สมัครงานกับทีมงานบ้านไม่บาน คลิกอ่านรายลัเอียดด้านใน

โปรดระวังบุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว   ชอบช่วย หรือ   ผศ.ดร.ภัทรพล   เวทยสุภรณ์  และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง  ฯลฯ  ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ  ทั้งสิ้น  หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์   02-2451399  หรือ  02-6441478  เท่านั้น
บุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว ชอบช่วย หรือ ผศ.ดร.ภัทรพล เวทยสุภรณ์ และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง ฯลฯ ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์ 02-2451399 หรือ 02-6441478 เท่านั้น

ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ "ตักศิลา คเณศ์ธร"

  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
ครบรอบ 120 ปี “ศิลป์ พีระศรี”
ครบรอบ 120 ปี "ศิลป์ พีระศรี"

หน้าแรก arrow อ่านบทความย้อนหลังที่นี่ arrow คลินิคคนรักบ้านกับ ดร.ภัทรพล arrow “วิถีไทย” ของ“เลสเตอร์ ซิตี้” (Laeicester City) หรือ “จิ้งจอกสยาม” (Siamese Foxes)

            ต้องขอแสดงความยินดีกับสโมสร "เลสเตอร์ ซิตี้" (Leicester City) ที่มีฉายาว่า "จิ้งจอกสยาม" (Siamese Foxes) เป็นทีมฟุตบอลเล็ก ๆ ที่จัดได้ว่าเป็น "ม้านอกสายตา" สามารถสร้างประวัติศาสตร์ให้วงการฟุตบอลทั้งโลกต้องตกตะลึงด้วยการคว้า "แชมป์พรีเมียร์ลีก" มาครองเป็นการแน่นอนแล้ว ถึงแม้ว่าจะเหลือเกมส์อีก 2 นัด ที่จะต้องเจอกับ "เอฟเวอร์ตัน" กับ "เชลชี" ถึงแม้จะชนะ,เสมอ หรือแพ้ ก็ไม่มีผลอะไร แม้แต่นายกรัฐมนตรีอังกฤษ "เดวิด คาเมรอน" ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ในครั้งนี้ว่า เป็นปรากฏการณ์ที่พิเศษมหัศจรรย์ (Extraordinary) ที่เกิดขึ้นกับทีมฟุตบอลเล็ก ๆ แต่เหมาะสมแล้วที่ได้แชมป์

“วิถีไทย” ของ“เลสเตอร์ ซิตี้” (Leicester City) หรือ “จิ้งจอกสยาม” (Siamese Foxes)

            นอกจากนั้นยังส่งผลให้ "คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา" เจ้าของสโมสร รวมทั้ง "เจ้าคุณธงชัย" หรือ พระพรหมมังคลาจารย์ แห่ง "วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร" ย่าน "หัวลำโพง" มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก บรรดาสื่อยักษ์ใหญ่ต่าง ๆ เข้ามาสัมภาษณ์ถึงความมหัศจรรย์ของ "วิถีไทย" ที่ทำให้สโมสรฟุตบอลเล็ก ๆ ของเมืองเล็ก ๆ อย่าง"เลสเตอร์" ที่ตั้งขึ้นมากว่า 132 ปี ไม่มีทีท่าว่าจะได้เป็น"แชมป์พรีเมียร์ลีก" (ความเป็นไปได้คือ 1 ต่อ 5,000) สามารถคว้า "แชมป์พรีเมียร์ลีก" ซึ่งทาง "เจ้าคุณธงชัย"ท่านก็บอกว่าไม่ใช่เรื่องมหัศจรรย์อะไร แต่เป็นเรื่องของกำลังใจและความมุ่งมั่นในการทำงานร่วมกันของทุกฝ่ายอย่างเป็นหนึ่งเดียว ที่จะทำหน้าที่เพียงแค่ไม่ให้ทีมฯ ตกชั้นจาก "พรีเมียร์ลีก" (เพราะฤดูกาลที่ผ่านมาก็อยู่ในกลุ่มทีมรั้งท้าย)

            ในส่วนตัวที่ "เจ้าคุณธงชัย" เองก็ได้รับกิจนิมนต์เดินทางจากไทย ไปอังกฤษ เทียวไปเทียวมาอยู่หลายครั้ง เพื่อทำพิธีสวดชัยมงคลคาถากลางสนามฟุตบอลและประพรมน้ำพระพุทธมนต์ ก็ล้วนแต่เป็นเรื่องของการให้กำลังใจตามแบบพุทธ อันเป็นประเพณีปฏิบัติมาเนิ่นนานของคนไทย (ภาษาอังกฤษเรียกว่าเป็นการ "Blessing") ให้ศีลให้พร ซึ่งโดยปกติในหมู่ชาวไทยก็ทำกันเป็นประจำอยู่แล้ว เป็นเสมือนการเรียกขวัญและกำลังใจให้มีแต่สิ่งดี ๆ ให้เข้ามาในชีวิต ในขณะเดียวกันก็เป็นการขจัดปัดเป่าสิ่งที่ไม่ดีให้ออกไป

            จะว่าไปแล้วสโมสร "เลสเตอร์ ซิตี้" เมื่อหลายปีก่อนเป็นทีมที่อยู่ในสภาวะย่ำแย่ในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการถูกจัดอันดับที่อยู่ในกลุ่มท้ายตาราง ไม่ว่าจะเป็นฐานะทางการเงินก็ย่ำแย่ จนกระทั่งถูกเศรษฐีชาวไทยเจ้าของ "คิงพาวเวอร์" คือ "คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา" ได้เข้ามาซื้อด้วยเงินไม่มากหากเทียบกับสโมสรอื่นใน "พรีเมียร์ลีก" (ด้วยเงินประมาณ 20 ล้านปอนด์) ว่ากันว่าตอนที่ซื้อก็ไม่ได้สนใจทีมฟุตบอลเท่าใดนัก คิดว่าแค่ค่าที่ดินและค่าสิ่งปลูกสร้างของสนามฟุตบอลก็คุ้มเกินคุ้มแล้ว ต่อมาก็ได้ว่าจ้างผู้จัดการชาว "อิตาลี" ชื่อ "เคลาดิโอ รานิเอรี่" (CLAUDIO RANIERI) ซึ่งจะว่าไปแล้วที่ผ่านมาก็มีผลงานย่ำแย่ เคยถูกไล่ออกจากหลายสโมสร และไม่มีประวัติว่าเคยพาทีมใดได้แชมป์เลยสักครั้ง ตอนที่เข้ามาบริหารทีม "เลสเตอร์ ซิตี้" มีสัญญาใจกับเจ้าของสโมสรเพียงแค่จะไม่ทำให้ทีม "เลสเตอร์ ซิตี้" ตกจาก "พรีเมียร์ลีก" เท่านั้นก็พอ ซึ่งเป็นการตั้งเป้าที่ต่ำต้อยมากครับ หากเปรียบเทียบกับบรรดาสโมสรยักษ์ใหญ่ที่ต่างก็มุ่งมั่นจะเป็นแชมป์ในรายการต่าง ๆ และสิ่งหนึ่งที่ผมประทับใจมากที่สุดก็คือ การที่ตั้งเป้าไม่สูงจนเกินไปก็ไม่สร้างแรงกดดันอะไรมากจนเกินไป มีการวางแผนอย่างรัดกุมทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง แต่ไม่เน้นระยะยาวเท่าใด เพราะเมื่อประเมินตัวเองแล้วไม่รู้ว่าจะสู้กับบรรดาทีมยักษ์ใหญ่ได้อย่างไร นอกจากนั้นการที่มุ่งมั่นในการแข่งขันฟุตบอลใน "พรีเมียร์ลีก" เพียงถ้วยเดียว เลยทำให้ไม่เหมือนกับทีมอื่นใน "พรีเมียร์ลีก" ที่ต้องใช้บรรดานักเตะที่ถูกทุ่มทุนซื้อมาด้วยราคาแพงอย่างคุ้มค่า ทำให้ต้องแข่งหลายถ้วย เลยมีโปรแกรมการแข่งยาวเหยียดตลอดฤดูกาลแข่งขัน ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ทีม "เลสเตอร์ ซิตี้"สามารถ "โฟกัส"เรื่องที่เป็น "สาระ" จริง ๆ คือ ทำอย่างไรก็ได้แต่ "จะไม่ยอมตกชั้น" เพียงแค่นี้แหละครับ ก็สร้างประวัติการณ์เขย่าวงการสะท้านสะเทือนเลื่อนลั่นกันไปทั้งโลก ขึ้นข่าวหน้าหนึ่งของสื่อทุกฉบับ เพราะอย่าลืมนะครับว่า "พรีเมียร์ลีก" ของ "อังกฤษ" นั้นถือว่าเป็นลีกที่ได้รับความนิยมสูงสุด และใช้เงินมากมายมหาศาลมากที่สุด

            จะว่าไปแล้วทีม "เลสเตอร์ ซิตี้" ก็สอนอะไรกับผมมากมายครับ บทสรุปในกรณีสโมสร "เลสเตอร์ ซิตี้" ได้เป็นแชมป์ "พรีเมียร์ลีก" ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าในโลกของ "ทุนนิยม" ที่เงินมีบทบาทมากมายมหาศาลนั้นเงินแต่เพียงอย่างเดียวไม่สามารถซื้อความสำเร็จได้เสมอไป สุดท้ายความสำเร็จที่แท้ก็อยู่ที่ "อุดมการณ์" และ "กำลังใจ" รวมถึง "ความมุ่งมั่น" ตลอดจน "ความเชื่อ" เพราะฉะนั้นจะทำกิจการงานใดให้ประสบความสำเร็จได้นั้นต้องมี "อุดมการณ์" และ "กำลังใจ" กับ "ความมุ่งมั่น" ครับ ที่ผ่านมาใน "พรีเมียร์ลีก" เรามักจะเห็นบรรดาสโมสรต่าง ๆ ของบรรดาเจ้าบุญทุ่ม ที่ใช้เงินซื้อทุกอย่าง แต่ในทางกลับกันสโมสร "เลสเตอร์ ซิตี้" กลับไม่ใช้เงินทุ่ม รวมทั้งไม่กดดันตัวเอง ไม่กดดันผู้จัดการทีม ไม่กดดันบรรดานักเตะ ขอเพียงแค่ไม่ตกชั้นก็พอแล้ว มีความสุขแบบ "พอเพียง" มิหนำซ้ำยังนำเอา "วิถีไทย" เอาความเชื่อแบบไทย เอาสิริมงคลแบบไทย โดยการนิมนต์ "เจ้าคุณธงชัย" ไปสวดชัยมงคลคาถา ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ ถึงสนาม "King Power" นอกจากนั้นประธานสโมสรที่เป็นคนไทยยังให้ความเป็นกันเองกับบรรดาลูกทีม โดยการเข้าไปไต่ถามสาระทุกข์สุขดิบถึงห้องแต่งตัวของบรรดานักเตะ ให้กำลังใจยามอ่อนแอและท้อแท้ รวมถึงในบางเวลาก็พาไปทานอาหารและแน่นอนว่าบางมื้อคงเป็นอาหารไทย เป็นการเอา "ใจไปแลกใจ" ซึ่งจะว่าไปแล้วก็เป็นนิสัยของคนไทยแท้ ๆ ที่ทำกันเป็นปรกติอยู่แล้วเป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้อง เป็นเสมือนญาติสนิทมิตรสหาย

            สุดท้ายสิ่งมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้นครับ ใครจะเชื่อว่าทีมเล็ก ๆ ที่เป็น "ม้ามืดนอกสายตา" ก็มาแรงแซงโค้งได้เป็นแชมป์ "พรีเมียร์ลีก" ก็เป็นหนึ่งในข่าวดีเป็นอย่างยิ่งที่คนไทยควรภาคภูมิใจและสอนเราว่าไม่ควรทิ้ง "วิถีไทย" ที่ปรากฏการณ์ในครั้งนี้ทำให้ผมเชื่อว่าหากคนไทย "รู้รักษ์สามัคคี" สามารถรวมตัวกันเป็น "น้ำหนึ่งใจเดียว" กันได้เมื่อไรก็จะเป็นหนึ่งไม่เป็นสองรองใครเลยครับ

 

 

 

<Previous   Next>