สมัครงานกับทีมงานบ้านไม่บาน คลิกอ่านรายลัเอียดด้านใน

โปรดระวังบุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว   ชอบช่วย หรือ   ผศ.ดร.ภัทรพล   เวทยสุภรณ์  และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง  ฯลฯ  ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ  ทั้งสิ้น  หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์   02-2451399  หรือ  02-6441478  เท่านั้น
บุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว ชอบช่วย หรือ ผศ.ดร.ภัทรพล เวทยสุภรณ์ และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง ฯลฯ ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์ 02-2451399 หรือ 02-6441478 เท่านั้น

ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ "ตักศิลา คเณศ์ธร"

  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
ครบรอบ 120 ปี “ศิลป์ พีระศรี”
ครบรอบ 120 ปี "ศิลป์ พีระศรี"

หน้าแรก arrow อ่านบทความย้อนหลังที่นี่ arrow คลินิคคนรักบ้านกับ ดร.ภัทรพล arrow “วิกฤติ” ที่ผ่านมาทั้ง 5 กับการเตรียมรับมือ “สงคราม” ทั้ง 6

            ผมมานั่งทบทวนย้อนหลังเกี่ยวกับการลงทุน "อสังหา ฯ" ของบ้านเราในรอบ 3 ทศวรรษที่ผ่านมา เป็น "การเหลียวหลังแลหน้า" เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมที่จะเรียนรู้ อยู่ร่วมกับอนาคตที่ดูจะอึมครึมเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ผมค้นพบว่าสังคมไทยในอดีตที่ผ่านมาได้เผชิญหน้ากับวิกฤติทางเศรษฐกิจ สังคม น้อยใหญ่มามากมาย และที่ลืมไม่ลงก็มี "5 วิกฤติ" ที่สำคัญดังนี้ครับ วิกฤติครั้งที่ 1 "สงครามอ่าว" ครั้งแรกระหว่างประธานาธิบดี "บุช" (ผู้พ่อ) กับ "ซัดดัม ฮุสเซน" ก็ส่งผลกระทบในวงกว้าง ซึ่งมีแนวโน้มว่าอาจลุกลามบานปลายเกิดสงครามโลกในครั้งนั้น วิกฤติครั้งที่ 2 คือ "ความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศ" ที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงทั้งในด้านอุดมการณ์ทางความคิด ระหว่างท่าน "จำลอง ศรีเมือง" กับ ท่าน "สุจินดา คราประยูร" วิกฤติครั้งที่ 3 ครั้งนี้หนักหนาสาหัสที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงจนถึงปัจจุบัน คือ "การโจมตีค่าเงินบาท" ของพ่อมดทางการเงิน "จอร์จ โซรอส" และวิกฤติครั้งที่ 4 คือ วิกฤติ "กีฬาสี" ระหว่าง "สีเหลือง" กับ "สีแดง" ที่ยังคงหยั่งรากลึกลงในใจเป็นผลจากการที่คนไทยไม่ "รู้รักษ์สามัคคี" ถึงขั้นขนาดปิด "กรุงเทพฯ" ประหัตประหารไล่ล่าฆ่าฟันกัน ส่วนวิกฤติครั้งที่ 5 ที่กำลังเผชิญหน้าอยู่ คือ "การเปิด "AEC" เสรีอาเซียน" และการรุกคืบเข้ามาเพื่อกลืนประเทศของ "กลุ่มทุนใหญ่" โดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก "จีน", "ญี่ปุ่น" และ "สหรัฐอเมริกา" ฯลฯ ซึ่งหากประคองกันไม่ดีเราก็อาจจะสูญเสียอิสรภาพทางการเงิน, การคลัง และผลที่ตามมาคือการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ส่วนใหญ่ก็จะตกอยู่ในกำมือของชาวต่างชาติครับ

            ซึ่ง "วิกฤติ" ต่าง ๆ ในรอบ 3 ทศวรรษที่ผ่านมา ก่อให้เกิดเป็น "สงคราม" น้อยใหญ่ทั้งเปิดเผยและปกปิด 6 รูปแบบ ที่ "สงคราม" ต่าง ๆ เหล่านี้ ก็ยังคงดำเนินอยู่ ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้อง "รู้เท่าทัน" ซึ่ง "สงคราม" ทั้ง 6 ที่ผมกล่าวถึงนี้นั้นประกอบไปด้วย สงครามที่ 1 คือ "การล่าอาณานิคมในรูปแบบใหม่ " จะว่าไปแล้ว เป็นรูปแบบการล่าดินแดนอันเป็นเมืองขึ้นที่ได้เกิดขึ้นในอดีตที่ยังคงดำเนินต่อไป เพียงแค่เปลี่ยนแปลงรูปแบบให้สลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ผมยกตัวอย่างในการที่มีผู้อพยพนับล้านคน จาก "ตะวันออกกลาง" และ "แอฟริกา"เข้ามาใน "ยุโรป" ไม่ว่าจะมาจาก "ซีเรีย", "ลิเบีย" ฯลฯ ก็เป็นหนึ่งในกระบวนการขยายอาณานิคมเข้ายึดพื้นที่และสุดท้ายก็นำไปสู่รูปแบบใหม่ ๆ ของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ อย่างบ้านเราก็ไม่น้อยหน้านะครับ มีแรงงานจากต่างชาตินับล้านไหลทะลักเข้ามา เกิดเป็นอาณานิคมย่อย ๆ ในพื้นที่ต่าง ๆ จังหวัดต่าง ๆ และภูมิภาคต่าง ๆ กระจายออกไปเต็มไปหมด สงครามที่ 2 คือ "การขยายขอบเขตการลงทุนในภาคอุตสาหกรรม" ทั้งในอุตสาหกรรมหนักและอุตสาหกรรมเบา ไม่ว่าจะเป็น "นิคมอุตสาหกรรม" น้อยใหญ่ทั้งของไทยและต่างชาติ ก่อให้เกิดผลกระทบในวงกว้าง เกิดการเคลื่อนย้ายประชากรนับแสนนับล้านคน ดูง่าย ๆ อย่างเช่น นิคม "อุตสาหกรรมอมตะนคร" ที่ "ชลบุรี" และนิคมอีกหลายสิบแห่งที่ "ระยอง" ที่ก่อให้เกิดการเคลื่อนย้ายประชากรนับล้านคนที่หลั่งไหลทะลักเข้ามาจากทั่วทุกสารทิศ นี่ยังไม่รวมอุตสาหกรรมเบา อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมการให้บริการอื่น ๆ อีกมากมายครับ สงครามที่ 3 คือ "การแข่งขันในด้านข่าวสาร ข้อมูล" ต้องยอมรับครับว่าเป็นการแข่งขันกันของข้อมูลข่าวสารที่ใครที่สามารถ "เข้าถึง" และมี "ช่องทาง" (Access) อันจะนำไปสู่ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและแม่นยำกว่าก็เป็นผู้ที่มีชัยชนะในที่สุด สงครามที่ 4 คือ "มัลติมีเดีย" (Multi - Media) ผมหมายถึง บรรดาสื่อต่าง ๆ ที่นำเอาข่าวสารมาเผยแพร่ โดยผ่านสื่อวิทยุ, โทรทัศน์, สื่อสิ่งพิมพ์, สื่อดิจิตอล รวมไปถึงสื่อออนไลน์, สื่อออฟไลน์ ฯลฯ สงครามที่ 5 เป็นสงครามที่เรากำลังเผชิญกันอยู่ในปัจจุบัน พวกอีเมลล์, เฟสบุ๊ค, ไลน์ ฯลฯ ที่เรียกว่า "โซเชียลเน็ตเวิร์ก" (Social Network) ก็ติดกันงอมแงมตั้งแต่ลูกเล็กเด็กแดงไปจนพวกบรรดา "ส.ว." (สูงวัย) เล่นเฟส ติดไลน์ จนกระทั่งสุดท้ายก็ไม่รู้ว่าอะไรเป็นเรื่องจริงไม่จริง เพราะมากมายจนกระทั่งแยกแยะไม่ออกบอกกันไม่ถูกครับ ก็สับสนมึนงงกันไป ทำให้คนส่วนใหญ่ในสังคมปัจจุบันถูกครอบงำได้ง่ายที่สุดครับ สงครามที่ 6 ซึ่งหนักหนาสาหัสและกำลังเผชิญหน้าอยู่แต่ไม่รู้ตัว ผมขอเรียกว่า "การทับกันของ "มิติซ้อนมิติ" (Multi - Level Matrix) อันเป็นเงื่อนไขของ "ตรรกะ ซ้อน ตรรกะ" ในรูปแบบ "ลับ ลวง พราง" สิ่งที่เห็นไม่ใช่อย่างที่เห็น ถ้าขาดสติไม่รู้เท่าทันอาจจะเสียทีได้ง่าย ๆ เพราะเป็นการผสมผสานกันอย่างแนบเนียนของสงครามต่าง ๆ ครับ

            พื้นที่หมดครับ เอาไว้โอกาสหน้าผมจะมาขยายความของ "วิกฤติ" ทั้ง 5 กับ "สงคราม" ทั้ง 6 อันเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แบ่งปันกันทางทัศนคติและมุมมอง ผมเชื่อว่า "วิกฤติ" และ "สงคราม" ต่าง ๆ ที่เรากำลังเผชิญอยู่นั้นล้วนแล้วแต่เป็นความจริงที่กำลังเกิดขึ้นและส่งผลกระทบขึ้นจริงในทุก ๆ ด้านอย่างรุนแรงที่สุด ดังนั้นจำเป็นจะต้องเรียนรู้ อยู่ร่วมและยอมรับกับความจริง เพราะผมเชื่อว่าการเรียนรู้จากความจริงเป็นหนทางเดียวเท่านั้นที่จะสามารถหาทางออกเหมาะสมที่สามารถประคองให้เราอยู่รอดปลอดภัยในสถานการณ์ที่ "วิกฤติ" ดังเช่นในปัจจุบันครับ ดังคำพูดของ "ซุนวู" ที่กล่าวไว้นับพันปีล่วงแล้วว่า "รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง มีชัยร้อยครั้ง" ครับ

<Previous   Next>