สมัครงานกับทีมงานบ้านไม่บาน คลิกอ่านรายลัเอียดด้านใน

โปรดระวังบุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว   ชอบช่วย หรือ   ผศ.ดร.ภัทรพล   เวทยสุภรณ์  และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง  ฯลฯ  ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ  ทั้งสิ้น  หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์   02-2451399  หรือ  02-6441478  เท่านั้น
บุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว ชอบช่วย หรือ ผศ.ดร.ภัทรพล เวทยสุภรณ์ และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง ฯลฯ ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์ 02-2451399 หรือ 02-6441478 เท่านั้น

ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ "ตักศิลา คเณศ์ธร"

  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
ครบรอบ 120 ปี “ศิลป์ พีระศรี”
ครบรอบ 120 ปี "ศิลป์ พีระศรี"

            ก็เป็นเรื่องเป็นราวเป็นข่าวคราวใหญ่โตกันไปทั่วโลกครับกับการที่ประชาชนชาว "อังกฤษ" ได้โหวตที่จะออกจาก "EU" (European Union) ผลที่ออกมาก็เป็นที่รับรู้รับทราบกันครับ 51.9% ให้ออกจาก "EU" 48.1% ให้ยังคงอยู่ จากการที่ "อังกฤษ" ออกจาก "EU" นั้นได้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างอย่างมากมายทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง ในฐานะที่ผมเคยใช้ชีวิตอยู่ใน "อังกฤษ" กว่า 10 ปี จึงพอมีความเข้าใจอยู่บ้างถึงความสัมพันธ์ของ "อังกฤษ" กับ "EU" ในบางครั้งบางอารมณ์ก็ไม่ค่อยจะแน่นแฟ้นเท่าไหร่ครับ ผมยังจำเหตุการณ์ระหองระแหงตั้งแต่ปี 1973 ในสมัยนั้น "แอ็ดวาร์ดฮิท" เป็นนายกรัฐมนตรีและที่ไม่ลืมคือปี 1992 ในสมัยหญิงเหล็ก "มาร์กาแรต แทตเชอร์" (Margaret Thatcher) เป็นนายกรัฐมนตรี ก็มีหลายเรื่องที่ "อังกฤษ" ไม่ลงลอยกับ "EU" เกิดเป็นแนวคิดคนละขั้ว ที่เห็นได้ชัดคือ ในอดีตแม้ "อังกฤษ" จะอยู่ใน "EU" ก็ไม่ได้ใช้เงิน "ยูโร" อันเป็นค่าเงินสกุลหลัก แต่ก็ยังยืนยันที่จะใช้เงิน "ปอนด์สเตอลิง" ของตัวเองจะว่าไปแล้วลึก ๆ ก็ไม่ลงรอยกับ "เยอรมัน" และ "ฝรั่งเศส" ซึ่งเป็นสองชาติมหาอำนาจที่มีอิทธิพลอย่างสูงในกลุ่มประเทศ "EU" เกิดสภาวะ "Polarized Europe" อันเป็นสภาวะของการ "อยู่คนละขั้ว" กัน ซึ่งเมื่อผลออกมาแล้วชาว "อังกฤษ" แท้ ๆ ก็ยินดีปรีดาถึงขนาดประกาศว่าเป็น "Independent Day" หรือ "วันประกาศอิสรภาพ" เลยทีเดียว

            ที่เรามักเรียกว่าประเทศ "อังกฤษ" แท้จริงแล้วควรเรียกว่า "UK" หรือ "United Kingdom" เพราะประเทศ "อังกฤษ" ประกอบด้วยแคว้นหลัก ๆ 4 แคว้นครับ คือ "อังกฤษ" (England) , "สกอตแลนด์" (Scotland), "เวลส์"(Wales) และ "ไอร์แลนด์เหนือ" (Northern Ireland) ซึ่งการแยกตัวจาก "EU" ในครั้งนี้นอกจากส่งผลกระทบอย่างรุนแรงที่เห็นชัด ๆ คือ ทางด้านเศรษฐกิจ ส่งผลกระทบให้ค่าเงินปอนด์ตกฮวบ หุ้นต่าง ๆ ตกกราวรูดไปทั่วโลก ผลกระทบทางสังคมก็มีไม่ใช่น้อยครับ คนส่วนใหญ่ใน "England" โหวตให้ออกจาก "EU" แต่คนใน "Scotland" และ "Northern Ireland" ต้องการอยู่ใน "EU" ต่อไป ก็เป็นสถานการณ์ที่ควรจับตาอย่างไม่กระพริบตาครับ เพราะไม่ช้าหรือเร็วเวลาชาติมหาอำนาจของโลกเกิดอาการเป็นไข้หวัด มีอาการไอ จาม ประเทศเล็ก ๆ อย่างเราก็ต้องได้รับผลกระทบไม่มากก็น้อย ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาวครับ

            ผมได้ลองวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่ "อังกฤษ" จำเป็นต้องออกจาก "EU" และยืดอกยอมรับกับผลที่ตามมาอย่างไม่สะทกสะท้านมีหลายเหตุและปัจจัยดังนี้ครับ สาเหตุแรกที่สำคัญ คือ ผมเรียกว่า "Euro Economical Zone Crisis" ก็เป็นที่ยอมรับว่าสถานการณ์เศรษฐกิจ การเงินของ "ยุโรป" ตกอยู่ในสภาวะ "โคม่า" กำลังอยู่ในช่วงขาลงย่ำแย่เป็นอย่างยิ่ง จะเห็นได้จากการล้มละลายทางการเงินของ "กรีซ" สภาวะที่กำลังตกต่ำย่ำแย่ใน "โปรตุเกส" ใน "สเปน" และในหลาย ๆ ประเทศ รวมทั้ง "สภาวะการว่างงาน" อย่างรุนแรง (Mass Unemployment) สาเหตุที่สองอันเป็นวิกฤติที่หนักหนาสาหัสไม่แพ้กัน คือ "Refugee Crisis" ที่มีผู้อพยพนับล้านโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากประเทศในตะวันออกกลางอาทิเช่น "ลิเบีย", "ซีเรีย" ฯลฯ ไหลทะลักหลั่งไหลเข้ามาในยุโรป สาเหตุที่สามอันเป็นอีกวิกฤติหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือ "Russia Crisis" ซึ่งในปัจจุบันกลุ่มในประเทศ "EU" ก็มีความขัดแย้งในบางประเด็นอย่างรุนแรงกับ "รัสเซีย" และไม่นับวิกฤติอื่น ๆ อีกมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาเหตุที่สี่อันเป็นวิกฤติเกี่ยวกับเรื่อง "การก่อการร้าย" โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกลุ่ม "ไอเอส" (ISIS) ที่มีจำนวนนับพันนับหมื่นแฝงตัวอยู่ในกลุ่มผู้อพยพจาก "ตะวันออกกลาง" ซึ่งเป็น "มหันตภัย" ต่อความมั่นคงภายในของ "ยุโรป" ซึ่งหาทางป้องกันได้ยากยิ่ง อันจะเห็นได้จากการก่อการร้ายในกรุง "ปารีส" และกรุง "บัสเซลล์" เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมาและคาดว่าจะถี่ขึ้นและมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น เพราะกลุ่มก่อการร้ายเหล่านี้ได้แฝงตัวเข้ามาเป็น "เครือข่าย" ใน "ยุโรป"เรียบร้อยแล้ว จะเห็นได้ว่าลึก ๆ กลุ่มประเทศ "EU" ก็มีปัญหาที่แก้ไม่ตกอยู่หลายประการครับ

            หากมองย้อนกลับไปเมื่อ 40 ปีที่แล้ว "อังกฤษ" ก็เคยพยายามจะออกจาก "EU" แต่ก็ไม่สำเร็จและเพิ่งมาทำสำเร็จเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้นอย่างไรเสียก็ส่งผลกระทบต่อ "สยาม" ประเทศของเราเป็นแน่ครับ ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้อง "รู้เขารู้เรารู้" และจะต้อง "รู้หลบเป็นปีกรู้หลีกเป็นหาง" จะช่วยให้เราสามารถประคองตัวให้อยู่รอดปลอดภัย ทั้งยังจะต้องเตรียมการโดยไม่ประมาท การรู้ไว้แต่เนิ่น ๆ ก็น่าจะเป็นประโยชน์ครับ เพราะ "อังกฤษ" ก็ถือว่าเป็นหนึ่งในชาติมหาอำนาจที่มีบทบาทอย่างมากทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมืองและการศึกษาของโลกครับ

<Previous   Next>