สมัครงานกับทีมงานบ้านไม่บาน คลิกอ่านรายลัเอียดด้านใน

โปรดระวังบุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว   ชอบช่วย หรือ   ผศ.ดร.ภัทรพล   เวทยสุภรณ์  และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง  ฯลฯ  ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ  ทั้งสิ้น  หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์   02-2451399  หรือ  02-6441478  เท่านั้น
บุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว ชอบช่วย หรือ ผศ.ดร.ภัทรพล เวทยสุภรณ์ และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง ฯลฯ ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์ 02-2451399 หรือ 02-6441478 เท่านั้น

ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ "ตักศิลา คเณศ์ธร"

  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
ครบรอบ 120 ปี “ศิลป์ พีระศรี”
ครบรอบ 120 ปี "ศิลป์ พีระศรี"

ตึกแถว+อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน 155


ในช่วงเวลาของงาน “พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช”

 เมื่อตั้งสติได้พอจะคลายความโศกเศร้าลงก็พบความจริงว่าคนไทยทุก ๆคนรวมทั้งตัวผมนั้นนับว่าโชคดีมีบุญวาสนามากครับ เพราะได้มีโอกาสเกิดมาใน“รัชสมัย” ของ “พ่อหลวงรัชกาลที่ 9”ที่ทรงเป็นพระมหากษัตริย์อันยิ่งใหญ่ที่สุดและประเสริฐที่สุดที่ทรงครองราชย์ยาวนานที่สุด สำหรับตัวผมเองพอเกิดมาลืมตาดูโลกพอรับรู้ความได้ ก็เห็นรูปของพระองค์ท่านในทุกทุกที่ที่ผมไปดังคำกล่าวที่ว่ารูปของพระองค์ท่านนั้นเป็น “รูปที่มีทุกบ้าน”รวมทั้งได้เห็นพระจริยวัตรอันงดงามที่ทรงทำเพื่อคนไทยทุกหมู่เหล่าและที่น่าทึ่งคือ คนไทยทุกชั้นวรรณะต่างก็ยอมรับพระองค์ท่านเปรียบเสมือน “พ่อ”หรือ “พ่อหลวง” และที่น่าทึ่งไปกว่านั้นคือพระองค์ท่านก็ทรงรับคนไทยทุกชั้นวรรณะไม่ว่าจะยาก,ดี,มี,จนเพียงใดเข้ามาเป็นสมาชิกร่วมสุขร่วมทุกข์อยู่ใน “บ้าน” ของพระองค์ เสมือนกับว่าเป็น “ลูก” ของพระองค์พระองค์ก็ได้ทรงทำหน้าที่ของ “พ่อ” ที่ดูแลสารทุกข์สุขดิบของ “ลูก”โดยไม่ขาดตกบกพร่องมายาวนานกว่า 70 ปีจึงเป็นการทรงงานที่หนักหนาแสนสาหัสกว่า 4,685 โครงการพระราชดำริทั่วราชอาณาจักร (ตั้งแต่ปี พ.ศ.2495-2557) ดังปฐมบรมราชโองการในปี พ.ศ.2489ที่ทรงรับสั่งว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” ซึ่ง “ชนชาวสยาม” ก็เปรียบเสมือน“ลูก”ของพระองค์ท่าน ด้วยความสัมพันธ์ที่พิเศษสุดและงดงามที่สุดของ“พระมหากษัตริย์” กับ “พสกนิกร” ของพระองค์ตลอดระยะเวลาที่ทรงครองสิริราชสมบัติ ทรงเป็น “พ่อ”พร้อมที่จะเสียสละทุกสิ่งอย่างที่พระองค์มี ทรงทุ่มเทพระวรกายทุกเวลาทุกนาทีที่พระองค์มี ให้กับการอยู่ดีกินดีของ “ลูก”จึงเป็นความสัมพันธ์ที่พิเศษสุดและมหัศจรรย์เป็นอย่างยิ่งครับจะหาความสัมพันธ์ระหว่าง “พระมหากษัตริย์” กับ “ประชาชน”ที่มีลักษณะพิเศษเช่นนี้หาไม่ได้อีกแล้วในประเทศใดในโลก มีอยู่เพียงที่เดียวคือ“ประเทศไทย” เท่านั้นครับ เมื่อพระองค์ท่านรักประชาชนขนาดนี้ก็ไม่น่าแปลกใจหรอกครับที่ประชาชนที่เป็น “ลูก”ต่างก็ถวายความจงรักภักดีกับพระองค์ท่านอย่างสุดหัวใจ ถึงขนาดยอม“พลีกายถวายชีวิต” ได้ให้กับ “พ่อ” ได้เช่นกันความสัมพันธ์มีลักษณะพิเศษเช่นนี้ ได้กลายเป็น “แกนหลัก”ที่สำคัญที่ทำให้สังคมไทยสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงปลอดภัยถึงแม้ว่าสังคมไทยจะเต็มไปด้วยนักการเมืองที่ฉ้อฉล, ข้าราชการที่คอรัปชั่น,สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่เสื่อมโทรม มีปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆที่หมักหมมทับถมกันอยู่มากมายทั้งทาง “เศรษฐกิจ”, “สังคม” และ “การเมือง” ฯลฯแต่ถึงจะหนักหนาสาหัสสักเพียงไหนก็ไม่เป็นไรหรอกครับ เพราะคนไทยมี“แกนหลัก” ที่เป็นเหมือน “ศูนย์รวมจิตใจ”เปรียบเหมือนต้นไม้ใหญ่ที่เติบโตแผ่กิ่งก้านสาขา ถึงแม้บางครั้งอาจต้องสายลมสายฝน พายุที่พัดโหมกระหน่ำ เป็นผลให้กิ่งบางกิ่งบางครั้งที่ต้านทานไม่ไหวจะหักไปบ้าง แต่เพราะมี “แกนหลัก” ที่เป็นเสมือน“รากแก้ว” ที่เข้มแข็ง ทำให้เราก็สามารถผ่านไปได้ทุกครั้งดังจะเห็นว่าสังคมไทยในอดีตได้ผ่านการทดสอบมาหลายต่อหลายครั้งจากวิกฤติการณ์ต่าง ๆในบางครั้งในบางสถานการณ์อาจตกอยู่ในสภาวะที่ดูเหมือนว่าจะคับขันแต่ก็เป็นความมหัศจรรย์ครับ ด้วย “แกนหลัก” อันเป็น “ศูนย์รวมจิตใจ”ที่เปรียบประดุจดั่ง “พลังของแผ่นดิน” ไม่ว่าจะหนักหนาสาหัสสักเพียงใดก็สามารถประคองตัวผ่านไปได้ทุกครั้งก็เพราะ “แกนหลัก”ที่เป็นพลังอันแข็งแกร่งนี้เองครับในช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้าของสังคมไทยอันเกิดจากการพลัดพรากครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงไปที่น่าประทับใจเป็นอย่างยิ่งครับ คนไทย“รู้รักษ์สามัคคี” กันมากขึ้น “รวมใจเป็นหนึ่งเดียว” กันมากขึ้นรักกันและให้อภัยกันมากขึ้น อาจเป็นเพราะจิตใจคนไทยทั้งประเทศกว่า 70ล้านดวง ต่างมุ่งพุ่งตรงไปที่ “พ่อ”นอกจากนั้นคนไทยยังได้มีโอกาสเรียนรู้พระจริยวัตรอันงดงามของพระองค์ท่านมากยิ่งขึ้น จาก “โครงการพระราชดำริ” น้อยใหญ่ต่าง ๆ ซึ่งกล้าพูดได้อย่างเต็มปากว่าคนทุกคนในผืนดินของ “พ่อ” ล้วนแล้วแต่ได้รับ “อานิสงส์”ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อมจาก “โครงการพระราชดำริ” ของ “พ่อ”กันแบบทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในชุมชนเมืองหรือชนบทห่างไกลไม่มีพื้นที่ไหนในพระราชอาณาจักรที่รอดพ้นจากสายพระเนตรอันยาวไกลของ “พ่อ”ก็เป็นเรื่องเหลือเชื่อแต่ก็ต้องเชื่อครับ ที่ “มหาธรรมราชา รามาธิบดีที่ 9” พระองค์นี้ได้ทุ่มเททำเพื่อ “ลูก” ของพระองค์ท่านมากมายขนาดนี้สารภาพตามตรงครับว่าผมมีความสุขทุกครั้งที่ได้พูดถึง “พ่อ”และมีความมุ่งมั่นที่อยากทำให้ “พ่อ” เป็น “อมตะ” อยู่ในจิตใจของ “ลูก”หลานไทยตราบนิจนิรันดร์ ดังนั้นจึงอยากให้มาร่วมแรงร่วมใจกันส่งเสด็จ “พ่อ” สู่“สวรรคาลัย” อย่างสมพระเกียรติ ใน “งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” ในครั้งนี้ครับย้ำกันอีกครั้งครับว่ามาร่วมแรงร่วมใจกันในพระราชพิธีส่งเสด็จ “พ่อ” สู่“สวรรคาลัย”ให้สมพระเกียรติอย่างที่สุดโดยพร้อมเพรียงกันและประกาศให้ก้องไกลไปทั้งโลกให้รับรู้ว่าบรรดา “ลูก ๆ” ของ “พ่อ” รักและคิดถึง “พ่อ” มากขนาดไหนครับ

Next>