สมัครงานกับทีมงานบ้านไม่บาน คลิกอ่านรายลัเอียดด้านใน

โปรดระวังบุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว   ชอบช่วย หรือ   ผศ.ดร.ภัทรพล   เวทยสุภรณ์  และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง  ฯลฯ  ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ  ทั้งสิ้น  หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์   02-2451399  หรือ  02-6441478  เท่านั้น
บุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว ชอบช่วย หรือ ผศ.ดร.ภัทรพล เวทยสุภรณ์ และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง ฯลฯ ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์ 02-2451399 หรือ 02-6441478 เท่านั้น

ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ "ตักศิลา คเณศ์ธร"

  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
ครบรอบ 120 ปี “ศิลป์ พีระศรี”
ครบรอบ 120 ปี "ศิลป์ พีระศรี"

หน้าแรก arrow คลินิคคนรักบ้านกับ ดร.ภัทรพล arrow จับตานโยบาย “OBOR” (One Belt One Road) กับ “American First”
จับตานโยบาย “OBOR” (One Belt One Road) กับ “American First”

เมื่อวันที่  14  พฤษภาคม   ที่ผ่านมา "ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง"  ได้กล่าวเปิดการประชุมแนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจ  "เส้นทางสายไหมใหม่"  หรือ "One  Belt  One  Road"  ("OBOR")  ทั้งยังประกาศว่า  "จีน" จะทุ่มเงินกว่า   124,000  ล้านดอลล่าร์ (ประมาณ  4,216  ล้านล้านบาท)  สำหรับโครงการนี้    จะว่าไปแล้วนโยบายนี้เปิดตัวครั้งแรก  ปี พ.ศ.  2556   หรือ  4  ปีมาแล้ว   ซึ่งนโยบาย  "OBOR"  จัดได้ว่าเป็น   "อภิมหาโครงการเขย่าโลก"  ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายทั้งในด้านเศรษฐกิจ,สังคม และการเมือง  ทั้ง "ทางบก"  คือ  ถนน ,รถไฟ และ "ทางทะเล"  คือ  ท่าเรือ  เชื่อม "เอเชีย" , "แอฟริกา" , "ยุโรป" และภูมิภาคอื่น ๆ  เข้าด้วยกัน    ในการประชุม  2  วัน  (14-15  พ.ค.)   ที่  "ปักกิ่ง" มีผู้นำจาก  29  ประเทศ   (รวมถึง  "เกาหลีเหนือ" ก็มา!!!)  แต่จุด "ไฮไลท์" ของงานประชุมครั้งนี้  คือ   นาย "วลาดิเมียร์  ปูติน"  ผู้นำ  "รัสเซีย" ก็ได้  เข้าร่วมประชุมกับเขาด้วยแนวคิดหลักของ "OBOR" พุ่งเป้าไปยัง  "การค้า"  คือ  "กลไก" ( "เครื่องจักร") ที่สำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจ,สังคมและการเมืองระหว่างประเทศ   โดยไม่มุ่งเน้นการขยายอิทธิพล "จีน" ไปทั่วโลก    แต่เป็นกระบวนการสร้างประโยชน์ร่วมกัน  เปิดรับทุกประเทศ  ไม่ใช่วิถีแบบเก่า ๆ  ที่สร้างความขัดแย้ง  สิ่งเดียวที่ส่งเสริม คือ  ความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน

นอกจากนั้น  "ธนาคารเพื่อการพัฒนาจีน"   และ  "ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าจีน"  ได้เตรียมเงินไว้ถึง 3.8  แสนล้านหยวน   (คิดเป็นเงินไทย  1.9  ล้านล้านบาท)  เพื่อให้ประเทศที่เข้าร่วมในโครงการกู้   ทั้งยังมีการตั้ง  "กองทุนเส้นทางสายไหม"  ถึง  1 แสนล้านหยวน (5  แสนล้านบาท)    รวมไปถึงเงินให้เปล่า  6  หมื่นล้านหยวน ( 3  แสนล้านบาท)  สำหรับ "ประเทศกำลังพัฒนา" ที่อยู่บนเส้นทางของโครงการ  "OBOR"  

ในขณะที่  "จีน"  กำลังเริ่มต้นนโยบาย  "อภิมหาโครงการเขย่าโลก"  แต่  "สหรัฐฯ" กำลังเริ่มต้นใช้นโยบาย "ปกป้องการค้า" ของประธานาธิบดี  "โดนัล  ทรัมป์"    จะเห็นได้ว่าเพียง2  วันหลังพิธีสาบานตนของ  "ทรัมป์" ได้ลงนามถอนตัวจากการเจรจาข้อตกลง "หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ เศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก  (TPP)"  ที่ริเริ่มไว้ในสมัยรัฐบาล "โอบามา"   รวมไปถึงนโยบายการกีดกันการค้าเพื่อปกป้องประโยชน์ "สหรัฐฯ"   (ซึ่งสวนทางกับนโยบาย  "การค้าเสรี") โดยมุ่งเน้นนโยบาย  "American  First"  รวมไปถึงการแต่งตั้งคณะทำงานประเภท  "สายเหยี่ยว" เข้ามาดำรงตำแหน่งด้านการค้า    หากพิจารณาปี  ค.ศ.  2015   จะเห็นได้ว่า  "สหรัฐฯ" นั้น "ขาดดุล" กับ  "จีน" มากมายมหาศาลที่สุดถึง  3.67  แสนล้านดอลล่าร์    "โกลด์แมน  แซกช์"  ได้ทำการศึกษาวิเคราะห์อย่างน่าสนใจเอาไว้ว่า ต่อให้ "สหรัฐฯ"  ดำเนินนโยบายเข้มงวด  กีดกันการค้ากับ  "จีน" แค่เพียงประเทศเดียว  ก็จะส่งผลกระทบในวงกว้างถึง  "ห่วงโซ่อุปทาน"   เพราะ "จีน"  เป็นผู้ผลิตสินค้าขั้นสุดท้าย  แต่สินค้า  "ขั้นกลาง"  นั้น "จีน" นำเข้าจากประเทศอื่น (รวมทั้งประเทศ "ไทย")  ประมาณว่าสินค้าส่งไป  "จีน" อย่างน้อย  40%  ถูกนำไปผลิตเพื่อส่งออกอีกต่อหนึ่ง    ในมุมมองของ  "Capital  Economic"  ผู้เชี่ยวชาญที่เป็น  "Think  Tank" เชื่อว่า  "สงครามการค้า" ระหว่าง "สหรัฐฯ"  กับ "จีน"  จะถูกตอบโต้กลับจาก "จีน" ใน 3  รูปแบบ

1)     ตอบโต้กลับโดยตรง  โดยการขึ้นภาษีสินค้า  "อเมริกัน" ที่จะขายให้ "จีน"   รวมถึง "จีน"จะเพิ่มความเข้มงวด,กฎระเบียบกับบริษัทสัญชาติ "อเมริกา"

2)     ตอบโต้กลับโดยการลดค่าเงิน "หยวน"  สร้างความได้เปรียบในการส่งออก

3)     ไม่ตอบโต้กลับ  รอจังหวะโอกาส  "นิ่งสงบ+สยบความเคลื่อนไหว"  แต่จะใช้วิธีเพิ่มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศโดยผ่อนคลายมาตรการทางการเงิน  เพื่อเป็นการลดผลกระทบจากการกีดกันทางการค้าของ "สหรัฐฯ"

แนวคิด "OBOR"   จัดได้ว่าเป็น "อภิมหาโครงการเขย่าโลก" ภายใต้การกำกับของ "ประธานาธิบดี  สี จิ้นผิง"  ของ "จีน"  กำลังนำโลกไปสู่การเผชิญหน้าและจะนำไปสู่ความขัดแย้งอย่างรุ่นแรงจนเกิดเป็น  "สงครามการค้า"  ระลอกใหม่อีกครั้งกับแนวคิด  "American  First"  ของ "ประธานาธิบดี  โดนัล  ทรัมป์"  อันจะนำไปสู่ความขัดแย้งของชาติ  อภิมหาอำนาจของโลกอย่าง  "จีน" และ  "สหรัฐอเมริกา"   และที่ต้องระมัดระวัง  คือ   ประเทศ "ไทย" ของเราในทาง "ภูมิศาสตร์" เป็นศูนย์กลางของ "อาเซียน"  ในแง่  "โลจิสติกส์" ก็คงหลีกเลี่ยงผลกระทบที่ตามมาไม่ได้  

เอาไว้ต่อคราวหน้าผมจะทำหน้าที่  "สุนัขเฝ้าบ้าน" วิเคราะห์ให้เห็นถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับประเทศ "ไทย" อันเป็นที่รักยิ่ง      แบบ "รู้เขารู้เรา"  จะได้เตรียมตัวเตรียมใจที่จะรับมือกับผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น  และจะช่วยให้สามารถประคับประคองสถานการณ์แบบ  "เดินทางสายกลาง"  ให้สามารถอยู่รอดปลอดภัยและสามารถรักษาเอกราชและอธิปไตยของเราไว้ได้ครับ

<Previous   Next>