สมัครงานกับทีมงานบ้านไม่บาน คลิกอ่านรายลัเอียดด้านใน

โปรดระวังบุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว   ชอบช่วย หรือ   ผศ.ดร.ภัทรพล   เวทยสุภรณ์  และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง  ฯลฯ  ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ  ทั้งสิ้น  หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์   02-2451399  หรือ  02-6441478  เท่านั้น
บุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว ชอบช่วย หรือ ผศ.ดร.ภัทรพล เวทยสุภรณ์ และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง ฯลฯ ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์ 02-2451399 หรือ 02-6441478 เท่านั้น

ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ "ตักศิลา คเณศ์ธร"

  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
ครบรอบ 120 ปี “ศิลป์ พีระศรี”
ครบรอบ 120 ปี "ศิลป์ พีระศรี"

หน้าแรก arrow เรือนชานบ้านเมือง arrow ปฐมบทของ “คนรักบ้าน” กับนิทาน “ลุงโง่ย้ายภูเขา” (1)
ปฐมบทของ “คนรักบ้าน” กับนิทาน “ลุงโง่ย้ายภูเขา” (1)

            ตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา มีแฟน ๆ คนรักบ้านมาหาผมไม่เว้นแต่ละวัน แต่ที่เหมือนกันคือทุกท่านที่มักจะมาพร้อมกับความทุกข์และความกังวลใจเกี่ยวกับปัญหาของบ้านของเมืองทั้งในด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งความขัดแย้งในทางการเมือง ที่กำลังทำให้คนไทยทั้งประเทศแตกแยกออกเป็นฝักเป็นฝ่ายดูสับสนวุ่นวาย หลายท่านมารอผมที่ห้องส่งสถานีโทรทัศน์ เนชั่นแชนแนล บ้างมารอผมที่มหาวิทยาลัยบ้าง บางท่านบุกมาหาผมถึงบ้านมานั่งปรับทุกข์กันจนดึกดื่นค่อนคืน ส่วนใหญ่ก็มักจะได้รับคำปลอบประโลมที่เป็นประโยชน์ให้ชื่นฉ่ำหัวใจกลับไป แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่มาหาผมพร้อมกับปัญหาหนักหนาสาหัสจนเกินกำลังที่จะเยียวยาแก้ไข ผมก็ได้แต่เตือนให้ตั้งสติไว้ให้มั่นคง ถึงล้มแล้วก็สามารถลุกขึ้นสู้ใหม่ได้ซึ่งไม่แน่นะครับอาจจะดีกว่าเก่าเสียอีก ค่อย ๆ คิดพิจารณากันอย่างช้า ๆ ชัด ๆ แบบเดินทีละก้าวกินข้าวทีละคำ เพราะในสังคมทุนนิยมแบบ "แดกด่วน" เพราะจะทำอะไรก็อย่า "ด่วนแดก" จะสำลักติดคอเอาได้ ทุกปัญหาย่อมมีหนทางแก้ไขครับ เพราะปัญหาเขามีไว้ให้แก้มิใช่ให้กลุ้มครับ ถ้าเรามุ่งมั่นตั้งใจจะแก้ปัญหากันจริง ๆ แล้วคงจะไม่พ้นกำลังสติปัญญาความสามารถและความเพียรของเราไปได้หรอกครับ

            นอกจากนั้นผมมักจะเล่านิทานให้ฟังก่อนที่บรรดาคนที่กำลังแบกความทุกข์มาเต็มบ่าเหล่านั้นจะเดินทางกลับบ้าน เป็นนิทานเรื่อง "ลุงโง่ย้ายภูเขา" ที่ผมไม่เคยเบื่อที่จะเล่าให้ใครต่อใครต่อใครได้ฟัง เป็นนิทานของลุงโง่คนหนึ่ง ที่คิดจะย้ายภูเขาทั้งลูกด้วยมันสมองกับสองมือ เนื่องจากบ้านของลุงโง่นั้นอยู่ในหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่มีสันเขาตั้งตระหง่านผ่าอยู่กลางหมู่บ้าน ผมขอให้ชื่อว่า หมู่บ้าน "สารขัณฑ์" อันยากจนค่นแค้นและทุรกันดาร เพราะดันมีภูเขาทะลึ่งผ่าตรงกลางหมู่บ้านนอกจากการคมนาคมจะไปมาหาสู่กันได้ยากลำบากแสนเข็ญแล้วก็ยังทำให้คนในหมู่บ้านแบ่งเป็นฝักเป็นฝ่าย เป็นก๊ก เป็นเหล่า มิหนำซ้ำการที่มีสันเขาผ่าตรงใจกลางหมู่บ้านเป็นผลให้ในสภาพภูมิอากาศในฤดูร้อนก็ร้อนแบบสุด ๆ จนไม่อยากทำอะไร ในฤดูหนาวก็หนาวแบบสุด ๆ เย็นยะเยือกจนถึงกระดูก ในฤดูฝนน้ำก็ท่วมขังแบบสุด ๆ เนื่องจากมีภูเขาขวางทางกั้นเป็นอุปสรรคอยู่ทำให้น้ำไม่สามารถระบายออกได้ทันทีอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้คนในหมู่บ้านต้องทนอยู่อย่างลำบากยากแค้นแสนสาหัส เพราะความยากจนและความไม่ถึงพร้อมของปัจจัย 4 ที่สำคัญของการดำรงชีวิตอันประกอบไปด้วยอาหาร เครื่องใช้ไม้สอยรวมไปถึงเครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรคและบ้านเรือนที่คุ้มแดดคุ้มฝนเต็มไปด้วยความขาดแคลนนี่แหละครับจึงทำให้คนในหมู่บ้านต้องแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันโกงกินกัน ต่างฝ่ายก็ต่างตกอยู่ใน "โมหะภูมิ" และเต็มไปด้วย "มานะทิฐิ" ยึดมั่นถือมั่นเชื่อว่าใน "หลักการของกู" และ "แนวคิดของกู" นั่นซิดีซิถูกแต่ฝ่ายเดียว อยู่กันแบบไม่รู้รักษ์สามัคคีเป็นแบบนี้แหละครับมานานชั่วนาตาปีแล้ว เผลอไม่ได้ก็เป็นอันต้องทะเลาะวิวาทตบตีกัน ถึงขนาดหาใครทะเลาะไม่ได้ก็ทะเลาะกับพวกเดียวกันเองครับ

            แต่เดชะบุญในหมู่บ้านมีลุงโง่อยู่คนหนึ่งอาศัยที่อยู่ในหมู่บ้านมานานจนเห็นปัญหาต่าง ๆ ที่รุมเร้าเหล่านี้ จึงตัดสินใจเป็นแน่วแน่ว่า ตัวการสำคัญของปัญหาที่แท้จริงแล้วน่าจะอยู่ที่ภูเขาตัดผ่ากลางหมู่บ้านนี่แหละครับ เพราะฉะนั้นหากจะจบทุกปัญหาแบบถาวรได้ ภูเขาลูกนี้จะต้องถูกพังทลายลง ไม่ว่าจะใช้ระยะเวลายาวนานสักเพียงใดก็ตาม เพื่อความอยู่ดีกินดีและรู้รักษ์สามัคคีไม่แบ่งเป็นฝักเป็นฝ่ายของคนในหมู่บ้านอีกต่อไปในอนาคต เมื่อลุงโง่ตัดสินใจแบบโง่ ๆ ในสายตาของคนในหมู่บ้านที่จะย้ายภูเขาแน่แล้ว ลุงโง่ก็ตื่นขึ้นมาแต่เช้า อาบน้ำแต่งตัวกินข้าวปลาอาหารให้เสร็จสรรพพร้อมกับเตรียมอาหารปิ่นโตสำหรับมื้อเที่ยงแล้วก็คว้าจอบ เสียม เพื่อไปทลายภูเขา เดินดุ่มเดินไปแต่เพียงคนเดียวโดดเดี่ยวตามลำพังเริ่มทำการขุดภูเขาด้วยจอบเสียมที่แกมี ถึงแม้จะเหน็ดเหนื่อยสักเพียงใดก็ไม่เคยออกอาการแสดงความอ่อนแอหรือท้อแท้ให้ใครในหมู่บ้านได้เห็น บรรดาผู้คนในหมู่บ้านที่ผ่านไปมาก็ได้แต่หัวเราะเยาะลุงโง่และดูแคลนแกว่า ถึงแม้ลุงโง่จะมีเจตนาที่ดีที่จะช่วยฟื้นฟูสภาพการดำรงชีวิตของคนในหมู่บ้านให้ดีขึ้น แต่วิธีการของลุงโง่ที่จะใช้เพียงมันสมองกับสองมือ มีเพียงจอบ เสียมเพื่อทลายภูเขาที่มีขนาดใหญ่โตมโหระทึกแต่เพียงลำพังนั้นไม่มีทางเป็นไปได้ เนื่องจากสันเขาสูงเสียดฟ้าที่แบ่งคนในหมู่บ้านเป็นฝักเป็นฝ่ายนั้นช่างแข็งแกร่งเกินไปสำหรับลุงโง่ที่เป็นเพียงชายชราที่อีกไม่นานก็ละสังขารจากโลกนี้แล้ว นอกจากนั้นก็ไม่มีวี่แววอันใดว่างานชิ้นนี้จะสามารถกระทำให้สำเร็จในระยะเวลาอันสั้นในช่วงชีวิตของลุงโง่ได้ แต่ไม่ว่าใครจะว่าอย่างไรลุงโง่กลับสงบนิ่งไม่แสดงอาการอันใดต่อคำสบประมาทและเสียงหัวเราะเยาะอย่างเย้ยหยันของผู้คนในหมู่บ้าน ทุก ๆ วันแกก็ตั้งหน้าตั้งตาตื่นขึ้นมาแต่เช้าเพื่อทำภารกิจที่สำคัญที่สุดในชีวิตของแก คือการย้ายภูเขา กว่าจะกลับถึงบ้านก็เย็นย่ำค่ำพลบ มิหนำซ้ำยังบอกกับบรรดาผู้คนในหมู่บ้านที่ดูแคลนไว้ว่า ตนเองได้สั่งเสียอย่างเป็นมั่นเป็นเหมาะ เป็นพินัยกรรมอันเป็นมรดกทางความคิดให้กับลูกหลาน รวมไปถึงเหลน ว่าหากแกต้องล้มหายตายจากลงเพราะสังขารตัวเองเมื่อไหร่ก็ให้ลูก,หลาน,เหลนมาดำเนินการย้ายภูเขาลูกนี้ต่อไปเป็นทอด ๆ จนกว่าจะแล้วเสร็จ ห้ามหยุดหรือทำ ๆ หยุด ๆ เป็นอันขาด

            นิทาน "ลุงโง่ย้ายภูเขา" ยังไม่จบเพียงแค่นี้ครับ ลุงโง่แห่งหมู่บ้าน "สารขัณฑ์" อันแสนจะกันดารจะย้ายภูเขาแห่งอวิชชาที่ทำให้ผู้คนในสังคมแตกเป็นก๊กเป็นเหล่าเป็นฝักเป็นฝ่ายได้หรือไม่ และจะทำให้บรรดาผู้คนในหมู่บ้านอยู่ดีกินดีแบบรู้รักษ์สามัคคีได้หรือไม่ ท่านผู้อ่านจะอยู่ฝ่ายไหนก๊กไหนกลุ่มไหน ซีกไหนของภูเขาก็เป็นสิทธิ์อันชอบธรรมของท่าน หรือไม่แน่นะครับบางทีท่านอาจจะอยู่ในกลุ่มไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด แบบรักบ้างไม่รักบ้างตามอารมณ์ที่แปรปรวนไป หรือ อาจจะสังกัดกลุ่มลุงโง่ที่ตัดสินใจจะย้ายภูเขาด้วยมันสมองกับสองมืออีกคนก็ได้ สัปดาห์นี้พื้นที่หมดครับพบกับสาระน่ารู้ รวมทั้งแง่คิดในมุมมองของคนรักบ้านที่แตกต่างกันต่อในสัปดาห์หน้า ขอให้ท่านผู้อ่านทุกท่านสวัสดีมีชัย แล้วพบกันใหม่ครับ

<Previous