกันแบบรังผึ้ง" ซึ่งผมได้นำมาปรับประยุกต์ใช้ในการออกแบบและก่อสร้างบ้านต้านภัยฯ หลังนี้ ซึ่งผลออกมาก็น่าเป็นที่ยินดีเป็นอย่างยิ่งครับ เพราะผมเชื่อว่ายังไงเสียหากไม่โดนกันตรง ๆ เต็ม ๆ ก็ต้องมีความรุนแรงอย่างน้อย 8 แมกนิจูด จึงจะสามารถเอาบ้านต้านภัยฯ นี้ลงได้ เอาไว้ต่อในสัปดาห์หน้าครับ มาดูเพิ่มเติมว่า "บ้านไม่บาน" ที่ผมออกแบบให้เป็น "บ้านต้านภัยพิบัติทางธรรมชาติ" ในชุด "เรือนขวัญจิตต์" หลังนี้จะมีหน้าตาเมื่อสร้างแล้วเสร็จเป็นอย่างไรครับ ท่านที่สนใจศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็ปไซต์ www.homeloverthai.com ครับ ก็ไม่แน่นะครับว่าหากมีโอกาส "บ้านไม่บาน" ต้านภัยธรรมชาติในชุด "เรือนขวัญจิตต์" หลังนี้อาจจะเป็น "ของขวัญ" ชิ้นเล็ก ๆ อันล้ำค่าจากชาว "ไทย" ส่งใจไปซับน้ำตาให้ชาว "เนปาล" ก็เป็นไปได้ครับ

<Previous   Next>